Chapter 2

2463 คำ
หลังจากที่ย่าสายตัดสินใจว่าจะไม่รักษาต่อสองวันต่อมาหญิงชราก็ขอออกจากโรงพยาบาล สมายถึงจะเป็นห่วงย่าสายมากขนาดไหนก็ไม่อาจทำอะไรได้เพราะตนไม่มีเงินมากมายที่จะพาย่าไปรักษาต่อ ตอนนี้สมายเพียงแต่ดูคอยดูอาการของหญิงชราอย่างใกล้ชิดเท่านั้น เด็กน้อยยอมขาดเรียน ตอนเย็นก็ออกไปขายของเพื่อเอาเงินมาซื้อข้าวและซื้อยาให้ย่าเพียงเท่านั้น “เราว่าเราจะดรอปเรียนไปก่อนจะดีกว่า”สมายรับสมุดการบ้านจากต่อ เขาไม่ได้ไปเรียนมาแล้วเป็นอาทิตย์แต่เพื่อนทั้งสองก็ยังเอาการบ้านมาส่งให้สมายไม่ขาด ตอนนี้สมายกำลังออกไปขายของอีกเช่นเดิม ต่อกับพราวมองหน้ากันเพราะคิดไว้แล้วว่าเพื่อนตัวเล็กจะต้องพูดแบบนี้ พราวเดินมาหาสมายก่อนจะเข้ามากอดคอคนตัวเล็กถึงสมายจะเป็นผู้ชายแต่ก็ยังถือว่าตัวเล็กกว่าพราวที่เป็นผู้หญิงด้วยซ้ำ “อีกแค่เทอมเดียวเองนะมายก็จะจบมอหกแล้ว เราว่ามายคิดดูอีกทีเถอะ”พราวพูดเกลี้ยกล่อม อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธเพราะสมายรู้ว่าย่าคงอยู่รอสมายจนเรียนจบไม่ได้หรอก ทุกวินาทีตอนนี้เลยมีค่าสำหรับสมายมาก เขาอยากใช้มันให้คุ้มเพื่ออยู่ดูแลคนที่สมายรักมากที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย “เราคิดดีแล้วพราว มายอยากอยู่กับย่าสาย ฮึก จนถึงวินาทีสุดท้าย”ร้องเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะไม่อยากให้วินาทีนั้นมาถึง ร่างบางของพราวกอดปลอบผู้เป็นเพื่อนที่ร้องไห้ตัวสั่นไหว “ถ้าคิดดีแล้วงั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เราพามายไปทำเรื่องดรอปเรียนไว้นะ”ต่ออาสาพาเพื่อนตัวน้อยไปทำเรื่องดรอปกับทางโรงเรียนเอง ต่ออยากช่วยเพื่อนตัวเล็กของเขาให้มากกว่านี้แต่เพราะตอนนี้เขาเป็นเพียงเด็กนักเรียนซึ่งทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ “ขอบคุณทั้งสองคนมากเลยนะ”สมายยิ้มเป็นการขอบคุณเพื่อนทั้งสองที่คอยซัพพอร์ตให้สมายมาโดยตลอด สมายมองเพื่อนทั้งสองคนจำได้ว่าเขารู้จักทั้งสองคนตั้งแต่เรียนชั้นมอหนึ่ง จนเข้ามอสี่ทั้งสามก็ยังเรียนอยู่ห้องเดียวกัน ต่อเพื่อนตัวสูงของเขาที่มีนิสัยเงียบขรึมชอบอยู่คนเดียวหรือถ้าจะเรียกว่าเป็นพวก Introvert ก็ว่าได้ ส่วนพราวนั้นเธอเป็นสาวสวยประจำห้องทำให้มีหนุ่มมาจีบอยู่ ทั้งสามไม่มีอะไรเหมือนกันเลยแต่ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้จนถึงตอนนี้ ถือว่าเป็นวันที่ดีเพราะวันนี้เป็นวันพระทำให้ยอดขายพวงมาลัยเยอะขึ้นกว่าเดิม ตอนเช้าสมายจะร้อยพวงมาลัยเอาไว้เยอะๆ เพราะจะได้มาขายที่ตลาด ช่วงนี้ดอกไม้สวยกว่าฤดูไหนๆ ทำให้สมายขายดีมากมาหลายวันแล้ว ช่วงกลางคืนเมื่อขายของเสร็จสมายก็จะอยู่ดูแลย่าสายแทบจะทั้งคืนจนหลายวันมานี้แทบจะไม่ได้พัก ร่างเล็กใช้เวลานอนไม่สิต้องเรียกว่างีบพักไม่เกินสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ “ไอ้มายวันนี้เอ็งหน้าซีดๆ นะ พักผ่อนบ้างหรือเปล่าลูก”เสียงของป้าแมวเจ้าของร้านขายผักที่อยู่ติดกับแผงขายผักทักถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเห็นคนตัวเล็กหน้าซีดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว “ไม่เป็นไรจ้ะป้า”สมายตอบป้าแมว ใบหน้าขาวซีดเริ่มมีเหงื่อออก “ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนนะลูก เป็นอะไรมามันจะลำบาก”ป้าแมวเห็นสมายหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีหนักเลยยื่นยาดมและผ้าเย็นที่ตัวเองติดตัวมาให้สมาย สมายรับไว้เพราะตัวเองเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว เพราะเห็นว่าของยังขายไม่หมดทำให้สมายคิดว่าจะขออยู่ต่ออีกสักหน่อย “ขอบคุณนะครับป้า”สมายยกมือไหว้ขอบคุณป้าแมว วันนี้อากาศค่อนข้างอบอ้าวผู้คนในตลาดเนืองแน่นเบียดเสียดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ เสียงตะโกนของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกหาลูกค้าเข้าร้อนเพื่อให้ตัวเองเป็นจุดสนใจผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา “พวงมาลัยจ๊ะ พวงมาลัยไหมจ๊ะ...” เสียงตะโกนร้องเรียกลูกค้าของสมายค่อยๆ แผ่วเบาลง เมื่อสายตาของร่างเล็กค่อยๆ หรี่ลงจนมืดดับไป พร้อมกับเสียงร้องตกใจของผู้คนที่อยู่แถวนั้น สมายตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนศีรษะ ร่างเล็กค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นจากเตียงนุ่มจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองอยู่ที่ตลาดขายของอยู่แล้วไหงมาโผล่อยู่ในห้องใครก็ไม่รู้ ภายในประดับไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ช่างหรูเกินกว่าที่จินตนาการได้ กลิ่นน้ำหอมลอยเตะเข้าจมูกเล็กแต่เขากลับชอบกลิ่นนี้ หากนี่คือความฝันสมายก็ไม่อยากตื่นมาเลย ร่างเล็กนอนลงบนเตียงนุ่มอีกครั้งก่อนจะหลับตา นี่คงเป็นฝันดีที่สุดของสมายแล้ว หากตื่นขึ้นมาหลังจากนี้ร่างเล็กคงมีแรงสู้ต่อได้อีกยาว ร่างเล็กผล็อยหลับไปอีกครั้ง ร่างสูงของชายวัยสามสิบห้ายืนมองเด็กหนุ่มที่ยังคงนอนหลับอย่างสบายอยู่บนเตียงนุ่ม ตงมองร่างเล็กก่อนจะนั่งข้างๆ ร่างบางแล้วค่อยๆ ลูบไล้แขนเนียนของอีกฝ่าย หมาป่ากำลังจ้องมองเหยื่อรอวันให้อีกฝ่ายตายใจแล้ว แล้วค่อยๆ ลิ้มรสอาหารจานอร่อยอยู่ที่ตรงนี้ “อืม”เสียงครางหวานของร่างเล็กปลุกเร้าอารมณ์ของชายหนุ่มที่อายุเยอะกว่าเขาหนึ่งรอบ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าหล่อของอีกฝ่าย สมายเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ความฝันแต่มันคือเรื่องจริง “คะ คุณเป็นใครครับ”สมายถอยหนีร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ ใบหน้าหล่อของตงปรายตามองคนตรงข้ามที่ตัวสั่นงอ นี่เขาทำให้เหยื่อตื่นกลัวขนาดเลยเหรอ “ฉันชื่อตง แต่เรียกฉันเสี่ยก็ได้”ตงแนะนำตัวกับคนตรงข้าม แกะน้อยของเขาขี้ตกใจเสียจริง ไม่เหมือนหลายคนที่ผ่านมามีแต่จะวิ่งเข้าหาตงทุกราย เพราะด้วยความหล่อเหลาบวกกับเงินทองที่อีกฝ่ายจะได้รับ ทำให้คนที่เข้าหามักมีแต่พวกหวังแค่เงินกับชายหนุ่มเพียงเท่านั้น “ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมไว้”สมายพนมมือไหว้ขอบคุณคนตรงหน้าและยิ้มให้ตงอย่างเป็นมิตร อีกฝ่ายรู้สึกอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าสมายจะใสซื่อถึงเพียงนี้ คนตัวสูงมองร่างบางอย่างช่างใจ แกล้งทำหรือเป็นจริงตงมิอาจคาดเดาคนตรงหน้าได้เลยว่าอีกคนจะมาไม้ไหน “ทำไมเธอถึงเป็นลมล้มอยู่ตรงนั้น”ตงเอ่ยถาม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าทำไมคนตัวเล็กถึงเป็นลมล้มอยู่ที่ตลาดแต่ตงก็แกล้งถาม “อากาศมันร้อนครับ”สมายตอบใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่ดูเศร้าทำให้อาตงมองอีกฝ่ายไม่วางตา “หรือไม่เธอก็มีเรื่องไม่สบายใจใช่ไหม”ตงเอ่ยถามสมายตรงๆ ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรงดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายอย่างช่างใจ “ผมว่าผมควรกลับแล้วครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยผม เดี๋ยววันหลังแวะมาตลาดอีกผมขอตอบแทนเป็นดอกไม้นะครับเสี่ย”สมายรีบพูดก่อนจะลุกออกเตียง แต่ยังไม่ทันได้บิดลูกบิดประตูร่างเล็กก็ต้องชะงัก “ฉันรู้เรื่องเธอดีสมาย”สมายจำได้ว่าเขายังไม่ได้แนะนำชื่อของเขาให้เสี่ยเลย แล้วอีกฝ่ายรู้ชื่อเขาได้อย่างไร “ทำไมครับ”สมายถามอย่างสงสัย “ฉันให้คนตามเธอมาทั้งอาทิตย์ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเธอชื่อสมาย ตอนนี้เธออยู่กับย่าที่ป่วยเป็นมะเร็งกันอยู่สองคน และไม่นานมานี้เธอได้ทำเรื่องดรอปเรียนไว้เพื่อมาดูแลรักษาย่าของเธอจริงไหม”ตงพูดสายตาของหมาป่ามองเหยื่อที่ยืนตัวสั่นเทา รอดูอีกฝ่ายจะมีท่าทีเช่นไร “เสี่ยทำแบบนี้ไปทำไมครับ”สมายถามเจตนาของอีกฝ่าย ตงลุกจากเตียงก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาร่างเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู “ฉันจะไม่อ้อมค้อมกับเธอหรอกนะ…แกะน้อย”ตงพูดก่อนมือหนาจะจับที่แก้มเนียนของอีกฝ่าย สมายสะดุ้งเล็กน้อยเพราะมือของอีกฝ่ายช่างเย็นเฉียบ “ฉันสนใจเธอ” “คุณชอบผมงั้นเหรอ”สมายถาม แต่ตงกลับส่ายหน้า “ฉันไม่ได้ชอบเธอหรอกนะแกะน้อย แต่ฉันต้องการให้เธอมาเป็นเด็กในความดูแลของฉันต่างหาก”ตงพูดช้าๆแต่ชัดทุกคำ สมายมองตงอย่างไม่เข้าใจ “ผมขอปฏิเสธ”สมายบอกกับตงไปร่างเล็กกำลังจะจับลูกบิดประตูอีกครั้งเพราะไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระแบบนี้แต่ก็ต้องชะงัก “แลกกับเงินที่เธอจะได้ฉันว่ามันคุ้มนะ”สมายหันมามองตงอีกครั้ง “เธอต้องการเงินเพื่อรักษาย่าของเธอไม่ใช่เหรอ”ตงคลี่ยิ้มก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ร่างบางจนได้ยินเสียงหายใจของอีกฝ่าย “ขอโทษนะครับ…ผมไม่ได้ขายตัว”สมายพูดเน้นเสียงก่อนที่จะหันหลังเปิดประตูออกไปจากห้องไป ปล่อยให้คนตัวสูงมองประตูบานสีขาวพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง “เธอหนีฉันไม่รอดหรอกแกะน้อย” สมายกลับมาถึงบ้านเกือบจะตีหนึ่งแล้ว เพราะไอ้เสี่ยบ้ากามนั่นคนเดียวที่ทำให้เขาต้องมาเสียเวลาชีวิตกลับบ้านดึกซึ่งโชคดีหน่อยที่ตงให้พีเลขาคนสนิทช่วยสมายเก็บแผงดอกไม้ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่อย่างนั้นสมายก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านกี่โมงกี่ยามเพราะต้องเก็บดอกไม้ที่เหลือให้หมด สมายเข้ามาในบ้านที่ตอนนี้มีเพียงไฟตรงหน้าบ้านที่เปิดทิ้งไว้ สมายเดินเข้าไปภายในบ้านก็เห็นว่าย่าสายนอนรอเขาอยู่ที่โซฟาที่ย่าสายชอบนอนประจำ “ย่าจ๋าสมายกลับมาแล้ว ลุกเข้าไปนอนข้างในห้องเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”สมายเดินเข้าไปปลุกหญิงชราร่างท้วม “เอ็งกลับมาแล้วเหรอมาย วันนี้กลับดึกนะ”ย่าสายหันไปเห็นนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มสั้นชี้ที่เลขหนึ่งส่วนเข็มยาวชี้ที่เลขสี่บ่งบอกว่าสมายกลับบ้านดึกกว่าทุกที “จ้ะ วันนี้ขายของไม่ค่อยได้เลย เลยอยู่ดึกหน่อย”สมายโกหกย่าสายเรื่องที่ตัวเองเป็นลมที่ตลาดเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นห่วง ถ้าย่ารู้มีหวังต้องให้สมายได้หยุดขายดอกไม้สักวันแน่ๆ “เอ็งอย่าหักโหมมากนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”ย่าสายพูดกับหลานรักด้วยความเป็นห่วง สมายเข้าไปกอดย่าสายแล้วล้มตัวนอนที่ตักของย่าอย่างที่เคยทำเป็นประจำก่อนที่หญิงชราจะเอามือลูบหัวของหลานรัก สมายคิดว่าทำไมโลกนี้ถึงใจร้ายกับเขาสองย่าหลานนัก ทั้งที่ครอบครัวเขามีเพียงย่าสายคนเดียวที่เหลืออยู่ หากสิ้นคนที่ให้หนุนตักไปแล้วสมายจะอยู่อย่างไร แค่คิดจินตนาการไปถึงวันข้างหน้าน้ำตาของร่างเล็กก็เอ่อคลอแล้ว จนสมายพลิกตัวเองนอนตะแคงเพื่อไม่ให้ย่าเห็นว่าเขาร้องไห้ “ย่าจ๋า ย่าเคยบอกว่าจะยกที่ดินให้สมายใช่ไหมจ๊ะ”สมายถามเพราะครั้งหนึ่งย่าสายเคยเล่าให้เขาฟังว่าย่าสายมีที่ดินอยู่หลายแปลง แต่ตอนนี้เหลืออยู่สองแปลงซึ่งย่าสายรับปากว่าจะยกให้สมาย “…” “เราขายมันไหมจ๊ะ มายจะเอาเงินมารักษาย่า”สมายพูดบอกเจตนาไป ย่าสายหลบตาสมายเพราะเธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ที่ดินสองแปลงที่เหลือสุดท้ายจะเก็บไว้ให้สมาย แต่เมื่อหกเดือนก่อนลูกชายของเธอหรือพ่อของสมายโทรมาของยืมเงินก้อนหนึ่งเพื่อเอาเงินไปลงทุน ศักดิ์ดาอ้างว่าหากได้เงินปันผลนี้มาเขาจะรีบโอนคืนผู้เป็นแม่ทันที ย่าสายก็เชื่อคำของลูกชายจึงเอาที่ไปจำนอง ผ่านไปหกเดือนยังไม่มีวี่แววที่ลูกชายจะคืนเงินให้เธอเลย จนเจ้าหนี้ยึดที่ของเธอไปหมดแล้ว “ย่าขอโทษนะมาย”หญิงชราหลั่งน้ำตา เพราะไม่น่าหลงเชื่อคำโกหกของลูกชายตัวดีของเธอเลย กี่ครั้งแล้วที่ฝ่ายนั้นโทรมาหลอกเอาเงิน แต่ผู้เป็นแม่เมื่อเห็นว่าลูกชายลำบากก็อดที่จะช่วยเหลือมิได้ “ย่าร้องไห้ทำไมจ๊ะ”สมายลุกขึ้นนั่งเพราะความตกใจเมื่อเห็นย่าสายร้องไห้ “ย่าเอาที่ดินไปจำนองให้พ่อเราแล้ว ฮึก ย่ามันโง่เองที่หลงเชื่อคนปลิ้นปล้อนอย่างมัน”ย่าสายสารภาพกับสมาย หากแต่สมายไม่มีท่าทีที่จะโกรธย่าของเขาเลยแม้แต่น้อย “ย่าอย่าโทษตัวเองเลยนะจ๊ะ”สมายพูดปลอบย่าสาย“ของไกลตัวสมายไม่แคร์หรอกจ้ะ แต่สมายอยากเอาเงินมารักษาย่าก่อนก็เท่านั้นเอง”สมายพูดอธิบาย “ย่ารู้ว่านิสัยเอ็งเป็นคนยังไง ย่าภูมิใจนะที่เอ็งเป็นเด็กดีคิดถึงย่า แต่ทรัพย์สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ย่ามีตอนนี้ก็คือบ้านหลังนี้ ย่ายกให้เอ็งนะมาย เอ็งอย่าขายมันเป็นอันขาดนะ”ย่าสายพูดบอก ถึงจะไม่มีเงินทองให้หลานคนนี้แต่บ้านก็เป็นที่พักพิงกับสมายได้ ถึงจะไม่มีเงินแต่ก็ยังมีบ้านให้อาศัยอยู่ “จ๊ะย่า”สมายรับปาก สองย่าหลานนั่งกอดกันร้องไห้โฮ สมายหวังว่าวันที่เขาจะต้องแยกจากผู้เป็นที่รักจะไม่มาถึงเร็ววัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม