๑ : เยี่ยนฟางทะลุมิติ
Chapter 1
'เยี่ยนฟางทะลุมิติ'
เสียงร้องไห้ดังระงมภายในห้องของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เหล่าเครือญาติกำลังเศร้าโศกกับการจากไปของหญิงสาวอายุยังน้อยที่นอนสงบนิ่งบนเตียงคนไข้ โดยไม่รู้เลยว่าวิญญาณของเธอกำลังจ้องมองเหล่าพ่อแม่พี่น้องอยู่ด้านหลังโดยที่ไม่มีใครเห็น
พยาบาลเดินทะลุตัวโปร่งของเธอไปจน เยี่ยนฟาง ถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก เธอมองร่างไร้วิญญาณของตนเองที่นอนอย่างสงบบนเตียงเมื่อมองไล่ลงมาก็เห็นหนังสือนิยายเล่มหนึ่งที่เธอยังอ่านไม่ทันจบด้วยซ้ำเพราะสิ้นใจไปเสียก่อน
วิญญาณโปร่งล่องลอยไปยังข้างเตียงมองดูเหล่าเครือญาติที่กำลังร้องไห้เศร้าโศกอย่างหนัก เธอเองก็เสียใจนะที่ต้องตายแต่ทำใจเรื่องนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว โรคมะเร็งมันร้ายกาจเกินไปเธอสู้ไม่ไหวหรอกมันเหนื่อย
แต่ยังอ่านนิยายไม่จบเลย
มือเล็กเอื้อมไปจะหยิบหนังสือนิยายแต่จังหวะที่สัมผัสนั้นกลับมีแสงสว่างจ้าทอประกายขึ้นจนเยี่ยนฟางต้องหลับตาปี๋ยกมือขึ้นบังใบหน้าเอาไว้
.
.
.
เฮือก!
สตรีนางหนึ่งผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงสีหน้าตื่นตกใจจนซีดเผือด เหงื่อชื้นผุดออกมาจากขมับบาง ริมฝีปากแห้งผากเสียจนต้องแลบเลียแต่น้ำลายก็เหนียวไปหมด มือเล็กค่อย ๆ ถูกยกขึ้นดวงตาฉ่ำวาวก้มลงมองเนื้อกายของตนเองก็ต้องตกใจมากกว่าเดิมเมื่อพบว่าตนนั้นอยู่ในชุดโบราณคร่ำครึ เสียงผู้คนดังลอยมาตามลมจากด้านนอกแม้นไม่ดังอะไรแต่ก็ตอกย้ำว่าตนไม่ได้อยู่ที่นี่ผู้เดียว
เยี่ยนฟางค่อนข้างสับสนมึนงงว่าทำไมตัวเธอถึงมาอยู่ที่นี่ มันไม่เห็นเหมือนโลกหลังความตายแบบที่เคยได้ยินเรื่องเล่ามาเลย มันเหมือนฉากหนึ่งในซีรี่ส์จีนพีเรียดเสียมากกว่า จำได้ว่าตัวเองตายแล้วด้วยโรคมะเร็งในวัย 28 ปี กลายเป็นวิญญาณยังเห็นพ่อแม่พี่น้องร้องไห้คร่ำครวญกับการจากไปของตนเองอยู่เลย
เหมือนว่าภาพสุดท้ายก่อนจะมาอยู่ที่นี่คือเธอจับหนังสือนิยายที่ยังอ่านไม่จบจากนั้นก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นจนต้องหลับตาปี๋พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่แล้ว
หรือว่าจะทะลุมิติเข้ามาในนิยาย
ยังไม่ทันจะได้คิดทบทวนหาคำตอบกับตนเองประตูเรือนก็ถูกเปิดออกเสียก่อน หญิงสาวนางหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมสำรับอาหารก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะแล้วหันมาส่งยิ้มให้เธอจนเยี่ยนฟางต้องยิ้มตอบอย่างมีไมตรี
“ท่านอาจารย์วันนี้มีหมูผัดขิงที่ท่านชอบด้วยเจ้าค่ะ” เสียงใสหวานเอื้อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มแต่ทำเยี่ยนฟางมึนงงไม่น้อย นางกลายไปเป็นอาจารย์ของใครตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
แต่ในนิยายที่อ่านยังไม่ทันจบเรื่องนั้นก็เกี่ยวกับสำนักเซียนมีลูกศิษย์อาจารย์เหมือนกัน ให้ตายสิ! หรือว่านางจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายจริง ๆ และตอนนี้ก็อยู่ในร่างของอาจารย์สักคนภายในสำนักเซียนเสียด้วย
“ขอบใจ” นางกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังราวแขวนอาภรณ์เพื่อหยิบผ้าคาดเอวขึ้นมาดูเพราะของพวกนี้จะมีชื่อเย็บปักเอาไว้ที่ชายผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกศิษย์ที่โรงซักล้างส่งคืนผิดคนที่รู้ก็เพราะเคยอ่านนิยายมาแล้ว
เยี่ยนฟาง
ทำไมชื่อแซ่เหมือนนาง?
เมื่อนึกย้อนไปถึงเนื้อหานิยายก็กระจ่างใจขึ้นมาตัวละครในนิยายคนหนึ่งมีชื่อแซ่เหมือนกับนางทุกอย่าง ตอนอ่านก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่มันจะบังเอิญถึงขนาดนี้ ตอนนี้ดันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครนี้อีก หรือว่าเรื่องนี้จะเป็นต้นเหตุให้นางเข้ามาอยู่ที่นี่กันนะ
ในเมื่อทะลุมิติเข้ามาแล้วจะทำอะไรได้นอกจากยอมรับ ทำใจ และใช้ชีวิตอย่างสงบภายในนิยายเรื่องนี้ เพราะชีวิตจริงนางตายไปแล้ว มันก็เหมือนพรจากสวรรค์ที่ทำให้นางยังมีชีวิตอยู่ถึงจะไม่ใช่ร่างกายตัวเองแต่วิญญาณก็ยังเป็นของนาง ฉะนั้นใช้ชีวิตให้คุ้มค่าในโลกนิยายนี้เสียดีกว่า
“เย่ไป๋ฉี”
“เจ้าคะ?” เย่ไป๋ฉี หันมาตามเสียงเรียกเยี่ยนฟางจึงมั่นใจแล้วว่านางทะลุมิติเข้ามาในนิยายและอยู่ในร่างของเยี่ยนฟางที่เป็นอาจารย์หญิงแห่งสำนักหลานเฟิน
“ไม่มีสิ่งใดแล้ว” นางกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าว กองทัพต้องเดินด้วยท้องจะคิดอะไรก็ขอให้ท้องอิ่มเอาไว้ก่อนเดี๋ยวก็คิดออกเอง
“เจ้าคลานสี่ขาสิ!”
“คลานสี่ขาเข้ามาหาข้าแล้วข้าจะคืนให้!”
ยังไม่ทันจะจับตะเกียบเสียงดังก็ลอยเข้ามารบกวนโสตประสาทจนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยจะไม่สนใจก็ทำไม่ได้อีกเพราะนิสัยนางมันดันเป็นคนขี้เสือกเสียด้วย ร่างอรชรในชุดนอนตัวบางลุกขึ้นยืน เย่ไป๋ฉีก็รู้หน้าที่รีบนำเสื้อคลุมตัวหนามาสวมใส่ให้ผู้เป็นอาจารย์
เยี่ยนฟางเดินออกมานอกเรือนมองไปยังใต้ต้นไม้ก็เห็นกลุ่มลูกศิษย์ยืนกันอยู่หลายคนท่าทางหัวเราะร่วนสนุกสนานเชียว แต่เมื่อนางเพ่งมองดี ๆ กลับเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังคลานเข่าอยู่ภายในวงล้อมของลูกศิษย์คนอื่น ๆ ปอยผมสีขาวขยับไหวเป็นจุดเด่นมันทำให้นางรับรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นั้นก็คือ ตงป๋อเหวิน อนาคตเขาจะกลายเป็นตัวร้ายของเรื่องและสังหารเยี่ยนฟางตาย
เยี่ยนฟาง?
“เยี่ยนฟางก็คือข้านี่!”
นางตะโกนขึ้นด้วยความตื่นตระหนกจนเย่ไป๋ฉียังตกใจ แต่นางก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะตอนนี้หัวใจกำลังสั่นไหวอกสั่นขวัญแขวนไปหมดแล้วเพราะชะตาชีวิตของเยี่ยนฟางในนิยาย ต้องตายตั้งแต่กลางเรื่อง!
มารดามันเถอะ!
ป่วยตายไม่พอ ทะลุมิติมายังต้องตายอีกหรือไง
และคนที่สังหารเยี่ยนฟางก็คือตงป๋อเหวินผู้นั้น เด็กผู้ชายตัวผอมบางที่ดูอ่อนแอไร้พิษภัยใด ๆ แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าเด็กอ่อนแอไร้ประโยชน์ผู้นี้ในอนาคตจะกลายเป็นตัวร้ายที่ร้ายสุดขั้ว สังหารผู้คนเป็นผักปลา กวาดล้างสำนักเซียนจนล่มสลายไปมากมาย ทำให้ยุทธภพเข้าสู่กลียุคอย่างน่าหวาดหวั่น แต่นางอยู่ไม่ถึงเห็นสิ่งเหล่านั้นหรอกเพราะต้องตั้งแต่กลางเรื่องแล้ว
แล้วเรื่องอะไรมันจะยอม คนเราเกิดมาจะตายสักกี่ครั้ง สองครั้งก็ยังพอทนไหวแต่ถ้าตายเร็วมันก็ไม่ได้ปะ นางอุตส่าห์ได้มีชีวิตอีกครั้งขอมีชีวิตยืนยาวหน่อยไม่ได้หรือไง
“โอ๊ย!” เสียงร้องของตงป๋อเหวินดังขึ้นเมื่อถูกเตะเข้าอย่างแรงจนกลิ้งหลุน ๆ ไปตามพื้นเนื้อตัวเปรอะเปื้อน ใบหน้าและร่างกายมีแต่รอยฟกช้ำอย่างน่าสงสาร
ไม่ได้การแล้ว ถ้าปล่อยให้เขาโดนรังแกแบบนี้จะต้องสะสมเป็นความแค้นจนอนาคตกลับมาแก้แค้นฆ่าล้างสำนักแน่นอน
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะต้องช่วยตงป๋อเหวินเลยจัดท่ายืนตัวเองให้อกผายไหล่ผึ่ง แขนข้างหนึ่งยกขึ้นเท้าเอว ส่วนอีกข้างยกขึ้นก่อนจะวาดปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังกลุ่มเด็กพวกนั้น สุรเสียงหวานแต่เข้มและดุดันตะโกนออกไปจนสุดเสียงแม้แต่นกยังแตกรังกระพือปีกบินหนีอย่างตื่นตระหนก
“หยุดนะไอ้พวกเด็กเวร!”