1-1 พบ
"ทำได้ป่ะหยก"
"ได้ทำมากกว่า"
ทั้งสองสาวมองหน้ากันแล้วก็พลันหัวเราะขึ้นมา "พูดแบบนี้ได้เอทุกเทอม แหมแม่คนเก่ง"
หยกมณีอมยิ้มเอ็นดูเพื่อนรัก ข้อสอบวันนี้เธอคิดว่าอยู่ในระดับยาก แต่ก็ไม่ถึงกับยากมากจนทำไม่ได้ ไม่ได้มั่นใจสักนิดว่าจะได้เอแบบที่มนัสนันท์พูด
"เทอมนี้คงจะบี"
"มาบงมาบีอะไร ระดับหยกกินเรียบเอ"
ก็จริงนะ ตลอดระยะเวลาสามปีหกเทอมหยกมณีทำเกรดได้เอทุกวิชามาโดยตลอด แต่เธอไม่เคยประมาทกับทุกเทอม มีวิชาที่เรียนได้ดีก็ต้องมีวิชาที่ไม่ค่อยถนัด
"ละนี่จะกลับบ้านวันไหนหรอ"
"เราว่าจะกลับวันศุกร์ รอกลับพร้อมช้างพอดี"
หยกมณีบอกถึงกำหนดการในการกลับบ้านช่วงปิดเทอม กว่าจะเปิดภาคเรียนใหม่ก็อีกสองสามเดือนเลยจึงต้องกลับไปอยู่ที่บ้าน จังหวัดบ้านเกิดของเธออยู่ห่างออกไปจากที่นี่ราวร้อยกว่ากิโลเมตรได้ ใช้เวลาเดินทางกลับแต่ละทีสองถึงสามชั่วโมงเลยทีเดียว
"รอบนี้กลับพร้อมช้างหรอเนี่ย นึกว่าจะกลับเองซะอีก"
"ช้างชวนกลับด้วยน่ะ จะได้ไม่ต้องนั่งรถโดยสารให้เมื่อย"
ช้างที่ว่าคือเพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่บ้านเกิด เธอกับชายหนุ่มเป็นเพื่อนสนิทกันด้วยความที่เรียนห้องเดียวกันแถมยังอยู่หมู่บ้านเดียวกันอีก
ปัจจุบันนี้ช้างหรือชนธรรมทำงานเป็นตำรวจอยู่ที่จังหวัดที่เธอเรียนอยู่พอดีเลยได้พลอยติดรถกลับบ้านไปด้วยกัน
"หม่อนล่ะจะกลับบ้านวันไหน"
"คงจะมะรืนมั้ง ป๊าบอกจะมารับเร็วหน่อย"
"เราคงไม่ได้เจอกันตั้งนาน กว่าจะเปิดเทอม เหงาเลย"
แม้จะผ่านการปิดเทอมมาแล้วหลายหนแต่ความรู้สึกยังเหมือนเดิมแทบทุกครั้ง ด้วยความเคยชินในการได้เจอกันทุกวัน พอต่างคนต่างกลับไปอยู่ที่บ้านเลยค่อนข้างที่จะคิดถึงกันเป็นพิเศษ
"หนองคายก็แค่ปากซอย"
หยกมณีขำออกมาทันที บ้านเราสองคนอยู่กันคนละทิศละทาง แต่มนัสนันท์พูดซะตลก หนองคายกับสระบุรีเลยนะ คนละภาคกันเลยทีเดียว
"เวอร์มาก"
"บางทีหม่อนอาจจะไปหนองคายช่วงปิดเทอมก็ได้ ใครจะไปรู้"
"มาสิมา จะพาไปเที่ยวลาวเลยอะ"
"ไปแน่ แต่ขอป๊าก่อนนะ รายนั้นไม่รู้จะใช้งานจนไม่มีเวลาไปไหนมาไหนเลยรึป่าวก่อน"
กลับบ้านแต่ละทีมนัสนันท์ต้องนั่งเฝ้าร้านทั้งวัน ที่บ้านเธอเปิดกิจการขายเฟอร์นิเจอร์มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาซื้อขายทั้งวัน
ลูกสาวอย่างเธอเลยกลายเป็นลูกจ้างไร้เงินเดือนทำงานให้ป๊าอยู่ตลอด ตอนมาเรียนที่ขอนแก่นเธอเลยไม่กลับบ้านสักหนยกเว้นตอนปิดเทอมที่ต้องกลับ แม้จะขอป๊าเรียนซัมเมอร์ก็ไม่มีทางได้เรียน
"นั่งเฝ้าเก๊ะอีกละสินะ"
"น่าเบื่อมากกกกกกก"
การนั่งเฝ้าเก๊ะเก็บเงิน คอยรับเงินทอนเงินให้ลูกค้าแถมยังต้องนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายทุกวัน เงินเดือนก็ไม่ได้ ป๊าก็นะใช้งานลูกเยี่ยงทาส
"เอาน่า ถือเป็นการซ้อมเป็นเจ้าของกิจการ"
"หยกล่ะรอบนี้ทำอะไร ปลูกข้าวหรือปลูกข้าวโพดล่ะรอบนี้"
"ทั้งสองเลย"
ที่บ้านของหยกมณีทำอาชีพเกษตรกรกัน ปลูกข้าวปลูกข้าวโพดสลับกันไป บางปีก็ปลูกพร้อมกันทั้งสองแต่จะเน้นปลูกข้าวมากกว่าเพราะข้าวคือแหล่งรายได้หลักของครอบครัวเธอ
ปิดเทอมกลับบ้านไปเธอก็จะไปช่วยงานที่บ้านตลอด ด้วยความเคยชินที่เริ่มทำมาตั้งแต่ตอนประถมศึกษา โตมาในครอบครัวที่ปลูกข้าวโดยเฉพาะ
"เปิดเทอมเดี๋ยวจะมากินข้าวสวยหุงใหม่ๆ หอมๆ ด้วยนะ"
"ได้เลย ให้เป็นกระสอบยังให้ได้"
"เกินไปละ เราขี้เกียจหุงพอดี"
เปิดเทอมทีไรครอบครัวของหยกมณีก็จะให้ข้าวสารมาไว้ที่หอพักตลอด ให้ไว้คอยหุงหาอาหารกินในแต่ละวันจะได้ประหยัดงบไม่ต้องไปซื้อ แถมยังได้คิดถึงบ้าน
ก่อนมนัสนันท์จะกลับบ้านที่สระบุรีเราสองคนก็มาเลี้ยงส่งกันที่ร้านชาบูแถวหลังมหาวิทยาลัย ด้วยความที่คบกันอยู่แค่สองคนจึงนัดกันได้ไม่ยุ่งยาก ถึงเพื่อนจะน้อยแต่ก็ไว้ใจกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
เย็นวันนี้คนในร้านค่อนข้างที่จะเยอะแต่ก็ไม่ได้เต็มทุกโต๊ะ ยังมีที่นั่งว่างพอเหลือ หยกมณีและมนัสนันท์เลือกนั่งที่โต๊ะริมสุดติดผนังกระจกบานใหญ่ส่วนหน้าร้าน
ร้านชาบูร้านนี้เป็นแบบบุพเฟ่ต์ราคาย่อมเยาว์เข้าถึงนักศึกษาแบบเราๆ เพียงแค่สามแบงค์แดงมีทอนเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าจะกินได้ทุกวัน เดือนละครั้งสองครั้งพอ
มนัสนันท์ยกคอนโดเนื้อสัตว์มาเกือบสิบเห็นจะได้ รายนี้กินจุมากตัวก็ไม่ได้หนามากไม่รู้เอาไปเก็บไว้ส่วนไหน ส่วนเธอหยิบมาแต่พอที่คิดว่าจะกินอิ่ม ถ้าไม่อิ่มก็ค่อยไปหยิบมาเพิ่ม
การกินต้องมาควบคู่กับการเม้าท์มอยเป็นธรรมดา มนัสนันท์เริ่มบทสนทนาด้วยการเล่าเรื่องของเพื่อนสมัยมัธยมให้เธอฟัง
"หยกจำตาลเพื่อนเราที่สระบุรีที่เคยเล่าให้ฟังได้ป่ะ"
"จำได้สิ"
เธอเคยคุยกับอีกฝ่ายมาบ้างเวลาที่สองคนนี้วิดีโอคอลคุยกัน
"เออนี่ตาลมันท้องละนะ เรากำลังจะได้เป็นป้าแล้วอะ ป้าในวัยยี่สิบเอ็ด" มนัสนันท์ว่าพลางหัวเราะขำขันไปด้วย
ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เป็นป้าตั้งแต่อายุยังน้อยๆ
"หลานคนแรกเลยป่ะเนี่ย"
"ใช่ๆ มาไวมาก ตาลมันเพิ่งจะแต่งไปช่วงต้นปีเอง"
"หม่อนต้องเห่อหลานคนแรกคนนี้ชัวร์"
เพื่อนคนนี้ของมนัสนันท์แต่งงานเร็วเพราะคบกับแฟนมาตั้งแต่มัธยมต้น ไม่แปลกหากจะมีลูกกันเร็วถ้ามีความพร้อมที่จะรอรับเด็กมาเติมเต็มครอบครัว
"ต้องเตรียมของรับขวัญหลานซะแล้ว คงต้องซื้อทองไม่งั้นตาลบ่นใหญ่แน่ว่าตระหนี่กับหลานคนแรก"
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย เป็นเรื่องที่หยกมณีก็พอจะรู้สึกมาตลอดแต่แค่ยังไม่ค่อยจะมั่นใจ
"หยกรู้ตัวป่ะว่าช้างท่าทางเหมือนจะชอบหยกเลย"
"ทำไมหม่อนคิดงั้นล่ะ"
สองสาววางตะเกียบลงคุยกันด้วยท่าทีจริงจังไม่สนของกินตรงหน้าด้วยกลัวจะคุยกันไม่รู้เรื่องรู้ราว
"ก็เห็นสายตาช้างที่มองหยกทุกที มองแบบแอบชอบอะ แถมยิ้มอยู่ตลอดเวลาอยู่ใกล้หยก เราสังเกตมาสักพักละ"