bc

ร้อนแรกแย้ม

book_age18+
447
ติดตาม
5.3K
อ่าน
จบสุข
รักต่างวัย
มาเฟีย
ผู้สืบทอด
คนใช้แรงงาน
วิทยาลัย
friends with benefits
like
intro-logo
คำนิยม

เขาช้อนร่างเล็กมานั่งคร่อมบนตัก เธอรีบยกสองมือขึ้นผลักอกกำยำไว้ทันที กลัวจะห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่เหมือนคืนนั้น

" คุณเหมขา อย่า "

" ทำไม "

" หนู... กลัวจะเลยเถิดแบบคืนนั้น "

" แล้วคืนนั้นมันไม่ดีหรือไง หืม " เธอหน้าแดงก่ำ อึกอักหลบสายตาคมคู่นั้น ไม่รู้จะตอบเขาไปอย่างไรดี

" ฉันชอบเธอ เอ็นดูเธอมาก รู้ใช่ไหม "

" ทราบค่ะ "

" แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าเธอชอบฉัน " เขาว่าพลางไล้นิ้วโป้งไปบนกลีบปากจิ้มลิ้มเบา ๆ

" ไม่ได้ชอบแบบเด็กเคารพผู้ใหญ่ แต่เธอชอบแบบที่ผู้หญิงชอบผู้ชาย ฉันพูดถูกไหม "

" เอ่อ... "

" ฉันรู้ว่าเธอแอบดูตอนฉัน***ที่ข้างสระวันปาร์ตี " เธออ้าปากหวอพลางรีบตะกุกตะกักแก้ตัว

" คือ... หนูไม่ได้ตั้งใจนะคะ หนูแค่จะออกไปเดินเล่นแล้วไปเห็นคุณแล้วก็ เอ่อ... "

" รู้สึกยังไงที่ได้เห็นฉันแก้ผ้า "

" คือ... "

" เอาฉันไปฝันบ้างหรือเปล่าว่าคนที่โดนฉันเอาคือเธอ "

" คุณเหมขา ปล่อย... "

" คืนนั้น***มุดเข้าไปในตัวเธอแล้วนะ น้ำ***ยังเปียกมันอยู่เลย รู้ไหมพอเธอวิ่งกลับไปแล้วฉันต้องมา***เพราะมีอารมณ์เหลือเกิน อยากเข้าไปในตัวเธอแทบขาดใจ " เขาว่าพลางกอดกระชับเธอเข้ามาแนบแน่นแล้วก้มลงจูบที่ซอกคอ นั่นมันทำให้สติของสาวน้อยเตลิดเปิดเปิงเสียแล้ว

เขาลากริมฝีปากลงมาที่ทรวงอกแล้ว*** เธอเสียวจนขนลุกเกรียวแต่หยัดอกสู้ปาก สองมือกดศีรษะเขาให้ซุกลงมากยิ่งขึ้น เขายิ้มและผละจากเนินทรวง สองมือประคองใบหน้าสวยที่ห่างกันเพียงคืบเอาไว้

" เธอล่ะ เคยจินตนาการว่าได้เอากับฉันบ้างหรือเปล่า " คราวนี้เธอพยักหน้าแทนคำตอบ เขายิ้มร้ายอย่างผู้ชนะ

" ถ้าไม่อยากให้ไอรีนมาเป็นใหญ่ในบ้าน เธอก็ทำให้ฉันพอใจสิ เด็กน้อย "

" แต่หนูไม่เคยนี่คะ จะไปสู้คุณเขาได้ยังไง "

" ทุกอย่างเรียนรู้ได้ หรือเธอจะยอมแพ้ไอรีนตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม " ชื่อนั้นทำให้เลือดนักสู้ในกายของเธอเดือดพล่านขึ้นทันที

" ไม่ค่ะ หนูไม่มีวันยอมแพ้ ถึงหนูไม่เคยแต่ก็พร้อมจะเรียนรู้ "

" งั้นก็จงตั้งใจเรียน ฉันจะตั้งใจสอนเธออย่างดีที่สุด "

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่หนึ่ง
บ่ายสามโมงตรง รถ SUV สีดำเลี้ยวเข้ามาในคฤหาสน์แห่งหนึ่งแถบชานเมืองก่อนจะจอดลงที่เรือนแถวหลังเล็กฝั่งซ้ายมือติดกำแพง ร่างบอบบางผิวขาวเหลืองของเด็กสาววัยย่างสิบแปด ใบหน้าสดใส นัยน์ตากลมโตสุกสกาว ถักเปียสองข้างอย่างเรียบร้อยเปิดประตูรถแล้วเดินลงมา เธออยู่ในเครื่องแบบนักเรียนมัธยมปลายเป็นเสื้อแขนยาวทับในกระโปรงจับจีบสีม่วง เป็นโรงเรียนประจำที่เธอถูกส่งไปเรียนที่นั่น เธอเปิดประตูรถแล้วเดินลงมา สุทัศน์ คนขับวัยสามสิบต้น ๆ เดินลงมาเปิดประตูหลังแล้วช่วยยกกระเป๋าสัมภาระให้ “ ขอบคุณค่ะพี่ทัศน์ ” เด็กสาวกระพุ่มมือไหว้อย่างนอบน้อม “ เดี๋ยวหวานยกเองก็ได้ ” “ ตัวกะจิ๊ดเดียว กระเป๋ามีตั้งหลายใบ เดี๋ยวพี่ช่วย หวานเอาเป้ใบเล็กนั่นก็พอแล้ว ” “ โธ่ ถึงหวานจะตัวเล็กแต่แข็งแรงจะตายไป ” เจ้าของกระเป๋าว่า แต่ชายหนุ่มก็ช่วยยกข้าวของไปวางไว้ที่หน้าห้อง ไม่นานคนในห้องก็เดินออกมา เป็นหญิงวัยห้าสิบนามว่าป้าแวว ผู้มีหน้าที่เป็นหนึ่งในแม่บ้านของที่นี่ ท่านยิ้มกว้างเมื่อเห็นเด็กสาวพลางกางแขนออกทันที “ มาแล้ว ไอ้น้ำหวานของป้า ” “ สวัสดีค่ะป้าแวว คิดถึงป้าที่สุดในโลกเลย ” เด็กสาวว่าพลางพุ่งเข้าไปในอ้อมแขนของคนเป็นป้า น้ำตารื้นขอบตาเลยทีเดียว เพราะเด็กนักเรียนจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแค่เทอมละสองครั้งเท่านั้น “ ป้าก็คิดถึงหวานเหมือนกัน ” “ คิดถึงแล้วทำไมไม่ไปรับหนูกับพี่ทัศน์ล่ะจ๊ะ ” เด็กสาวกระเง้ากระงอด คนเป็นป้าหัวเราะร่วน “ ก็ถ้าป้าไปรับก็จะไม่มีใครทำห่อหมกปลาช่อนกับต้มแซ่บไส้อ่อนกระดูกอ่อนไว้รอหนูนะซี้ ” “ หืมจริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นอภัยให้ได้ ” “ แหม ไม่ค่อยจะเห็นแก่กินเลยว่ะ ” สุทัศน์ว่าพลางหัวเราะไปกับสองป้าหลาน “ ขอบใจนะทัศน์ที่เป็นธุระไปรับมันให้ ” ป้าแววว่า “ จะมาขอบอกขอบใจอะไรกันล่ะป้าเรามันก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน ไอ้หวานมันก็เหมือนน้องผม ” “ เดี๋ยวมากินข้าวกินปลากันนะ ” “ ครับ เดี๋ยวผมเอารถไปเก็บก่อนนะ ” “ ไปเจอกันที่ห้องครัวนะ ” “ โอเค ” สุทัศน์ตอบก่อนจะขับรถออกไปเพื่อไปจอดเข้าที่ในโรงรถ “ รอบนี้จะมาอยู่ได้นานแค่ไหน ” “ เดือนนึงจ้ะ หวานจะอยู่ให้ป้าเบื่อขี้หน้าไปเลย ” “ เออดีเหมือนกันป้าจะได้ขี้เกียจได้ เอ็งจะได้มาทำงานแทน ” “ โอ้โห ใช้แรงงานเด็ก ” สองป้าหลานพูดจาหยอกเย้าก่อนจะช่วยกันยกข้าวของเข้าไปไว้ในห้อง น้ำหวานไม่ใช่ลูกหลานของคนในคฤหาสน์แต่อย่างใด แต่เธอเป็นเพียงหลานสาวของคนรับใช้อย่างป้าแววที่ทำงานให้บ้านหลังนี้มาตั้งแต่แตกเนื้อสาว รับใช้ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่กระทั่งท่านเสียไปจนตอนนี้มาถึงคราวลูกชายคนเดียวของตระกูลที่ชื่อ คุณเหมราช หรือคุณเหม ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าที่ยังโสดทั้งแท่ง น้ำหวานต้องมาอยู่กับป้าแววเพราะพ่อกับแม่แยกทางกันไปคนละทิศละทางและไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งเด็กตัวน้อยวัยเจ็ดขวบไว้เพียงลำพังอย่างไร้จิตสำนึกแล้วไม่มาดูดำดูดี ถึงแม้จะอายุเจ็ดขวบแล้วแต่ก็ยังไม่ได้เข้าเรียนด้วยซ้ำ ชาวบ้านแถวนั้นหวังดีเลยหาเบอร์โทรศัพท์ติดต่อป้าแววที่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่เหลืออยู่คนเดียว เธอจึงได้มาอยู่กับป้าที่นี่ตั้งแต่นั้นมาและเริ่มได้รับการศึกษา แม้จะได้เข้าเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่นแต่เธอก็ตั้งใจบวกกับการเป็นเด็กหัวดีทำให้อยู่อันดับต้น ๆ ของห้อง ตระกูลของคุณเหมราชทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ป้าแววบอกว่าบรรพบุรุษของคุณเขาสร้างฐานะมาดี มีที่ดินเป็นพันไร่ให้เช่า ทั้งยังมีอาคารพาณิชย์อีกหลายแห่ง เมื่อตกทอดมาถึงคุณเหมราช แม้จะเกิดบนกองเงินกองทองอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ท่านก็ต่อยอดจากทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่สร้างเอาไว้ มีโครงการคอนโดมิเนียมทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ๆ เรียกได้ว่าร่ำรวยอยู่สบายโดยไม่ต้องดิ้นรนไปอีกหลายชาติ ตอนที่น้ำหวานเจอคุณเหมราชครั้งแรกไม่ใช่ตอนที่มาอยู่ที่นี่แรก ๆ เพราะคุณเขาไปเรียนเมืองนอก ได้เจออีกทีก็ตอนที่เขาจบปริญญาโท ทั้งท่องเที่ยวและทำงานหาประสบการณ์จากที่นั่นมาพอแล้ว เขาจึงกลับมาเมืองไทยในวัยยี่สิบหก ตอนนั้นน้ำหวานเองก็ยังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกวัยสิบขวบ เมื่อคุณเหมราชกลับมา คนรับใช้ทุกคนในบ้านอันได้แก่ ป้าแววแม่ครัว น้าสร้อยและพี่นกแม่บ้าน ลุงรื่นคนสวน ก็ไปยืนเรียงแถวต้อนรับการกลับมา เด็กน้อยเมื่อเห็นผู้ชายที่ลงมาจากรถหลังจากพี่สุทัศน์คนขับรถวิ่งไปเปิดประตูอย่างนอบน้อมก็รีบขยับไปหลบหลังป้าแววทันที เพราะคุณเหมราชคนนั้นทั้งสูงทั้งใหญ่ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากบางที่เหยียดเป็นเส้นตรงไม่ค่อยยิ้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาคู่นั้นที่มันดุจนน้ำหวานไม่กล้าสบตา แม้ตอนที่ทักทายทุกคนเขาจะยิ้มบาง ๆ แต่ก็ยังดูน่ากลัวอยู่ในความรู้สึกของเธอ จนกระทั่งป้าแววต้องดึงเธอออกมาจากด้านหลังก่อนจะบอกให้ไหว้คุณเขา ตอนนั้นแหละที่เธอเห็นว่าเขายิ้มกว้างขึ้นแล้วเอื้อมมือมาลูบศีรษะของเธอเบา ๆ ก่อนเดินจากไป จากนั้นป้าแววก็มาบอกกับน้ำหวานว่าคุณเหมราชจะส่งเสียเธอให้ได้เรียนโรงเรียนประจำดี ๆ แทนโรงเรียนแถวบ้านที่ป้าแววต้องนั่งรถเมล์ไปส่งเธอทุกวันจากนั้นเธอก็แทบจะไม่ได้พบหน้าหรือสนทนากับเขาอีกเลย เวลากลับบ้านก็จะอยู่แต่ในเรือนคนรับใช้ ไปช่วยงานป้าบ้างแต่ก็ไม่ค่อยเห็นคุณเหมเท่าไรนัก อีกอย่างป้าแววเองก็ไม่ค่อยให้เธอเข้าไปยุ่มย่ามในเรือนใหญ่ คงจะเพราะกลัวเธอซุ่มซ่ามทำอะไรไม่ถูกตาคุณเหม ซึ่งน้ำหวานก็พอใจในสิ่งนั้นเพราะทุกคราวที่อยู่ต่อหน้าคุณเขา ใบหน้าดุดันนั้นมันทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย แต่คุณเหมท่านคงไม่ได้ดุร้ายอย่างหน้าตาเท่าไหร่หรอก เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอมาจากเขาทั้งสิ้น อีกทั้งเงินที่ใช้จ่ายประจำเดือน ข้าวของเครื่องใช้เสื้อผ้าเสื้อผ่อนดี ๆ ไม่ต้องอายคนอื่น ประกอบกับตัวเธอที่ผิวขาวใสจากกรรมพันธ์ทางแม่ ว่าไปแล้วใคร ๆ ต่างก็คิดว่าเธอคือลูกคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ใช่เพียงหลานคนรับใช้ด้วยซ้ำไป หลังจากไปทักทายคนงานในบ้านทุกคนเรียบร้อย รับประทานอาหารและคุยกันจนกระทั่งตะวันตกดิน สองป้าหลานก็ขอตัวกลับมาพักผ่อน ป้าแววที่อาบน้ำเสร็จก่อนและนั่งดูละครโทรทัศน์อยู่ เห็นหลานสาวที่พึ่งอาบน้ำเสร็จในชุดผ้าเช็ดตัวผืนเดียวห่อหุ้มเรือนกาย ตาโต จมูกโด่ง ปากรูปกระจับจิ้มลิ้ม ผิวขาวเหลืองนวลเนียน แม้จะตัวเล็กแต่ก็สมส่วน ท่านพิศแล้วก็เอ่ยขึ้น “ ปีนี้หลานป้าเป็นสาวสิบเก้าแล้ว จะเป็นสาวมหาลัยแล้ว ” “ งั้นก็มีแฟนได้แล้วดิป้า ” น้ำหวานเย้าป้าพลางยักคิ้วพลางเดินไปสวมเสื้อผ้าทาครีม ป้าชูมะเหงกให้ “ เดี๋ยวจะโดน ยังไม่ต้องรีบต้องร้อนมีหรอก อุตส่าห์ได้เรียนที่ดี ๆ ตั้งใจสอบเข้ามหาลัยดี ๆ ให้ได้จะได้มีงานดี ๆ ทำให้สมกับที่คุณเหมเขาส่งเสีย ” “ รู้แล้วน่าป้า หนูไม่ทำให้ผิดหวังหรอกค่ะ ป้าก็เห็นนี่ว่าเกรดเฉลี่ยหนูอยู่ในอันหนึ่งในห้าของชั้นปีตลอด ” “ อืม ป้ารู้ แต่ป้าก็แค่เป็นห่วง ” “ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ รับรองว่าหนูจะไม่ทำให้ป้าผิดหวัง สัญญา ” “ ดี ” “ เออป้า หนูยังไม่ได้ไปกราบคุณเหมเลย ” “ คุณเขาไม่อยู่ ไปเที่ยวบาหลีกับเพื่อน ๆ ” “ ว้าว หนูอยากไปจัง เห็นแต่ในอินเตอร์เน็ตอย่างสวยอะ ถ้าเรารวยแบบคุณเหมบ้างก็ดีนะป้า อยากไปไหนก็ได้ไปไม่ต้องกังวลเรื่องงานเรื่องเงิน ” “ เออ ก็ตั้งใจเรียนเข้าจะได้ได้ทำงานดี ๆ จะได้ร่ำได้รวยกับเขาบ้าง ” “ จ้ะ แล้วคุณเหมจะกลับมาเมื่อไหร่ ” “ เห็นว่าจะวันเสาร์นี้แหละ เดี๋ยวมาแล้วป้าจะพาไปไหว้ท่าน ” “ คุณเขาไม่มีแฟนเหรอป้า ” “ ไม่นะ ” “ อายุก็ไม่ใช่น้อย ฐานะก็ดี แปลกนะ ทำไมไม่อยากมีครอบครัว ” “ คนบางคนก็ไม่ชอบการผูกมัด ” “ หืม แปลว่าอะไรเหรอป้า ” “ เออ ไม่ต้องถามหรอก มันเรื่องของเจ้านาย ” น้ำหวานได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก หยิบไดร์มาเป่าผมที่เปียกจนแห้ง จากนั้นก็หยิบหวีเดินมายื่นให้ป้า “ หวีผมให้หนูหน่อย ” ป้ายิ้มแล้วส่ายศีรษะ “ โตขนาดนี้แล้วยังหวีผมไม่เป็น ” “ หวีเป็น แต่อยากให้ป้าหวีให้นี่นา ” ว่าพลางทรุดนั่งลงกับพื้น คนเป็นป้าใช้หวีสางผมยาวสลวยดำขลับราวเส้นไหมที่ยาวถึงบั้นเอวของหลานสาว ในหัวก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งนึกอะไรได้บางอย่าง “ น้ำหวาน ” “ จ๋า ” “ พอคุณเหมกลับมาแล้ว ถ้าไม่จำเป็นหนูอย่าเข้าไปในเรือนใหญ่นะนะ ” “ ทำไมล่ะจ๊ะ แต่ปกติหนูก็ไม่เข้าไปยุ่มย่ามอยู่แล้วนี่ ” “ เออดีแล้ว ไม่ต้องถามหรอก ป้าบอกอย่าก็คืออย่า รับปากป้าก่อน ” “ จ้ะ ” น้ำหวานรับปากทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าป้าจะห้ามตัวเองทำไม แต่ก็คาดเดาเอาว่ากลัวเธอจะไปยุ่มย่ามทำความรำคาญตาให้กับคุณเหมราชเอาได้ ซึ่งคำสั่งของป้าเองก็ไม่ได้มีปัญหากับเธออยู่แล้ว เธอเองก็ไม่ได้อยากเข้าไปที่นั่นเท่าไหร่นัก เพราะความเกรงกลัวต่อเจ้าของบ้านตัวใหญ่หน้าดุนั่นเอง กระทั่งคืนวันเสาร์ เป็นวันที่คุณเหมกลับมาจากบาหลีแต่เขาไม่ได้มาคนเดียว ยังมีกลุ่มเพื่อนทั้งชายหญิงอีกราวเจ็ดแปดคนที่ทั้งหมดไปปาร์ตีริมสระ โดยคุณธีร์ หรือคุณศักดิ์สุธีร์ ชายหนุ่มสวมแว่นหน้าตี๋ ท่าทางเคร่งขรึม เลขาประจำตัวที่พ่วงตำแหน่งบอดี้การ์ดของคุณเหมราชได้โทรมาจัดการทั้งเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี แถมยังมีเด็กเอ็นเตอร์เทนจากที่ไหนสักแห่งให้มาตระเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว น้ำหวานได้แต่ยืนมองอยู่ไกล ๆ พลางคิดว่าคนมีเงินนี่มันดีจริง ๆ อยากจะซื้อความสุข อยากจะดลบันดาลสิ่งใดก็ได้ง่ายดายเหลือเกิน เพราะงานปาร์ตี้นั้นมีการจ้างพนักงานเสิร์ฟและเด็กชงเหล้ามาเรียบร้อย คนงานที่บ้านก็เลยไม่ต้องไปทำหน้าที่รับใช้ ต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ป้าแววเองหลังจากสวดมนต์เรียบร้อยก็หลับไปตั้งแต่สามทุ่มดังเช่นทุกวัน แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กสาวที่กำลังอยากรู้อยากเห็นอย่างเช่นน้ำหวาน เธอเรียนโรงเรียนประจำหญิงล้วนไม่ได้ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป เคยเห็นก็แต่ในภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่มีปาร์ตี้ในบ้าน อยากรู้ว่าจะสนุกสุดเหวี่ยงแค่ไหน ห้าทุ่มกว่า น้ำหวานยังหลับตาไม่ลง ได้ยินเสียงเพลง EDM จากริมสระว่ายน้ำ สถานที่ของการจัดปาร์ตี้คืนนี้มันฟังดูคึกคักจนอยากจะเห็นเสียจริง หันไปมองป้าแววที่นอนอยู่อีกเตียง ไม่ต้องสืบให้มากกว่า ทั้งหลับตาอ้าปากกรนเสียงดังขนาดนั้น ป้าหลับสนิทแน่ ๆ เด็กสาวตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงแล้วย่องออกไปจากห้องทันที สระว่ายน้ำอยู่อีกฝั่งของเรือนใหญ่ จากเรือนคนรับใช้ห่างจากสระว่ายน้ำราวห้าสิบเมตร เด็กสาวสืบเท้าเข้าไปหาด้วยใจระทึก เธอเคยไปช่วยพี่สุทัศน์ตัดต้นไม้บริเวณนั้น รู้ดีว่ามีสุมทุมพุ่มใดที่จะสามารถแอบหลบแล้วสอดแนมได้ เมื่อไปใกล้เธอก็ค่อยย่องแล้วเร้นกายหลบหลังต้นชาฮกเกี้ยนที่ตัดแต่งเป็นรูปช้างสามเชือกพ่อแม่ลูกแล้วขยับไปสู่รั้วต้นโมกที่ปลูกกั้นเอาไว้ระหว่างสวนและสระว่ายน้ำที่ยกระดับขึ้นไปจากพื้นเมตรครึ่ง เธอปีนขึ้นหลังรั้วแล้วใช้ดวงตาแนบกับขอบผนังปูนก่อนจะเบิกตาโพลงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า ปาร์ตี้เล็ก ๆ ของเจ้าของบ้านนั้นมันจัดเต็มทั้งแสงสีเสียง มีดีเจเปิดแผ่น มีซุ้มอาหารและเครื่องดื่ม มีสาวเสิร์ฟที่สวมเพียงบิกินีตัวจิ๋วที่ขณะนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารแต่กำลังเสิร์ฟนมสองเต้าให้กับสองหนุ่มคนละข้างและนอนถ่างขาให้กับอีกคนที่กระแทกท่อนเนื้อเข้าหาไม่หยุดดังตั้บ ๆๆๆ อีกมุมของสระบนเก้าอี้ซันเบดผู้หญิงคนหนึ่งกำลังขย่มผู้ชายที่นอนอยู่บนนั้นและมีผู้ชายอีกคนที่ขย่มเสือกไสกับรูรักด้านหลังของเธอพร้อมฟาดฝ่ามือเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน อีกคู่กำลังนัวเนียกันอยู่ใต้น้ำแต่ดูก็รู้ว่าประกอบกิจกรรมเข้าจังหวะอยู่ในนั้น น้ำหวานอ้าปากค้างตาเหลือกลานลำคอแห้งผากด้วยความช็อกเมื่อสายตาของเธอเบนไปปะทะกับร่างสูงใหญ่กำยำร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ มือหนึ่งจิกศีรษะผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้แล้วเสือกลำเอ็นใหญ่ยาวคับปากของหล่อน จากนั้นเด้าเข้าหาอย่างไม่บันยะบันยัง เธอสำลักเพราะเขาแทงลึกเข้าไปถึงคอหอยแต่เขาก็ไม่หยุดเด้า เธอแหงนเงยใบหน้าขึ้นอ้าปากกว้างทำลำคอให้โล่งเพื่อรับเขาให้ลึกได้ยิ่งขึ้นตามต้องการ ผู้ชายคนนั้นคือคุณเหมราชนั่นเอง ! เขาครางเสียงแหบห้าวอย่างพึงพอใจก่อนจะกระชากท่อนเอ็นออกจากปากหล่อนแล้วดึงให้ลุกขึ้น ก่อนเขาจะสอดมือใต้หัวเข่าของเธอข้างหนึ่งแล้วยกขึ้น ขยับเข้าไปประชิดแล้วเสือกเอ็นเนื้อเข้าใส่เธอทีเดียวมิดลำดังตั้บจากนั้นเขาก็เด้าเข้าใส่เธอถี่ยิบ เสียงเนื้อกระแทกเนื้อถี่รัวแน่นหนัก ผู้หญิงคนนั้นหวีดร้องพลางกดคอเขาลงมาให้หน้าคลุกอยู่กับสองเต้าของตัวเอง เขาส่ายหน้าถูไถแล้วอ้าปากดูดเลียก่อนจะขบกัดมันจนเป็นรอย ความเจ็บดูเหมือนมันจะทำให้หล่อนยิ่งซ่านเสียว หล่อนร้องครางพลางกระตุกเยือก ๆ ก่อนจะฟุบหน้าลงที่ลำคอของเธอ ผู้หญิงคนหนึ่งพึ่งคลานมาบนพื้นจากที่ไหนสักแห่งมาเกาะขาเหมราช เขาหันไปมองก่อนจะวางผู้หญิงคนแรกลงบนโซฟาเบดแล้วหันไปหาคนใหม่ เขาดึงหล่อนขึ้นมา จับหันหลังให้ตัวเองแล้วกดเธอลงบนโต๊ะอาหาร หล่อนแอ่นก้นขึ้นรับอย่างรู้งานก่อนจะโดนเขาเสือกเด้าเข้าหาทีเดียวมิดลำแล้วซอยถี่ยิบ หญิงสาวคนนั้นร้องครางลั่นสระ วอนขอให้เขาเบาลงแต่กลับไม่ได้รับความเมตตา มือใหญ่รวบผมบนศีรษะเธอแล้วดึงเข้าหา สะโพกสอบกระแทกเด้าไม่บันยะบันยังถี่ยิบ ไม่นานหล่อนก็หวีดร้องราวใจจะขาดก่อนฟุบลงไปบนโต๊ะ เขาอัดกระแทกหนักหน่วงจนโต๊ะสั่นคลอนไม่นานก็กดสะโพกแช่นิ่งกับสะโพกของผู้หญิงคนนั้นก่อนเขาจะเงยหน้าคำรามเสียงแหบห้าว ไม่นานเหมราชก็ถอนตัวตนออกมาจากหล่อน เดินไปหยิบบุหรี่มาจุดสูบ คว้าเครื่องดื่มสักอย่างมาหนึ่งแก้วที่น้ำหวานเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรก่อนเขาจะเดินเข้าบ้านไปเลย ทิ้งแขกทั้งหมดให้ระเนระนาดประกอบกิจกรรมกันตามอัธยาศัย น้ำหวานค่อย ๆ ปีนลงจากที่ตรงนั้นแล้วเผ่นแน่บกลับเรือนนอนไปอย่างรวดเร็ว เปิดประตูเข้าห้อง เดินไปที่ตู้เย็นก่อนจะหยิบน้ำเย็นออกมาขวดหนึ่งแล้วเปิดกระดกดื่มอั้ก ๆ ทีเดียวเกือบหมดขวดแต่เธอยังไม่กล้าเดินเข้าห้องนอน ยังยืนนิ่งพยายามสงบสติอารมณ์ให้เร็วที่สุด หัวใจเธอเต้นแรง ลำคอแห้งผาก มือไม้เรือนกายสั่นเทาไปหมดเพราะช็อกกับภาพที่เห็นมาเมื่อครู่ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาภาพคุณเหมสำหรับเธอคือชายผู้เคร่งขรึม พูดน้อย ท่าทางดุดันจนไม่อยากเข้าใกล้ ในขณะเดียวกันก็รักและเคารพเขาในฐานะผู้ปกครองที่เมตตาเอ็นดูเธอเหลือเกิน เป็นผู้มีพระคุณที่เธอจะต้องตอบแทนอย่างถึงที่สุด แล้วนี่มันอะไรกัน การกระทำไม่อายฟ้าดินนั่นมันคืออะไร ! ไม่คิดเลยว่าเธอจะเห็นคุณเหมในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนมั่วกามมั่วเพศไปทั่วแบบนี้ ผ่านไปสักครู่เธอก็เริ่มสงบลงแล้วเดินกลับเข้าไปเอนกายบนเตียงนอนแต่ยากเหลือเกินที่จะข่มตาให้หลับใหลได้ แม้จะอยู่ในระยะไกลแต่สายตาก็เห็นเรือนกายกำยำกล้ามแน่นที่กระแทกท่อนเนื้ออันเท่าสากตำน้ำพริกเข้าใส่ผู้หญิงพวกนั้น หูยังจดจำเสียงเนื้อกระแทกเนื้อที่เขากระแทกร่างเข้าทำลายหญิงเหล่านั้น ไหนจะเสียงคำรามราวสัตว์ป่าเมื่อสุขยามสมสู่อีกเล่า ใจหนึ่งน้ำหวานคิดว่ามันเป็นเรื่องหน้าไม่อาย แต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกแปลก ๆ ฮอร์โมนทางเพศของหญิงสาวผู้กำลังผลิบานมันตื่นตัวเหลือเกิน

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.3K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.8K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook