EP.4
วันต่อมา
บีน่าตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวันเธอก็ไม่เจอแม้แต่เงาเคลีส ทั้งที่เมื่อคืนเธอนอนกอดเขาไว้แน่น เธอจึงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ก็ยังสวมใส่ชุดของเขา ก่อนที่เธอจะเดินตรงดิ่งไปยังห้องครัวเพื่อทำอาหารเช้า
“คุณบีน่าตื่นแล้วเหรอครับ”ริวทักทายบีน่าเมื่อเจอกันในครัวโดยบังเอิญ
“ค่ะ พี่เคย์ไปไหนเหรอคะ”
“ห้องทดลอง นายทำงานแต่เช้าเลยครับ”
“เขาไม่เจ็บแผลเหรอ”
“ไม่เห็นพูดนะครับ แต่ปกตินายก็ไม่พูดอยู่แล้ว”
“แล้วนี่พี่ริวจะทำอะไรให้พี่เคย์กินคะ”ความหอมของอาหารดึงให้บีน่าเดินไปใกล้ๆเตาที่ริวยืนทำอาหารอยู่ สูดกลิ่นหอมของข้าวต้มที่เดือดพล่านพานให้ท้องร้องเพราะความหิวโหย
“ข้าวต้มปลาครับ”
“แล้วแม่บ้านไปไหนทำไมพี่ริวต้องมาทำเอง”
“นายไล่ออกไปแล้วครับ เพราะโมโหที่แม่บ้านทำอาหารไม่ถูกปากก็เลยไล่ออกครับ”
“ลำบากพี่ริวเลย”
“ผมทำถูกใจนายมากกว่าครับ ผมกับนายเน้นสื่อสารกันทางจิต แบบมองตารู้ใจไงครับ นายไม่ชอบความวุ่นวายครับ ก็เลยทำแบบนี้”
“แล้วน่าวุ่นวายไหมคะ”
“สำหรับนายอาจจะใช่ครับ”ริวยิ้มกรุ้มกริ่มเพื่อไม่ให้บีน่าเสียใจ“ต้องเข้าใจนายหน่อยนะครับ ปกตินายใช้ชีวิตแบบไปฆ่าคน ไปหาเพื่อน กลับบ้านนอนครับ”
“อินโทรเวิร์ตเลเวลพัน”แม้จะรู้จักเขามาตั้งแต่เด็กแต่เหมือนว่าเธอไม่ได้รู้จักเขามากพอ โลกของเคลีสคงมีแต่เพื่อนของเขาที่เข้าถึง
“ผมขอตัวเอาอาหารไปให้นายก่อนนะครับ”
“เดี๋ยวน่าเอาไปให้เองดีกว่าค่ะ”
“หวังว่าจะไม่โดนดุนะครับ”
“ไม่กลัวค่ะ”ริวยิ้มแหยๆกับคำตอบของบีน่า ตักข้าวต้มร้อนๆใส่ถ้วย น้ำเปล่าหนึ่งขวดและยาใส่ถาดให้บีน่าถือไป
บีน่าถือถาดข้าวต้มเข้ามาในห้องทำงานของเคลีสซึ่งเป็นห้องทดลองยาต่างๆในตัว เป็นครั้งแรกที่บีน่าได้เข้าพื้นที่ส่วนตัวของเขาถึงสองที่ เพราะเมื่อสามปีก่อนที่มาที่นี่อยู่ได้แค่ห้องรับแขก
ไรขนอ่อนลุกชูชันเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในห้องทดลอง ภายในห้องเต็มไปด้วยหัวกระโหลกปลอมที่วางบนชั้นมากมาย ไฟในห้องไม่ค่อยสว่างนัก บรรยากาศดูวังเวง
“เมื่อไรจะกลับไป”เจ้าของห้องทักทายอย่างไม่เป็นมิตร
“น้องบอกแล้วไงว่าจะดูแลพี่เคย์ มากินข้าวเช้าก่อน”บีน่าวางถาดข้าวต้มบนโต๊ะทำงาน เจ้าของโต๊ะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองคนที่กำลังจัดอาหารวางบนโต๊ะอย่างเอือมอะรา
“ต้องการอะไร ถึงได้ยุ่งวุ่นวายกับฉันไม่เลิก”
“พี่เคย์อยากรู้ใช่ไหมทำไมน้องหนีเที่ยว”
“…”
“เพราะพ่อน้องและลูกน้องของพ่อทำตัวน่ารำคาญ เป็นห่วงน้องมากเกินไป กลัวว่าน้องจะตกเป็นเป้าของศัตรู กลัวมีอันตรายกับน้อง ไม่ปล่อยให้น้องเป็นอิสระ น้องเลยอยากท้าทาย”
“…”
“น้องเข้าใจว่าพวกเขาเป็นห่วง แต่มันมากเกินไป ให้เที่ยวแค่เวลาที่กำหนดใครจะไปทำได้ จุกจิกจู้จี้จนน้องเอือม”
“…”
“เมื่อก่อนมีพี่แพคควบคุม พ่อเลยไม่จ้ำจี้จ้ำไช เพราะไว้ใจพี่แพคให้พี่แพคดูแลน้อง แต่ตอนนี้ตำแหน่งนี้มันว่างอยู่เพราะพี่แพคมีครอบครัว”บีน่าจับมือนักฆ่าหนุ่มมากุมไว้หลวมๆ ก่อนจะเข้าไปนั่งบนตักเคลีสในตำแหน่งที่ไม่โดนแผลของเขา ดวงตากลมโตประสานมองดวงตาคมกริบอย่างมีเลศนัย “ดังนั้นพี่เคย์ต้องมาทำหน้าที่นี้ต่อ พี่เคย์ไว้ใจได้ พี่เคย์ปกป้องน้องได้ พี่เคย์ต้องมาเป็นบอดี้การ์ดให้น้อง เป็นคนดูแลน้องทุกอย่างทำหน้าที่เสมือนพี่แพคก่อนที่จะถูกยัยนิวแย่งไป”
เคลีสสะบัดมือบีน่าออกจากมือตน ก่อนจะผลักให้เธอลุกแต่เธอกลับตวัดมือเรียวคล้องลำคอหนาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยแม้จะถูกแกะ “ฉันไม่ใช่หมารับใช้”
“พี่เคย์รู้ป่ะว่าน้องเอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้”
“แล้วเธอรู้ป่ะว่าฉันไม่ชอบคนน่ารำคาญ”
“แต่ตอนเด็กๆพี่เคย์พูดไว้แล้วว่าจะเป็นบอดี้การ์ดให้น้องตั้งแต่วันที่น้องคลอดเลยด้วยซ้ำ คงไม่ต้องให้เอาคลิปมาเปิดทวนให้ดูหรอกนะ พี่เคย์น่าจะจำได้”
“ตอนเด็กๆฉันก็พูดไปเรื่อย”เขาจำโมเมนต์นั้นไม่ได้ว่าทำไมถึงพูดไปอย่างนั้น ทว่าตอนนี้ความรู้สึกเขามันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว การฆ่าคนเป็นสิ่งเดียวที่เขาพอใจ
“พี่เคย์เป็นลูกผู้ชายนะ จะผิดคำพูดได้ไง เสียศักดิ์ศรี ทั้งๆที่เคยให้สัญญาไว้แบบนั้นแล้ว”
“หึ! อยู่กับฉันมันไม่ได้สนุก อยู่กับฉันอันตรายมากกว่าเดิม ศัตรูฉันรอบด้านมากกว่าพ่อเธอและไอ้แพคหลายเท่า เธออยากตกเป็นเป้าของพวกมันหรือไง”
“น้องแค่จ้างให้พี่เคย์มาเป็นบอดี้การ์ด น้องไม่ได้เข้าไปในชีวิตพี่เคย์เพื่อเป็นคนสำคัญสักหน่อย แล้วทำไมพวกเขาจะต้องพุ่งเป้ามาที่น้องล่ะ หรือพี่เคย์อยากให้น้องเป็นคนสำคัญ”เลิกคิ้วขึ้นสูง ใบหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“พูดไม่รู้เรื่อง?”
“ทำไมล่ะ ก็น้องอยากให้พี่เคย์ปกป้องนิ มีนักฆ่าคอยปกป้องเท่จะตาย”
“ฉันว่าเธอเคยตัวกับการโดนไอ้แพคตามใจมากกว่า ลูกน้องพ่อเธอหรือฉันมันก็ปกป้องได้เหมือนกัน”
“ไม่เหมือน ลูกน้องพ่อมีแต่แก่ๆจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ พี่เคย์ยังหนุ่มยังแน่น ดีกว่าเยอะ”มือบางสัมผัสแก้มสากเบาๆ เปลี่ยนโทนเสียงกระเส่าเมื่อพูดประโยคสุดท้าย
“ไม่!”เคลีสยื่นคำขาด
“แล้วน้องผิดอะไร พี่เคย์ถึงไม่เอ็นดูน้องเหมือนเดิม ทำไมพี่เคย์ถึงเปลี่ยนคำพูดล่ะ”สายตายั่วยวนมองอีกฝ่ายอย่างมีคำถาม ไม่คุกคามเคลีสแต่เสยผมตัวเองอย่างมีจริต
“…”
“ตอบคำถามน้อง!”เธอตะเบ็งเสียงดังลั่นห้อง
“ฉันไม่ได้ใจดีกับเธอนะบอกไว้ก่อน ถ้าเธอไม่ใช่ลูกอาพายุฉันฆ่าทิ้งไปแล้วโทษฐานที่เธอทำตัวน่ารำคาญ”
“พี่เคย์ไม่อ่อนโยนเลยนะ อ่อนโยนกับน้องบ้างสิ”มือเล็กลากไล้อย่างยั่วยวนที่ท่อนแขนแกร่งทำให้ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเขาปัดมันทิ้ง บีน่าจึงค่อยๆเลื่อนมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาพลางใช้จริตเล่นหูเล่นตา ร่างกายของนักฆ่าหนุ่มตื่นตัวความยั่วยวนของเธอทำให้เขาหมดความอดทน ดึงนางแบบสาวเข้ามาประกบจูบแนบชิด
“อื้อ~”เธอครางในลำคอเบาๆ แม้จะตั้งตัวไม่ทันแต่ก็ปล่อยเลยตามเลย มือเรียวถูไถลำคอหนาและรั้งให้แนบชิดยิ่งขึ้นเมื่อเคลีสมอบความเสียวซ่านด้วยการบดขยี้ริมฝีปากอย่างหนักหน่วง ใบหน้าหวานเห่อร้อน หลงระเริงไปกับความเร่าร้อนของเขาที่มอบให้ รีบเปลี่ยนท่านั่งเป็นนั่งคร่อมตัก
“อืม~”ขยับเข้าไปใช้หน้าอกถูไถกับแผงอกแกร่ง แต่ก็ถูกเขาดันออกเพียงนิด มือหนาคว้าปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของบีน่าสองเม็ดบน ขย้ำอกอวบที่มีเพียงบราปีกนกห่อหุ้มอยู่ เขาโยนมันทิ้งทันที ยอดถันสีชมพูระเรื่อถูกมือหนาบดขยี้อย่างแรงไม่ต่างจากริมฝีปากที่ถูกดูดดึงจนเกิดเสียงคละเคล้าน้ำลาย
“อ๊า พี่เคย์น้องเสียวนะ”ทนไม่ไหวจนต้องผละจูบออกมาบอกเสียงกระเส่า เธอแอ่นอกสู้มือของเขาที่ขยี้ยอดถันเธออยู่ ยิ่งเธอบอกอย่างนั้นเขายิ่งทำแรงขึ้น
นางแบบสาวจิกเล็บลงข้อมือของนักฆ่าหนุ่มด้วยความพึงพอใจ เธอกัดริมฝีปากตัวเองอย่างแรง สติที่มีกระเจิดกระเจิง“นมน้องนุ่มใช่ไหม…อ้ะ!”แผ่นหลังบางกระทบกับโต๊ะทำงานของเขาอย่างแรง เธอจับมือเขาไว้แน่นให้เขาวางมือตรงหน้าอกเหมือนเดิมเมื่อเขาจะสะบัดมือออกไป เธอยังคงเคลิบเคลิ้มกับทุกสัมผัสจนไม่อยากให้เขาปล่อยออกไป แม้ตอนนี้มันจะเต็มไปด้วยรอยเล็บของเขาก็ตาม “ขย้ำต่อสิ หยุดทำไม”
“อย่ายั่วมาก ถ้าไม่อยากตาย ออกไปจากห้องฉันซะ ฉันจะไม่พูดเป็นครั้งที่สอง”