บทนำ-1
บทนำ
“เยส! เยส! เยส!”
เสียงนักข่าวสาวปัณณพรตะโกนดังลั่นสำนักพิมพ์ พร้อมกำหมัดชักข้อศอกถอยหลังทำท่าประกอบเสียงเยส ซึ่งเจ้าของร่างสูงเพรียวในวัยยี่สิบหกปี ยืดตัวเต็มความสูง 167 เซนติเมตรและตามด้วยการกระโดดสุดแรงด้วยความดีใจ
“หยุดเลย ไอ้แก้ม เดี๋ยวพื้นออฟฟิศทรุดกันพอดี” อดิศักดิ์บรรณาธิการข่าวกีฬารีบยกมือห้าม แกล้งว่าสาวสวยผิวสองสีหุ่นดีที่มีความสวยเทียบระดับนางเอกวงการบันเทิงไทย
“พี่โน้ตก็...พูดเกินไป แก้มออกจะหุ่นนางแบบ” หญิงสาวหมุนตัวโชว์รุ่นพี่ ส่งยิ้มทะเล้นไปให้
“นั่งลง จะได้คุยเรื่องงาน” เจ้าของร่างสูงใหญ่อดีตนักกีฬาฟุตบอลทีมมหาวิทยาลัยชี้ที่เก้าอี้บอกรุ่นน้องเสียงเข้ม
“แหม...คนกำลังดีใจ จะได้ไปเที่ยวลันดั้น” หญิงสาวพยายามกระดกลิ้นเปล่งสำเนียงอินเตอร์ บก.ข่าวกีฬาได้แต่ส่ายหน้าในความล้นของคนที่ไม่ห่วงความสวย
“เพ้อไปแล้วไอ้แก้ม พี่ให้ไปทำงานไม่ได้ให้แกไปเที่ยวนะโว้ย” ใบหน้าคมเข้มพูดกลั้วหัวเราะ
“ก็ขอเที่ยวติ๊ดนึง พลีส...นะ พี่โน้ตรูปหล่อ” ปัณณพรนั่งลงที่เก้าอี้แล้วหรี่ตาข้างหนึ่งพร้อมเอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาชนกัน ยืนยันกับอดิศักดิ์ว่านิดเดียวจริงๆ
“ไม่ต้องมายอพี่เลย ไอ้ณุมันถูกรถชนนอนโรงบาลหรอก แกถึงได้ไป หัดสำนึกบุญคุณมันมั่ง ร่าเริงไม่เกรงใจเพื่อน” ชายหนุ่มวัยสามสิบสองปีบ่นไม่จริงจังนัก เพราะรู้นิสัยสาวขี้เล่นคนนี้ดี
ก่อนหน้าที่เขาจะขอตัวเธอมาทำข่าวกีฬา แทนชิษณุซึ่งเกิดอุบัติเหตุรถชน ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลถึงสามเดือน เวลาปัณณพรทำสกู๊ปข่าวท่องเที่ยว มักจะมาปรึกษาขอคำเด็ดๆ บ่อยครั้ง
“โห...พี่ พูดขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อวานแก้มก็ซื้อนมสดไปเยี่ยมมันแล้วนะ” ดวงตารีสีเทาตวัดค้อนใส่บก.ข่าวกีฬา
“เฮ้ย ล้อเล่นหน่อยไม่ได้รึไง มาคุยเรื่องงานได้แล้ว อีกตั้งเดือนถึงจะได้ไป ตอนนี้ก็เตรียมเอกสารมาให้ครบ พี่จะได้ให้แมสแซนเจอร์ไปยื่นขอทำวีซ่าให้เรียบร้อย อ้อ...ระหว่างรอ บก.บอกให้แก้มทำสกู๊ปท่องเที่ยวอีกงานนึง” บก.กีฬาเห็นท่าตวัดค้อนของรุ่นน้องแล้วก็ขำ
เขาเริ่มพูดคุยเรื่องการเตรียมตัวไปลอนดอน และพูดงานที่บรรณาธิการบริหารสั่งงานฝากไว้ พร้อมกับส่งแผ่นพับสถานที่ซึ่งต้องการให้ปัณณพรไปทำสกู๊ป
“นึกว่าจะได้นอนตีพุงเล่นๆ ซักเดือนนึง แล้วค่อยไปลอนดอนซะอีก” พูดพลางรับแผ่นพับมาเปิดดู
“อันนี้มันสวนทุเรียนดังในระยองนี่คะพี่โน้ต บก.ไปอยู่ไหนมาอ่ะ สวนลุงเวทย์เขาดังมาตั้งสองสามปีแล้ว ทำไมเพิ่งให้แก้มไปทำสกู๊ป” หญิงสาวยิ้มขำ คิดว่าบก.ให้ไปทำข่าวเดิมๆ
“เราน่ะแหละไปอยู่ไหนมา สวนลุงเวทย์ เขาปรับปรุงใหม่ และเดือนนี้เขาจัดโปรโมชั่นคืนกำไรให้คนไทย ให้เด็กๆ มาเที่ยวแล้ววาดรูปภายในสวนส่งประกวดว่าประทับใจอะไรในสวน รางวัลชนะเลิศได้ไปเที่ยวกรุงโรมสามคืนสี่วันทั้งครอบครัว น่าสนป่าววะไอ้แก้ม” อดิศักดิ์สาธยายพร้อมกับกางแผ่นพับให้นักข่าวสาวดูด้านใน
“น่าสนสิพี่ แล้วทำไมเขาใจป้ำขนาดนี้ล่ะ” ปัณณพรทำกระซิบกระซาบ ราวกับกลัวใครจะได้ยิน
“อย่าโลภ ได้ไปลอนดอนแล้วจะมาสนอะไรอีก บก.ของพวกเราน่ะรู้จักกับเจ้าของสวน เห็นแกเล่าให้ฟังว่าลูกเขยลุงเวทย์เป็นเจ้าของโรงแรมลูซาโนพาร์คอยู่ที่กรุงโรม หล่อรวยเว่อร์ว่ะ” ใบหน้าคมเข้มพูดจบแล้วก็นึกขึ้นได้ ปรับสีหน้าเป็นงานเป็นการ
“ไปเตรียมตัวได้แล้วไป” บก.กีฬามองหน้าหญิงสาวที่กำลังทำตาลอย
“น่าอิจฉาลูกสาวลุงเวทย์จังนะพี่โน้ต” แล้วสาวทะเล้นก็ต้องสะดุ้ง เพราะโดนปากกาในมือชายหนุ่มเคาะที่หน้าผาก
“เรียกซะหนิดหนม รู้จักเค้ารึไง ไปลอนดอนคราวนี้ก็อ่อยเศรษฐีกลับบ้านซักคนสิ” ถ้อยคำของอดิศักดิ์ทำให้คนฟังหน้าคว่ำ แต่เขากลับปล่อยเสียงหัวเราะร่า
“ไปดีกว่า” ปัณณพรบอกห้วนๆ ยกมือไหว้ แล้วก็ผลุบออกจากห้องบรรณาธิการกีฬาไปอย่างรวดเร็ว
“ดูมันไหว้ ยกมือปะหลกยังกะลิงขอกล้วย” บก.กีฬาส่ายหน้าขำรุ่นน้องหน้าทะเล้นอย่างเอ็นดู
คนที่ถูกว่าเป็นลิง ซึ่งเป็นลิงสวยที่มีใบหน้าเรียวคางมน คิ้วเข้มสีน้ำตาล พาดเหนือดวงตารีสีเทารับกับจมูกโด่งตรงและริมฝีปากอวบอิ่ม หญิงสาวเดินยิ้มอย่างมีความสุขจนผมหยักศกสีน้ำตาลที่มัดไว้กลางศีรษะแกว่งไปมาตามแรงก้าวเดิน
“ไม่ได้เป็นนักข่าวสายการเมือง อาชญากรรม แต่ได้ไปทำข่าวกีฬาที่ลอนดอนก็สุดยอดแล้ว” หญิงสาวพูดถึงอุดมการณ์ความใฝ่ฝันที่ไม่สมหวัง แล้วนึกไปถึงการได้ไปทำข่าวที่ต่างประเทศก็กระโดดขึ้นชูมือข้างหนึ่งพร้อมร้องตะโกน “เย้”
ทำให้คนในสำนักงานอดไม่ได้ ต้องหัวเราะขำกับความทะเล้นของสาวสวยอารมณ์ดีประจำสำนักงาน
ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา
เฟรเดอริค ลูกัส หนุ่มลูกครึ่งอังกฤษ-อเมริกัน วัย 34 ปี เจ้าของร่างสูงโปร่งกล้ามเนื้อสมส่วนกับความสูง 185 เซนติเมตร ผิวขาวแบบชาวอังกฤษ และรูปหน้ายาวกรามเป็นสันคางเหลี่ยมดูมีเสน่ห์ด้วยไรเคราจางๆ คิ้วเข้มสีน้ำตาลซึ่งพาดเฉียงเหนือดวงตาสีฟ้าอ่อน ซึ่งขณะนี้กำลังกวาดตาดูความเรียบร้อยในบ่อนคาสิโนของ เมสัน คอนเนอร์ ผู้เป็นพ่อเลี้ยง เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู
“เที่ยงคืนแล้วหรือ” แสงสว่างราวกับกลางวันในคาสิโนทำให้ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ไม่อาจจะรู้เวลาได้เลย
ริมฝีปากหยักบาง ใต้จมูกโด่งยิ้มออกมา ยามนึกถึงความรู้ปริญญาโทด้านบริหาร ที่เอามาใช้ในบ่อนคาสิโน คิดแล้วก็ขำ แม้จะมีสายเลือดผู้ดีอังกฤษแต่เขาก็ใช้ชีวิตแบบมาเฟีย เป็นเพราะพ่อเลี้ยงชาวอเมริกันสามีใหม่ของแม่เป็นต้นแบบ เฟรเดอริคคือเพลย์บอยหนุ่มรูปหล่อที่หญิงสาวมักทอดกายให้เขาโดยง่าย
ร่างสูงยืนดูความเรียบร้อยไม่นาน ไฮโซสาวคนหนึ่งก็เข้ามาทัก แล้วก็ชวนไปนั่งดื่มกันยาว เฟรเดอริครู้ดีว่าสุดท้ายจะต้องจบลงบนเตียง ทว่า...ความสัมพันธ์ยังไม่ทันได้คืบหน้า เสียงโวยวายจากลูกค้าคนหนึ่งก็ดังขึ้น เขายืนฟังสักครู่ดูท่าว่าจะจบยาก จึงเอ่ยขอตัวจากไฮโซสาวไปจัดการลูกค้าที่สร้างความรำคาญให้คนอื่น
“มีอะไร” เสียงทุ้มต่ำกับใบหน้าเข้มดุ ทำให้ลูกน้องคนหนึ่งรีบกุลีกุจอมารายงาน
“ลูกค้ารายนี้หาว่าคาสิโนของเราโกงครับ” คำพูดสุภาพมาพร้อมกับการโค้งคำนับ
“รีบจัดการให้เรียบร้อย” สั่งเสร็จแล้วมาเฟียหนุ่มยังยืนดูอยู่ห่างๆ
“คาสิโนของเมสันไม่โกงแน่นอนครับ ผมเชิญคุณไปนั่งดื่มอะไรเย็นๆ ก่อนดีกว่า นะครับ” ลูกน้องคนที่มารายงาน เดินกลับไปพูดกับลูกค้าที่อาละวาดใช้มือกวาดโต๊ะพนันจนชิปหล่นกระจายเต็มพื้นพรม
“ไม่ไปโว้ย พวกมึงโกงกันนี่หว่า เอาเงินกูคืนมาเลย ไม่งั้นวันนี้เละ” คนที่เล่นพนันจนหมดตัวยังไม่เลิกโวยวาย พอลูกน้องของเฟรเดอริคพยายามจะพาตัวไปที่อื่น เพื่อจะได้ไม่รบกวนลูกค้าที่ยังเล่นกันอยู่ ก็ถูกต่อยจนล้มคว่ำลงไป