INTRO
INTRO
ผับหรู
เสียงดนตรีดังกระหึ่มในสถานบันเทิงยามค่ำคืน ผู้คนออกมาสังสรรค์เพื่อปลดปล่อยหาความสุขให้กับตัวเองกันเนืองแน่น เจ้าของเรือนร่างเซ็กซี่ยกขวดเครื่องดื่มมากระดกน้ำรสขมลงคอราวกับว่ามันคือน้ำเปล่า ในขณะที่โยกกายตามเสียงเพลงอย่างมีจริต โดยไม่แคร์ภาพลักษณ์นางแบบระดับเบอร์หนึ่งในวงการของตัวเอง
“พอก่อนไหม แม่ลำยอง นี่จะดื่มเอารางวัลหรือไง คนมองเยอะเห็นไหม”เลม่อนเพื่อนสาวของบีน่าปรามพร้อมกับแย่งขวดเหล้าในมือบีน่ามาถือเพื่อให้บีน่าหยุดการกระทำนั้น หากดื่มมากเกินไปบีน่าจะเป็นภาระตนและหากเมามายจนทำอะไรไร้สติจะเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียง ยิ่งวันนี้ไร้เงาบอดี้การ์ดที่พายุส่งมาเฝ้าก็กลัวจะไม่ปลอดภัย
“นานๆทีจะหนีเที่ยวได้ ก็ต้องดื่มเยอะๆหรือเปล่า กักตุนๆ”แม้เลม่อนจะแย่งขวดเหล้าไปแต่บีน่าก็เปิดขวดใหม่ขึ้นมาโดยไม่รีรอ
“เอ้า นี่แกหนีเที่ยวเหรอ จะซวยกันหมดไหมเนี่ย”
“พอดีฉันขี้เกียจขอพ่อ ชีวิตเป็นของฉันนะ ฉันอยากเป็นอิสระ แกว่าเสร็จนี่เราไปไหนต่อดีล่ะ”
“ยังไม่รู้เลย ตอนนี้แกทำให้ฉันระแวงไปด้วยว่าพ่อแกจะมาลากแกกลับตอนไหน ไม่หนุกเลยวะ”
“อย่าพูดถึงเรื่องน่าเบื่อตอนนี้เลย ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้วนะที่จะต้องทำตามคำสั่งพ่อเหมือนเด็กปัญญาอ่อน ฉันดูแลตัวเองได้ ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน คอยดูเถอะ ถ้าห้ามมากๆนะ ฉันจะติดยา ฉันจะหนีตามผู้ชาย ฉันจะจับผู้ชายปล้ำทารุณกรรมให้สาสมใจ”จบประโยคประชดชีวิตบีน่าก็กระดกเครื่องดื่มลงคอไปเพื่อดับกระหาย
“แกลองหาแฟนเป็นบอดี้การ์ดสักคนไหม ได้ทั้งแฟนได้ทั้งคนคุ้มกัน พ่อแกจะได้หายห่วง”นางแบบสาวส่ายใบหน้าไปมาอย่างเอือมระอา แสงสีรอบกายมันทำให้เธอกลับมาสนุกสนานไปกับมัน เปลี่ยนเรื่องพูดคุยกับเลม่อนทิ้งเรื่องน่าหงุดหงิดไว้ข้างหลัง
ดวงตาสีเทาจากคอนแทคเลนส์เหลือบมองเห็นชายฉกรรจ์หลายคนเดินมาที่เธอ แม้เสียงเพลงที่เปิดจะเป็นเพลงโปรดแต่ความสนุกมันหายไปแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดทันที คาดเดาได้ไม่ยากว่าพ่อของเธอคงจะส่งคนพวกนั้นมาเฝ้าเธอทุกฝีก้าวหรือไม่ก็ตามเธอกลับบ้าน
“ม่อน มีคนมาตามวะ หนี”สะกิดเพื่อนรักที่ยืนเต้นข้างๆให้มองตามที่เธอมองไป สองสาวหันหลังกลับเพื่อจะหนีไปอีกทาง แต่ไม่คิดว่าจะมีคนรู้ทันความคิดของเธอ ธนินมายืนกอดอกดักหน้าเธอ จ้องมองเธอคล้ายเธอมีความผิดใหญ่หลวง “ลุงนิน!”บีน่าอุทานด้วยความตกใจ ชายผู้นี้เปรียบเสมือนกล้องวงจรปิดของพ่อเธอที่รายงานรวดเร็วดั่งใจ มันทำให้เธอยิ่งหงุดหงิดไปใหญ่
“นับวันคุณหนูยิ่งดื้อนะครับ ใครเตือนอะไรไม่ฟังเลย คุณหนูก็รู้ว่าตอนนี้ศัตรูของนายใหญ่และของคุณแพคก็เยอะ คุณหนูหนีมาเที่ยวทำไมไม่บอกพวกเรา”
“วันนี้น่าจะเที่ยวกับเพื่อน กลับไปเลยไม่ต้องมาเฝ้า”
“ก็ให้เที่ยวไงครับ แต่พวกเรากลัวว่าคุณหนูจะอยู่ในอันตรายถึงต้องตามมาเฝ้าไม่ห่าง พวกเราห่วงความปลอดภัยของคุณหนูนะครับ ถ้าไม่มีคนดูแลคุณหนูเลยศัตรูของพวกเขามันอาจพุ่งเป้ามาที่คุณหนู แล้วมันอาจจะฆ่าคุณหนูได้นะครับ ตอนใกล้ตายคุณหนูจะทรมานมากนะครับ ไม่กลัวเหรอ”ธนินขู่ฟ่อ
“น่าไม่ชอบมันน่ารำคาญ ศัตรูพวกเขามันไม่เกี่ยวกับน่าซะหน่อย น่าป้องกันตัวได้”
“อย่าทำเป็นเก่งและอย่าดื้อครับ”ธนินกำชับจริงจัง แต่บีน่าก็ไม่ได้แคร์สายตาดุดันนั้น เธออยากมีชีวิตอิสระตามประสาวัยรุ่นแต่เธอน่าจะเลือกเกิดผิดที่ ชีวิตถึงไม่สงบสุขเสียที
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!”บีน่าพยายามตะโกนเสียงดังแม้จะสู้เสียงเพลงที่ดังสนั่นไม่ได้ก็ตามพลางทำท่าทางตกใจตามบทที่เล่น “ชายชุดดำพวกนี้มันจะลวนลามหนูค่ะ ช่วยจับพวกเขาที”
เกิดเสียงฮือฮาจากบรรดาหนุ่มสาวที่สังสรรค์กันบริเวณนั้นต่างก็ตื่นตกใจ ไม่เว้นแม้แต่ชายฉกรรจ์ผู้ตกเป็นจุดรวมสายตา การ์ดของผับรีบเข้ามาดูความปลอดภัย บีน่าจึงอาศัยช่วงชุลมุนเดินเลี่ยงออกมา
“หยุดเถอะลุงนิน อย่าตามหนูมา ลุงนินแก่แล้ววิ่งตามหนูไม่ไหวหรอก แบร่”บีน่าตะโกนกลับมาบอก แยกย้ายกับเลม่อนคนละทิศคนละทาง ก่อนจะรีบวิ่งหาทางออกจากผับไปที่บิ๊กไบค์ของตัวเองที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถ สวมกางเกงทับชุดเดรสให้ทะมัดทะแมง สวมแจ็กเก็ตและหมวกกันน็อค ก่อนจะรีบขับบิ๊กไบค์ออกไปโดยไม่ให้มีใครตามมาทัน
ทว่ามันผิดความคาดหมาย ลูกน้องของพ่อเธออีกหลายคนสแตนบายรออยู่หน้าผับ บีน่าจึงบิดบิ๊กไบค์ปาดหน้ารถคันหรูออกไปเมื่อพวกเขามาขวางทางไว้ พวกเขาจึงขับรถตามบีน่าไปทันที
“คุณหนูกลับบ้านเดี๋ยวนี้!”ลูกน้องคนหนึ่งเปิดกระจกรถออกมา ใช้โทรโข่งมาเป็นเครื่องมือสื่อสาร ตะโกนตามหลังบิ๊กไบค์ของบีน่าที่อยู่ห่างกันไม่เท่าไร
“ไปขวางหน้าง่ายกว่าไหมพี่”คนขับรถถามอย่างร้อนรน
“เดี๋ยวคุณหนูรถคว่ำ ถ้าคุณหนูเป็นอะไรแม้แต่นิดเดียวนายฆ่าพวกเราแน่ๆ”เขาเหลียวมาตอบคนขับรถ ก่อนจะหันกลับไปตะโกนใส่โทรโข่ง“คุณหนูหยุด! กลับบ้านเถอะ อย่าดื้อเลยครับ ตอนนี้มันดึกแล้ว หมดเวลาเที่ยวแล้ว”
“น่ารำคาญ”นางแบบสาวไม่แคร์เสียงที่ไล่หลังมา เธอยิ่งเร่งความเร็วมากขึ้น เมื่อเห็นทางแยกจึงเลี้ยวรถออกจากถนนใหญ่ไปตามทางเฉพาะบุคคลที่รถใหญ่เข้ามาได้ยากลำบาก
“หวังว่าจะตามมาไม่ทันนะ”เส้นทางนี้เธอไม่คุ้นชิน แต่บริเวณนั้นมีตึกร้างอยู่หลายตึก บิ๊กไบค์ราคาแพงจึงขับเข้ามาจอดแอบในบริเวณนี้เพราะด้วยฝนเริ่มตกปรอยๆเธอไม่อยากไปต่อเกรงว่าจะเกิดอันตราย
“ขออยู่ที่นี่แป๊บนึงนะคะ”บีน่ายกมือไหว้สถานที่แห่งนี้ ถึงแม้บรรยากาศตอนเที่ยงคืนมันจะดูวังเวงน่ากลัวและไม่รู้ว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกขี้ยาหรือเปล่าแต่บีน่าก็เลือกมาหลบที่นี่ เพื่อรอให้ลูกน้องของพ่อกลับไปให้หมดก่อน แล้วเธอถึงจะขับกลับไปหาเลม่อนฝ่าฝนกลับไปเที่ยวต่อ เท้าเล็กค่อยๆก้าวเข้าไปข้างในอย่างกล้าๆกลัวๆ พร้อมกับแสงไฟจากโทรศัพท์ของเธอที่ส่องสว่าง