ตอนที่1
ตอนที่ 1 : ทำแบบนี้กับเพื่อนไม่ได้
เวลา 12:00 น.
ร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในตัวเมือง
“วันนี้มันเป็นวันอะไรกันนะทำไมผู้คนถึงแน่นเต็มร้าน”
“เป็นวันศุกร์ไงล่ะ แค่นี้มึงก็จำไม่ได้”
“รู้ว่าเป็นวันศุกร์โว้ย แต่แค่สงสัยว่ามันเป็นวันพิเศษอะไรหรือเปล่าไอ้นี่!”
“อ้าวเหรอ ก็นึกว่ามึงจะบ้าดูแต่ผู้ชายเกาหลีจนจำวันจำคืนไม่ได้ซะแล้ว”
“แล้วไงวะ วิถีติ่งเกาหลีอะนะ เวลาดูผู้ชายเกาหลีมันทำให้หัวใจกูพองโต ไม่เหมือนดูหน้ามึงหรอก...ดูเมื่อไหร่ใจห่อเหี่ยวทันที”
“เรอะ ถ้าอย่างนั้นมึงก็ใจห่อเหี่ยวทุกวันอะ เพราะเราสองคนแม่งต้องเจอหน้ากันทุกวันอยู่แล้ว”
ชิ!
ไอ้นี่มันกวนเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ
ผู้ชายที่ต่อล้อต่อเถียงกับฉันอยู่นี่ชื่อว่า เสือ เป็นลูกชายของลุงสิงคนที่อยู่บ้านข้างๆ เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนบ้านตัวยงเลยก็ได้ เพราะในหมู่บ้านมีแค่บ้านฉันกับบ้านเสืออยู่ทนอยู่แบบไม่คิดจะย้ายไปไหนในขณะที่บ้านอื่นๆ เขาย้ายออกไปอยู่ที่อื่นกันไม่รู้กี่หลังแล้ว
ก็ไม่รู้จะย้ายไปไหนนี่นา อยู่มาตั้งแต่เด็กๆ จนมันผูกพันไปละ แม่ฉันเองก็ไม่อยากจะย้ายไปไหนด้วยแหละ
ส่วนกับเสือเนี่ยเราสองคนเล่น กิน นอนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ เรียกได้ว่าเขาเป็นเพื่อนผู้ชายคนเดียวที่มีและคนเดียวที่ฉันสนิทด้วย
จะว่าไปเขาก็ดีกับฉันมาตลอด...
อาจจะมีกวนประสาท พูดจาไม่เข้าหู หรือทำอะไรที่ขัดแย้งฉันในบางเวลาก็เถอะ
เอ้อ...
และที่สำคัญเราสองคนเรียนที่เดียวกัน จบมาพร้อมกัน แถมยังทำงานที่บริษัทเดียวกันอีกด้วย ไม่ใช่ว่าฉันพิศวาสเสือหรอกนะ เขานั่นแหละที่คอยตามก้นฉันตลอด ไล่ให้ไปก็ไม่ไป บอกว่าไม่อยากไปไหนที่มันไกลกัน เนื่องจากฉันน่ะเป็นเพื่อนรักของเขาเชียวล่ะ
ฟังคำพูดเขาแล้วไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไรนัก แต่ก็ต้องจำใจเชื่ออะนะ
อีกอย่างลุงสิงฝากให้ช่วยดูแลเสือด้วย เนื่องจากเขาต้องออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ ไม่ค่อยได้อยู่บ้านดูแลลูกชายของเขาเท่าไร และเมียแกหรือแม่ของเสือก็เสียไปหลายปีแล้ว แม่ฉันเองก็อดที่จะสงสารและเอ็นดูเสือไม่ได้ เลยต้องคอยช่วยดูแลและให้มากินข้าวที่บ้านทุกวันจนเปรียบเสมือนเสือเป็นลูกชายของแม่อีกคน
“เหมียว” เสือเรียกฉันพร้อมกับจ้องมองหน้าตาไม่กะพริบ
“ว่า” ฉันตอบแล้วจ้องหน้ากลับ
“เลิกงานแล้วไปดูหนังกันปะ”
“ดูหนัง?” เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับเปลี่ยนสีหน้ามองเสืออย่างแปลกใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาชวนไปดูหนัง
ก่อนหน้านั้นฉันชวนแทบตายเขาก็ปฏิเสธท่าเดียวและให้เหตุผลว่าไม่ชอบเสียงดังและความมืดในโรงหนังน่ะนะ
“ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยวะ”
“ก็แปลกใจนี่หว่า”
“แปลกใจอะไรของมึงวะ”
“ก็แปลกใจที่อยู่ๆ มึงก็ชวนกูไปดูหนังเนี่ยนะ ปกติกูชวนไปดูมึงก็เอาแต่ปฏิเสธอย่างเดียว วันนี้เกิดนึกคึกอะไรขึ้นมาล่ะ ผีเข้าเหรอ หรือว่าไม่สบายวะ” เอื้อมมือข้างหนึ่งไปแตะที่หน้าผากของเสือ “ตัวก็ไม่ร้อนนี่หว่า”
“เออดิ กูปกติดี ก็แค่รู้สึกว่าอยากไปดูหนัง...กับมึง” พูดจบสายตาของเสือก็มองฉันแปลกๆ มันดูวาวเป็นประกายและเหมือนมีอะไรแอบแฝงอยู่ในสายตาคู่นั้น “จะไปหรือเปล่า?” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“ใครออกเงิน” ฉันหรี่ตาลงเล็กน้อย
“กูออกเอง”
“ไปก็ไป แต่มึงต้องช่วยกูเคลียร์เอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะด้วยนะ” พูดพลางทำตาปริบๆ ใส่หวังจะให้เสือใจอ่อน
และวิธีของฉันมันก็จะได้ผลเสมอ
“เออๆ ช่วยก็ได้ แต่ไม่เยอะนะเว้ย งานของกูก็กองเต็มโต๊ะเหมือนกัน มึงนี่นะชอบโยนงานตลอดเลย” เสือส่ายหน้าไปมาพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
“แฮ่ ขอบคุณนะเพื่อนรัก” ฉันฉีกยิ้มกว้างให้พร้อมยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเช่นกัน
เสือก็เป็นแบบนี้แหละ คำพูดคำจาเขาไม่ค่อยเพราะแต่ก็ใจดีอยู่นะ
ส่วนความแมนความสุภาพบุรุษก็พอมีบ้าง
พอมีแหละมั้ง
ฉันเองก็ไม่ได้พูดจาไพเราะอะไรมากนักหรอก แต่ส่วนมากก็จะพูดหยาบๆ กับเสือเหมือนที่เขาพูดกับฉัน มันเป็นความเคยชินไปแล้วด้วย อาจจะเพราะเราสองคนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กจนโต
ช่วงค่ำ ณ โรงหนัง
“ดูเรื่องอะไรดี” ฉันถามเสือแต่สายตาก็มองจอแอลอีดีที่มีหนังให้เลือกสรรหลากหลายเรื่อง
“อยากดูเรื่องอะไรล่ะ” เสือถามกลับ
“ไม่รู้ดิ มันน่าดูไปหมดเลยว่ะ”
เรื่องนั้นก็น่าดู เรื่องนี้ก็น่าดู เลือกไม่ถูกเลยอะ
“เอาจริงๆ ไม่มีอะไรน่าดูเท่าหน้ามึงหรอก” เสือพึมพำเบาๆ
“มึงพูดว่าอะไรนะ” ฉันถามเสือ เพราะเมื่อกี้ได้ยินไม่ชัดเนื่องจากเขาพูดเสียงเบามากๆ
“เปล่า ก็แค่บอกว่าเรื่องอะไรก็ดูได้หมด”
“เหรอ”
“เออดิ”
“เออๆ ก็นึกว่ามึงแอบด่ากู”
“...” เสือไม่พูดอะไร มองหน้าฉันแล้วอมยิ้ม
“มึงอมยิ้มทำไม มีอะไรฮะ?” มองตาเขม็งแล้วใช้นิ้วชี้หน้าเขา
“ทำไมวะ คนอมยิ้มก็ผิดเหรอ” เสือบ่ายเบี่ยงแล้วทำเป็นหน้านิ่งตามเดิม “เลือกหนังที่จะดูเถอะ เดี๋ยวหมดเวลา นี่ก็ทุ่มกว่าละ โรงหนังเขาปิดสี่ทุ่มไม่ใช่เหรอ”
มันต้องมีอะไรแน่ๆ
แอบด่าฉันหรือเปล่าวะ เดี๋ยวเถอะ กลับบ้านไปจะซัดให้น่วมเลยไอ้เสือ!
ภายในโรงหนัง
หนังที่เลือกดูก็คือหนังแบบโรแมนติกฟินๆ เพราะฉันอะมันชอบดูหนังสายนี้อยู่แล้วเสียด้วยสิ
และก็หวังว่าวันหนึ่งตัวฉันเองก็คงจะมีความรักโรแมนติกฟินๆ เฉกเช่นในหนังบ้าง
แต่...
ตอนนี้แม้แต่เงาของความรักก็ยังไม่มีเล๊ย
“ไอ้เหมียว”
“อะไร”
“เวลาดูหนังแบบนี้แล้วเวลาที่พระเอกนางเอกเขาจูบกันมึงไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอวะ” เสือกระซิบถามเบาๆ
“ถามอะไรของมึงเนี่ย”
“เออ ตอบหน่อยกูอยากรู้”
“ก็รู้สึกฟินไงล่ะ” ปากตอบแต่ตาฉันก็จ้องมองที่จอหนังขนาดใหญ่ตรงหน้า
“แค่ดูก็ฟินแล้วเหรอวะ” เสือยังคงถามต่อ
“เออ ถามมากจริงวุ้ย คนจะดูหนัง”
“และถ้าเกิดว่าได้จูบจริงๆ มึงจะฟินเหมือนตอนดูหนังหรือเปล่า”
ฉันหันขวับมองหน้าเสือเพราะเริ่มหงุดหงิดที่เขาถามมากเกินไปจนดูหนังไม่รู้เรื่อง “นี่มึงจะพากูมาดูหนังหรือพามาตอบคำถามของมึงกันแน่วะไอ้เสือ”
“ตอบแค่คำถามนี้อีกคำถามเดียวพอ แล้วกูจะไม่กวนมึงอีกเลย”
“เออ ถ้าดูหนังแล้วฟิน ถ้าได้จูบจริงๆ ก็คงจะฟินมากๆ เลยล่ะ พอใจรึยังคะคุณเสือ” ตอบแกมประชดพร้อมกับหันหน้าไปดูหนังต่อ
“อืม”
เสือไม่ได้ถามอะไรต่อ นั่งนิ่งและดูหนังต่อแบบเงียบๆ แต่ก็มีหันมามองฉันเป็นระยะ
เวลาผ่านไปสักพักหนังก็ดำเนินมาได้เกือบจนจะจบ อยู่ๆ เสือก็เรียกฉันขึ้นอีกครั้ง
“เหมียว”
“ว่า” ขานรับสั้นๆ
“หันหน้ามาหน่อยดิ”
“มีอะไร” ฉันหันหน้าไปตามที่เสือขอ
จู่ๆ ใบหน้าของเสือก็เคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแล้วประทับจูบลงที่ริมฝีปากของฉันแบบที่ฉันเองไม่ได้ตั้งตัว ก่อนจะผละออก “ฟินๆ แบบในหนังที่ดูอยู่นะ” เขาพูดแบบหน้าตาเฉยแล้วยิ้มให้ฉัน
ฉันเองก็ได้แต่อึ้ง ทึ่ง ตกตะลึงกับจูบที่เสือประทับมาเมื่อครู่ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาเราคือเพื่อนกัน และเพื่อนที่ไหนมันจะมาจูบกันแบบนี้วะ
“ทำบ้าอะไรวะไอ้เสือ!”
“ทำไมวะ ก็แค่อยากจะรู้ว่าเวลาจูบจริงๆ แล้วมันจะฟินเหมือนดูหนังหรือเปล่าน่ะ” ทำหน้ามึนใส่
“แล้ว...”
“มันก็ฟินแบบที่มึงบอกอยู่นะ”
“มึงจะบ้ารึไงฮะ! นี่เพื่อนนะเว้ย มึงจะมาลองกับเพื่อนไม่ได้” ฉันตีแขนเสือไปหนึ่งทีแบบไม่แรงมากนัก
“อืม ถ้าอย่างนั้นถ้าเราเลิกเป็นเพื่อนกันมันก็สามารถทำได้ใช่ปะ”
“ไม่ได้ จะทำแบบนี้ได้ต้องคนที่เขาเป็นแฟนกันเท่านั้นโว้ย!!”
“ก็เลิกเป็นเพื่อนแล้วเป็นแฟนแทน”
“ไม่เอา มึงพูดอะไรออกมาเนี่ย ขนลุกว่ะ” ฉันลูบแขนตัวเองพลางมองหน้าเสือ “ผีเข้ามึงปะวะ”
“กูไม่ได้โดนผีเข้า”
“แล้วมึงเป็นอะไรไป อยู่ๆ วันนี้ก็มาทำตัวแปลกๆ กับกูเนี่ยไอ้เสือ”
“กูก็เป็นเสือ เสือคือคนที่...”
“คนที่อะไร”
“รักและหวังดีกับมึง”
“...” จ้องมองหน้าเสือ