บทนำ
ห้างสรรพสินค้า
หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง หนุ่มหล่อหุ้นส่วนของบริษัทเครื่องดื่มขนาดใหญ่ของประเทศทั้งสี่คนก็ชวนกันออกมาทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหาร
ในทุก ๆ ครั้งที่ว่างจากงานพวกเขาก็มักจะชวนกันไปสังสรรค์อยู่แล้ว ส่วนมากจะเป็นผับหรือบาร์ในตอนกลางคืน แต่ช่วงนี้หลัง ๆ ที่ต่างคนต่างมีแฟนหรืออาจจะยังไม่ใช่แฟนเป็นเพียงแค่คนคุย จึงต้องลด ละ การเที่ยวกลางคืนลงบ้าง แต่ไม่ใช่การเลิกเที่ยวแบบถาวร
ทั้งสี่คนจึงเลือกเปลี่ยนมาทานมื้อเบา ๆ ด้วยกันแทน และนาน ๆ ครั้งที่มีโอกาสพิเศษพวกเขาถึงจะขออนุญาตแฟนเพื่อไปฉลองกัน
“ช่วงบ่ายมีงานอีกไหม?”
แทนไทเอ่ยปากถามหลังจากที่เดินออกจากร้านอาหารแล้ว เพื่อนอีกสามคนส่ายหน้ากลับไปอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ทำไม! อย่าบอกนะว่ามึงจะกลับห้อง?”
แทนไทพยักหน้าเป็นการตอบคำถามวายุกลับไป ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาแฟนสาวของเขา
“เห่อแฟนฉิบหาย”
“แล้วไง ก็แฟนกูสวย” แทนไทไหวไหล่เล็กน้อยพร้อมกับช้อนตามองวายุด้วยความยียวนกวนประสาท “พูดอย่างกับมึงไม่ติดเด็ก”
“ใครติดเด็ก มีแต่เด็กติดกูเถอะ”
“เดี๋ยวเขาก็ไม่ติดมึงแล้ว”
“ไม่กลัวอยู่แล้วครับ เพราะเด็กกูเยอะ”
ฟ็อกกับโฬมได้แต่ส่ายหน้าพลางหัวเราะออกมาหน่อย ๆ อย่างเอือมระอา
ในขณะที่พูดคุยกันอยู่นั้นทั้งสี่คนก็ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า จุดมุ่งหมายคือลานจอดรถที่มีทางเชื่อมติดกันกับห้างฯ เพื่อเดินทางกลับกัน โดยที่มีสายตาของหลาย ๆ คนจับจ้องมองมาอย่างให้ความสนใจ เพราะพวกเขาต่างก็มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ และหน้าตาที่ดึงดูดคนอื่นได้เป็นอย่างดี
“พวกมึงว่าผู้หญิงคนนั้นคุ้น ๆ ไหม?”
ฟ็อกเอ่ยถามพร้อมกับชี้นิ้วไปข้างหน้าซึ่งเป็นหญิงสาวร่างบางที่กำลังยืนหันหลังให้กับพวกเขา ทำเอาเพื่อนอีกสามคนมองตามด้วยความสงสัย
“ทำไม...มึงจะบอกว่าเหมือนน้องพายของมึงหรือไง?”
“เลิกคิดถึงเขาได้แล้วครับเพื่อน ทำใจเถอะนะ...เขาหายไปตั้งหลายปีแล้ว คนหล่อ ๆ อย่างมึงเนี่ยควรจะหาเมียใหม่ได้แล้ว”
ทั้งโฬมและวายุเอ่ยบอกอย่างไม่จริงจัง มุมปากยกยิ้มให้เพื่อนทุกคราที่กล่าวถึงบุคคลที่สามคนนั้น เพราะรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฟ็อกไม่ยอมเปิดใจให้คนอื่นก็เพราะยังลืมคนเก่าไม่ได้
ส่วนคนที่เอ่ยปากถามเพื่อนได้แต่สะบัดหัวไล่ความคิดของตัวเองเบา ๆ ข่าวคราวของเธอเงียบหายไปขนาดนั้น คงไม่มีทางที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ได้แน่
“พวกมึงสองตัวไม่ต้องห่วงมันหรอกเรื่องหาเมีย”
“...”
“เพราะถ้ามันจะหาจริง ๆ ได้ก่อนพวกมึงอีก”
แทนไทเข้าใจว่าทั้งโฬมและวายุเองเพียงแค่พูดหยอกล้อเท่านั้น ทว่าก็ไม่อยากให้ฟ็อกรู้สึกไม่ดีจึงรีบแก้ต่างให้ทันที
ก่อนที่คนเดินนำหน้าทุกคนอย่างฟ็อกจะชนเข้ากับผู้หญิงตัวเล็กคนดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เห็นว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้น เพียงแต่ไม่คิดว่าอยู่ ๆ เธอจะเล่นถอยหลังแล้วหันมาชนเข้ากับฟ็อกเต็มแรง
“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ”
ข้าวของที่อยู่ในมือของเธอหล่นลงพื้นทันที เมื่อเห็นอย่างนั้นทั้งสี่คนก็รีบกระวีกระวาดก้มลงเก็บของให้ด้วยความรีบร้อน
“เป็นอะไรหรือเปล่า...”
เมื่อเก็บของที่เกลื่อนพื้นอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว พอเงยหน้าขึ้นมาสบตากันเสียงทุ้มของฟ็อกก็เงียบลงทันที ทั้ง ๆ ที่พูดยังไม่จบประโยค ทั้งฟ็อกและหญิงสาวคนนั้นต่างจ้องมองกันด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น
รวมถึงเพื่อน ๆ อีกสามคนของฟ็อก ที่มีอาการตกใจไม่แตกต่างกัน
เขาจำได้ทันทีว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้คือ ‘พระพาย’ แฟนเก่าและแฟนคนแรกของฟ็อกนั่นเอง
“พี่ ๆ สวัสดีค่ะ”
น้ำเสียงหวานใสเอ่ยทักทายทั้งสี่หนุ่ม พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ด้วยความนอบน้อม ทว่าชายหนุ่มทั้งสี่คนยังคงอยู่ในอาการตกใจไม่หาย
สิ้นสุดเสียงทักทายนั้น ต่างฝ่ายต่างอึกอักทำตัวไม่ถูกกันแทบทุกคน ก่อนที่หญิงสาวจะยื่นมือไปหยิบของทั้งหมดของตัวเองมาไว้ในมือ
“ขอโทษอีกครั้งค่ะ เมื่อกี้ไม่ทันได้มอง”
เมื่อได้ของทั้งหมดแล้วเธอก็เลือกที่จะหันหลัง และก่อนที่จะได้ก้าวเท้าเดินเสียงทุ้มของฟ็อกก็เอ่ยขึ้น
“หายไปไหนมา?”
คำถามนั้นทำให้เธอชะงักฝีเท้า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จากนั้นก็หันหน้ากลับไปทางชายหนุ่มดังเดิม
ทั้งฟ็อกและพระพายต่างสบตากันด้วยแววตาที่วูบไหว ราวกับกำลังพยายามห้ามความรู้สึกไม่ให้แสดงออกมา
“น้องพายครับ”
ก่อนที่จะได้ตอบอะไรกลับไปก็มีชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาพร้อมกับยกแขนขึ้นโอบรอบเอวของพระพายเอาไว้หลวม ๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ซึ่งภาพที่กำลังเกิดในตอนนี้ทำเอาฟ็อกต้องยืนกัดฟันแน่น
“ที่ร้านโทรมานัดวันให้เข้าไปลองชุดแต่งงานแล้วนะ”
ประโยคนั้นยิ่งทำให้ทุกคนที่ได้ยินแสดงอาการตกใจมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะฟ็อกที่ดูจะมีอาการมากกว่าคนอื่น
“แล้วนี่มีอะไรกันหรือเปล่าครับ?”
ชายหนุ่มที่ยืนโอบพระพายเอาไว้เอ่ยถาม พร้อมกับใช้สายตาไล่มองพวกเขาทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่อุบัติเหตุเล็กน้อย”
เมื่อเธอตอบออกไป ผู้ชายคนนั้นก็ยื่นมือไปรับถุงที่อยู่ในมือทั้งหมดมาถือไว้ให้ ก่อนจะก้มหัวให้ชายหนุ่มทั้งสี่คนเชิงขออนุญาตออกจากตรงนี้ จากนั้นทั้งสองคนก็เดินผ่านหน้าไปโดยไม่ปรายตามองแม้แต่น้อย
เพื่อน ๆ ทั้งสามคนรีบเดินเข้ามายกมือวางบนบ่าคล้ายกับจะปลอบใจ เพราะรู้ดีว่าเรื่องราวของฟ็อกที่เกิดขึ้นเป็นมายังไง
“หายไปตั้งสี่ปี”
“...”
“พอกลับมาก็จะแต่งงานเนี่ยนะ แม่งเอ้ย!!”
ความโกรธ ความเสียใจฉายออกมาทางแววตา พร้อมกับฟ็อกที่ยืนกำมือแน่นด้วยความรู้สึกหลากหลายที่อธิบายไม่ถูก
ฝันไปเถอะว่าจะได้แต่ง!