1.อุบัติเหตุ
...ยังไงยายก็อยู่ได้อีกไม่นาน จะตายวันตายพรุ่งก็คงเหมือนกัน อย่าโกรธยายเลยนะน้ำ ยายจำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อให้เอ็งมีชีวิตที่ดีขึ้น...
ดวงตาฝ้าฟางจ้องรถหรูคันสีดำที่กำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะรีบเข็นรถขายข้าวแกงของตนไปตัดหน้ารถคันนั้นอย่างตั้งใจ
ติณณ์เหยียบเบรกกะทันหัน แต่ทว่าเขาไม่สามารถหยุดรถได้
เบรกใช้การไม่ได้! เบรกเสียเหรอ เป็นไปไม่ได้ เมื่อเช้าตอนเขาขับมาทำงานก็ยังดีๆ อยู่เลยนี่นา หรือว่ามีคนจงใจทำให้รถของเขามีปัญหา ถ้าเป็นแบบนั้นมันจงใจฆ่ากันชัดๆ
แม้เจ้าของรถจะพยายามหักหลบแต่ก็ไม่พ้นอยู่ดี
โครม! เคร้ง! เสียงรถชนรถเข็นดังสนั่นพร้อมทั้งข้าวของที่ตกกระจายระเนระนาด ร่างของหญิงชรากระเดนไปบนพื้นหญ้าข้างทาง ในขณะที่รถยนต์คันสีดำลากรถเข็นไปชนต้นไม้อีกที จึงทำให้รถหยุดนิ่งลงได้
ผู้คนในบริเวณนั้นรีบเข้าไปดูเหตุการณ์พลางโทรเรียกรถกู้ภัย
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
ติณณ์ไม่เป็นอะไรมากเนื่องจากระบบเซฟตี้ของรถยนต์ค่อนข้างดีมาก และโชคดีที่เขาไม่ได้ขับเร็วเพราะออกจากที่ทำงานต้องผ่านตลาดเป็นที่แรกจึงใช้ความเร็วได้ไม่มากเท่าไร
อีกอย่างการที่รถของเขาประทะกับรถเข็นทำให้ความเร็วรถลดลงไปในระดับหนึ่งก่อนที่จะชนต้นไม้ ซึ่งนั่นทำให้ชายหนุ่มแทบไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
เมื่อตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้วติณณ์ก็รีบไปดูอาการยายคนที่เป็นเจ้าของรถเข็น
เมื่อถามพยาบาลได้ความว่ายายอยู่ในห้องไอซียู นั่นยิ่งทำให้เขากังวลและรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
แต่พอตามไปถึงที่นั่นคุณหมอที่รักษากลับบอกว่าอาการบาดเจ็บจากการถูกรถเฉี่ยวชนมีเพียงเล็กน้อยเพราะตัวยายล้มไปตรงพื้นหญ้าพอดี
แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าในตอนนี้คืออาการของโรคหัวใจขาดเลือดที่ยายเป็นอยู่ต่างหาก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นยายอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน
“คุณน้ำริน ญาติของคุณยายน้อย ทิศเทวา มาแล้วค่ะคุณหมอ”
“สวัสดีค่ะ น้ำเป็นญาติของยายน้อย คนที่ถูกรถชนค่ะ” หญิงสาววัยยี่สิบสามปียกมือไว้ทุกคนที่อยู่รายล้อมด้วยสีหน้าตื่นตระหนก และคนที่เธอโฟกัสเป็นคนแรกคือคุณหมอวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคุณพยาบาลและชายอีกคน “ยายของน้ำเป็นอะไรมากไหมคะคุณหมอ”
“จากอุบัติเหตุรถชน คนไข้มีแผลถลอกและร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายเพียงเล็กน้อยครับ ไม่มีกระดูกแตกหักรวมถึงอาการบาดเจ็บรุนแรงอะไร พักไม่เกินหนึ่งสัปดาห์อาการเหล่านี้ก็น่าจะดีขึ้นครับ”
หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เธอก็โล่งอกได้ไม่ถึงนาทีเมื่อคุณหมอเอ่ยปากถึงโรคหัวใจที่ยายกำลังเป็นอยู่โดยที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
“แต่อาการของโรคหัวใจขาดเลือดค่อนข้างรุนแรงมาก และหากไม่ผ่าตัดรักษา คนไข้อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน จุดนี้หมอขอแนะนำให้รีบทำการรักษาให้เร็วที่สุดนะครับ”
น้ำรินเข่าแทบทรุดเมื่อได้ยินว่ายายของเธอจะอยู่ได้อีกไม่นาน นี่ยายโกหกเธอมาตลอดเลยเหรอ ว่าอาการแน่นหน้าอกและวูบบ่อยๆ เพราะโรคความดัน ทั้งที่จริงมันคือโรคหัวใจขาดเลือด!
“แล้วถ้าผ่าตัดหัวใจต้องใช้เงินเท่าไหร่เหรอคะคุณหมอ”
“อาการของคุณยายจะต้องรักษาด้วยการทำบายพาสเส้นเลือดหัวใจ ถ้ารักษาที่นี่ค่าใช้จ่ายก็ไม่เกินห้าแสนบาทครับ”
พอได้ยินจำนวนเงินที่คุณหมอบอก ลมหายใจของนำรินก็ถึงกับติดขัด เธอกับยายจะไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน
ติณณ์รีบเข้าไปประคองร่างบางเมื่อเห็นเธอหน้าซีดแถมยังโซเซคล้ายจะยืนไม่อยู่ “เธอเป็นอะไรรึเปล่า”
“ไม่ค่ะ น้ำไม่เป็นไร คุณ!” เธอมองอีกฝ่ายอย่างตกใจพร้อมกับขยับตัวออกจากมือหนาอย่างรักษามารยาท เพิ่งได้สังเกตว่าชายคนที่ยืนถัดจากพยาบาลคือคุณติณณ์! หัวใจของน้ำรินเต้นแรงเพียงเพราะเห็นหน้าเขา
“ฉันชื่อ ติณณ์ ธีรภัทรไพศาล เป็นคนที่ขับรถชนคุณยายของเธอ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันยินดีจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมดรวมถึงจ่ายค่าทำขวัญสำหรับอุบัติตุครั้งนี้ด้วย”
ถึงแม้เขาจะรู้สึกตงิดในใจว่ายายจงใจเข็นรถมาให้เขาชนหรือไม่ แต่ด้วยความที่รถเข็นของยายก็ช่วยทำให้ความเร็วรถยนต์ลดลงไปมากก่อนจะชนต้นไม้ ดังนั้นเขาก็จะถือว่ายายช่วยเขาไว้ไม่ให้เจ็บหนักกว่านี้หรือถึงแก่ชีวิตด้วยเช่นกัน
“รักษาคุณยายน้อยให้เต็มที่ได้เลยนะครับคุณหมอ ไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บจากรถชนหรือว่าโรคหัวใจของยาย เรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวผมจะรับผิดชอบเองทั้งหมด”
เสียงของคุณติณณ์ที่คุยกับคุณหมอดึงสติหญิงสาวให้หลุดออกจากห้วงคำนึงถึงเรื่องบางอย่าง
“แต่คุณหมอบอกว่ายายไม่ได้เป็นอะไรมากจากที่ถูกรถของคุณชนนะคะ ที่เป็นหนักคือโรคหัวใจซึ่งไม่เกี่ยวกับคุณติณณ์เลย น้ำไม่กล้าให้คุณจ่ายเงินมากมายขนาดนั้นให้ยายหรอกค่ะ เพราะมันไม่ถูกต้องและเหมือนเราเอาเปรียบคุณมากเกินไป”