'05' / 2

3083 คำ
ทันทีที่รถเทียบจอดหน้าบ้านฝนก็เทลงมาทันทีอย่างกับรู้เวลา ตอนแรกก็กะจะขับรถกลับเลยแต่ไทม์บอกว่าให้รอฝนซาก่อนเพราะเขากลัวว่าถ้าเธอขับกลับตอนนี้มันจะอันตรายเกินไป เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมานั่งอยู่ในห้องรับแขก มองตามไทม์ที่ตอนนี้กำลังวิ่งกุลีกุจอไปทั่วบ้าน ดูท่าทางคงจะวิ่งไปปิดหน้าต่างที่เปิดเอาไว้แน่ๆ “ให้พี่ช่วยมั้ยคะ” ไทม์ชะเง้อหน้าออกมาจากทางขึ้นบันไดชั้น 2 พร้อมกับทำหน้าชั่งใจอยู่ครู่“งั้นรบกวนพี่ลูซี่ช่วยไปดูหน้าต่างที่ห้องซักผ้าหลังบ้านให้หน่อยครับ ผมไม่รู้ว่าปิดรึยัง” “โอเคค่ะ” ลุกจากโซฟาตรงไปยังห้องซักผ้าหลังบ้านพลางใช้สายตากวาดตามองไปรอบๆ บ้านของไทม์เป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายในบ้านตกแต่งด้วยโทนสีครีมมีเฟอร์นิเจอร์ไม้สักตกแต่งบ้างประปรายพอดูรวมๆ แล้วสบายไม่ตาไม่น้อย มาถึงห้องซักผ้า​พบว่าหน้าต่าง​ที่อยู่​ถัดจาก​เครื่องซักผ้า​มันเปิดอยู่​ เดินไปปิดให้เรียบร้อย​จากนั้นก็หันไปหยิบไม้ถูพื้น​ที่ตั้งอยู่​ข้างๆ เครื่อง​ซักผ้า​มาถูเช็ดพื้นที่เปียกจากน้ำฝนที่สาดเข้ามา “พี่ลูซี่​ครับ​ เดี๋ยว​ผมทำเอง” ไทม์รีบตรงดิ่งมาหาฉันแต่ยังไม่ทันจะถึงที่ก็เกิดลื่นล้มมาซะก่อน​ ลูซี่รีบวางไม้ถูพื้น​เข้าไปช่วยพยุงอีกคนขึ้นมาจากพื้นทันที​ “เป็น​ไรมั้ยคะ” “เจ็บครับ​ งือ” น้องเบะปากดวงตาเริ่มเอ่อด้วยน้ำใสๆ​ เธอพยุง​ไทม์เดินมาพักที่โซฟาก่อนจะหย่อนตัวลงข้างๆ “เจ็บมากมั้ยคะ” ไทม์พยักหน้าตอบพลางใช้มือจับ​ก้นที่พึ่งล้มกระแทกไปเมื่อกี้​ ตอนที่น้องล้มตอนแรกยอมรับว่าตกใจมากเกือบสติหลุดเรียกคนมาเปลี่ยนกระเบื้อง​แต่ก็นึกขึ้น​ได้​ว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ​ก็เลยรีบดึงสติตัวเองแล้วเข้าไปพยุงน้อง​ “พี่ลูซี่ครับ” แต่เอาจริงก็แอบโมโหตัวเองอยู่เหมือนกัน​ที่ไม่ดูแลน้องให้ดีปล่อยให้น้องลื่นล้ม​ ถ้าเอะใจให้เร็วกว่านี้น้องก็คงไม่ต้องเจ็บ “พี่ลูซี่ครับ!!” “คะ?” เสียงของไทม์เรียกสติ หันไปมองคนข้างตัวพบว่าตอนนี้ไทม์กำลังหันมามองด้วยใบหน้าสงสัยสุดๆ “พี่ลูซี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ ผมเห็นหน้าพี่ลูซี่เครียดมากเลย” “อ๋อ พี่รู้สึกผิดน่ะค่ะ ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เราเจ็บ” “อย่าพูดแบบนั้นสิครับ” “แต่...” ยังไม่ทันที่จะพูดจบไทม์ก็เอื้อมมือมาแตะหลังมือเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้ “มันเป็นอุบัติเหตุครับ มันไม่ได้ร้ายแรงอะไร อีกอย่างที่ผมลื่นก็เพราะผมวิ่งด้วยแล้วก็ไม่ได้ดูเลยล้ม พี่ลูซี่ไม่ได้ผิดอะไรเพราะงั้นไม่ต้องรู้สึกผิดนะครับ” ใบหน้าเห่อร้อนก้อนเนื้อในอกเต้นระส่ำจนเกือบจะหลุดออกมานอกอก รอยยิ้มหวานนั่นกับความอุ่นของมือส่งผลให้เธอเกือบสติหลุด มุมปากยกยิ้มออกมาพร้อมกับหัวเราะออกมาเล็กน้อย จะน่ารักเกินไปแล้วนะ “โอเคค่ะ พี่จะทำตามที่ไทม์บอกนะคะ” “ดีมากครับ โอ๊ย!” ไทม์เบ้หน้าพลางจับก้นที่พึ่งโดนกระแทก ดูท่าทางจะเจ็บมากนะนั่น “เจ็บมากมั้ยคะ” “ครับ ขยับนิดหน่อยก็เจ็บเลย” น้องช้อนตามองพร้อมกับเบ้ปาก “งั้นไปหาหมอดีกว่าค่ะ อย่าปล่อยไว้นานมันจะอักเสบ” “ครับ” พยุงไทม์ให้ลุกขึ้นพยุงค่อยๆ เดินไปที่รถ น้องพูดขณะที่ค่อยๆนั่งลงที่ข้างคนขับ “แบบนี้ผมจะโดนฉีดยามั้ยครับเนี่ย” “ไม่หรอกค่ะ อย่างมากก็ให้ยากินกับยาทามา” ไทม์ช้อนตาขึ้นมามองด้วยท่าทางที่เหมือนกับเด็กน้อย ให้ตายเถอะ ทำไมนับวันน้องยิ่งน่ารักมากขึ้นทุกวันนะ แบบนี้เธอจะไม่ไหวเอานะ “ผมไม่ชอบทายาเลย มันลำบาก” “งั้นให้พี่ทาให้มั้ยคะ” ขยับใบหน้าไปใกล้อีกคนจนเห็นถึงแก้มกลมที่เริ่มแดงฝาดขึ้นทีละนิด “พี่ลูซี่อ่ะ แกล้งผมอีกแล้ว ฮือ” หัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะวิสาสะเอื้อมมือใปจับแก้มกลมบีบเล่นเล็กน้อย “ก็เราน่ารักนี่คะ พี่อดใจไม่ไหวหรอก” ไทม์พองลมในปากทำให้เห็นสีแดงระเรื่อที่แก้มอย่างชัดเจนพลางพูดอุบอิบเบาๆ “ผมไม่ได้น่ารักซะหน่อยนะ ผมหล่อต่างหาก” ส่ายหัวเบาๆ กับพฤติกรรมเด็กน้อย แต่ก็อภัยเพราะน้องน่ารัก “ค่ะๆ ไทม์ไม่ได้น่ารักเลย ไทม์หล่อมากๆค่ะ พอใจยังคะ” เธอเลิกคิ้วมองคนที่ยังทำแก้มป่องไม่เลิก ถ้าเอื้อมมือไปจับอีกไทม์จะด่ามั้ยนะ ไทม์ช้อนตามองพอพลางเม้มปากเบาๆ “พอใจแล้วครับ” “ดีมากค่ะ งั้นไปโรงพยาบาลกันนะคะ น้องไทม์คนหล่อ” ลูซี่ปิดประตูฝั่งข้างคนขับก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่คนขับก่อนจะออกรถออกมา พอมาถึงโรงพยาบาลไทม์ก็ถูกเข็นเข้าห้องตรวจทันที ส่วนเธอก็ได้แต่นั่งรอข้างนอก “ไง” เสียงคุ้นหูให้ลูซี่ละจากมือถือหันไปมองพบว่าเป็นเจเจกำลังยิ้มทักทายให้กัน “ไง มาหาหมอหรอ” “ป่าว มาเยี่ยมญาติน่ะ แล้วลูล่ะ” “พาน้องมาหาหมอน่ะ” “ลูมีน้องด้วยหรอ” “รุ่นน้องที่มหาลัย” พอเขาได้ยินคำตอบก็ปั้นคิ้วขมวดทันที แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้า​ตอบ “แล้ววันเสาร์ลูว่างมั้ย” “มีธุระน่ะ” “ว่าแล้วเชียว” เจเจถอนหายใจ​เล็กน้อย​ “ทำไมหรอ” “กะว่าจะชวนไปพิพิธภัณฑ์​น่ะ เห็นว่าเชิญ​ศิลปิน​ต่างชาติมาด้วย แต่ลูปฏิเสธ​แบบนี้ก็คงต้องไปคนเดียว​แล้วแหละ” เขารู้ว่าเธอชอบงานศิลปะ​ และวันหยุดเธอก็มักจะไปพิพิธภัณฑ์​อยู่​บ่อยๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปนะ แต่รู้ว่าหากตอบตกลงไปก็เท่ากับว่าเธอยังให้ความหวังเขาอยู่​ การปฏิเสธ​คือการตัดไฟตั้งแต่​ต้นลมแบบนี้ถึงจะดีที่สุด “เอาเถอะ ถึงงั้นเราก็ยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ เอาไว้วันหลังเราจะมาทำคะแนนใหม่แล้วกัน ไปล่ะ” มองนามหลังแผ่นใหญ่​จนลับตาไป เจเจน่ะเป็นคนที่ดูเพียบพร้อม​ ใจดีและเก่งในหลายๆ ด้าน แถมยังเกิดมาในตระกูล​ชื่อดังอีก ลูซี่รู้จักกับเขามาตั้งแต่มัธยม​ปลาย​ ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นสนิทมาก เจเจทำดีกับฉันตลอด ทั้งคอยดูแล บางทีก็คอยไปรับไปส่งแทนลุคหรือพี่โจ ลูซี่รู้ว่าเจเจแอบชอบฉันมานานเพราะด้วยอากัปกิริยา​และคำพูด​ที่​ดูเป็น​ห่วงเป็น​ใยต่างๆ จนมาช่วงปีที่แล้วเจเจได้มาบอกชอบและเธอก็ได้ปฏิเสธ​ไปในทันที ตอนนั้นเขาดูผิดหวัง​มาก​ แต่ทำไงได้เธอคิดกับเขาแค่เพื่อนนี่ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังตามจีบอยู่โดยใช้เหตุผล​ว่า ‘ในเมื่อลูไม่มีใครเราก็ยังมีสิทธิ์​’ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ขออย่าทำให้เธอรำคาญ​ก็​พอ หลังจาก​นั่งรอมาสักพักไทม์ก็ถูกเข็นออกมา ลูซี่ลุกเดินตรงไปหาน้อง “หมอว่าไงบ้างคะ” “หมอบอกว่ากินยากับทายาแล้วพักสองสามวันครับ” ไทม์พูดพร้อมกับทำปากขมุบขมิบพร้อมกับทำสีหน้าที่เหมือนกับเด็กที่โดนขัดใจ “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ” “พรุ่งนี้ผมมีซ้อมสแตนครับ ถ้าผมไม่ไปเพื่อนในสาขาต้องโดนซ่อมแน่เลย” ประโยคของน้องทำเอาเธอถึงกับคิ้วกระตุก “ไม่หรอกค่ะ ตอนเราแจ้งพี่เขาเราก็ถ่ายใบรับรองแพทย์ไปให้สิคะ แค่นี้พี่เขาก็ไม่ซ่อมเพื่อนแล้ว” “แต่…” “ไม่มีแต่ค่ะ พักก็คือพักค่ะ” ไทม์พองแก้มพลางบึนปากอย่างขัดใจ “สัญญากับพี่นะคะว่าเราจะนอนพักอยู่บ้าน” ยื่นนิ้วก้อยทำสัญญากับเด็กน้อยคนข้างๆ ไทม์เม้มปากแน่ก่อนจะยื่นนิ้วมาเกี่ยว “ก็ได้ครับ” ลูซี่ส่งยิ้มให้เขาพร้อมกับใช้มือที่ว่างอีกข้างลูบศรีษะของเขาเบาๆ “เก่งมากค่ะ ไว้หายดีพี่จะพาไปเที่ยวนะคะ” “ลู~~” เสียงเรียกดังมาแต่ไกลทำให้ต้องเงยหน้าจากไอแพดหันไปมองจนพบว่าเป็นเบลล์ที่วิ่งมาแต่ไกล “โอ๊ยเหนื่อย” เบลล์วิ่งมาก่อนจะนั่งแปะด้วยสภาพที่หมดแรง “พึ่งตื่นรึไง” เอ่ยทักทายดูจากทรงแล้ววิ่งมาสภาพนี้คงตื่นสายแน่ๆ เบลล์คว้าขวดน้ำของลูซี่มากินก่อนจะยิ้มแห้งให้ “แหะ นิดนึง” “ไม่น่านิดนะ” “ก็อนิเมะกำลังเดือดนี่ จะไม่ดูต่อก็ไม่ได้ เดี๋ยวมันค้าง” เธอส่ายหน้ากับความแถของคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดู “ถ้าทีหลังเป็นอีกจะลากมานอนที่บ้านนะ” “ง่า” วันนี้สองสาวมีสอบเก็บคะแนนวิชาการบริหารและการจัดการเลยต้องมาก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัว แต่เอาจริงลูซี่ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวมากก็ได้เพราะงานที่ทำทุกวันนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการเรียนนอกห้องเรียนอยู่แล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าสอบ ทันทีที่อาจารย์บอกเริ่มลูซี่ก็ลงมือทำข้อสอบทันที เธอใช้เวลาสิบนาทีในการทำข้อสอบก่อนจะทำการตรวจคำตอบอีกรอบแล้วกดส่ง สำหรับคนอื่นคงคิดว่าเธอตอบมั่วๆ รีบทำรีบออกแต่แต่ความจริงเธอก็ตอบตามตำราและเท่าที่รู้นั่นแหละ ข้อสอบมันไม่ได้ยากเพราะนี่แค่สอบเทสหลังบทเรียน ตอบผิดก็แค่ผิดไม่ได้ตาย อีกอย่างทางบ้านก็ไม่ได้เคร่งเรื่องคะแนนสอบมากสักเท่าไหร่ ยกเว้นอาม่าอ่ะนะ ลูซี่กับลุคเลยสามารถอิสระในการเรียนอย่างเต็มที่ ไม่เชื่อดูลุคสิ คะแนนออกมาแต่ละเทอมลุ้นยิ่งกว่าลุ้นหวยอีกว่าจะโดนไทร์เมื่อไหร่ ลูซี่ออกมายืนรอเบลล์ที่หน้าห้องระหว่างรอก็ไถมือถือไปพลาง ไม่นานเบลล์ก็เดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่ดูท้อแท้ “เป็นไง” “ยังไม่ตาย” “ยากหรอ” “เรียกว่าไม่เข้าหัวเลยดีกว่า” ก็คือยากแหละ “โอ๊ย~ ฉันคิดผิดจริงๆ ที่มาเรียนสายนี้เนี่ย แม่จ๋าย้ายทันมั้ย” เดินมาถึงลิฟต์เบลล์ก็เอาหัวโหม่งกระจกลิฟต์ทันที “จะย้ายไปสาขาไหนล่ะ” “ใจเย็นจ้า แค่ประชด” เบลล์ยกมือปางห้าม “ถ้าไม่ติดว่าสอบที่มอโตเกียวไม่ติดกับพ่อขอนะ ฉันจะไปเข้าญี่ปุ่นแล้ว” เบลล์ชอบอนิเมะเธอเคยบอกว่าอยากเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียว พ่อของเธอก็เลยเสนอว่าถ้าสอบติดจะให้ไป แต่พอไปสอบกลับกลายเป็นว่าเธอสอบไม่ผ่านพ่อบอกว่าต้องมาเรียนสาขานี้แทน ซึ่งตอนแรกเบลล์ก็ไม่ยอมหรอกเธออยากเข้าสาขาญี่ปุ่น แต่เพราะด้วยความที่บ้านของเธอเปิดทำธุรกิจส่งออกอะไหล่ไปญี่ปุ่นบวกกับความที่รักพ่อมากจึงยอมเรียน เป็นเธอคงไม่ยอมหรอก เพราะชีวิตเธอ เธอเป็นคนกำหนดเอง สองสาวเดินลงจากตึกผ่านสนามเทนนิสตรงไปยังลานจอดรถที่อยู่หลังสนามกีฬา ขณะนั้นเองคนข้างๆ ก็หยุดเดินและมองไปที่สนาม “ลูๆ นั่นน้องไทม์ป่ะ” เบลล์สะกิด​พร้อมกับ​ชี้ไปยังสแตนที่อยู่​ในสนาม ลูซี่มองตามพบกับเด็กใส่แว่นที่หน้าคุ้นนั่งอยู่ด้านบน “ไหนลูบอกว่าน้องหยุดไง ทำไมโผล่มาได้… เอ้า!” ไม่รอให้เบลล์พูดจบลูซี่รีบเดินตรงไปยังสแตนทันที พอเดินมาถึงพวกรุ่นพี่ที่คาดว่าน่าจะเป็นปีสองก็พากันยกมือไหว้ ส่วนปีหนึ่งพากันหันมามองยกเว้นไทม์ที่มัวแต่กินน้ำไม่สนใจรอบข้าง​ “เอ่อ…พี่ลูซี่สวัสดี​ครับ​ มีธุระ​อะไรรึเปล่า​ครับ​” ปีสองพี่คนหนึ่งหันมาถามด้วยสีหน้าที่ดูเกร็ง “เรียกเด็กที่ชื่อไทม์ให้หน่อยค่ะ” “ได้ครับ” เด็กคนนั้นรีบเดินไปที่สแตนทันที สองปีสามสาขานี้ทุกคนล้วนแล้วแต่รู้จักลูซี่กันทั้งนั้น ที่ทุกคนดูเกร็งและเกรงใจเธอไม่ใช่เพราะว่าเธอคือน้องสาวของลุคที่เป็นพี่ระเบียบ​สุดโหดของที่นี่หรอก แต่เป็นเพราะเธอเคยมาต่อยมันและด่ามันต่อหน้าเพื่อนและรุ่นน้องถึงสาขากลายเป็นว่าทำให้ทุกคนต่างพากันกลัวเธอไปโดยปริยาย​ ลูซี่ยืนมองไทม์ที่ยังคงไม่รู้เรื่อง ปีสองเรียกไทม์ลงมาเขาทำหน้างงอย่างไม่รู้เรื่องก่อนที่เพื่อนสนิทของเขาที่นั่งข้างๆ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อบูมชี้นิ้วมาทางเธอที่ยืนอยู่ด้านล่าง ไทม์หันมาพอเห็นลูซี่เขาตกใจก่อนจะทำหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะรีบเดินลงมา “ท-ทำไมพี่ลูซี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ” “คำถามนี้พี่ควรเป็นคำถามมากกว่าค่ะ” เสียงกลืนน้ำลายของคนตรงหน้าดังอึก ไทม์ก้มหน้ามองพื้นพร้อมกับกำกางเกงด้วยความเกร็ง “พี่ขอตัวน้องกลับนะคะ พอดีเมื่อวานน้องเกิดอุบัติเหตุหมอให้พัก” หันไปบอกกับปีสอง “อ่อได้ครับ เดี๋ยวผมบอกประธานให้” “แต่…” “ไม่มีแต่ค่ะ” ไทม์เม้มปากแน่นหลังจากโดนดุ “กระเป๋าอยู่ไหนคะ” “ตรงนู้นครับ” เดินไปที่วางกระเป๋าก่อนจะหยิบใบของน้องมา “กลับค่ะ” ไม่รอให้ตอบเธอคว้ามือน้องแล้วเดินออกมาทันทีโดยมีเบลล์เดินตามมาติดๆ มาถึงรถลูซี่ก็จัดการเก็บกระเป๋า​ไว้ที่กระโปรง​หลังรถ “พี่ลูซี่โกรธ​ผมหรอครับ” ไทม์ถามด้วยสีหน้าที่ดูกังวล “โกรธ​ค่ะ” เมื่อเห็นว่าน้องเริ่มเม้มปากแน่นและทำหน้าจะร้องไห้เธอเลยเดินเข้าไปลูบหัวเขาเบาๆ ก่อนจะดันตัวของน้องให้ขึ้นรถโดยที่ไม่ได้พูดอะไร รถยนต์​คันหรูขับเรื่อยๆ ไปตามถนนโดยมีเสียงเพลงเปิดคลอเบาๆ “นี่ลู จะไม่ปลอบน้องมันสักหน่อยหรอ น้องจะร้องแล้วเนี่ย” เบลล์ที่นั่งอยู่เบาะหลังกระเถิบมากระซิบ​ด้านหลังฝั่งประตู​คนขับ ลูซี่หล่มองคนข้างตัวไทม์ร้องไห้เอามือปาดน้ำตาเงียบๆ เธอที่เห็นดั้งนั้นจึงเอื้อมไปหยิบทิชชู่​เอื้อมให้เขา “เอามือเช็ดแบบนั้นเดี๋ยวจะเจ็บตาเอานะคะ” ไทม์หันมารับทิชชู่​ในมือด้วยใบหน้าที่เอ่อน้ำตาก่อนจะเอาไปเช็ด “ขอบคุณครับ​ ฮึก!” ทั้งคู่ไม่ได้พูด​อะไรต่อจนขับมาส่งเบลล์ ก่อนไปเธอยังมีทิ้งท้ายไว้ให้อีก ‘อย่าไปดุน้องมากนะ เดี๋ยวน้องมันกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้’ พอฟังแล้วทำให้ลูซี่เริ่มกังวลว่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ขับมาถึงบ้านของไทม์ทำการจอดรถเทียบจอดที่ข้างรั้วหน้าบ้าน ทั้งสองคนเดินลงจากรถโดยที่มีไทม์นำ ตอนเดินเข้ามาฉันกวาดสายตามองรอบๆ ดูเหมือนคุณแม่​ของน้องจะไม่อยู่​บ้าน “ยาที่หมอให้มาอยู่ไหนคะ” ไทม์ชี้นิ้วไปที่โต๊ะหน้าทีวีขณะที่​ยังสะอื้น “นั่งรอตรงนี้ก่อนค่ะเดี๋ยว​พี่ไปเอายามาให้” ฉันเดินไปหยิบยาที่น้องต้องทานออกมาพร้อมกับ​สเปรย์​แก้ปวดก่อนจะนั่งลงบนโซฟาข้างเขา “ทานยาก่อนค่ะ แล้วค่อยทา” รับเอื้อมมือมารับยาก่อนจะนั่งมองมือที่มียาพร้อมกับ​ทำปากเบะ “เป็น​ไรคะ” เธอถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนเอาแต่นั่งมองยาที่อยู่​ในมือไม่ยอมกินสักที​ “ไทม์” “ผมรู้สึกผิด ถ้าผมไม่ไปพี่ลูซี่ก็คงไม่โกรธ​แบบนี้” ไทม์พองแก้มเม้มปากจนเห็นแก้มที่แดงระเรื่อ “ถ้าไม่อยากให้พี่โกรธคราวหน้าก็ต้องเชื่อฟัง​พี่นะคะ” “พี่ลูซี่ไม่โกรธหรอครับ” “โกรธค่ะ แต่ตอนนี้หายแล้ว” “จริงหรอครับ” ไทม์หันมาพูดพร้อมกับทำตาแป๋วอย่างน่ารักจนทำให้ลูซี่เผลอกัดปากเพื่อระงับอารมณ์​และหัวสมองที่กำลังคิดเรื่องไม่ดีอยู่ “ค่ะ” “ เย้-โอ๊ย!” น้องทำท่าจะยกมือดีใจแต่เพราะยังเจ็บอยู่​เลยกระทบจนตัวงอ “อย่าขยับมากสิคะ เรายังเจ็บอยู่” “ก็ผมดีใจนี่ครับ” ได้แต่ส่ายหัวเนือยกับความเด็กน้อยของคนข้างๆ “แต่ถ้ามีคราวหน้าอีกพี่จะไม่ใช่แค่โกรธแล้วนะคะ” “พี่ลูซี่จะลงโทษผมหรอครับ” ใบหน้าของน้องที่มีความกังวลมันทำให้เธออดไม่ไหวที่จะแกล้ง “นั่นสินะ ลงโทษอะไรดี” “ง่า~อย่าลงโทษผมเลยนะครับ” ไทม์เอื้อมมาจับแขนพร้อมกับเขย่าด้วยท่าทางออดอ้อน “งั้นต่อไปนี้เราก็ต้องเชื่อฟังพี่นะคะ ห้ามดื้อห้ามซนห้ามขัดคำสั่ง” “ครับ! ต่อไปนี้ผมจะเชื่อฟังพี่ลูซี่ทุกอย่างเลยครับ!” ไทม์ทำท่าตะเบ๊ะบวกกับใบหน้าหวานนั่นทำให้ลูซี่เผลอยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ “ดีมากค่ะ” ฉันเอื้อมมือไปบีบแก้มน้องด้วยความหมั่นเขี้ยวทำให้แก้มที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงระเรื่อเข้าไปอีก สัมผัสแรกคือแก้มน้องนิ่มมาก มันนิ่มเสียจนทำให้เธออยากจะจับฟัด ณ ตรงนั้นเลย ถามว่าเธอบ้ามั้ยที่คิดแบบนั้นบ่อยๆ จะบอกว่าเธอบ้าก็ได้ ก็ทำไงได้คนมันหลงไปแล้วนี่ จะถอนตัวตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วล่ะ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม