สมายคิดหนักอยู่หลายวันเพราะกังวลเรื่องที่ศักดิ์ดาจะมาทวงบ้านคืน แต่จนเมื่อถึงเวลาตามนัดแล้วกลับไร้วี่แววของพ่อตัวเอง ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะอีกฝ่ายคงไม่เข้ามาวุ่นวายกับสมายและย่าสายอีกแล้ว ส่วนสมายตอนนี้ก็คงยังใช้ชีวิตเหมือนเช่นเดิมช่วงเช้าคนตัวเล็กต้องร้อยมาลัยเพื่อเอาไปขายในตลาดตอนเย็น กลางคืนก็ยังคงดูแลย่าสายตามปกติ
“มาลัยไหมจ๊ะ มาลัย”เสียงหวานตะโกนร้องเรียกลูกค้า สมายขายของไม่ดีมาหลายวันแล้วด้วย หากเป็นเช่นนี้ตัวเขาเองต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อขายของให้หมด และอีกวิธีที่เด็กหนุ่มตัดสินใจหากวันนี้ของยังขายไม่หมดอีกอาจจะต้องเดินขายเองตามซอยหรือสี่แยกไฟแดง ไม่อย่างนั้นคงไม่พอค่าข้าวค่ายาและเหลือทุนจะทำงานในวันพรุ่งนี้
“บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะแกะน้อย”เสียงทุ้มเจ้าของร่างสูงที่อุตส่าห์เดินเข้ามายังตลาดเพื่อมาทักทายเด็กหนุ่มเจ้าของแผงพวงมาลัยหน้าหวาน โดยมีพีบอดี้การ์ดหนุ่มติดตามมาด้วย สมายเงยหน้ามองตามเจ้าของเสียงทุ้ม พอเห็นว่าเป็นใครสมายก็มีท่าทีนิ่งเงียบทันที เขาแปลกใจอยู่ไม่น้อยทำไมเสี่ยถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ
“เสี่ยมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”สมายถามอีกฝ่ายตามตรง เพราะดูจากการแต่งตัวของอีกฝ่ายที่แต่งตัวใส่สูทผูกเนกไทแบบนี้คงไม่ได้มาหาซื้อของหรอกจริงไหม
“เท่าไร”ตงเอ่ยถาม
“ดอกไม้นี่เหรอ 3 กำ 10 บาทครับเสี่ย”สมายตอบอาตงไปส่งๆ เพราะไม่อยากเสวนาด้วยเต็มทน
“ไม่ใช่...เธอน่ะเท่าไร”ตงยื่นหน้ามาพูดกระซิบอีกฝ่ายใกล้ๆ แค่กลิ่นกายของเด็กหนุ่มก็ทำให้ตงแทบคลั่งอยู่แล้ว ส่วนทางฝั่งสมายพอได้ยินที่เสี่ยพูดก็ชะงักไป คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ
“โอ๊ย…สมายไม่ได้ขายตัวนะ”สมายตอบใบหน้าหวานขึ้นสีก่อนจะหันซ้ายขวาดูว่ามีใครได้ยินหรือเปล่า โชคดีที่ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น สมายถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ชั้นอยากให้เธอไปคิดดีๆ นะแกะน้อย การมาเป็นเด็กของชั้นเธอจะได้สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ว่าจะแก้วแหวนเงินทองหรืออะไรที่เธออยากได้ชั้นจะเนรมิตมาให้เธอทั้งหมด”
“ผมไม่ได้อยากได้อะไรครับเสี่ย สิ่งที่ผมต้องการคือการที่เสี่ยเลิกยุ่งกับผมสักที”สมายพูดอย่างเหลืออด ทำให้เกมมองเด็กหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ
หากเป็นเด็กคนก่อนๆ ของเขาคงไม่วายที่จะรับข้อเสนอนี้ไปแน่ๆ ผิดกับคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าคนนี้เขาไม่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเอง ช่างน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน
เหยื่อที่ยังคิดว่าตัวเองมีทางรอด…
“ชั้นจะไม่ยุ่งกับเธออีกแกะน้อย”ตงพูดก่อนจะยื่นนามบัตรให้อีกฝ่าย “หากเธอเปลี่ยนใจโทรหาชั้นได้ทุกเมื่อ”
“มีอะไรหรือเปล่ามาย”ต่อที่บังเอิญเห็นว่าสมายยืนคุยอยู่กับตงเข้ามาทัก
“เปล่า…ลูกค้ามาถามราคาดอกไม้น่ะ”สมายรีบอธิบาย ส่วนอาตงคลี่ยิ้มให้กับร่างบางที่ลอบมองเขาเป็นระยะ
ใครดูก็รู้สายตาของตงแทบจะกลืนกินสมายเข้าไปอย่างชัดเจน
“ไปกันเถอะพี”ตงพูดบอกลูกน้องคนสนิท
“ครับนาย”
“เราไม่ชอบผู้ชายคนนั้นเลย ดูก็รู้ว่าเจตนาไม่ดีกับมาย”หลังจากคนทั้งสองเดินจากไปแล้ว ต่อหันมาพูดกับสมาย ร่างเล็กยังคงมองตามแผ่นหลังกว้างไป “มายได้ยินที่เราพูดหรือเปล่า”
“อะไรเหรอต่อ”สมายไม่ทันฟังต่อพูด
“เราบอกว่าผู้ชายคนนั้นไม่น่าไว้ใจเลย ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่านะ”ต่อเห็นท่าทีสมายแปลกๆ ก็อยากจะเตือนเพื่อนตัวน้อยของตน
“เขาคงไม่มาแล้วล่ะ”สมายพูดอย่างมั่นใจ ยังไงเขาก็ไม่มีวันจะยอมรับข้อเสนอของเสี่ยตงเป็นอันขาด แต่ว่าร่างเล็กยังคงเก็บนามบัตรที่ตงให้ไว้ใส่ในกระเป๋ากางเกง
“ต่อก็ขอให้เป็นอย่างนั้น”
ร่างบางตรวจความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายเมื่อเก็บแผงดอกไม้เสร็จ วันนี้โชคดีหน่อยดีมีลูกค้ามาเหมาพวงมาลัยไปหมด ถึงจะแปลกใจหน่อยคนที่มาเหมาสมายไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตาเสียเท่าไรนักเพราะๆ ไม่ใช่คนแถวนี้ แต่ก็ถือว่าวันนี้โชคดีที่จะได้กลับบ้านเร็ว สมายจึงเลิกงานเร็วกว่าปกติเลยแวะซื้อน้ำเต้าหู้ไปฝากย่าสายด้วยเพราะสมายอ่านมาว่าคนเป็นมะเร็งควรที่จะกินโปรตีนเยอะๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้เซลล์มะเร็งเพิ่มมากขึ้น
จากตลาดมาถึงบ้านของสมายใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีเท่านั้น บ้านไม้สีขาวสองชั้นไฟหน้าบ้านเปิดอยู่ สมายคิดว่าย่าสายคงนอนแล้ว เลยเอาของเข้าไปเก็บครัวซึ่งครัวของบ้านจะอยู่ด้านหลังสามารถที่จะเปิดประตูเข้าจากทางด้านหลังได้เลย พอเข้ามาในบ้านสมายรับรู้สิ่งที่ผิดปกติก็คือไฟในห้องของย่าสายเปิดอยู่ซึ่งปกติหากย่าสายเข้านอนจะปิดไฟเพราะเจ้าตัวชอบบ่นว่าหากไม่ปิดไฟนอนจะนอนไม่หลับและมันก็สิ้นเปลือง
“ย่าจ๋า ยังไม่นอนเหรอจ๊ะ”สมายตะโกนถามย่าสาย ในห้องปิดเงียบไม่มีเสียงตอบรับ จนสมายนึกเป็นห่วงต้องเอากุญแจสำรองมาไขเพราะข้างในห้องล็อกไว้ “ย่าจ๋า”
พอเปิดเข้ามาสิ่งที่ทำให้ร่างเล็กต้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ หญิงชราที่ตอนนี้นอนสงบอยู่ภายในห้องใบหน้าซีดเผือด สมายเข้าไปดูอาการย่าสายเจ้าตัวทำอะไรไม่ถูกเลย จึงตัดสินใจโทรหาต่อกับพราวที่เป็นเพื่อนสนิทเพื่อขอความช่วยเหลือ ย่าสายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง สมายร้องไห้ฟูมฟายเพราะกลัวย่าสายจะเป็นอะไร เขารู้ว่าเวลานี้ต้องมาถึง แต่ทำไมเวลามันถึงได้ผ่านไปไวขนาดนี้ พราวเข้ามา กอดปลอบเพื่อนตัวเล็กสมายร้องไห้โฮอยู่ในอ้อมกอดเพื่อนสาว จนกระทั่งหมอภาคินเดินออกมา
“ย่าเป็นยังไงบ้างครับ”สมายตรงเข้าไปถามคุณหมอหนุ่ม
“ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ”หมอภาคินพูด “แต่หมออยากให้คนไข้ได้รับการผ่าตัดโดยด่วน เพราะยังมีโอกาสให้คนไข้มีชีวิตอยู่นะครับ ถึงมันจะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ทำอะไรเลย หมออยากให้เราไปคุยกับผู้ปกครองใหม่”
“ไม่มีวิธีไหนดีกว่านี้แล้วใช่ไหมครับคุณหมอ”สมายถามใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยคราบน้ำตา ภาคินส่ายหน้าถึงเขาจะอยากช่วยชีวิตคนไข้ไว้ทุกคนแค่ไหนก็ตามแต่ด้วยโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นเพียงโรงพยาบาลที่อยู่แถบชนบท เครื่องมือแพทย์ไม่เพียงพอต่อการรักษา ภาคินไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว
“เดี๋ยวเราไปคุยกับพ่อเราให้นะมาย พ่อน่าจะพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง”พราวเสนอทางออกให้เพื่อนตัวเล็ก แต่สมายกลับส่ายหน้าปฏิเสธเพราะรู้ถานะของบ้านพราวก็ไม่ได้แตกต่างจากบ้านสมายสักเท่าไรนัก
“ไม่เป็นไรหรอกพราว ขอบคุณนะ”สมายยิ้มเจื่อนให้เพื่อนทั้งสอง
“เดี๋ยวเราจะช่วยคุณกับป๊าให้อีกแรง”ต่อพูดเสริม
“ขอบคุณนะทุกคนแต่ เราอยากลองหาทางออกด้วยตัวเราเองก่อน ถ้าไม่ได้ยังไงเราจะขอให้พวกเธอช่วยนะ”สมาเกมซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อน เขาไม่คิดใจให้เพื่อนลำบากในภายภาคหน้า เลยเลือกที่จะปฏิเสธเพื่อนทั้งสองไป
เป็นเวลาเกือบจะตีห้าแล้วที่สมายกลับมาถึงบ้าน ก่อนที่จะล้มตัวลงนั่งอย่างหมดแรง สมายควรทำอย่างไรต่อไปดี หากโทรหาศักดิ์ดารายนั้นก็คงไม่ได้ช่วยอะไรมิหนำซ้ำยังจะโดนคำพูดบั่นทอนจิตใจกลับมาอีก สมายหลับตาลงก่อนที่จะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่มีกระดาษใบหนึ่งซ้อนอยู่ นี่คงเป็นทางออกทางเดียวที่เขาจะทำได้สินะ สมายนั่งคิดทบทวนที่ตนจะต้องตัดสินใจอยู่สักครู่ เมื่อคิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้ตรงหน้าโต๊ะวางโทรทัศน์ หยิบมือถือโทรหาคนที่ให้นามบัตรมา
(…)
“ผมสมายนะครับ”สมายแนะนำตัว “เรื่องข้อเสนอผมตกลงครับ แต่ผมมีข้อแม้อะไรบางอย่างหากเสี่ยตกลงผมพร้อมที่จะรับงานนี้”สมายบอกเจตนา
(หึ วันนี้ตอนหนึ่งทุ่มเธอมาเจอชั้นที่คอนโด xxx เรามาคุยรายละเอียดกัน)
ตอนนี้ปลายสายวางไปแล้ว ร่างเล็กที่กำลังอยู่ภายใต้ร่างหนาเมื่อได้ยินว่าตงกำลังนัดเด็กอีกคนก็รู้สึกไม่พอใจทันที
“เสี่ยมีเด็กมาแทนผมเหรอครับ อะ..”ยังไม่ทันได้ถามอีกฝ่ายก็ดันถูกร่างหนาขยับกายเข้ามาทันที มีนปรายตามองตงอย่างหลงใหล ท่าทาง ลีลา รูปร่างของอีกฝ่ายไหนจะถานะเงินทองที่มั่งคั่งซึ่งตรงกับความต้องการของมีน แต่ถึงอย่างนั้นคนไร้หัวใจอย่างอาตงไม่ยอมเปิดโอกาสให้ใครมาครอบครอง
“เธอไม่จำเป็นต้องรู้ ตอนนี้เธอสนใจแต่ฉันคนเดียวก็พอ”ตงยิ้มร้ายก่อนจะพลิกร่างบางให้เป็นฝ่ายคุมเกมต่อก่อนที่ทั้งสองร่างจะพากันปลดปล่อยความสุขออกมา
สมายมาตามนัดที่ให้กับอาตงไว้ ร่างบางตอนนี้เดินมาหยุดที่หน้าคอนโดหรู พอมาถึงก็เจอกับพีที่ยืนสมายอยู่ สมายจำได้ว่าพีคือคนของอาตงจึงเข้าไปหา
“นายรอคุณอยู่ด้านบนครับ”พีพูดเสียงเรียบ
“ขอบคุณครับ”สมายไหว้กล่าวขอบคุณคนแก่กว่า ทำให้พีแปลกใจอยู่ไม่น้อยเพราะปกติแล้วเด็กของตงไม่เคยมีใครกล่าวขอบคุณเขาเช่นนี้
คอนโดหรูชั้นสามสิบห้าเป็นคอนโดที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นชั้นพิเศษที่มีเพียงไม่กี่คนที่จะขึ้นมาได้ ถึงสมายจะไม่ได้สนใจเรื่องราคาของมันสักเท่าไรแต่พอเข้ามาเห็นใกล้ๆ ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจมิใช่น้อย
ห้องหรูที่เอาไว้ใช้รองรับเด็กๆ ของตงซึ่งปกติแล้วเขาจะไม่เคยค้างคืนกับใครที่นี่เลยด้วยซ้ำ ร่างสูงที่กำลังนั่งจิบไวน์ราคาแสนแพงอยู่บนโซฟาสีดำหรู โดยมีเสียงดนตรีจังหวะช้าๆ บรรเลงด้วยทำนองไพเราะ
“คุณสมายมาขอพบครับนาย”พีเดินเข้ามาบอกตง
“เข้ามาสิ ชั้นกำลังรออยู่”
“ครับนาย”
พีออกมาเรียกสมายให้เข้าไป สมายพยักหน้าก่อนจะเดินตามพีเข้าไปยังห้องรับรองซึ่งตรงกลางมีโซฟาที่ตงนั่งอยู่ ทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มเขาเผลอยิ้มอย่างพอใจเพราะสมายตอนนี้ใส่เสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูนกับกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลเข้มซึ่งเลยเหนือหัวเข่าเพียงนิดเดียว เข้ากับรองเท้าผ้าใบสีขาวราคาถูกที่สมายจะใช้ใส่ในเวลาที่ไปงานสำคัญเท่านั้น
“มานั่งกับชั้นก่อนสิแกะน้อย”ตงพูดเชิญอีกฝ่าย
“ขอบคุณครับ”สมายเลือกที่จะนั่งตรงข้ามกับตง
“มานั่งกับชั้นตรงนี้”อาตงตบเบาะให้สมายมานั่งข้างๆ เขา คนตัวเล็กชะงักไปนิดหน่อยก่อนที่จะเดินไปนั่งใกล้ตงตามคำสั่ง
“ผมมีเรื่องจะขอร้องครับ”สมายหลบตาอีกฝ่ายที่มองเขาแทบจะกลืนกิน
“ว่ามาสิเด็กดี”
“ผมอยากจะขอเงินสักก้อนครับ ย่าของผมท่านป่วยเป็นมะเร็ง ผมอยากได้เงินก้อนใช้รักษาท่าน”สมายพูดบอกไปตามตรง ซึ่งอีกฝ่ายเองก็รู้อยู่แล้ว
“งั้นชั้นมีข้อตกลงให้เธอแกะน้อย”ตงพูดก่อนจะยื่นใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้เด็กหนุ่ม
“คะ...ครับ”สมายหน้าแดงเพราะไม่เคยมีใครเข้ามาใกล้เขาเท่านี้มาก่อน
“เงินสิบล้านแลกกับเธอมาเป็นเด็กของฉัน นี่ยังไม่รวมกับเงินที่ฉันจะให้เธออีกเดือนละสามหมื่นอีกนะ แต่มีข้อแม้เพียงข้อเดียวเท่านั้นที่เธอต้องทำ”ตงยื่นข้อเสนอก่อนจะเข้าไปกระซิบที่ข้างหูเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน
“...”
“ห้ามรักชั้นเป็นอันขาด”
“ตกลงครับ”สมายพูดสวนอย่างทันควัน เขามั่นใจว่าจะทำตามสัญญาได้แน่นอน เขาไม่มีวันจะรักคนๆ นี้ได้แน่ หากไม่ใช่ว่าจะเอาเงินมารักษาย่าสาย สมายคงไม่รับข้อเสนอบ้าๆ พวกนี้หรอก มือหนาจับปากคางสวยของอีกฝ่ายเพื่อให้สมายสบตาเขาตรงๆ
“ดี...งั้นถอดเสื้อผ้าเธอออกสิ”