“ปีหนึ่งพร้อมกันกว่านี้หน่อยค่ะ!”
รุ่นพี่สันทนาการตะโกนแข่งกับเสียงกลองและเสียงร้องเพลงจากเด็กปีหนึ่ง วันนี้หลังจากเลิกเรียนเด็กปีหนึ่งทุกคนทั้งสาขาวิทย์ฯ คอมฯ สาขาภาพยนตร์ และสาขาคณิตศาสตร์ก็ถูกรุ่นพี่สั่งให้มารวมตัวกันที่สแตนเชียร์เพื่อที่จะทำการซ้อมเชียร์สำหรับงานกีฬาสีเฟรชชี่ที่จะเกิดขึ้น
เอาจริงก็ซ้อมกันมาได้สักสองสามวันแล้วล่ะ แต่วันนี้พวกรุ่นพี่บอกว่าจะให้มาซ้อมจริงที่สแตนให้เหมือนวันจริงจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด
“พี่แบบนี้ขออีกรอบนะ ขอพร้อมกันแบบนี้นะ เอ้า! หลีดตั้งแถวเลย” สิ้นคำสั่งของพี่สันทนาการเหล่าหลีดของสีฟ้าก็เดินมาตั้งแถวที่ด้านหน้าสแตนเชียร์ตั้งท่าเตรียมพร้อมทันที
“โอเค หลีดพร้อม!!!”
“พร้อม!!!” หลีดตะโกนตอบดังฟังชัดอย่างแข็งขัน “กองเชียร์พร้อม!!!”
“พร้อม!!!!”
“สาม!! สี่!!” เมื่อเพลงเริ่มบรรเลงร้องหลีดก็เริ่มเต้นไปตามจังหวะ ปีหนึ่งที่อยู่บนสแตนเชียร์ก็เหมือนกันไม่ได้แค่นั่งเฉยๆ แต่ต้องมีท่านู่นนี่นั่นให้ทำตามด้วย
หลังจากซ้อมกันเสร็จสรรพก็ได้มีเวลาพักหายใจหายคอช่วงหนึ่ง ไทม์ที่กำลังกินน้ำอยู่ก็หันไปหาบูมที่ใช้แขนสะกิด
“พี่ลุคแกนี่โคตรจะฮอตเลยว่ะ” บูมพูดพลางยกแก้วน้ำที่มันไปแอบซื้อมาเมื่อสินาทีก่อนขึ้นดื่ม “ยังไงวะ” ถามขึ้นโดยที่สายตาของมันยังคงจดจ้องอยู่กับมือถือที่อยู่ในมืออย่างไม่ลดละ
“ก็ดูดิ เดินไปไหนก็มีแต่สาวมองตลอด นี่ถ้าพี่แกลงกีฬานะ สาวๆนี่กรี๊ดกันคอแตกกันไปข้างอ่ะ”
มันก็จริงอย่างที่บูมพูดนะ พี่ลุคเป็นผู้ชายสูงราวๆ ร้อยแปดสิบกว่าๆ ผิวขาวหน้าคมแถมหุ่นก็มีแต่กล้ามสวยๆ เรียกได้ว่าทรงอปป้าเกาหลีเลยก็ว่าได้ ขนาดเขาที่เป็นผู้ชายด้วยกันยังมองว่าพี่แกหล่อมากจนอดที่จะเหลียวมองไม่ได้เลย
“เดี๋ยวขออีกรอบนะคะ เอาทีเดียวผ่านเลยนะจะได้ไปพัก” พักได้ครู่เดียวพี่สันทนาการก็ให้ซ้อมอีกรอบ “กูขี้เกียจแล้วอ่ะ”
“ทนหน่อยเดี๋ยวก็ได้พักแล้ว”เรา เริ่มซ้อมเชียร์อีกครั้งคนที่อยู่บนสแตนเชียร์ก็ทำหน้าที่ร้องไปส่วนหลีดก็เต้นตามจังหวะ หลังจากซ้อมเสร็จพี่สันทนาการก็ทำการพูดคุยกันอยู่ครู่ก่อนจะนัดแนะและชี้แจงกิจกรรมก่อนจะปล่อยให้ไปพักทานข้าว
2 หนุ่มเดินออกจากสนามตรงไปยังโรงอาหารกลางพบว่าติมกำลังนั่งรอพร้อมกับจานข้าวที่พวกเขาฝากซื้อไว้แล้วก่อนจะเงยหน้าจากมือถือยกมือตอบรับคำทักทายของบูม “ไงมึง”
“ขึ้นสแตนเชียร์เป็นไง”
ทันทีที่ก้นหย่อนตัวลงมันก็ก่นบ่นออกมาทันทีอย่างกับคนแก่ “โฮ่ย! โคตรร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย แถมยังต้องแหกปากร้องจนเจ็บคออีก”
“ฮ่าๆๆ งั้นมาลองซ้อมบอลดิ สนุกแถมสนามเทนนิสข้างๆมีสาวๆมาซ้อมด้วย อาหารตาเพียบ”
“หึ ไม่เอาอ่ะ อยากนอนเฉยๆมากกว่า เหนื่อย”
บูมส่ายหัวหงึกๆ ก่อนจะเอนหลังกับพนักพิงอย่างคนหมดแรง ก็แหงล่ะขนาดเขายังหมดแรงเลยแล้วคนขี้เกียจอย่างบูมมันจะเหลือหรอ ทั้งต้องนั่งบนสแตนเชียร์ที่เต็มไปด้วยไอร้อนจากแดดที่ถูกหลังคาสังกะสีดูดลงมา ไหนจะความอบจากจำนวนคนสแตนที่เยอะจนเหม็นเหงื่อตัวเอง ไหนจะต้องแหกปากร้องเพลงแถมยังต้องทำท่าทำแขนให้เข้ากับจังหวะเพลงอีก มันเลยไม่แปลกที่จะหมดแรงหมดสภาพกันขนาดนี้
นั่งคุยกันไปอยู่ครูก่อนจะต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารของตัวเอง เสียงของใครบางคนทำให้พวกเขาที่กำลังตั้งหน้าตั้งตากินต้องเงยหน้าขึ้นมาแต่พอรู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใครพวกเขาก็ต้องถึงกับอึ้งไปชั่วครู่
“ขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ”
“พี่ลูซี่”
ก่อนหน้า 20 นาที
นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอมือถือไล่ดูโซเชียลอัพเดทสถานการณ์พลางเอนหลังพิงกับระเบียงทางเดินที่หน้าห้องเรียนรอใครบางคนที่อยู่ด้านใน
“เสร็จแล้ว” เสียงเอื่อยเฉื่อยจากประตูเรียกความสนใจให้ฉันหันไปมองพบว่าเป็นเบลล์ที่เดินออกมาด้วยสีหน้าห่อเหี่ยวราวกับคนหมดแรง ออกมาด้วยสภาพแบบนี้งานคงไม่ผ่านชัวร์
“ไม่ผ่าน?”
เบลล์พยักหน้าตอบรับ ก็ไม่ผิดจากที่คาดไว้ โปรเจ็คนี้เป็นโปรเจ็คการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศหรือ B.B.A. โปรเจ็คนี้ค่อนข้างยากเพราะต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดอีกทั้งยังต้องเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลทำสรุปอย่างละเอียดมันเลยค่อนข้างยาก ขนาดเธอที่เคยผ่านงานมายังยากเลยแล้วยิ่งเบลล์ที่หัวไม่ค่อยไปทางนี้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่
“แล้วนั่นอะไร” ถามถึงถุงพลาสติกสีดำในมือของเธอ “ขยะ จารย์แกฝากทิ้ง” เบลล์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเบื่อหน่ายสุดๆ พลางแกว่งถุงขยะเบาๆ
เดินลงจากตึกตรงไปยังคาเฟ่ฝั่งตรงข้ามของโรงอาหาร “แล้วแกจะกลับเลยป่ะ”
“รอไอ้ลุคน่ะ ช่วงบ่ายนู่นเลย”
ปกติลูซี่กับลุคจะแยกกันกลับแต่เพราะเมื่อวานคุณพี่ชายตัวดีดันรถล้มในมหาวิทยาลัยมันเลยต้องอาศัยเธอคอยรับคอยส่งแทน ตอนที่รู้ตอนแรกก็ถามนะแต่ลุคก็ไม่ยอมบอกพอเห็นแผลเท่านั่นแหละถึงได้บอกแต่ก็ไม่หมดจนเธอบ่นไปถึงยอมเล่าเรื่องให้ฟัง
ตอนแรกก็แอบโมโหนะที่พี่ชายเธอทำอะไรไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังแต่พอมารู้เหตุผลจริงๆ ก็โมโหไม่ลง เธอเข้าใจนะเพราะถ้าเป็นเธอก็อาจจะทำแบบนั้นเหมือนกัน และที่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าคนที่มาช่วยดันเป็นไทม์ หนุ่มน้อยน่ารักคนนั้นและก็พึ่งมารู้เมื่อวานว่าไทม์เป็นหลานรหัสลุคด้วย
“งั้นฉันกลับก่อนนะ แล้วแกจะไปหาพี่ลุคเลยป่ะ”
“คงงั้น…” ขณะที่กำลังจะเดินแยกจู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนไกลๆ “ฉันว่าจะไปปกินข้าวก่อน”
“อ่าว ไม่ไปหาพี่ลุคแล้วหรอ”
“เดี๋ยวให้มันมาเจอที่โรงอาหารนี่หละ ไปล่ะ” เบลล์พยักหน้าตอบด้วยสีหน้างงก่อนจะโบกมือลาและเดินแยกออกมาทันที
สองขาสาวเท้าตรงไปยังโรงอาหารพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ จนไปหยุดกับคนๆ นึ่งในชุดที่โต๊ะใน Food Court ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเพื่อนของไทม์อีกคน ระหว่างนั้นก็เดินทำทีว่ากำลังซื้ออาหารอยู่เพื่อไม่ให้ดูน่าผิดสังเกตุจนเกินไป
“ไงมึง” เสียงหนึ่งเรียกความสนใจให้หันไปมองพบว่าเป็นไทม์กับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เดินไปยังโต๊ะนั้น ลูซี่แอบเหลือบมองอยู่เป็นระยะก่อนจะหันกลับมารับอาหารที่สั่งไว้พร้อมกับ จ่ายเงินเสร็จสรรพ
เธอเดินหยิบถาดอาหารตรงไปยังโต๊ะที่มีสามหนุ่มนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานก่อนจะต่างพากันก้มจัดการอาหารตัวเอง
เมื่อถึงโต๊ะแอบเหลือบเห็นท่าเคี้ยวข้าวของอีกคนตุ้ยๆ ก็นึกแอบเอ็น ดูท่าทางของเขา “ขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ”
ไทม์กับเพื่อนๆ หันมามองพร้อมกัน โดยเฉพาะไทม์ที่ทำหน้าตกใจ พร้อมกับแก้มกลมๆ ที่อมข้าวไว้
“พี่ลูซี่”
“ค่ะพี่เอง พี่ขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ” ลูซี่ยกยิ้มให้ไทม์พลางกวาดสายตารอบโต๊ะ เพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ใน ชุดบอลขยับเก้าอี้ตัวเองพลางยื่นแขนไปทางเก้าอี้ว่างข้างไทม์ “เชิญ ตามสบายเลยครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
หย่อนตัวลงที่เก้าอี้ว่างพลางเหลือบมองคนข้างตัว ไทม์รีบเคี้ยว ข้าวกลืนก่อนจะหันมายิ้มให้ด้วยท่าทางน่ารัก จนเธออยากจะเอื้อมมือไปบีบแก้มกลมนั่นจริงๆ แต่ก็ต้องกลั้นใจไม่ให้เผลอทำอะไรแบบนั้นออกไป
“สวัสดี ครับพี่ลูซี่ ไหนตอนแรกพี่ลูซี่บอกไม่มีเรียนไงครับ”
“พอดีมาส่งพี่ชายน่ะค่ะ แล้วก็ มาส่งงานอาจารย์ด้วย” ไทม์พยักหน้ารับคำตอบก่อนจะทั้งคู่ต่างจะหันไปจัดการอาหารตรงหน้า
“อ้อใช่ นี่เพื่อนผม นี่บูมส่วนนี่ติมครับ”
“สวัสดีค่ะ” ลูซี่หันไปทักทายเพื่อนๆ ของไทม์ ก่อนจะพูดคุยกันได้อยู่ครู่หนึ่งแต่การสนทนานั้นก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีมือปริศนาวางจานลงที่ข้างเธอ
“นั่งด้วยดิ” คนมาใหม่ไม่รอให้อนุญาตเขานั่งลงที่เก้าอี้ที่มาจากไหนก็ไม่รู้ที่ข้างเธอ
“พี่ลุคสวัสดีครับ” เด็กๆ หันไปยกมือไหว้คนมาใหม่
ใช่! ไอ้คนข้างๆ คือลุค พี่ชายตัวแสบของเธอเอง ลูซี่หันไปมองมันด้วยสีหน้าที่หลากหลายอารมณ์ ลุคหันมามองพร้อมกับเลิกคิ้วใส่ “มองไร ไม่เคยเห็นคนไง”
ไอ้…
เธอสูดลมหายใจเข้าเก็บอารมณ์โมโหไม่ให้หลุดออกมา เสียงหัวเราะจากลำคอเบาๆ ของมันทำเอาเธอถึงกับเม้มปากแน่น เธอรู้สาเหตุที่เขามานั่งโต๊ะนี้ ไม่ใช่ว่าเขาหวงน้องสาวสุดสวยคนนี้หรอก แต่ที่มานั่งก็เพราะมันตั้งใจจะกวนและมานั่งเป็นก้างขวางคอต่างหาก
“เอ่อ รู้จักกันหรอครับ” เพื่อนของไทม์ที่ชื่อบูมถามขึ้นพร้อมกับสายตาของเด็กๆ ที่มองมาด้วยความสงสัย “เออ ไอ้นี่น้องพี่เอง” ลุคตอบพร้อมกับตักข้าวใส่ปากอย่างสบายใจ
“มิน่าล่ะ ตอนผมเห็นพี่ลุคครั้งแรกเลยนึกถึงพี่ลูซี่เลย”
“โห ไม่เคยได้ยินใครพูดแบบนี้นานแล้วนะ ปกติมีแต่คนบอกว่าพี่เป็นแฟนกับไอ้ลู แค่นึกว่าจะต้องเป็นแฟนกันนะ หยี๋~~ ขนลุก”
ลุคพูดพร้อมกับมองคนข้างตัวด้วยสายตาที่แลดูรังเกียจ เธอก็ไม่ต่างกันหรอก ใครจะอยากเป็นแฟนกับมัน ทำตัวทุเรศไปวันๆ
“ว่าแต่แผลพี่ลุคดีขึ้นยังครับ”
“ดีขึ้นเยอะแล้ว ดีใจว่ะขนาดเอ็งยังเป็นห่วงพี่เลย”
“หมายความว่าไงหรอครับ”
“พวกเอ็งดูสิ ขนาดพี่เจ็บแทบตายน้องแท้ๆ มันยังไม่สนใจพี่เลย พูดแล้วก็เศร้าว่ะ” ลุคพูดพลางทำหน้าทำตาเหมือนคนจะร้องไห้ทั้งที่จริงเขาก็แค่เสแสร้งตอแหลไปงั้นแหละ
สายตาของทุกคนในโต๊ะมองมาที่เธอราวกับถามถึงความจริง ในเมื่อมันอยากจะแสดงละครแบบนั้นก็ได้ ถอนหายใจเฮือกหนึ่งหันไปหาคนเป็นพี่ก่อนจะเอื้อมมือไปจับแขนข้างขวาพลางใช้มือลูบผ้าพันแผลเบาๆ
“น้องขอโทษนะ ไม่ใช่ว่าไม่สนใจแต่ช่วงนี้น้องยุ่งๆเลยไม่ค่อยได้ดูแลน่ะ ต่อไปนี้น้องจะคอยดูแลพี่เองนะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่พี่จะได้ไม่ต้องน้อยใจอีก” ช้อนตามองคนพี่พบว่าอีกคนคิ้วขมวด มองด้วยสายตาน่าขนลุกก่อนจะกลับมาทำสีหน้าปกติ ลุคยกยิ้มมุมปากพร้อมกับ ยกมืออีกข้างที่ไม่ได้พันแผลขึ้นมาบีบแก้มคนน้องพลางส่ายไปมาเบาๆ
“แหม น้องสาวที่น่ารักพูดถึงขนาดนี้พี่ชายคนนี้จะน้อยใจลงกันได้ยังไงล่ะหืม~”
ลุคจูบลงที่หน้าผากมนของลูซี่ ก่อนจะเปลี่ยนมาหอมแก้มทั้งสองข้างหนักๆ ราวกับหมั่นไส้กัน ทำเอาเธอขนลุกไปทั้งตัวทันที
“ไอ้… ” ยังไม่ทันจะด่าก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่กันแค่ 2 คน รีบกลืนคำนั้นลงไปในคอปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“น่ารักจัง ผมอยากมีพี่แบบนี้บ้าง” ฉันหันไปยกยิ้มบางๆให้น้อง ปากอยากบอกว่าอย่าเลยได้แค่พูดในใจ พี่แบบนี้แค่พี่คนเดียวก็เกินพอแล้วค่ะ
นั่งเล่นกันอีกสักพักก่อนที่จะแยกย้ายกันไป น้อง ๆ ก็กลับไปซ้อมต่อ ส่วนลุคก็ไปกับเพื่อน ลูซี่ที่ว่างตอนแรกก็จะกลับแต่นึกขึ้นได้ว่าวันนี้พยากรณ์อากาศ ว่าฝนจะตกเลยกะจะอยู่รอส่งไทม์ก่อน
นั่งเล่นมือถือรอที่ร้านขนมข้างๆ โดยไม่ลืมที่จะส่งข้อความหาไทม์
Lucyxx : พี่รอที่ร้าน Jrill ข้างๆ สนามนะคะ
รอข้อความอยู่ไม่นานก็ขึ้นว่าอ่านแล้ว
time 00.00 : พี่ลูซี่ยังไม่กลับหรอครับ
Lucyxx : รอส่งไทม์ค่ะ
time 00.00 : ผมเลิกเย็น ไม่ต้องรอก็ได้ครับ
Lucyxx : ไม่เป็นไรค่ะ อีกอย่างวันนี้ตอนเย็น ฝนตกด้วย พี่ไม่อยากให้เรากลับเองค่ะ มันอันตราย
time 00.00 : เอางั้นหรอครับ
time 00.00 : แต่ผมเกรงใจ
Lucyxx : ไม่ต้องเกรงใจค่ะ พี่ตั้งใจเอง อีกอย่างพี่จะทำงานด้วย
Lucyxx : ให้พี่ไปส่งนะคะ
time 00.00 : ก็ได้ครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วผมทักไปนะครับ
time 00.00 : ขอบคุณนะครับ
Lucyxx : ค่ะ
time 00.00 : ส่งสติกเกอร์
พอคุยจบก็หันมาเปิดไอแพดทำงานของตัวเองต่อ อันที่จริงไม่ใช่ที่ว่าจะไปส่งเพราะกลัวว่าฝนจะตกแล้วน้องจะกลับไม่ได้หรอกนะ แต่ที่เลือกจะไปส่งก็เพราะว่าอยากอยู่กับน้องเฉยๆ
ยอมรับตรงๆ ว่าตั้งแต่เจอน้องครั้งแรกก็รู้สึกเอ็นดูแต่เพราะวันนานเข้ากลับกลายเป็นว่ารู้ตัวอีกทีก็มองว่าน้องน่ารักไปแล้ว
จะว่าเธอครั่งรักก้ได้ ก็น้องน่ารักจริงๆ หนิ
นั่งทำงานของตัวเองไปพลางอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าก็แอบเห็นว่าเริ่มมีปีหนึ่งทยอยออกจากสนามแล้ว ไม่นานก็เห็นไทม์กับเพื่อนอยู่ไกลๆ กำลังเดินมาทางนี้
ไทม์หันไปบอกลาเพื่อนก่อนจะเดินเข้ามาในร้านแล้วเดินตรงมาหาที่นั่ง อยู่โต๊ะริมกระจกด้านในสุด
“พี่ลูซี่ กลับกันครับ” เงยหน้าจากไอแพดมองคนตรงหน้า “รอแป๊บนึงนะคะ พี่ขอเคลียร์งานตรงนี้แป๊บนึง”
“โอเคครับ” ไทม์นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ลูซี่ที่เห็นดังนั้นจึงเอ่ยถามเผื่อว่าเขาจะหิว “จะกินอะไรก่อนมั้ยคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
รีบจัดการงานตรงหน้าเพื่อไม่ให้อีกคนรอนาน แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าไทม์หายไปแล้วทิ้งไว้แต่กระเป๋าเป้ที่อยู่บนโต๊ะ พลางกวาดสายตามองพบว่าไทม์ยืนอยู่ที่หน้าตู้ขนมข้างเคาน์เตอร์ ลูซี่เก็บของลุกจากเก้าอี้เดินตรงไปหาไทม์ที่กำลังยืนจ้องขนมในตู้อย่างใจจดใจจ่อโดยไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าของน้องมาด้วย
“อยากกินหรอคะ” ไทม์หันมามองตาใสก่อนจะพยักหน้าด้วยท่าทางน่ารัก “เลือกเลยค่ะ เดี๋ยวพี่จ่ายให้”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจ่ายเอง” ไทม์หันมาพร้อมกับทำสายตาที่กำลังบอกว่าอย่าจ่ายให้เขา เธอจึงยกยิ้มพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“โอเคค่ะ” พออีกคนได้ยินคำตอบก็ถึงกับยิ้มตาหยีเหมือนเด็กๆ ทันทีก่อนเขาจะหันไปสั่งขนมกับพนักงาน
ให้ตายเถอะ ช่างน่ารักอะไรขนาดนี้
เมื่อซื้อขนมเสร็จสรรพก็พากันเดินไปยังอาคารจอดรถที่อยู่ห่างออกไปจากสนามประมาณ 300 เมตรแล้วขับรถออกจากมหาวิทยาลัยทันที รถ Mercedes Benz รุ่น E-Class ขับไปเรื่อยๆ ตามถนนเส้นหลัก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากฟ้าเป็นเทา
“เหมือนฝนจะตกเลยครับ”
“เห็นว่าวันนี้จะมีมรสุมเข้าน่ะค่ะ ฝนน่าจะตกหนักอยู่”
“อย่างนี้พี่ลูซี่จะกลับยังไงล่ะครับ” ไทม์หันมาพูดพร้อมกับทำตาที่ดูน่ากังวล “เป็นห่วงพี่หรอคะ”
“ครับ ผมเป็นห่วง”
ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา ใบหน้าเห่อร้อนจนถึงกับต้องยกมือปิดปากหันหน้าหนีเพื่อปกปิดความเขินนั่น บ้าจริง แค่ใบหน้า น่ารัก ของน้องมันทำให้เธอถึงขั้นเสียอาการไปแล้วหรอเนี่ย เธอต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆเลย
“พี่ลูซี่ รถขยับแล้วครับ” เสียงของไทม์เรียกสติ ฉันรีบขยับรถที่ติดอยู่บนถนนทันที
“พี่ลูซี่โอเครึเปล่าครับ เมื่อกี้ผมเห็นพี่ลูซี่หน้าแดงด้วยเป็นไข้รึเปล่าครับ” หันไปยิ้มตอบให้น้องเพื่อไม่ให้อีกคนกังวล “พี่โอเคค่ะ แค่ช่วงนี้พักผ่อนน้อยไปบ้าง”
“งั้นกลับไปพี่ลูซี่ต้องพักผ่อนเยอะๆนะครับ จะได้ไม่ป่วย”
มุมปากยกยิ้มอัตโนมัติ “ค่ะ พี่จะพักผ่อนเยอะๆนะคะ”