ตอนที่ 1 ยัยน้ำเน่า
ขาเล็ก ๆ ก้าวเดินตรงไปยังที่พักคนงานที่ตั้งอยู่ด้านหลังของคฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ร่างทั้งร่างของเด็กน้อยต้องล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นเพราะสะดุดเข้ากับสิ่งกีดขวางบางอย่าง
“โอ๊ย”
“สมน้ำหน้า ยัยน้ำเน่า” เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาโผล่ออกมาจากข้างกำแพงหลังจากใช้ขายาว ๆ ของตัวเองกลั่นแกล้งเด็กหญิงตัวน้อยผู้น่าสงสาร
“คุณภามเอาขามาขวางหนูทำไมคะ” ธารธาราถามน้ำเสียงเจือสะอื้น
“ก็เธอมันขี้ประจบ ยัยเด็กขี้ฟ้อง ยัยลูกคนรับใช้ ยัยเด็กกำพร้า” คำต่อว่าต่าง ๆ นานาพ่นออกมาจากริมฝีปากหยักของเด็กหนุ่ม
“แต่หนูไม่เคยประจบหรือฟ้องอะไรคุณท่านเลยนะคะ” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นบอกเด็กหนุ่มด้วยน้ำตาเอ่อคลอ
“ถ้าเธอไม่ไปฟ้องว่าฉันคอยแกล้งหรือคอยรังแกเธอ แล้วคุณย่าจะคอยดุคอยว่าฉันทำไม” พูดจบก็ใช้มือขาวสะอาดอย่างลูกผู้ดีผลักลงไปที่หลังศีรษะกลมมนของเด็กหญิงจนหน้าคะมำ
“คุณภาม อย่าแกล้งหนูเลยนะคะ” มือเล็ก ๆ ยกขึ้นประนมไหว้อย่างน่าสงสาร น้ำตาที่เอ่อคลออยู่เมื่อครู่ไหลรินลงมาเข้าจนได้
ภาวัติยืนมองภาพนั้นด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวเล็กน้อย ยัยเด็กคนนี้ช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน แกล้งนิดแกล้งหน่อยก็ทำเป็นบีบน้ำตาเรียกความสงสาร เด็กหนุ่มยอมเดินจากไปโดยไร้ซึ่งคำขอโทษ
ลับหลังภาวัติที่เดินจากไปแล้ว ธารธาราจึงยันกายลุกขึ้นจากพื้น แล้วใช้มือเล็ก ๆ ปัดเศษฝุ่นเศษหญ้าที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้า จากนั้นจึงเดินตรงไปยังบ้านพักของตัวเองที่ซึ่งเคยอาศัยอยู่กับมารดา แต่หลังจากที่มารดาลาจากโลกไป เด็กน้อยจึงอาศัยในบ้านหลังเล็ก ๆ นี้เพียงลำพัง
ธารธาราพาร่างผอมบางนั่งลงบนฟูกนอน ดวงตาที่ยังไม่คลายจากความเศร้าจ้องมองรอยช้ำที่ตรงหัวเข่า เธอก็เป็นเพียงแค่เด็กน้อย เหตุไฉนภาวัติถึงได้จงเกลียดจงชังกันนักหนา เพียงแค่ย่าของเขามีความเวทนาสงสารให้กับเด็กน้อยไร้ญาติอย่างเธอเท่านั้นน่ะหรือ...
“ตาภาม มาหาย่าหน่อยสิลูก” คนเป็นย่าเรียกหาหลานชายเพียงคนเดียวเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวแสบเดินหน้ามุ่ยกลับเข้ามาจากทางหลังบ้าน
“ครับคุณย่า”
มือที่เริ่มเหี่ยวย่นดึงมือหลานชายให้นั่งลงเคียงข้างกันบนโซฟาตัวหรู
“ไปทำอะไรที่หลังบ้านมา” น้ำเสียงนุ่มนวลอย่างคนแก่ใจดีถามไถ่
ภาวัตินิ่งเงียบไปครู่หนึ่งกับคำถามของคนเป็นย่า เด็กหนุ่มพรูลมหายใจออกมาเพราะรู้ดีว่าย่าของเขาก็คงรู้ทัน
“คุณย่ารักผมหรือเปล่าครับ” เจ้าหนุ่มน้อยเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม และยังเฉไฉโดยการถามคนเป็นย่ากลับไปอีกด้วย
“ทำไมถามย่าแบบนี้ ย่ารักภามมากนะลูก” หญิงชราหันไปหอมหน้าผากกว้างได้รูปเสียเต็มฟอด
“แล้วผมกับยัยน้ำเน่านั่น คุณย่ารักใครมากกว่ากัน” เขาไม่ชอบเลยที่ย่าของเขาเอ็นดูยัยเด็กคนนั้น
“ภามลูก น้ำเขาเป็นเด็กน่าสงสาร น้องเพิ่งจะสิบขวบ แต่พ่อแม่ดันมาจากไปเสียหมด ย่ารู้นะว่าภามคิดอะไร การที่ย่าเอ็นดูเขาก็เพราะย่าสงสาร แล้วภามเห็นไหมว่าน้องมันไม่ได้อยู่เฉย ๆ หรือเที่ยวเล่นเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน น้องคอยช่วยงานบ้านงานเรือนเท่าที่เด็กสิบขวบมันจะทำได้ นี่ภามเห็นย่าเอ็นดูเจ้าน้ำแล้วภามก็อิจฉาน้องหรือลูก”
ภาวัติได้แต่นิ่งเงียบเมื่อคนเป็นย่าถามมาแบบนั้น จะใช้คำว่าอิจฉาก็คงใช่ เพราะเขาไม่ชอบเลยที่ย่าของเขาจะแบ่งความรักที่มีให้เขาไปให้ยัยเด็กสาวลูกของคนรับใช้อย่างธารธารา
“จะขึ้นห้องไปอ่านหนังสือก็ไปเถอะลูก ย่าไม่ได้มีเรื่องอะไรจะคุยด้วยหรอก แค่อยากเรียกมากอดมาหอมให้ชื่นใจก็เท่านั้น” เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวแสบนิ่งเงียบไป หญิงชราจึงตัดบทออกไปแบบนั้นเพราะไม่อยากให้หลานชายต้องเกิดความเครียด
“ครับคุณย่า ผมขึ้นห้องก่อนนะครับ” ก่อนไปก็ฉกหอมแก้มของผู้เป็นย่าเสียฟอดใหญ่
คุณหญิงอมรรัตน์มองตามหลานชายที่เดินขึ้นชั้นบนของบ้านด้วยสายตาหนักใจ ตอนที่เห็นว่าหลานชายเดินเข้ามาทางประตูหลังบ้านก็พอจะรู้แล้วว่าเจ้าตัวแสบคงไปก่อเรื่องกับเด็กน้อยธารธาราเข้าอีกแล้ว นั่งคิดเรื่องหลานชายอยู่ได้ไม่นาน ก็แว่วเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากชั้นบน ที่มาของเสียงก็คือห้องของบุตรชายอย่างภาคภูมิและสะใภ้อย่างมุกดานั่นเอง
“คุณภาค คุณมีผู้หญิงคนใหม่อีกแล้วเหรอ เรื่องอีนังแม่หม้ายลูกติดนั่นยังไม่ทันได้ชำระความ นี่คุณยังมีมาเพิ่มอีก คราวนี้มีลูกติดมาอีกไหมล่ะ จับกดมันทั้งแม่ทั้งลูกไปเลยสิ!!!”
“เออ!!! ผมจะรวบทั้งแม่ทั้งลูกมันไปเลย”
“ทำไมคุณถึงทำตัวแบบนี้ ทำไม ทำไมคุณถึงทำแบบนี้” กรีดร้องด้วยความชอกช้ำใจพรางเข้าไปทุบตีผู้เป็นสามีที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อชีวิตคู่ โดยไม่รู้เลยว่าประตูห้องนั้นปิดไม่สนิท ทุกคำพูดที่ซัดสาดใส่กัน ทุกคนในบ้านต่างได้ยินกันเต็มสองหู ไม่เว้นแม้แต่บุตรชายอย่างภาวัติ
“พวกเธอสองคน ถ้าอยากจะทะเลาะกัน ก็ควรจะปิดประตูให้มิดชิดเสียก่อนนะ อย่าให้เสียงเอะอะโวยวายดังไปรบกวนคนอื่นในบ้าน” เสียงจากประมุขของบ้านดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง หญิงชราเดินขึ้นมาด้วยการประคองของแม่น้อมผู้ซึ่งเป็นแม่บ้านเก่าแก่ของตระกูล
“คุณภาคค่ะคุณแม่ คุณภาคมีผู้หญิงคนอื่นอีกแล้ว มุกจับได้คาหนังคาเขา”
“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม คุณไม่ควรก้าวก่าย”
“แต่ฉันเป็นเมียคุณ คุณนึกถึงจิตใจของฉันบ้างไหม”