ตอนที่1 ไม่มีทางเลือก
ตอนที่ 1 ไม่มีทางเลือก
'ทางมหาวิทยาลัยไม่สามารถช่วยเธอมากกว่านี้ได้แล้วนะ
ถ้าภายในเดือนนี้ยังจ่ายเงินค่าเทอมไม่ได้ อาจารย์ขอแนะนำให้ทำเรื่องดรอปเรียนเอาไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาเรียนอีกครั้งเมื่อพร้อมนะคะ'
คำพูดของอาจารย์ฝ่ายการเงินประจำมหาวิทยาลัยยังคงดังก้องอยู่ในความคิดของ 'ยี่หวา' ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ด้วยฐานะทางบ้านของเธอค่อนข้างยากจนเพราะระยะหลังมานี้พ่อของยี่หวาป่วยออดๆ แอดๆ เลยไม่ค่อยได้ออกไปทำงานมากนัก
ร่างเล็กเดินคอตกออกมาจากห้องการเงิน ยิ่งได้มองเอกสารชำระค่าเทอมในมือแล้วยี่หย่าก็ได้แต่ถอนหายใจ
ลำพังเงินจากการทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนก็พอแค่ค่าใช้จ่ายในบ้านเท่านั้น ส่วนค่าเทอมหลักหมื่นแบบนี้ยี่หว่าจะมีปัญญาที่ไหนไปหามาจ่ายกัน
"อาจารย์ไม่ให้ผ่อนผันแล้วเหรอ"
เพื่อนสนิทอย่างม่านไหมรีบเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
ยี่หวามองหน้าเพื่อน ในใจคิดไปร้อยแปดกับการหาวิธีแก้ปัญหา และดูหนทางเดียวที่พอจะทำได้ตอนนี้ก็คงมีแต่หายืมจากใครสักคน
แต่สำหรับม่านไหมแล้ว ยี่หว่ารู้ดีว่าเพื่อนเองก็มีปัญหาการเงินไม่ต่างกัน การจะหยิบยืมเอาจากม่านไหมยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่
"อื้ม อาจารย์เขาก็ช่วยสุดๆ แล้วล่ะ"
"แล้วจะทำอย่างไรต่อ ถ้าไม่จ่ายแกก็จะไม่ได้เรียนที่นี่ต่อนะ"
"ฉันไม่รู้เหมือนกัน มืดแปดด้านไปหมดแล้ว"
ยี่หวาเริ่มทดท้อในโชคชะตาของตัวเอง แต่เหมือนเคราะห์กรรมจะยังไม่หยุดโหมกระหน่ำใส่เธอเพียงเท่านั้น
มีสายเรียกเข้าดังขึ้น ยี่หว่ามองเบอร์แปลกอย่างสงสัยก่อนจะกดรับสาย
"สวัสดีค่ะ คุณยี่หวาญาติของคุณยงยศหรือเปล่าคะ"
"ใช่ค่ะ ฉันเป็นลูกสาว จากไหนเหรอคะ"
"โทรจากโรงพยาบาลค่ะ คือว่าตอนนี้คุณพ่อของคุณ…"
!!!
ยี่หวาแทบช็อกไปกับคำบอกของพยาบาลที่โทรเข้ามา เธอรีบวิ่งออกไปหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อเรียกรถแท็กซี่ไปหาพ่อทั้งน้ำตา
ไม่จริงใช่ไหม!
เรื่องที่พยาบาลบอกมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดใช่ไหม!
หญิงสาวคิดไปก็ร้องไห้คร่ำครวญไปตลอดทาง เพราะสิ่งที่ได้ยินทางปลายสายเมื่อครู่ยังดังชัดอยู่ในหัว
'คุณพ่อของคุณ...เสียชีวิตแล้วค่ะ'
"ฮึก...พ่อ พ่อคะ..."
ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ร่างไร้วิญญาณของพ่อนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงโดยมีผ้าสีขาวคลุมเอาไว้จนถึงบริเวณหน้าอก
คนที่พายงยศมาส่งโรงพยาบาลคือเพื่อนร่วมงานที่ไซต์งานก่อสร้าง หญิงสาวไม่รู้เลยว่าพ่อแอบไปทำงานอันตรายแบบนั้นทั้งที่ตัวเองก็ไม่ค่อยสบาย
สาเหตุการเสียชีวิตเพราะสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักจากการตกจากที่สูงด้วยขึ้นไปทาสีอยู่บนนั่งล้าของตึกสี่ชั้น แต่เกิดหน้ามืดจนพลัดตกลงมา
ยี่หวาได้แต่โทษตัวเองที่เป็นสาเหตุทำให้พ่อต้องฝืนทำแบบนั้น
"หนูขอโทษค่ะ หนูขอโทษ ฮือ...พ่ออย่าทิ้งหนูไปเลยนะ หนูเหลือแค่พ่อคนเดียวแล้ว ฮือ..." เสียงร้องไห้อย่างเจ็บปวดทรมานของหญิงสาวสร้างความสะเทือนใจให้คนที่ได้พบเห็น
ร่างสูงใหญ่ของ 'ไรอัน' ซึ่งมาเยี่ยมลูกน้องที่บาดเจ็บจากการทำงานพอดีหันมามองตามเสียงร้องไห้นั้น
ดวงตาคมจ้องไปทางหญิงสาวในชุดนักศึกษาซึ่งกำลังสะอึกสะอื้นกับการสูญเสียพ่อผู้เป็นที่รัก ภาพนั้นมันทำให้เขานึกถึงอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนของตัวเอง
เพราะเขา...ก็เคยเป็นแบบเด็กคนนั้น
"รถพร้อมแล้วครับนาย เชิญครับ"
ลูกน้องของเขาเดินเข้ามาบอกก่อนจะผายมือให้ร่างสูงเดินออกไปพร้อมคนคุ้มครองอีกสองคน
คนหนึ่งเดินออกจากโรงพยาบาล ส่วนอีกคนก็ยังคงคร่ำครวญปานใจแทบขาดอยู่เช่นนั้น
"พ่อ พ่อได้ยินหนูไหม พ่อฟื้นขึ้นมาสิคะ อึกฮือ..."
ในขณะเดียวกัน ชายวัยเกือบกลางคนอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา เขาหยุดยืนชะงักเมื่อหูพลันได้ยินเสียงคนกำลังร้องไห้ เสียงนี้มันช่างคุ้นหูอย่างประหลาด เขารีบหันไปมอง แล้วก็พบว่าเป็นคนคุ้นเคยจริงด้วย
เด็กสาวคนนั้นคือยี่หวา ซึ่งเป็นลูกสาวของรุ่นพี่ที่เขาเคยไปมาหาสู่เป็นประจำช่วงหนึ่งก่อนจะได้ทำงานที่ใหม่
"ยี่หวา ยี่หวาใช่ไหม"
เสียงแหบห้าวเรียกความสนใจจากคนกำลังเสียใจให้หันไปมอง คิ้วเล็กขมวดมุ่นด้วยครุ่นคิดว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เธอรู้สึกคุ้นหน้าเขาไม่น้อยเลย
"อาเอง อาวันชัยไง คนที่เคยไปขอนอนค้างที่บ้านตอนตกงาน จำได้ไหม"
"อ๋อ อานั่นเอง สวัสดีค่ะ"
ยี่หวายกมือขึ้นไหว้เขาทั้งน้ำตา ท่าทางแบบนั้นของยี่หวาทำให้วันชัยเบนสายตาไปมองยังเตียงก่อนจะพบว่ารุ่นพี่ที่เขาเคารพรักและนับถือมากได้จากไปแล้ว
"พี่ยศ! พี่ยศเหรอพี่!"
"พ่อไม่อยู่แล้วค่ะ พ่อทิ้งหนูไปแล้ว ฮึก..."
วันชัยตกใจกับข่าวนี้ไม่น้อย เขาได้แต่วางมือลงบนบ่าคนตัวเล็กแล้วบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ
ตัววันชัยเคยได้รับความช่วยเหลือจากยงยศมามากจนสามารถลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง มันคือหนี้บุญคุณที่เจ้าตัวตั้งใจเอาไว้แล้วว่าต้องตอบแทนในสักวัน
แต่ดูตอนนี้...คนที่เขาอยากตอบแทนบุญคุณกลับลาลับจากโลกนี้ไปแล้วอย่างไม่มีทางหวนกลับ
วันชัยมองเด็กสาวที่ยังคงนั่งสะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจอยู่ มันเป็นภาพที่สุดแสนจะหดหู่นัก
หลังจากรอเวลาให้ยี่หวาใจเย็นมากพอ วันชัยก็พาเธอมานั่งคุยด้วยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พอวันชัยรับรู้ถึงความลำบากที่เด็กสาวต้องเผชิญทั้งหมดก็อดสงสารไม่ได้ เพื่อให้ยงยศตายตาหลับโดยไม่ต้องเป็นห่วงชีวิตของคนเป็นในโลกนี้ เขาจะต้องหาทางช่วยยี่หวา
"เอาอย่างนี้ไหม อาพอมีวิธีช่วยหนูอยู่"
"ช่วยยังไงเหรอคะ"
"คืออย่างนี้ เจ้านายของอาเป็นคนใจดีมากๆ ท่านมีเมตตาอุปการะเด็กด้อยโอกาสอยู่ทุกปี ถ้าทำให้ท่านยอมช่วยเหลือยี่หวาได้ ก็คงจะสามารถเรียนจนจบมหาวิทยาลัยอย่างสบายๆ"
วันชัยเสนอเพราะเขาคือคนที่คอยจัดการเรื่องนี้ให้กับเจ้านายทุกปี กะอีแค่ทำให้ลูกสาวเพื่อนเป็นคนได้รับการอุปการะแทนคงไม่ใช่เรื่องยาก
"เกณฑ์การพิจารณาคืออะไรเหรอคะ หนูจะเข้าข่ายคนที่เจ้านายของคุณอาต้องการหรือ"
"จริงๆ ก็ไม่เข้าเกณฑ์เพราะเรื่องอายุล่ะนะ เจ้านายอารับอุปการะเฉพาะเด็กๆ เท่านั้น"
สีหน้าของวันชัยดูหนักใจไม่น้อย
"แต่ไม่เป็นไร แค่ทำให้ท่านเรียกตัวยี่หวาเข้าพบก่อน พอได้เจอก็ลองขอร้องเขานะ อาว่าท่านต้องยอมช่วยแน่ๆ"
"แล้วถ้าท่านไม่ยอมช่วยล่ะคะ"
"ถึงเจ้านายอาจะดูดุ แต่เนื้อแท้แล้วใจดีมากๆ เชื่ออาสิว่ามันต้องสำเร็จ"
ยี่หวาฟังแล้วก็เกิดลังเล แต่อีกใจมันก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดเลย นั่นก็เพราะเธอต้องการเงินมาเป็นค่าทำศพพ่อยงยศ แล้วไหนจะค่าเทอมที่ต้องหามาจ่ายอีก
เป็นไงเป็นกัน!
ถึงเธอจะเลยคำว่าเด็กมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังเป็นนักศึกษาอยู่นี่นะ ก็ยังถือว่าเป็นเด็กคนหนึ่งเหมือนกัน
"ตกลงค่ะ คุณอาช่วยหาทางให้หนูถูกเรียกเข้าพบด้วยนะคะ แล้วหนูจะทำให้ท่านยอมใจอ่อนช่วยเอง"
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง อาจะจัดการให้"
วันชัยรับปากแล้วก็ขอแยกตัวออกไปกดโทรศัพท์หาใครบางคน
ยี่หวายังคงกังวลแต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกก็มีแต่ต้องลุยเข้าไปเท่านั้น เจ้านายของอีกฝ่ายเองหากเป็นคนใจบุญคอยช่วยเหลืออุปการะเด็กยากไร้อยู่เสมอ ก็อาจจะเป็นคุณยายเจ้าระเบียบอะไรแบบนั้นก็ได้
โชคดีที่เธอเข้าหาผู้ใหญ่เก่งอยู่แล้ว แค่อ้อนวอนขอเป็นคนคอยรับใช้แลกกับเงินค่าทำศพพ่อและค่าเทอมเรียนจนจบให้ได้เป็นพอ
"เรียบร้อยแล้ว เจ้านายเรียกพบยี่หวาตอนนี้"
"จริงเหรอคะคุณอา ทำไมรวดเร็วจังเลยล่ะคะ"
เอาจริงแล้วยี่หวายังไม่ทันได้เตรียมตัวเลย จิตใจเธอยังบอบช้ำเรื่องการตายของผู้เป็นพ่ออยู่มาก
แต่ก็อีกล่ะ ชีวิตของเธอจำต้องเดินไปข้างหน้าต่อ
"วันนี้เป็นวันต้องพบเด็กที่จะอุปการะพอดี อาเลยใช้แผนนิดหน่อย รีบไปเถอะ อย่าให้ท่านต้องรอนาน"
"แล้วท่านอยู่ไหนเหรอคะ"
"โรงแรมใกล้ๆ นี้แหละ พอดีมีพนักงานคนหนึ่งบาดเจ็บท่านก็เลยมาเยี่ยม เห็นว่าดึกแล้วก็เลยเปิดโรงแรมนอนไปก่อน"
วันชัยอธิบายขณะพายี่หวาไปขึ้นรถ จุดหมายที่ว่านั้นอยู่ห่างไปเพียงสิบนาที
เมื่อมาถึงยี่หวาแหงนหน้าขึ้นมองโรงแรม สถานที่นี้ค่อนข้างใหญ่โตมีระดับ เธอถูกวันชัยพาขึ้นมาจนถึงห้องสวีตชั้นบนสุด
ด้านนอกห้องมีคนคุ้มกันเฝ้าอยู่สองคนทำเอายี่หวาอดแปลกใจไม่ได้
"เข้าไปสิ ท่านรออยู่แล้ว"
"ค่ะ คุณอา"
หญิงสาวตอบรับก่อนจะเดินเข้าไป ดวงตาคู่สวยกวาดตามองหา 'ท่าน' ที่วันชัยพูดถึง
ในความคิดของยี่หวาคือ ท่านที่ว่า...เป็นหญิงสูงวัยใจดีมีเงินถุงเงินถังเลยอยากจะทำบุญช่วยคนยากไร้
ทว่าสิ่งที่สายตามองเห็นตรงหน้าจริงๆ กลับเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เขาคนนี้กำลังยืนจิบไวน์สายตาทอดมองออกไปนอกกำแพงกระจกเพื่อดูวิวเบื้องล่าง
ยะ...อย่าบอกนะว่าเขาก็คือ...
เจ้านายของอาวันชัย!