bc

หลี่หลินเฟย

book_age18+
1.3K
ติดตาม
6.4K
อ่าน
โชคชะตา
หวาน
ชายจีบหญิง
ฮอกกี้
ความลับ
like
intro-logo
คำนิยม

จะมีใครชีวิตบัดซบ​เช่นข้า หลี่หลินเฟย ผู้​นี้อีกหรือไม่​ ผู้​ซึ่ง​ไร้มารดาคุ้มหัวตอนอายุ​สิบสามหนาว บิดาก็แต่งภรรยา​ใหม่ในปีเดียวกัน​ เพื่อ​ให้มาดูแลบุตร​สาวเช่นข้า ไม่ ไม่ใช่​ ข้ากล่าวผิดไป นั่นมันก่อนแต่งที่บิดาบอกแก่ข้า เพื่อ​ตอบสนอง​ความต้องการ​ของ​ตนเอง​ต่างหากเล่า จนข้าที่เป็นบุตรตอนนี้​แม้แต่บ่าวรับใช้ยังมีความเป็นอยู่ดีกว่าเสียด้วยซ้ำ

พอพ้นวันปักปิ่นมาเพียงเดือนเดียวบิดากลับตายจากไปอีกคน ทิ้งข้าไว้เผชิญ​ชะตากรรม​ต่อสู้กับมารดาเลี้ยงผู้โฉดชั่วที่ยกข้าให้แต่งเป็น​อนุของขุนนางรุ่นราวคราวเดียวกับบิดาอีกดีที่มีคน​มาช่วยเหลือ​จึงรอดมาได้

นึกดีใจ​ว่าจะผ่านพ้น​คราวเคราะห์​ดันมาถูก​บุรุษ​เย็น​ชาต่ำช้า ย่ำยีอีก แต่เหตุ​ใดเมื่อตัดสินใจ​ที่จะจากมาใจข้าถึงเจ็บปวด​นัก

.... สวรรค์​ข้าเคยไปล่วงเกิน​อะไรท่านหรือไม่....

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่1
เสียงอาละวาดที่ดังขึ้นในห้องเก็บของ เสียงขว้างปาข้าวของตามด้วยเสียงร้องไห้สร้างความสำราญใจให้แก่สองแม่ลูกที่อยู่ด้านนอกนัก รูปโฉมงดงามแล้วอย่างไรสุดท้ายก็เป็นได้แค่อนุของเจ้าเมืองแก่ ๆ ตัวข้า หลี่หลินเฟย รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในห้องเก็บของ คงเป็นฝีมือใครไปไม่ได้นอกจากสองแม่ลูกมหาภัยนั่น นึกย้อนกลับไป ข้า ผู้ซึ่งไร้มารดาคุ้มหัวตอนอายุสิบสามหนาว บิดาก็แต่งภรรยาใหม่ นาม หวงจิวฮุ่ย หญิงม่ายที่มีบุตรสาวอายุน้อยกว่าข้าเพียงหนึ่งเดือนติดสอยห้อยตามมาด้วย นาม หวงจิวซิน ในปีเดียวกันกับที่สิ้นมารดา ในสองปีมานี้ข้าต้องสู้รบตบมือกับสองแม่ลูกคู่นี้มาตลอดเพื่อความอยู่รอดของตัวเองจนข้าที่เป็นบุตรตอนนี้แม้แต่บ่าวรับใช้ยังมีความเป็นอยู่ดีกว่าเสียด้วยซ้ำ พอพ้นวันปักปิ่นมาเพียงเดือนเดียวบิดากลับตายจากไปอีกคน ทิ้งข้าไว้เผชิญชะตากรรมต่อสู้กับมารดาเลี้ยงผู้โฉดชั่วผู้นี้ ที่พอสิ้นบิดาได้แค่สามเดือนก็ยกข้าให้แต่งเป็นอนุของขุนนางแก่คราวพ่อที่เป็นเจ้าเมืองอีกต่างหากตัวข้าหรือจะยินยอม "ในเมื่อท่านเป็นผู้ตอบรับก็ส่งบุตรสาวท่านไปเถอะอย่ามายุ่งกับข้า" "หนอย ข้ารึอุตส่าห์หวังดีอยากให้อยู่อย่างสุขสบาย ยังจะมายอกย้อน นังตัวดียังไงเจ้าก็ต้องแต่งให้ท่านท้าวซู ข้ารับของหมั้นเขามาแล้ว" ท่านเจ้าเมือง ซูอี้จง ขุนนางเฒ่า มากเล่ห์บ้าตัณหาที่เป็นเจ้าเมือง เมืองหนานหยาง แห่งแคว้นอู๋ในรัชสมัย ฮ่องเต้ อู๋หย่งไท่ เมืองหนานหยางแห่งนี้ตั้งอยู่สุดเขตแดนของแคว้นอู๋ ติดกับแคว้นจ้าว ซึ่งเป็นบ้านพี่เมืองน้องพึ่งพาอาศัยกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษซึ่งสงบสุขเป็นอย่างดีตลอดมา ถึงแม้ว่าเจ้าเมืองจะเจ้าเล่ห์ หน้าเลือด แต่เป็นพระญาติของสนมของฮ่องเต้พระองค์หนึ่งจึงได้ใช้เส้นสายมาเป็นเจ้าเมืองที่นี่ เมืองนี้เป็นเมืองแห่งการค้าเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างแคว้นจึงทำให้มีแต่พวกพ่อค้าเดินทางเข้าออกทำให้ชาวเมืองมีรายได้ตลอด "ท่านเป็นผู้รับ ท่านก็แต่งเองสิ ข้าในตอนนี้ก็อยู่สุขสบายดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาคิดเผื่อข้า" " ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่าท่านกับข้าตอนนี้หาได้เป็นอันใดกัน หากยังเจ้ากี้เจ้าการเรื่องของข้าอีกอย่าหาว่าข้าใจร้าย" " เจ้า เจ้าคิดจะขู่ข้าหรือนังเด็กสารเลว เจ้าอย่าลืมนะว่าตอนนี้ข้าเป็นเจ้าของจวนนี้ ข้าจะเฉดหัวเจ้าออกไปตอนนี้เลยก็ได้" " ไม่ต้องถึงกับเฉดหัวข้าหรอก เพราะข้าไม่คิดจะอยู่ในจวนที่เหลือแต่เปลือกนี่อยู่แล้ว" เดิมทีจวนนี้นั้นเป็นจวนตระกูลหลี่ของนายท่าน หลี่ฟงหมิ่น เจ้าของร้านยาสมุนไพรขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนมือไปแล้ว เหลือแต่จวนตระกูลหลี่ที่ตอนนี้กำลังทยอยขายข้าวของมีค่าออกไปให้สองแม่ลูกจับจ่ายมือเติบ จนตอนนี้คิดจะขายข้าอีก ชั่วช้าเสียจริง แต่อย่าได้หวังเพราะข้าก็กำลังคิดจะออกไปจากที่นี่คงต้องไปพึ่งใบบุญของท่านลุงที่เป็นพี่ชายคนเดียวของมารดาและเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่แต่ท่านลุงอยู่ไกลถึงเมืองหลวงเคยมาเยี่ยมเยียนข้ากับท่านแม่เมื่อหลายปีก่อนแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ข้าคงต้องคิดหาทางอีกที ข้าที่จำได้ว่าก่อนจะเข้านอนได้ดื่มน้ำชาที่วางไว้ในห้อง แล้วจึงล้มตัวลงนอนพอลืมตาขึ้นมากลับพบว่าตัวเองมานอนอยู่ในห้องเก็บของเสียได้ พยายามหาทางออกอยู่นานก็พบว่ามันถูกปิดจากภายนอกทั้งหมด อย่าให้ข้าออกไปได้ข้าจะเอาคืนให้สาสม "คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ" ข้าที่ตอนนี้หมดอาลัยตายอยากเงยหน้าที่ดวงตาแดงก่ำ หันมองหาเสียงเรียกแสนคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินเสียนาน "บนนี้เจ้าค่ะ บ่าวอยู่ข้างบนนี้" รีบเงยหน้าขึ้นไปบนหลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องเก่าๆ เห็นอดีตสาวใช้คนสนิทที่ถูกขายออกไปเป็นคนแรกๆ หลังสิ้นบิดาด้วยข้อหาขโมย เพราะหวงจิวฮุ่ย ร่วมมือกับมือปราบคนหนึ่งของทางการจนนางไม่สามารถช่วยเหลือได้ แต่ทำไมนางถึงมาอยู่นี่ได้ "ซิ่วอิง เป็นเจ้า มาอยู่นี่ได้อย่างไรกัน" "คุณหนูอย่าพึ่งถามเลยเจ้าค่ะ รีบออกมาก่อนตอนนี้ฮูหยินกับคุณหนูจิวซินกำลังเดินทางไปจวนท่านท้าวซูเพื่อให้มารับตัวคุณหนูแล้วเจ้าค่ะ" หลินเฟยเลยนำตั่งเก่ามาใช้ปีนขึ้นไปบนหลังตู้ที่สูงเอาการแล้วค่อยๆไต่ขึ้นไปบนช่องหลังคาที่ซิ่วอิงยกแผ่นกระเบื้องออกให้นางลอดออกไป พอลงมาถึงพื้นด้านล่างเล่นเอานางขาแข้งสั่น " รีบไปกันเถอะเจ้าค่ะ" " เดี๋ยว รอข้าสักครู่" หลินเฟยรีบวิ่งกลับไปนำกล่องเครื่องประดับและตั๋วเงินของมารดาที่นางเก็บซ่อนเอาไว้ แล้วส่งให้ซิ่วอิงถือไว้ ส่วนนางก็จุดไฟเผาเรือนเก็บของและครัวที่ติดกัน "คุณหนู ทำอะไรเจ้าคะ" "หึ เอาคืนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไปกันเถอะ" กว่าจะมีคนมาพบคงเสียหายไม่น้อยแน่ สองนายบ่าวเดินออกไปทางประตูหลังอย่างสบายใจ เพราะไม่ต้องกลัวใครเห็นเพราะจวนนี่บ่าวไพร่ถูกขายออกไปหมดแล้ว ซิ่วอิงพาข้ามาที่โรงเตี๊ยมขนาดกลางแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางตลาดในเมืองหนานหยาง ซิ่วอิงเล่าว่า เถ้าแก่เนี่ย ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ นามว่า ซือจี๋ ได้ซื้อซิ่วอิงมาจากโรงค้าทาส แต่ซิ่วอิงอ้อนวอนว่าต้องการกลับไปช่วยคุณหนูที่จวนตระกูลหลี่ แล้วจะรีบกลับมาทำตามความต้องการของเถ้าแก่เนี่ย แต่เถ้าแก่เนี่ยบอกว่า ที่ตัดสินใจซื้อตัวซิ่วอิงมาเพราะจำได้ว่าซิ่วอิงเป็นคนของอดีตฮูหยินหลี่ผู้มีพระคุณของนาง ที่ได้ช่วยเหลือนางไว้จากโจรที่มาดักปล้นตอนนางพึ่งมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ เลยถามไถ่ซิ่วอิงว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ซิ่วอิงจึงได้เล่าทุกอย่างให้เถ้าแก่เนี่ยฟัง จึงได้รับการช่วยเหลือสืบข่าวคราวของข้า จนรู้ว่าข้าถูกบังคับให้แต่งเป็นอนุของท่านท้าวซู จึงได้ส่งคนมาลอบดูสถานการณ์ภายในจวน และตามมาช่วยข้าออกมา ซิ่วอิงพาข้าเดินมาถึงชั้นสามของโรงเตี๊ยมภายในห้องๆ หนึ่ง ซึ่งมีสตรีวัยประมาณสามสิบห้าปีรออยู่ก่อนแล้ว "เถ้าแก่เนี่ย ข้าพาคุณหนูหลี่หลินเฟยมาแล้ว เจ้าค่ะ" "คำนับคุณหนูหลี่เจ้าค่ะ" "เถ้าแก่เนี่ย อย่าได้คำนับข้าเลย ข้าต่างหากเล่าที่ต้องคำนับท่านที่อุตส่าห์ช่วยเหลือข้า" "ท่านอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ท่านคือบุตรีของผู้มีพระคุณ ก็เท่ากับว่าท่านคือผู้มีพระคุณของข้าด้วย" " เถ้าแก่เนี่ยคิดมากไปแล้ว ข้าต่างหากที่ทำให้ท่านต้องลำบาก" " คุณหนูอย่าได้คิดมากเจ้าค่ะ ข้าเต็มใจอย่างยิ่ง" " เรียกข้าว่าหลินเฟยเถอะเจ้าค่ะ เรียกคุณหนูฟังดูไม่เข้ากับคนไร้บ้านอย่างเสียเลย" " งั้นท่านก็เรียกข้าว่าป้าซือจี๋ก็ได้นะเจ้าคะ" ซือจี๋มองหลี่หลินเฟยอย่างต้องชะตานัก นางมีใบหน้างดงามเหมือนมารดาไม่มีผิด อาจจะงามกว่าอยู่หลายส่วนเชียว ผิวขาวดุจน้ำนม ปากกระจับแดงฉ่ำน้ำ จมูกโด่งได้รูปแต่ดูจะดื้อรั้นไม่น้อย ดวงตาหงส์หวานซึ้งนัก คงต้องหาทางปกปิดเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคงได้มีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน คนของท่านเจ้าเมืองคงต้องออกตามหาเป็นแน่ " เจ้าค่ะ ท่านป้า ซือจี๋" ซือจี๋จึงส่งยิ้มเต็มหน้ามาให้หลินเฟย "แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไปเจ้าคะ ท่านท้าวซูต้องส่งคนค้นหาคุณหนูแน่" ซิ่วอิงกล่าวขึ้นอย่างกังวล ซือจี๋ก็มองมาที่หลินเฟย เผื่อนางจะคิดเอาไว้บ้างว่าจะทำอย่างไรต่อไป "ข้าคิดไว้ว่าจะเดินทางไปหาท่านลุงที่เมืองหลวง" "ป้าว่าท่านท้าวซูก็คงจะคิดไว้ว่าเจ้าจะต้องเดินทางออกจากหนานหยางเป็นแน่ คงสั่งให้มีการตรวจการผ่านด่านอย่างเข้มงวด" ทุกคนหารือกันอย่างเคร่งเครียดนักแค่ลำพังต้องหลบอยู่ที่โรงเตี๊ยมนี่ก็เสี่ยงต่อการค้นพบมากแล้ว " เอาอย่างนี้ดีหรือไม่" หลินเฟยหันมามองท่านป้าซือจี๋อย่างมีความหวัง " อีกสิบวันจะมีขบวนของท่านแม่ทัพที่เป็นหัวหน้าของสามีป้าที่เสียไปเดินทางกลับจากแคว้นจ้าว ป้าจะฝากฝังเจ้าร่วมขบวนด้วย" ท่านป้าซือจี๋เล่าว่าเดิมทีตนเป็นคนแคว้นจ้าวแต่มีสามีเป็นทหารแคว้นอู๋ เป็นนายทหารคนสนิทของท่านแม่ทัพจึงทำให้นางมีโอกาสได้รับใช้ใกล้ชิดบ้าง เมื่อสามีนางเสียจากการปราบปรามโจรภูเขาเมื่อหลายปีก่อนจึงได้มาตั้งรกรากที่เมืองหนานหยางโดยการเปิดโรงเตี๊ยมแห่งนี้ และทุกครั้งที่แม่ทัพเดินทางผ่านเมืองหนานหยางก็จะแวะพักที่นี่ เมื่อหนึ่งเดือนก่อนก็เดินทางไปแคว้นจ้าวและมีกำหนดกลับอีกสิบวันข้างหน้า คงจะขอให้นางร่วมเดินทางด้วยได้ "แต่ขบวนทหารก็ต้องมีแต่บุรุษนะเจ้าคะ" ซิ่วอิงกล่าวอย่างกังวล คงไม่ดีนักหากมีสตรีร่วมทาง "ที่เจ้ากล่าวก็ถูกต้อง ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป" "งั้นเราก็แต่งเป็นบุรุษเสียสิแค่นี้ก็ร่วมขบวนได้" หลินเฟยกล่าวพร้อมดวงตาเป็นประกาย "เอาอย่างนั้นหรือเจ้าคะคุณหนู มันเสี่ยงเกินไปหรือไม่" " ไว้ป้าจะขอร้องให้ท่านแม่ทัพดูแลให้อีกที" "ขอบคุณท่านป้ามากเจ้าค่ะ ซิ่วอิงเจ้าก็อย่าได้คิดมาก ไปกับพวกทหารดีกว่าเราเดินทางกันเองเพราะหนทางจากหนานหยางถึงเมืองหลวงนั้นห่างไกลนัก ไม่รู้จะพบเจออะไรบ้างอยู่ใกล้ทหารย่อมดีกว่านัก อีกอย่างเจ้าเมืองเฒ่านั่นคงไม่คิดหาญกล้าค้นขบวนทัพกระมัง" " ถ้าตกลงว่าเป็นไปตามนี้ ซิ่วอิงเจ้าก็พาคุณหนูของเจ้าไปพักเถอะ ป้าเตรียมห้องไว้ให้แล้ว เฟยเอ๋อคงเหนื่อยมากแล้วกระมัง เดี๋ยวป้าให้เด็กยกสำรับไปให้" ท่านป้าซือจี๋กล่าวขึ้นอย่างอาทร หลินเฟยรู้สึกซาบซึ้งนัก " ข้าขอบคุณท่านป้ายิ่งนัก ถ้าไม่ได้ท่านกับซิ่วอิงข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นเช่นไร" " เฟยเอ๋ออย่าได้คิดมาก ป้ายินดีที่มีโอกาสแทนคุณมารดาเจ้า และป้าก็นึกเอ็นดูเจ้านัก" " ขอบคุณอีกครั้งเจ้าค่ะท่านป้า" "ขอบใจเจ้าด้วยนะซิ่วอิง ที่ไม่ทอดทิ้งข้า" หันมาจับมือกับซิ่วอิงที่ตาแดงก่ำ สงสารคุณหนูของนางนักที่พบเจอแต่เรื่องมาตลอดตั้งแต่ไร้ฮูหยิน ตัวนางเติบโตมาพร้อมกับคุณหนูจึงผูกพันรักใคร่เพราะชีวิตนางก็มีแค่คุณหนูเท่านั้น

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.3K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.8K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook