บทนำ 1
แสงสีหลากสีสันสาดส่องกระทบร่างบางที่กำลังเหม่อลอยมองดูหนุ่มสาวที่กำลังออกลีลาตามจังหวะของเพลงอย่างสนุกสนาน มองดูแล้วเหมือนคนที่ปราศจากทุกข์ ต่างจากหญิงสาวที่นั่งหงอยเหงาอยู่บนโต๊ะโซนวีไอพี บวกเข้าจังหวะที่ครึกครื้นไม่ทำให้เธออยากขยับร่างกายเหมือนคนอื่น ภายในจิตใจของหญิงสาวเฝ้าครุ่นคิดว่าชีวิตเธอต้องการอะไรกันแน่
สายตาหลายคู่ทอดมองมาพร้อมทั้งส่งสายตาแพรวพราวมาให้เธอ ทว่ากลับไม่สร้างแรงดึงดูดให้เธอส่งสายตาเชื่อมสวาทกลับเลยสักนิดเดียว
สำหรับ ธิรักษ์ อัครกุล เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับสายตาที่มองเธอราวกับจะกลืนกินเธอ ทว่าเธอไม่เคยสนผู้ชายพวกเห็นแก่ได้ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ เห็นผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศ เมื่อเกิดความต้องการจึงหว่านล้อมพยายามพูดคำหวานให้ผู้หญิงหลงเสน่ห์
ธิรักษ์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักคืออะไร บิดามารดาเธอเสียตั้งแต่อายุสิบขวบด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในวันที่พายุโหมกระหน่ำ หลังจากนั้นเธอถูกรับเลี้ยงโดยวิทูรและรตี ผู้ที่เป็นลุงและป้า พวกเขาดูแลเธอเป็นอย่างดี รักเธอราวกับลูกแท้ๆ เพราะทั้งสองอยากมีลูกตั้งนานแล้ว แต่วิทูรกลับเป็นหมันทำให้ทั้งคู่นั้นหมดหวังไปตาม ๆ กัน เหมือนโชคชะตายังเห็นถึงความปรารถนาของเขา เมื่อเกิดอุบัติเหตุกับธนวัฒน์และลาวัณย์ วิทูรเสียใจอย่างมากที่เสียน้องชายเพียงคนเดียวอย่างธนวัฒน์ไป ทว่าเขากลับได้สิ่งที่มีค่ามากกว่าคือ สาวน้อยที่กำลังร่ำร้องหาผู้เป็นบิดามารดา น้ำตาไหลคลอแก้มแดงๆ บวกเข้าเสียงสะอื้นอย่างไม่ขาดสาย
“ยัยรักษ์แกเหม่อลอยคิดถึงหนุ่มไปไกลถึงไหนแล้วเนี่ย” เสียงแซวปลุกธิรักษ์ที่กำลังนึกเรื่องราวต่างๆในอดีตตื่นจากภวังค์ ธิรักษ์ได้แต่ส่ายหน้า มองหาต้นเสียงเห็นร่างบอบบางที่โดนลมเพียงนิดเธอคงจะถูกลมพัดไปแล้วแน่ๆ สุดา ชัยรัตน์ ที่กำลังส่งยิ้มและเดินมานั่งข้างเธออย่างรวดเร็วในสภาพที่หน้าแดงเอ้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
“มีหนุ่มให้ฉันคิดถึงก็ดีน่ะสิ” ธิรักษ์เปรยเบาๆ แต่ไม่อาจหลุดรอดคนหูดีไปได้
“โห่ แกเสน่ห์แรงจะตาย แค่แกปรายตามองหนุ่ม ๆ พวกนั่นก็แทบคลานเข่ามาแกแล้ว ยัยรักษ์” สุดาพูดพร้อมกระดกน้ำเมาเข้าปากอย่างหมั่นไส้เพื่อนรัก พามาผับหวังว่าจะมาปลดปล่อยความเครียด ธิรักษ์กลับมานั่งเหงาหงอย แอลกอฮอล์ไม่แตะสักนิด
“แกก็พูดเกินไปยัยดา ฉันไม่ได้เสน่ห์แรงขนาดนั้นเสียหน่อย อีกอย่างฉันไม่มีทางสนใจผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นหรอกนะ” ธิรักษ์ยื่นมือไปแย่งแก้วอีกใบก่อนที่จะแตะริมฝีปากอวบอิ่มของเพื่อนสาว “พอแล้ว แกเมามากแล้วนะยัยดา”
“เอามาเดี๋ยวนี้นะ ฉันยังไม่เมาเสียหน่อย” สุดาพยายามแย่งแก้วที่บรรจุน้ำเมากลับคืนมา โดยสภาพตัวเองนั่นยืนแทบจะไม่ได้อยู่แล้ว
มือที่ยื่นมาสะเปะสะปะ ธิรักษ์ถึงกลับส่ายหน้าอีกครั้ง ทว่าเธอไม่อาจทัดทานแรงของเพื่อนขี้เมาได้ แก้วบรรจุไวน์กระเด็นรดเธอค่อนแก้ว เธออ้าปากค้างมองสุดาที่กำลังดื่มด่ำกับไวน์ชั้นดี โดยไม่สนใจเธอสักนิด ตัวเธอตอนนี้ไม่ต่างจากคนที่เพิ่งไปตกถังไวน์มา
“ยัยดา แกอยู่นี่นะเว้ย ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน” ธิรักษ์เขย่าไหล่สุดาให้ได้สติ
“แกจะไปไหนเหรอ” สุดาถาม พยายามปรือตามองคนที่กำลังลุกออกไปจากโต๊ะ
“ไปเข้าห้องน้ำ เหม็นเหล้าจะแย่อยู่แล้ว” ธิรักษ์ตอบ ปรายตามองเพื่อนที่นอนเมาอยู่บนโซฟาอย่างเหนื่อยใจ
ธิรักษ์เดินผ่านฝูงชนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกเพื่อเข้าห้องน้ำ พลันสายตากลมโตชำเลืองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งมองเธออย่างเร่าร้อน ปกติเธอชินชา แต่ครั้งนี้แตกต่าง ใจเธอสั่นไหว หวั่นไหวอย่างประหลาด หลบตาหนี ก่อนรีบเดินเข้าห้องน้ำ
ตอนนี้เธอยืนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำด้วยหัวใจสั่นไหว มือทาบที่หน้าอกข้างซ้าย เพียงแค่สายตาคู่นั้นคู่เดียวมองมา ธิรักษ์ก็แทบหลอมละลาย เธอสลัดหน้าแรง ๆ เพื่อเรียกสติคืนมาก่อนเตลิดไปไกลกว่านี้ ก่อนจะวักน้ำมาล้างเนื้อล้างตัว
ชายคนนั้น...รูปร่างหน้าถือว่าใช้ได้ ไม่ใช่...ถือว่าหน้าตาดีมากทีเดียว ผิวพรรณเรียบเนียนถึงจะคล้ำเพียงเล็กน้อยก็เถอะ สายตาคมเข้มทอดมองเธออย่างไม่ว่างตา ทั้ง ๆ มีสาว ๆ หลายคนพยายามทอดสะพานให้เขาอยู่ไม่น้อย
ธิรักษ์แก้มแดงซ่าน เมื่อคิดว่าชายคนนั้นจะมีความสนใจในตัวเธอ “เลิกคิดถึงผู้ชายได้แล้ว ยัยรัก” เธอบอกกับตัวเองด้วยเสียงดังไม่น้อย ทำให้คนที่มาใช้ห้องน้ำมองเธอเป็นตาเดียว ธิรักษ์ได้ก้มหน้าเอ่ยคำขอโทษ และรีบเดินกลับไปหาสุดาคงจะนอนหมดสติอยู่บนเตียง เดือดร้อนเธอที่คอยแบกกลับห้องอีกตามเคย
ตุ๊บ! เธอมัวแต่ก้มมองพื้นไม่ทันมองใคร ธิรักษ์รีบเอ่ยขอโทษทันที “ขอโทษนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ อย่ามองแต่พื้นเดี๋ยวครั้งหน้าล้มหัวคะมำจะว่าไงล่ะครับ” เสียงทุ้มดังในโซนประสาทของธิรักษ์ หญิงสาวเงยหน้ามองคนที่เธอเพิ่งเอ่ยขอโทษไปเมื่อครู่
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง อ้าปากค้าง รอยยิ้มของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งนึกถึงกลับมาอยู่ตรงหน้า แถมยังได้เห็นหน้าเขาในระยะใกล้ชิด เธอขอถอนคำพูด เขาไม่ใช่แค่หน้าตาใช้ได้ แต่หล่อมาก หล่อจนเธอแทบกรี๊ดสลบ หัวใจของธิรักษ์เต้นแรง จนกลัวว่าชายคนนี้จะรู้ว่าเธอหวั่นไหวกับใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลา
“คุณครับ เป็นอะไรไปหรือเปล่า”อ็องตวนเรียกหญิงสาวตรงหน้า
“คะ...” ธิรักษ์ขานรับก่อนสะบัดหน้าเบา ๆ ไล่อาการเหม่อลอยของตน “ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
ชายหนุ่มไม่ตอบแต่การอมยิ้มมองการกระทำของเธออย่างน่าขัน ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยแสดงอาการสงสัย
“คุณจะยิ้มอีกนานไหมคะ” ธิรักษ์ขมวดคิ้ว เพิ่มความสงสัยเข้าไปอีก
“เปล่าครับ ผมก็ขอโทษเช่นกันที่ชนคุณ แล้วเลิกทำหน้าสงสัยผมได้แล้วครับ ผมแค่เห็นว่าเวลาผู้หญิงทำหน้าตาสงสัยจะน่ารักแบบคุณไหม” อ็องตวนตอบพลางยิ้ม เมื่อเธอยังไม่เลิกขมวดคิ้ว
“ผู้ชายหล่อ ๆ แบบคุณจะปากหวานแบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ” ธิรักษ์ยิ้มเขิน ๆ เมื่อไม่คิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะสังเกตอากัปกิริยาของผู้หญิงเป็นด้วย
“แล้วคุณคิดว่าไงละครับ คิดว่าผมเป็นยังไง” อ็องตวนไม่ตอบ แต่เขาถามเธอกลับ พร้อมยักคิ้วหลิ่วตาให้เธออย่างเจ้าชู้
“จะให้ฉันเชื่อผู้ชายที่เพิ่งเจอ แล้วเจอในสถานที่หาความจริงใจยากนะเหรอคะ”
คำตอบของธิรักษ์ทำเอาอ็องตวนถึงกลับระเบิดเสียงหัวเราะอีกครั้ง เขาเพิ่งเคยเจอผู้หญิงที่ทำให้เขาจนด้วยคำพูดแบบเธอ เธอช่างสรรหาคำมาทำให้เขารู้สึกที่กล้าหว่านเสน่ห์ให้เธอว่ายังไงก็ไม่ได้ผล
“ในเมื่อคุณได้คำตอบที่พอใจแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ธิรักษ์รีบวิ่งไปหาเพื่อนรักก่อนที่หัวใจจะเต้นแรงกว่านี้ ผู้ชายบ้า!
“เดี๋ยวก่อนคุณ!” อ็องตวนเรียกเธอ แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว ยังไม่ทันทีเขาจะได้ทำความรู้จัก เธอดันวิ่งหนีเขาไปเสียก่อน ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงพยายามทอดสะพานให้เขาโดยไม่เสียเวลา เธอคงไม่ใช่ผู้หญิงจำพวกที่ใช้เรือนร่างหากิน
“ยัยดาตื่นเร็ว กลับกันเถอะ” ธิรักษ์เขย่าแขนสุดาที่นอนสบายอยู่บนโซฟาอย่างไม่เดือดร้อนอะไร ต่างกับเธอที่หัวใจตอนนี้เต้นไม่เป็นจังหวะ
“ทำไมแกเข้าห้องน้ำนานจังว่ะ” สุดาบ่นอุบ ทั้งที่ยังไม่ลืมตามองรอบกาย ธิรักษ์กำลังพยุงสุดาออกจากผับไปขึ้นรถ
“รีบกลับกันเถอะ แกอย่ามัวพูดมากแบบนี้เลยดีกว่า” ธิรักษ์เร่งเร้าเพื่อนที่ยังไม่ตื่นดี
“แกหนีเจ้าหนี้ที่ไหนวะ ทำไมรีบจัง” สุดาเอ่ยถามด้วยอาการสะลึมสะลือยอมเดินตามแรงพยุงไปดี ๆ ทว่าด้วยฤทธิ์น้ำเมาที่ดื่มไปมากทำให้สุดาหลับพิงไหล่ธิรักษ์ หญิงสาวถึงกลับเสียหลักล้มลงเมื่อต้องรับน้ำหนักของเพื่อนที่เมามาย
“เอ้ย อย่าเพิ่งหลับสิยัยดาใกล้ถึงรถแล้วเนี่ย” ธิรักษ์เขย่าร่างบางของเพื่อนสาวเบาๆ แต่เจ้าตัวกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย “ฉันต้องแบกแกกลับตามเคยอีกเหรอเนี่ย”
“ให้ผมช่วยไหมครับ” ธิรักษ์มองหน้าชายหนุ่มที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรเขากลับชิงพูดก่อนซะแล้ว “ผมว่าคุณคงต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก”
อ็องตวนอุ้มสุดาที่นอนทับธิรักษ์อยู่ในลาดจอดรถ ธิรักษ์ไม่มีเวลาคิดมาก เพราะตอนนี้เธอกำลังขีดขวางทางเข้าออกอยู่ โชคดีที่ยังไม่มีรถแล่นผ่าน ไม่งั้นเธอคงต้องลากยัยเพื่อนขี้เมาไปคนเดียวแน่ๆ
“รถคุณอยู่ไหนครับ” อ็องตวนเอ่ยถามธิรักษ์ที่วิ่งไล่หลัง เธอชี้รถยนต์คันสีแดง เธออำนวยความสะดวกด้วยการเปิดประตูให้เขาเรียบร้อยก่อนจะวางคนเมาไว้บนเบาะ
“ขอบคุณนะคะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่เพื่อนฉันทำให้คุณต้องลำบาก” ธิรักษ์ไม่รู้จะเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มผู้มีน้ำใจตรงหน้านี้ยังไงดี
“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ เปลี่ยนเป็นชื่อของคุณจะดีกว่า” อ็องตวนเอ่ยปากขอตรงๆ เพราะไม่อยากเสียโอกาสทำความรู้จักหญิงสาวมากกว่านี้
ธิรักษ์นิ่งไปครู่หนึ่งชั่งใจว่าชายตรงหน้านี้ไว้ใจได้ไหม หรือเขาเพียงต้องการแค่ร่างกายเหมือนผู้ชายคนอื่นที่เข้าหาเธอ “เจนค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณเจน ผมอ็องตวน” อ็องตวนแนะนำตัวเองเช่นกันเพื่อไม่เสียมารยาทที่ให้ฝ่ายหญิงแนะนำตัวเองฝ่ายเดียว
“คุณพูดไทยชัดมากนะคะ” ธิรักษ์แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่หนุ่มต่างชาติตรงหน้าพูดภาษาไทยราวเป็นภาษาแม่ของตัวเอง
“ตอนเด็ก ๆ ผมเคยอยู่เมืองไทย ก่อนจะไปเรียนต่อต่างประเทศและบริหารงานต่อจากคุณพ่อ” อ็องตวนอธิบายให้เธอเข้าใจ ถึงตัวเองจะพูดภาษาไทยได้แต่เขาไม่ค่อยรู้วัฒนธรรมไทยสักเท่าไร และเขาควรจะเรียนรู้มากกว่านี้ ถ้าคิดจะจีบสาวไทย
“ค่ะ ฉันว่าฉันพาเพื่อนกลับก่อนดีกว่า” ธิรักษ์ตัดบท แม้ว่าชายหนุ่มที่ชื่ออ็องตวนจะมีเสน่ห์มากขนาดไหน แต่เธอพยายามที่จะไม่หวั่นไหวกับผู้ชายที่เพิ่งเห็นหน้าเท่านั้น
“เราจะได้เจอกันอีกไหมครับ”ชายหนุ่มเอ่ยปากออกไป ก่อนที่เธอจะไปจากเขาเสียก่อน เมื่อเจอผู้หญิงที่ถูกใจเขาก็ไม่ควรที่จะปล่อยเธอไปง่ายๆ
“ไม่รู้สิค่ะ ถ้าโชคชะตานำเรามาพบกันอีก” ธิรักษ์พูดจบก่อนขึ้นรถและรีบบึ้งรถออกไปด้วยความเร็ว ทว่าภายในใจกลับเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอกล้าพูดแบบนั้นได้ยังไง และกลับผู้ชายที่เพิ่งเห็นหน้าอีกด้วย
อ็องตวนยิ้มไม่หุบแม้ว่าผู้หญิงที่ชื่อเจนจะจากไปแล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากเท่าที่เขาเคยเห็นมา สวยในแบบของตัวเอง นั่นแหละ ผู้หญิงที่เขาตามหา หวังว่าถ้ามีโอกาสเขาคงได้เจอกับแม่สาวคนสวยนี้อีก เพราะสัปดาห์หน้าเขาต้องบินกลับต่างประเทศ และคงยากที่จะได้เจอกับเธออีก
“หวังว่าเราคงมีโอกาสได้พบกันอีกครั้งนะครับคุณเจน” พูดจบ อ็องตวนก็เดินกลับเข้าไปในผับต่อ
ธิรักษ์พาแบกเพื่อนรักมาถึงห้องได้ ถึงกับเหนื่อยหอบ มองคนที่นอนอยู่บนเตียงที่หลับสบาย จนธิรักษ์อดหมั่นไส้ไม่ได้
“ดาฉันกลับก่อนนะ” ธิรักษ์บอกลาคนเมา ก่อนออกจากห้องก็ไม่ลืมที่จะล็อกประตูให้สุดา หลังจากนั้นธิรักษ์ก็รีบกลับห้องของตัวเองที่ในชั้นถัดไป เพราะเหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว ถ้าได้ล้างเนื้อล้างตัวสักนิดก็ยังดี คิดได้ดังนั้นเธอก็รีบกลับห้องที่ซื้อตัวน้ำพักน้ำแรงของตน ถึงลุงกับป้าไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไร แต่ก็ไม่อาจขัดความต้องการของหลานเพียงคนเดียวไม่ได้ ด้วยเห็นว่าบ้านที่วิทูรอยู่ก็หลังใหญ่ พอที่จะอยู่กันหลายคนได้
พอเปิดประตู กลับต้องแปลกใจ เมื่อรู้สึกว่าห้องของเธอเหมือนมีอะไรผิดปกติไปจากเดิม พอยื่นมือไปเปิดไฟข้างฝาผนัง
“เซอร์ไพรส์!” รตีและวิทูรที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องนานพอควรเอ่ยทักบุตรหลานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนดีใจ
“ป้ากับลุงมาตั้งแต่เมื่อไรคะ” หลังจากหายตกใจ เธอรีบเอ่ยถามรตีกับวิทูรทันที
“เรากะจะมาเซอร์ไพรส์หลานเลยไม่ได้บอก เป็นไงเซอร์ไพรส์ไหมจ๊ะ” วิทูรตอบโผล่กอดหลานรักด้วยความคิดถึง
“รู้ไหมจ๊ะว่าลุงกับป้าคิดถึงหลานแค่ไหน ป้าซื้อของฝากมาให้หลานด้วยนะ” รตียื่นถุงน้ำหอมให้เธอ ธิรักษ์รับไหว้ ก่อนส่ายหน้า เพราะรู้ดีว่าลุงกับป้าของเธอมักไม่เหมือนชาวบ้านมากนัก ค่อยดูแลเธอราวกับเธอเป็นเด็กตัวน้อย ๆ ซึ่งเธอก็เพิ่งจะหลอกล่อให้ทั้งสองไปเที่ยวย้อนความหลังที่ฝรั่งเศส แต่ยังไม่ทันครบกำหนดก็กลับมาก่อนเสียแล้ว
“ค่ะป้า หนูก็คิดถึงลุงกับป้าเหมือนกัน” ธิรักษ์ยิ้มแหยตอบ
“รู้ไหมว่าลุงกับป้ากลับมาจากฝรั่งเศสคราวนี้ เราได้เลี้ยงหลานให้สตีฟที่เป็นเพื่อนของลุงตั้งแต่สมัยเรียน...”
“ลุงกำลังจะหมายถึงอะไรคะ” เธอขมวดคิ้วมองวิทูร ก่อนที่วิทูรจะตอบ รตีก็เดินมานั่งโซฟาข้างๆเธอก่อนจะเอ่ยเสริม
“ลุงหมายถึงคืออยากให้หลานแต่งงาน มีเหลนให้ลุงกับป้า เพราะเราสองคนก็แก่มากแล้ว หลานก็อายุไม่น้อยแล้วนะตอนนี้” รตีตอบไหล่หลานสาวเบาๆ
“ใช่ ป้าพูดถูกเราอยากให้หลานมีครอบครัว เราจะได้หมดห่วง และมีเหลนน่ารัก ๆ ให้เรา” วิทูรมองธิรักษ์ที่ทำหน้าไม่ถูกเมื่อเขาและรตีอยากให้เธอมีครอบครัวสักที
“โธ่ ลุงค่ะป้าค่ะ รักษ์ยังไม่อยากมีครอบครัว แล้วอีกอย่างรักษ์เพิ่งยี่สิบเจ็ดเองนะคะ” ธิรักษ์ยกเหตุผลมาอ้างให้วิทูรกับรตีฟังอีกครั้ง
“วัยนี้แหละจ๊ะที่เหมาะจะมีครอบครัว”รตีแย้ง
“ลาวัณย์กับธนวัฒน์มีหลานตั้งแต่ยี่สิบสี่ด้วยซ้ำ เป็นวัยที่พร้อมจะมีครอบครัวแล้ว” วิทูรเสริมภรรยา เขาก็เห็นว่าธิรักษ์ควรมีครอบครัวได้แล้ว
“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะหนูยังไม่มีแฟน รักนะคะลุงป้า รักษ์ขอตัวไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวจะแย่” เธอหอมแก้มวิทูรกับรตีคนละที ก่อนรีบวิ่งเข้าห้องนอน
วิทูรส่ายหน้าจนใจเมื่อหลานสาวคนเดียวกลับไม่ต้องการมีครอบครัว แล้วเขาจะมีหน้าไปพบธนวัฒน์กับลาวัณย์ยังไง ในเมื่อไม่สามารถดูแลธิรักษ์ให้มีความสุขไม่ได้
“ฉันว่าเราค่อยคุยกับแกอีกทีดีกว่าค่ะ” รตีมองสีหน้าของสามีที่มีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าพูดดีๆแล้วไม่ได้ผล ผมคงต้องมีแผน” จู่ ๆ วิทูรก็นึกแผนการที่จะให้ธิรักษ์แต่งงาน เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมา จนคนเป็นภรรยาสงสัย เมื่อครู่เขายังกังวล แต่ตอนนี้กลับหัวเราะซะงั้น
“คุณคิดจะทำอะไรเหรอคะ” รตีเอ่ยถามสามี วิทูรยิ้มกว้าง แล้วก้มกระซิบข้างหูภรรยา “จะดีเหรอคะ”
“ดีมาก ๆ เลยล่ะ” วิทูรแสยะยิ้ม ส่วนคนเป็นภรรยาส่ายหน้า พอจะรู้ว่าธิรักษ์ได้ความเจ้าแผนการมาจากใคร “ผมว่าเรากลับกันเถอะ”
รตีพยักหน้าน้อยๆก่อนเดินตามหลังวิทูรไม่ลืมที่จะตะโกนบอกหลานสาวที่อยู่ในห้อง “ธิรักษ์ ลุงกับป้ากลับแล้วนะ”
“ค่ะ” เสียงตะโกนตอบรับดังออกมาจากห้องนอน ธิรักษ์ยังไม่ได้อาบน้ำตามที่พูดกับลุงและป้า เธอแค่ต้องการเข้ามาสงบสติอารมณ์ไม่ให้หัวเสียไปมากกว่านี้
“บ้าไปแล้ว มันวันอะไรวะเนี่ย” ธิรักษ์นอนกลิ้งเกลือกบนเตียงอย่างสุดจะทน อย่างน้อยวันนี้ก็ยังเป็นวันดีสำหรับเธอ ได้เจอชายใจดีที่ช่วยเธอ พอนึกถึงหน้าเขาทีไรใจเต้นทุกที “หวังว่าจะได้เจอกันนะคะ คุณอ็องตวน”