Intro
สมายเด็กหนุ่มวัยย่างจะ 17 สมายเกิดและเติบโตมาจากครอบครัวที่ไม่พร้อมอะไรสักอย่าง ไม่พร้อมจะรวย ไม่พร้อมจะมีภาระ และไม่พร้อมจะมีลูกชายอย่างสมาย เด็กมีปัญหาอย่างสมายหากหลงผิดแม้แต่เพียงนิดเดียวก็อาจจะเลยเถิดจนกู่ไม่กลับ โชคดีของสมายเพียงอย่างเดียวก็คือโตมากับย่าที่เลี้ยงสมายมาอย่างดีก็เท่านั้น ถึงย่าจะชอบเล่นการพนันทุกวันที่หนึ่งและวันที่สิบหกของทุกเดือนจนทำให้สมายต้องกินข้าวกับปลากระป๋องอยู่เรื่อย ถึงจะเบื่อยังไงแต่ย่าบอกว่ากินปลาแล้วสมายจะฉลาดสมายก็เชื่อย่าอยู่ดี
“ทำการบ้านแล้วหรือยังมาย”ต่อเพื่อนร่วมห้องถามทั้งที่สมายพึ่งมาถึงที่สำคัญก้นยังไม่แตะเก้าอี้เลยด้วยซ้ำ สมายถอนหายใจพรืดวันนี้โชคดีที่เข้าเรียนทัน ไม่อย่างนั้นคงได้นั่งฟังอาจารย์ฝ่ายปกครองสวดยับอีกแน่
“ยังเลย...วันนี้ขอลอกต่อเหมือนเดิมนะ นะ นะ”สมายพูดเสียงอ้อนต่อก็ยอมใจอ่อนแล้ว ไม่ใช่ว่าสมายขี้เกียจทำการบ้านเองหรอกนะ แต่เพราะว่าหลังจากเลิกเรียนสมายก็ต้องไปช่วยย่าขายพวงมาลัยต่อ ถ้าไม่ทำพรุ่งนี้สมายก็ไม่มีเงินค่าขนมอยู่ดี
“ก็ได้ แต่สมายต้องเลี้ยงขนมต่อเหมือนเดิมนะ จะมาชิ่งต่อเหมือนวันก่อนไม่ได้แล้วนะ”ต่อพูดดักคนตัวเล็กไว้เพราะเมื่อวันก่อนสมายรับปากกับต่อว่าจะเลี้ยงขนมแต่กลับชิ่งกลับบ้านก่อนเพราะลืมคำสัญญาของเขาไปเสียสนิท
“โอเค วันนี้เราไม่ลืมต่อแน่ๆ รีบเอาการบ้านออกมาเลยเดี๋ยวอาจารย์ธนัทจะเข้ามาแล้ว”สมายพูดเร่งคนตัวสูงกว่าก่อนจะนั่งปั่นงานภายในระยะเวลาไม่ถึงสิบนาทีพอดีเริ่มเรียนแคบแรก
“วันนี้แกจะกลับบ้านกับฉันไหม”พราวเพื่อนสาวของสมายถามหลังจากเรียนคาบสุดท้ายเสร็จทั้งสองกำลังง่วนอยู่กับการเก็บอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋าเป้ที่ทางโรงเรียนบังคับใช้
“กลับสิ แต่ขอแวะร้านพี่เปียก่อนได้มั้ย จะไปซื้อขนมมาฝากต่อพรุ่งนี้”สมายพูดบอกเพื่อน สมายยังไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับต่อที่พูดไว้เมื่อเช้าเลยคิดว่าจะซื้อของโปรดไปให้เพื่อนตัวสูงในวันพรุ่งนี้
พอมายังร้านเบเกอรี่ที่ขายทั้งขนมไทยและขนมฝรั่ง สมายเดินตรงเข้าไปหยิบขนมบราวนี่ซึ่งเป็นของโปรดของเพื่อนรัก และไม่ลืมหยิบขนมสาลี่ไปฝากย่าสายด้วย เด็กหนุ่มเดินเข้าไปคิดเงินที่หน้าเค้าน์เตอร์และบังเอิญว่าวันนี้คนที่คิดเงินไม่ใช่เปียเจ้าของร้านแต่กลับเป็นเด็กหนุ่มซึ่งดูแล้วน่าจะแก่กว่าสมายสักสองสามปี
“พี่เปียไม่อยู่เหรอครับ”สมายถามอีกฝ่ายเพราะปกติจะเห็นเปียอยู่คิดเงินตลอด ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตรต้อนรับลูกค้าตัวน้อย
“ไม่อยู่ครับ พี่เปียไปต่างจังหวัดอาทิตย์หน้าถึงจะกลับเลยให้ผมมาเฝ้าแทน นี่เราเรียนอยู่โรงเรียน xxx ใช่ไหม”ก็เห็นอยู่ว่าตราปักสัญญาลักษณ์ประจำโรงเรียนอยู่บนเสื้อด้านขวาก็น่าจะรู้ว่าสมายเรียนอยู่โรงเรียนอะไรแต่ชายหนุ่มแค่อยากจะหาเรื่องคุยกับสมายก็เท่านั้น
“ใช่ครับ ผมฝากบอกพี่เปียหน่อยได้ไหมครับ บายสีที่จะให้เอามาส่งอาทิตย์หน้าผมจะเอามาให้ตอนตีห้าของวันเลย”สมายฝากอีกคนไปบอกเปียเจ้าของร้าน เพราะสมายไม่ได้ขอเบอร์หรือแม้กระทั่ง Contact เอาไว้ติดต่อเลย ก่อนหน้านี้เปียได้เข้ามาสั่งของที่ร้านให้ทำบายสีเพราะต้องเอาไปใช้ในงานแต่งของตัวเอง ย่าของสมายเลยตกลงราคาและไม่ได้เก็บมัดจำอะไรเพราะเห็นเป็นลูกค้าเก่าที่มาสั่งมาลัยเป็นประจำ
“น้องสมายใช่มั้ย รอพี่แป๊บนะ”โซนพูดบอกก่อนจะหันไปเอาซองเงินที่เปียฝากไว้ให้สมายด้วย “พี่เปียฝากพี่เอาเงินค่าบายสีมาให้เรา”
“ขอบคุณครับพี่”สมายยิ้มเพราะคิดว่าเปียจะลืมซะแล้ว
“พี่ชื่อโซนนะ เป็นน้องพี่เปีย”ไม่ต้องรอให้สมายถาม โซนก็แนะนำตัวเองก่อน ถึงสมายจะไม่อยากรู้ก็เถอะแต่ด้วยมารยาททำให้สมายยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้ง โซนรู้สึกถูกชะตาจึงแถมขนมของร้านให้สมายยกใหญ่ “เอาไปกินเยอะๆ จะได้โตไวไว”
“ขอบคุณครับพี่ แต่ผมเกรงใจ แถมเยอะขนาดนี้เดี๋ยวร้านจะขาดทุนเอา”สมายพูดอย่างเกรงใจ เพราะรู้ว่าการขายของมันไม่ง่ายเลย กว่าจะได้ของแต่ละบาทมันช่างแสนยากเย็น เพราะสมายต้องช่วยย่าขายของตั้งแต่เด็กเลยทำให้คนตัวเล็กรู้คุณค่าของเงินกว่าใครเขา แต่ถึงอย่างนั้นโซนก็ยัดถุงขนมใส่มือให้สมายอยู่ดี
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ขนมพวกนี้เป็นเศษขนมที่ไม่สามารถเอามาขายได้น่ะ อบแตกบ้างอะไรบ้างแต่รับรองว่ายังอร่อยเหมือนเดิม”สมายรับมาก่อนฉีกยิ้มกว้างให้โซนเพราะจะได้ทานของอร่อย
“งั้นผมไม่เกรงใจนะ”สมายยิ้มร่า
“กว่าจะเสด็จออกมา”พราวพูดแขวะเพื่อนตัวเล็กหลังจากที่หอบหิ้วถุงออกมาหลายใบท่าทางดูมีความสุขเชียว
“โทษทีคุยกับพี่โซนเพลินไปหน่อย”สมายพูดบอกเพื่อนก่อนจะก้าวขาคร่อมมอเตอร์ไซค์คันเก่าของพราวซึ่งทำหน้าที่ขับส่วนสมายเป็นคนซ้อน
“พี่โซน ใครวะ?”พราวถามเพราะรู้สึกไม่คุ้นชื่อคนที่สกายกล่าวถึงเลย
“น้องชายพี่เปียน่ะ พี่เขาใจดีมากเลยนะให้ขนมมายมากินตั้งเยอะ”พราวส่ายหัวให้กับสมายที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเพราะพราวดูก็รู้แล้วว่าน้องชายเปียคงคิดจะจีบเพื่อนตัวเล็กของเขาเป็นแน่
พราวขับมอเตอร์ไซด์โดยมีเพื่อนตัวน้อยซ้อนท้าย หญิงสาวไม่ได้ขับเร็วมากนักเพราะเข้าเขตของหมู่บ้าน คนข้างหลังจับราวของมอเตอร์ไซด์ที่อยู่ด้านหลังแน่นเพราะกลัวว่าจะหงายท้องเมื่อรถของพราวออกตัวตอนติดไฟแดง พอใกล้จะถึงทางเลี้ยวเข้าซอยหญิงสาวชะลอรถแต่อยู่ๆ ก็มีรถที่ไหนไม่รู้ขับมาเกือบจะชนคนทั้งคู่แล้ว แต่ยังโชคดีที่พราวหักหลบมอเตอร์ไซด์ได้ทันแต่มิวายทำให้มอเตอร์ไซค์ล้ม
“เป็นอะไรมากไหมมาย”พราวหันไปถามสมายก่อนเพราะรู้ว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมาก สมายส่ายหัวเพราะรถล้มไม่ได้แรงอะไรแต่ก็มีถลอกนิดหน่อย
รถเก๋งคันหรูเลี้ยวกลับมาดูคู่กรณี เมื่อคนขับสูงวัยเดินลงมาดูเด็กๆ ทั้งสองรู้ว่าไม่เป็นอะไรมากก็สบายใจ
“ขับรถดีๆ หน่อยสิลุง นี่จะชนหนูกับเพื่อนอยู่แล้ว ดีนะที่หักหลบทันไม่งั้นได้ไปคุยกับลากมะม่วงแล้วป่านเนี่ย”
เด็กสาวโวยวายดังลั่นมีแต่สมายที่ยืนก้มหน้ามองถุงกระดาษที่สภาพเละไม่เป็นทรง ร่างเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ใช่เพราะตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ หากแต่เขาเสียใจเรื่องขนมที่เขาอุตส่าห์ถนอมมาอย่างดีเพราะจะต้องเอาไปฝากต่อในวันพรุ่งนี้ตามสัญญากลับเละจนกินไม่ได้แล้ว ถ้าจะกลับไปซื้ออีกครั้งก็คงไม่ได้แล้วเหมือนกันเพราะสมายใช้เงินค่าขนมของวันนี้หมดไปแล้วด้วย
แต่โชคยังดีที่ลุงคนขับรถจ่ายเงินเป็นค่าตกใจให้เงินกับเด็กทั้งสองคนละสองพัน ทำให้สมายกลับมายิ้มเหมือนเดิม ถึงจะเจ็บตัวหน่อยแต่เมื่อเห็นเงินที่ได้ความเจ็บหัวเข่าของสมายก็หายไปทันที
“เคลียร์จบแล้วใช่ไหม”เมื่อลุงคนขับรถปิดประตูรถ คนข้างหลังที่นั่งมองสถานการณ์เมื่อครู่สอบถามความเรียบร้อย
“ครับเสี่ย ผมให้เงินเด็กๆ ตามที่เสี่ยสั่งแล้วครับ”ชาญคนขับรถพูดรายงาน
“งั้นก็ดี…รีบไปเถอะเดี๋ยวไม่ทัน”เสี่ยตงหรืออาตงสั่งคนขับรถให้ขับออกไปเพราะเดี๋ยวจะไปคุยงานกับลูกค้าไม่ทัน สายตาคมยังคงจับจ้องอยู่กับคนตัวเล็กที่เมื่อครู่ยืนร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ภายในรถที่ติดฟิล์มรถยนต์มืดสนิทโดยคนข้างนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้ ตงไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กผู้ชายคนนั้นถึงยืนร้องไห้ให้กับเศษสากขนมที่มันเละไปแล้ว ของแค่นี้ซื้อใหม่จะเอากี่ชิ้นก็ได้จะทำดราม่าไปเพื่ออะไร รถเคลื่อนตัวผ่านมาสักครู่แล้ว แต่ทำไมใบหน้าสวยของเด็กผู้ชายคนนั้นยังลอยอยู่ให้หัวของเสี่ยตงอยู่เลย