เด็กหนุ่มร่างเล็กผิวขาวผ่องเพราะแม่มีเชื้อสายเป็นคนเหนือตัดกับผมดำขับกับผิวผ่อง ริมฝีปากเล็กได้รูป จมูกเล็กน่ารัก ดวงตากลมโตเหมือนเด็กผู้หญิง
“เอ็งไปทำไรมามาย ทำไมถึงได้เนื้อตัวมอมแมมขนาดนี้” ย่าสายร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อหลานรักเดินเข้ามาในบ้านเนื้อตัวมอมแมมแถมหัวเข่ายังมีร่องรอยบาดแผลหลังจากอุบัติเหตุเมื่อครู่ สมายเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งใกล้ย่าสาย
“เมื่อกี้มีรถจะมาชนจ๊ะย่า โชคดีที่พราวมันหักหลบทัน “สมายเล่าเรื่องเมื่อครู่ในย่าสายฟัง มือก็มิวายที่จะร้อยพวกมาลัยดอกดาวเรืองไปด้วย ย่าสายถอนหายใจพรืดเมื่อสมายเล่าจบ ยังดีนะที่สมายไม่เป็นอะไรมากไม่อย่างนั้นย่าสายคงได้เสียใจเป็นแน่
“งั้นก็ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไร งั้นเอ็งรีบไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนแล้วค่อยมาช่วยย่าร้อยพวกมาลัยต่อ”
“ก็ได้จ้ะย่า เอ่อวันนี้พี่เปียเขาจ่ายเงินค่าบายสีมาแล้วนะ” สมายล้วงเงินที่อยู่ในกางเกงนักเรียนส่งให้ย่าสาย คนแก่มีท่าทีตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นเงินที่ยื่นมาเกินกว่าค่าบายสีที่ตกลงกับเปียเสียอีก
“ทำไมเขาให้เงินเอ็งมาเยอะขนาดนี้ล่ะมาย”
“อ๋อ…ลุงรถคู่กรณีให้มาเป็นค่าตกใจจ๊ะย่า แต่ย่าจ๋าพรุ่งนี้สมายขอเงินค่าขนมมากกว่านิดหน่อยนะ สมายจะเอาเงินไปซื้อขนมให้ต่อน่ะจ๊ะมันช่วยสอนการบ้านสมายมาหลายวันแล้ว เกรงใจมัน” สมายเข้าไปนวดไหล่ย่าสายเพื่อเป็นการเอาใจ
“งั้นเอ็งก็เก็บไว้เถอะเงินนี่ไว้เถอะ เอาไว้เป็นค่าขนมหรืออยากได้อะไรก็ซื้อมาเลย” ย่าสายยื่นธนบัตรสีเทาสองใบคืนสมาย นอกจากค่าขนมที่ให้อยู่ทุกวันย่าก็ยังไม่เคยให้อะไรกับหลานคนนี้เลย ด้วยสถานะทางการเงินและอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ร่างกายไม่สามารถทำงานหนักได้ ค่ากินค่าใช้จ่ายก็มีแต่เพียงร้อยพวงมาลัยขายทางเดียวเท่านั้น ส่วนพ่อแม่ของสมายที่ทำงานอยู่กรุงเทพก็ไม่เคยมาดูดำดูดีลูกคนนี้ นานๆ จะกลับมาหาเพียงไม่กี่ครั้ง และมาแต่ละทีก็คือมาขอเงินย่าสายเพื่อเอาไปต่อทุนขายของจนย่าสายสิ้นเนื้อประดาตัว ขายทรัพย์สินให้ลูกชายกับลูกสะใภ้คนนี้จนตัวเองไม่เหลืออะไรแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะย่าจ๋า สมายไม่อยากได้อะไรเลย ของสิ่งเดียวที่สมายอยากได้คืออยากให้ย่าจ๋าอยู่กับสมายตลอดไปก็พอ”สมายพูดบอกก่อนจะเข้าไปหอมแก้มย้วยของหญิงชรา
สมายเดินเข้าไปในบ้านเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำชำระร่างกาย ย่าสายที่กำลังร้อยมาลัยอยู่ๆ ไอจนตัวโยนพอรู้ว่าตัวเองไอเป็นเลือดหญิงชราก็หยิบเอาทิชชู่ซับเลือดก่อนจะแอบเอาใส่ถุงทิ้งไม่ให้สมายเห็น เพราะถ้าสมายเห็นคงไม่ปล่อยให้ย่าสายทำงานต่อ เมื่อสองเดือนก่อนย่าสายตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะที่สามแล้วย่าสายรู้ตัวว่าเวลาของท่านคงจะเหลืออีกไม่นานแล้ว ย่าสายไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะต้องตายหรอกนะ แต่ที่ย่าสายเป็นห่วงก็คือหลานชายคนนี้จะอยู่อย่างไรต่างหาก
สมายอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็มาช่วยยายสายร้อยมาลัย วันนี้มีร้านของป้าแป๋วกับป้ามานีที่จะมารับพวงมาลัยของย่าสายไปขายต่อ ส่วนที่เหลือสมายก็จะเอาไปนั่งขายที่ตลาด โชคดีของสองย่าหลานที่เจ้าของตลาดใจดีเก็บค่าเช่าแผงเพียงยี่สิบบาทเท่านั้น สมายหยิบพวงมาลัยที่เหลือใส่ตะกร้าหวายใบใหญ่หอบหิ้วไปตลาดทั้งอย่างนั้น
“มาลัยไหมจ๊ะ มาลัยไหมจ๊ะ”เสียงตะโกนร้องเรียกผู้คนที่เดินผ่านไปมา วันนี้ช่างขายไม่ดีเลยเพราะไม่ใช่วันพระด้วยเลยทำให้สมายขายไม่ค่อยจะได้
“อ้าวเจอกันอีกแล้ว”โซนทักทายเจ้าของแผงขายพวงมาลัยตัวเล็กที่นั่งหน้าเศร้าเพราะขายพวงมาลัยไม่ได้สักพวง
“พี่โซน”สมายร้องออกมาไม่คิดว่าจะได้เจอน้องเจ้าของเบอร์เกอรี่อีกครั้ง ร่างเล็กยิ้มต้อนรับลูกค้าทันทีที่เห็นลูกค้าเข้ามาในบริเวณร้าน
“ขยันจังเลยนะครับ เลิกจากโรงเรียนก็มาขายของด้วย”ใบหล่อพูดส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนไปให้สมาย โซนคิดว่าสมายเป็นเด็กขยันมาก ตัวเล็กนิดเดียวแต่หอบหิ้วของมาขายตั้งมากมาย ชายหนุ่มคิดจะอุดหนุนสมายสักหน่อยเขาหยิบพวงมาลัยลายคล้ายรูปหัวใจให้สมายใส่ถุง
“ห้าสิบบาทจ๊ะพี่”สมายบอกราคากับโซนไป ชายหนุ่มยื่นธนบัตรสีม่วงให้คนตัวเล็ก
“ไม่ต้องทอนนะครับ”โซนพูดบอกสมาย อีกฝ่ายนิ่งอึ้งเพราะราคาจริงเพียงห้าสิบบาททำไมโซนถึงไม่เอาตังค์ถอนล่ะ
“ไม่ได้หรอกครับ วันนี้พี่แถมขนมให้ผมเยอะแล้ว ผมรับเงินพวกนี้ไว้ไม่ได้หรอก”สมายปฏิเสธเพราะวันนี้โซนแถมขนมให้เขาเยอะแล้ว สมายไม่สามารถรับเงินของคนตัวสูงได้
“รับไปเถอะครับ เอาไว้เป็นค่าขนมเราพรุ่งนี้นะ”
“สมายมีอะไรหรือเปล่า”ต่อเดินเข้ามาช่วยสมายเอาไว้เพราะเห็นท่าทีลำบากใจของเพื่อนตัวเล็ก ต่อมองอีกคนอย่างไม่ชอบใจ นี่คงเป็นอีกคนที่เข้ามาจีบสมายสินะ ดูท่าทางจะสายเปย์เสียด้วยสิเพราะเห็นนาฬิกาดิจิตอลของแบรนด์ผลไม้รุ่มท็อปที่เจ้าตัวสวมอยู่ก็น่าจะมีฐานะอยู่ไม่น้อย ลูกเจ้าของเขียงหมูพินิจพิจารณาอีกฝ่ายจนคนที่โดนจับจ้องหน้าหงิกงอไม่ชอบใจ
“เอ่อ…ไม่มีอะไรหรอกต่อ พอดีพี่เขาให้ทิปเยอะน่ะ ก็เลยตกใจนิดหน่อย”สมายพูดกับเพื่อนตัวสูง ต่อพยักหน้าอย่างเข้าใจเห็นหน้าเพื่อนตัวเล็กขอความช่วยเหลือก็พอจะรู้
“งั้นมายรับไว้เถอะ พี่เขาอุตส่าห์ใจดีเปย์ให้”ต่อพูดเน้นคำว่าเปย์กระแทกคนตรงหน้า ทำให้โซนที่ได้ยินเกิดอาการหงุดหงิดไม่น้อย โซนรู้สึกไม่ชอบหน้าเด็กหน้านิ่งคนนี้เลย ดูก็รู้ว่าต่อเองก็เหมือนเขาที่เข้ามาตีสนิทกับสมายเพราะหวังจะจีบคนตัวเล็กด้วยเหมือนกัน
“ขอบคุณนะครับพี่โซน เดี๋ยวผมแถมช่อดอกกุหลาบให้นะครับ”สมายพูดขอบคุณโซนยิ้มหวานให้คนตัวสูงกว่า โซนยิ้มตอบสมายแต่พอหันไปหาต่อเขาส่งสายตาไม่พอใจให้ไอ้เด็กตัวสูงกว่าคนนี้ เด็กอะไรอวดดีชะมัดแถมยังชอบเก๊กหน้าหล่อจนน่าหมั่นไส้
“ขอบคุณครับน้องสมาย”โซนยังส่งสายตาหวานให้กับสมายจนสมายรู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย แต่ยังไม่ลืมส่งยิ้มหวานให้ลูกค้า จนคนที่ได้รับคิดไปไกล
กว่าจะขายของเสร็จก็ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่าแล้ว สมายเก็บของเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน วันนี้ช่างเป็นวันที่ยาวนานเสียเหลือเกิน ต่อที่รอสมายเก็บแผงดอกไม้เสร็จอาสาที่จะพาสมายไปส่ง ต่อขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งสมายถึงหน้าบ้าน สมายแปลกใจว่าทำไมไฟหน้าบ้านถึงไม่เปิดเพราะปกติแล้วย่าสายจะเปิดไฟหน้าบ้านทิ้งไว้ให้สมายทุกครั้งเพราะกลัวหลานจะมองไม่เห็นทาง
“ต่อรอเราแปบนึงนะ”สมายบอกเพื่อนเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงชอบกล ต่อพยักหน้าเข้าใจ
สมายเปิดประตูรั่วไม้สีขาวก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน ท่ามกลางความมืดมิดแต่ก็ยังพอมีแสงสว่างจากแสงจันทร์ เด็กหนุ่มเดินเข้าไปเปิดสวิตช์ไฟที่ติดอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นร่างของหญิงชรานอนอยู่หน้าห้องโถงสมายวิ่งหาร่างนั้นอย่างหน้าตาตื่น
“ย่าครับ ย่าครับ”
สมายตะโกนร้องเรียกร่างของหญิงชราที่ตอนนี้นอนสลบหน้าซีดเผือกไม่ได้สติ ริมฝีปากมีคราบเลือดติดอยู่พอหันไปตรงทางเดินเจอกองเลือดกองใหญ่ สมายตกใจจนทำอะไรไม่ถูกจนต่อที่ยืนรออยู่ข้างนอกถือวิสาสะเข้ามาตามเสียงร้องของร่างเล็ก ทั้งสองพากันนำร่างของหญิงชราไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ย่าสายถูกนำตัวเข้าสู่ห้องฉุกเฉินเข้าไปแต่คุณหมอให้ญาติคนไข้รออยู่หน้าห้องก่อน สมายร้องไห้ตัวสั่นโยน ขนาดตอนที่สมายโดนพ่อตีเพราะหนีมาหาที่กรุงเทพสมายยังไม่เคยกลัวเท่านี้มาก่อนเลย
เมื่อเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมคุณหมอหนุ่มอย่างภาคินเดินออกมา สมายปรี่เข้าไปหาคุณหมอหนุ่มหน้าตาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาจนใครผ่านไปผ่านมาช่างเวทนายิ่งนัก
“คุณหมอครับ ย่าผมเป็นยังไงบ้างครับ ฮึก ย่าสายจะไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ”สมายร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะเป็นห่วงย่าสายเสียเหลือเกิน
“คุณรู้หรือเปล่าครับว่าคนไข้เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร”ภาคินถามสมาย อีกฝ่ายส่ายหน้าไปมาเพราะย่าสายทำตัวปกติมาโดยตลอดสมายจึงไม่รู้เรื่องที่ย่าสายป่วยหนักจริงๆ
“ผมไม่รู้ครับ แต่ย่าปลอดภัยใช่ไหมครับหมอ”สมายถามหมอหนุ่ม
“ตอนนี้มะเร็งได้ลุมลามไปทั่วกระเพราะแล้วครับ หมอแนะนำให้คนไข้ตัดกระเพราะทิ้งควบคู่กับการทำเคมีบำบัด แต่หมออยากให้เราไปปรึกษาผู้ปกครองก่อนนะ เพราะค่าใช้จ่ายตรงนี้ค่อนข้างสูงมากเช่นกัน หมอจำเป็นต้องย้ายคุณย่าของเราไปโรงพยาบาลที่อยู่ในตัวเมือง เพราะที่นี่ไม่มีเครื่องมือมากพอที่จะทำการรักษาคนไข้”ภาคินอธิบายวิธีการรักษาให้สมายฟัง ซึ่งยังพอมีวิธีช่วยย่าของสมายอยู่แต่ด้วยจำนวนเงินการรักษาที่มากทำให้สมายยังนึกหาหนทางที่จะช่วยย่าสายยังไง
สมายกลับมาบ้านก็เกือบเช้าแล้วโดยที่ต่อมาส่งสมายถึงหน้าบ้าน ส่วนย่าสายตอนนี้ต้องอยู่โรงพบาลเพื่อดูอาการหากร่างกายแข็งแรงกว่านี้หมอจะนัดทำเคมีบำบัดเข็มแรก ที่สำคัญสมายจะหาเงินที่ไหนมารักษาย่าสายตั้งมากมาย สมายนั่งคิดสักครู่ก่อนจะตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาพ่อกับแม่ของสมายซึ่งเป็นที่พึ่งเดียว
‘โทรมาทำเหี้ยไรแต่เช้ากูจะนอน’ ปลายสายรับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ที่จริงนานแล้วที่สมายไม่ได้อยากโทรหาพ่อเลย เพราะพ่อบอกว่าหากไม่มีเรื่องเร่งด่วนไม่ต้องให้สมายโทรหา แต่นี่คงเป็นเรื่องใหญ่แล้วที่สมายจะต้องโทรบอก
“พ่อจ๋า มายเองนะ”สมายพูดด้วยเสียงอันสั่นเครือ แต่มันทำให้ปลายสายหงุดหงิดเข้าไปอีก
‘มึงโทรหากูทำไมแต่เช้าไอ้มาย ถ้าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนนะมึง’ ศักดิ์ดาพูดตะคอกใส่คนตัวเล็ก สมายกัดริมฝีปากตัวเอง ที่จริงแล้วเขาไม่อยากคุยกับศักดิ์ดาเลย สมายรู้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้รักสมาย หากแต่เรื่องนี้มันใหญ่กว่าที่สมายจะตัดสินใจเองคนเดียว
“ย่าสายเป็นมะเร็งจ๊ะ ฮึก”สมายเสียงสะอื้น
‘ก็ไปหาหมอสิ แล้วมาบอกกูทำไม’
“เมื่อคืนย่าสายหมดสติไป คุณหมอบอกว่าย่าสายจะต้องตัดกระเพราเพื่อรักษามะเร็งที่กำลังรุกลาม แต่ว่าที่โรงบาลไม่มีเครื่องมือน่ะจ๊ะ พ่อจ๋าย่าจะต้องย้ายโรงพยาบาลไปในเมืองมันจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ สมายเลยอยากมารบ…”
‘กูไม่มี’ ศักดิ์พูดสวนกลับทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยคเลยด้วยซ้ำ ‘แค่นี้ใช่ไหมกูจะนอน’
‘พี่ศักดิ์คุยกับใครแต่เช้าเลยจ้ะ’ เสียงหวานดังเล็ดลอดออกมาจากปลายสาย เสียงผู้หญิงที่ไม่ใช่แม่ของสมาย สมายจำเสียงแม่ได้ว่าไม่ใช่แบบนี้
‘ลูกอีกระหรี่มันโทรมา’ ศักดิ์ดาพูดกับอีกคน ไม่แม้ที่จะวางโทรศัพท์เพราะอยากให้ปลายสายได้ยินสิ่งที่เขาพูด
‘อ๋อ เมียเก่าพี่ที่หนีตามยามไปใช่ไหมจ๊ะ คนอะไรเลวได้ใจเนอะ’
‘ใช่…กูก็ไม่รู้ว่าไอ้มายมันเป็นลูกกูจริงหรือเปล่า เพราะแม่มันชอบแอบเอากับคนอื่นไปทั่ว แต่กูใจดีไงรับมันเป็นลูก สุดท้ายเป็นไงแม่มันตอบแทนบุญคุณด้วยการหนีตามผู้ชายคนอื่น ฮ่าๆๆ น่าขำเสียจริง’
สมายกดวางสายอีกฝ่ายไปก่อนจะปล่อยโฮเพราะสิ่งที่ศักดิ์ดาพูดออกมามันเหมือนเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงคนตัวเล็ก ทำไมสมายต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย สมายไม่ได้เสียใจหรอกนะว่าแม่ของเขาหนีตามใครไป แต่ที่ร่างเล็กเสียใจคือคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกแท้ๆ ของย่าสายกลับไม่มาดูดำดูดีคนเป็นแม่เลยต่างหาก สมายไม่รู้ว่าจะหันไปพึ่งใคร หนุ่มน้อยนั่งกอดคุกเข่าร้องไห้จนเผลอหลับไป
อีกทางด้านชายหนุ่มวัยย่างเข้าวัยสามสิบความสูง 190 เซนติเมตรรูปร่างดีสองแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเพราะออกกำลังอาทิตย์ละสามวันเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมสีขาว
เสี่ยตงหรืออาตงปลายตามองร่างบางของหญิงสาวที่นอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกว้างอย่างไม่ใส่ใจหนัก ก่อนเขาจะเดินออกมายังห้องนั่งเล่นโดยที่มีบอดี้การ์ดอย่างพียืนรออยู่
“นายจะค้างที่นี่เลยไหมครับ”บอดี้การ์ดหนุ่มถามผู้เป็นเจ้านาย รู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยไม่เคยจะค้างที่คอนโดแห่งนี้กับเด็กคนไหนเลยแต่พีก็ยังคงทำหน้าที่ของเขาตามปกติ
“ไม่ล่ะ”เสี่ยตงปฏิเสธ
“ส่วนเงินค่าเด็กที่พามาวันนี้ฉันฝากนายจัดการด้วย”ตงหมายถึงหญิงสาวที่นอนเปลือยอยู่ในห้อง
“ได้ครับนาย”พีรับคำสั่ง
“ส่วนเรื่องที่ฉันให้ไปจัดการ นายทำแล้วหรือยัง”เสี่ยตงถามความคืบหน้ากับบอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนเดินไปหยิบแก้วไวน์ทรงสูงและเลือกไวน์ราคาแพงที่อยู่เคาน์เตอร์บาร์รินใส่แก้วยกจิบ รสชาตความหวานปนข่มช่างละมุนลิ้น ซึ่งหวนคิดถึงใบหน้าหวานของอีกคนที่เขาพบเจอ เด็กนักเรียนหน้าหวานที่ยืนร้องไห้คนนั้น มันช่างปลุกอารมณ์ของเสี่ยโดยแท้ เสี่ยตงนึกคิดว่าหากร่างบางนั้นอยู่ใต้ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขากระแทกจนอีกฝ่ายร้องไห้จะเป็นยังไง
“ครับนาย...เด็กคนนั้นชื่อสมายอยู่กับย่าเพียงสองคนครับ ผมสืบได้ว่าตอนนี้ย่าของเด็กคนนั้นป่วยเป็นมะเร็งและคงต้องใช้เงินเยอะครับนาย”พีรายงานให้เสี่ยตงฟังรัว
“ฉันฝากนายตามดูลูกแกะของฉันไปก่อนแล้วกัน”
“ครับนาย”
หมาป่าอย่างเสี่ยตงหากได้เจอเหยื่อที่ถูกใจเขาไม่มีวันปล่อยลูกแกะตัวน้อยหลุดมือไปอันขาด ร่างสูงยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์รอคอยได้กินของอร่อยซึ่งไม่นานเกินรอ