ตอนที่ 1 ละอองดาว
หญิงสาวร่างงามสวมชุดครุยคณะวิชาพยาบาลศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครฯ ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มด้วยความภาคภูมิใจในวันที่สำเร็จการศึกษา ‘ละอองดาว’ ถือช่อดอกไม้ช่อโตไว้ในอ้อมแขนในขณะที่ยืนถ่ายรูปร่วมกับเพื่อน ๆ ภายในช่อดอกไม้มีซองสีแดงแนบติดไว้ ซึ่งคาดว่าภายในนั้นจะเป็นเช็คเงินสดมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว
“ดาว คืนนี้ไปฉลองเรียนจบด้วยกันนะ” ศรันยา เพื่อนในกลุ่มเอ่ยชักชวนหลังจากที่ถ่ายรูปร่วมกันจนพอใจแล้ว
“จะไปที่ไหนกันเหรอ” เสียงหวานถามกลับไป
“ผับใกล้ ๆ มอนี่แหละ ไปด้วยกันนะดาว แกไม่เคยไปแฮงค์เอ้าท์กับพวกฉันเลย” ศรันยาพูดพรางทำหน้ายู่คิ้วขมวด เพราะเพื่อนสาวคนนี้ชักชวนไปไหนแต่ละทีช่างยากเย็นเหลือเกิน
ละอองดาวทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่ ปกติเธอจะไม่ชอบท่องราตรีอย่างเพื่อนคนอื่น ๆ แม้จะไม่ได้อยู่หอในของมหาวิทยาลัยที่จะมีกำหนดเวลาเปิดปิดไว้อย่างชัดเจน แต่ทุกครั้งที่เสร็จจากการร่ำเรียนหรือขึ้นเวรที่โรงพยาบาล เธอจะเดินทางกลับไปที่คอนโดส่วนตัวในทันที หาได้ออกเที่ยวคลายเครียดอย่างเพื่อนคนอื่น ๆ งานอดิเรกหรือกิจกรรมที่มักชอบทำนอกเหนือจากเวลาเรียนคือการทำขนมและการแวะไปเยี่ยมเยียนคุณลุงประพันธ์ แต่ครั้งนี้เป็นการฉลองเนื่องในโอกาสสำเร็จการศึกษา หญิงสาวจึงคิดว่าไปกับเพื่อน ๆ สักครั้งก็คงจะดี เพราะหลังจากนี้ทุกคนคงต้องแยกย้ายกันไปทำงาน โอกาสที่จะได้มาพบหน้ากันคงน้อยลงไม่เหมือนอย่างในตอนเรียนอีกแล้ว
“อื้ม ไปสิ เจอกันกี่ทุ่มดีล่ะ”
หลังจากนัดแนะกับกลุ่มเพื่อน ละอองดาวเดินทางกลับมาที่คอนโดด้วยรถแท็กซี่ในทันที หญิงสาวจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำอาหารง่าย ๆ ทานในมื้อเย็น เมื่อจัดการกับกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ จนเสร็จสิ้น ร่างบอบบางจึงเดินตรงมาที่ช่อดอกไม้ช่อโตซึ่งเป็นของขวัญเพียงชิ้นเดียวที่เธอได้ในวันที่ชีวิตประสบความสำเร็จไปอีกขั้น แม้ของขวัญชิ้นนี้จะเป็นของขวัญจากคนที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า แต่ละอองดาวเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น หากแต่เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นไปแล้ว คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จำต้องดำเนินชีวิตกันต่อไป และลุงประพันธ์ก็รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี
ละอองดาวเอื้อมมือไปหยิบซองสีแดงที่ติดมากับช่อดอกไม้ เมื่อเปิดดูด้านในจึงพบว่าเป็นเช็คเงินสดจำนวนเจ็ดหลัก ภายในเช็คระบุชื่อนามสกุลของเธอไว้อย่างชัดเจน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอรู้มาตลอดว่าลุงประพันธ์รู้สึกผิดกับอุบัติเหตุในครั้งนั้น ตัวท่านเองก็สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปไม่ต่างกัน และสิ่งที่ท่านชดเชยให้เธอก็มากมายเหลือเกิน แม้จะเทียบไม่ได้กับการที่ต้องสูญเสียบิดาและมารดาไปก็ตาม...
“พ่อจ๋า แม่จ๋า ดาวเรียนจบพยาบาลอย่างที่ตั้งใจไว้แล้วนะคะ ลุงประพันธ์ดูแลดาวเป็นอย่างดี พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วงดาวนะคะ”
หลังจากเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ของลุงประพันธ์พุ่งชนรถจักรยานยนต์บิดาและมารดาของเธอ ส่งผลให้พ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ลุงประพันธ์เองก็สูญเสียบุตรสาวและภรรยาไปเช่นกัน เพราะรถยังเสียหลักไปพุ่งชนต้นไม้ข้างทางเข้าอย่างจัง ท่านเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่มีชีวิตรอดจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เมื่อท่านรู้ว่าเธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว จึงรับผิดชอบโดยการรับเธอมาดูแลต่อจากนั้น ห้าปีแล้ว ห้าปีที่ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป...
เมื่อได้เวลานัดหมาย ละอองดาวในชุดเดรสเรียบ ๆ โดยสารรถแท็กซี่ตรงไปยังสถานบันเทิงดังกล่าว ร่างงดงามยืนทำท่าเงอะงะอยู่ด้านหน้าของร้านได้สักพักก็แว่วเสียงเรียกชื่อของเธอดังมาจากทางด้านหลัง
“ดาว มาถึงนานหรือยัง”
“เตย เราก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน แล้วคนอื่นล่ะมากันหรือยัง”
“ฉันโทรหายัยแพร เห็นว่ามากันครบแล้ว เหลือเราสองคนนี่แหละ ไป...เข้าไปข้างในกันดีกว่า”
สองสาวเดินจับมือกันเข้าไปในร้าน กลุ่มเพื่อนที่มาถึงกันก่อนหน้านี้แล้วส่งสัญญาณโบกไม้โบกมือให้คนที่เพิ่งมาใหม่ได้เห็น ละอองดาวถูกเพื่อนจับจูงมือเดินไปตามทางที่ต้องผ่านโต๊ะนั้นโต๊ะนี้มากมาย ใบหน้าที่สวยหวานและรูปร่างที่สมส่วน แม้จะอยู่ในชุดที่เรียบง่ายก็สามารถดึงดูดสายตาจากเหล่าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ให้ต้องมองตาม ไม่เว้นแม้แต่บนชั้นสองของบาร์ซึ่งเป็นห้องวีไอพีสำหรับหุ้นส่วนของสถานบันเทิงแห่งนี้
“สวยว่ะ” เสียงของปฐพีหนึ่งในหุ้นส่วนพูดขึ้นมาในขณะที่โคลงแก้วเหล้าอยู่ในมือ รอบกายของชายหนุ่มรายล้อมไปด้วยหญิงสาวทรงโตที่ใส่ชุดรัดรูปจนเห็นชัดไปทุกสัดส่วน
คำพูดของปฐพีทำเอาอัศวาที่นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงโซฟาต้องมองตามสายตาของมัน คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อพบว่าคนที่เพื่อนพูดถึงเป็นคนที่เขารู้จัก
“ละอองดาว” เขาพูดชื่อเธอออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ก็ทำให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันได้ยินชัดเจน
“มึงรู้จักเหรอไอ้โอม” ปฐพีเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เด็กที่ลุงกูอุปการะไว้น่ะ” เขาตอบเพื่อนกลับไปด้วยท่าทีปกติแล้วหันมาสนใจสาวสวยข้างกายและเครื่องดื่มที่วางอยู่ตรงหน้า
“ลูกของคนที่ลุงมึงขับรถชนเมื่อห้าปีก่อนน่ะเหรอ”
อัศวาพยักหน้าแทนคำตอบ
“สวยขนาดนี้เลยเหรอวะ นี่ขนาดไม่ได้แต่งตัวแต่งหน้าหนาเตอะอย่างผู้หญิงคนอื่น ๆ ยังน่ามองขนาดนี้” ปฐพียังคงมองไปยังหญิงสาวในบทสนทนาด้วยสายตาเจ้าชู้