-บทนำ-
ฟุ่บ!
ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกโยนลงบนโต๊ะ ก่อนที่ผู้มาเยือนคนใหม่นั้นจะนั่งลงฝั่งข้ามกับเหมือนฝัน ใบหน้าที่ค่อนข้างดุเถื่อนสมกับเป็นนายตำรวจนอกเครื่องแบบอาวุโสดูหงุดหงิด
“อ่านสิ ข้อมูลที่เอ็งกอดขาอ้อนวอนขอให้ลุงหามาให้น่ะ”
“ไม่อ่านได้ไหม ขอสรุปแบบน้ำๆ เลย” เหมือนฝันเอ่ยปากบอก เคาะนิ้วลงบนซองเอกสาร ทว่าไม่ได้คิดที่จะปลดสลักจากสายเชือกสีขาวเพื่ออ่านมันเลย
“เฮ้อ” อีกฝ่ายถอนหายใจ แตะลิ้นเลียริมฝีปากอย่างเคยชินเวลามีเรื่องต้องคิ
“ลุงบอกฉันมาเลย ฉันรับได้ทุกเรื่องนั่นแหละ ขอแค่พูดกันตรงๆ ก็พอ
“ไม่ผิดจากที่เอ็งคิด”
“อะไร...”
“ไอ้เวรนั่น..มันยอมเผยพิรุธออกมาแล้ว”
“...” เหมือนฝันอึ้งงันเมื่อได้ฟังคำตอบที่เธอเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้ว แต่พอได้ฟังอีกครั้ง กลับอดตกใจไม่ได้
“เดือนนี้ก็หายไปเพิ่มอีกสองคนแล้ว ดูเหมือนน้อย แต่มันก็ชีวิตความเป็นความตายของคนเลยนะเว้ย ลุงให้ลูกน้องคอยตรวจสอบแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอหายไปไหน”
“ไม่ได้ติดต่อกลับไปหาญาติ? ไม่ได้ไปต่างจังหวัดหาแฟนแน่นะลุง”
“วะ! คิดว่าข้าจะสะเพร่าจนไม่รอบคอบอย่างนั้นหรอวะ สืบกันมาหมดแล้ว หายตัวไปจริงๆ หาย..เหมือนเป็นผีที่หายไปแบบไม่มีใครรู้เลย”
เสียงบอกเล่าของเมธียิ่งเคร่งเครียดยิ่งขึ้น เขากระชากซองสีน้ำตาลคืนมาเมื่อเห็นว่าหลานสาวนอกไส้ไม่ยอมเปิดดูเสียที กลายเป็นเขานี่แหละที่หยิบรูปถ่ายหลายรูปในนั้นออกมายัดใส่มือเธอ
“เอ็งดู” เมธีสั่ง จิ้มนิ้วตรงภาพรัวๆ จนรูปแทบจะยับกระดาษขาด “ดูให้ดีว่าภาพมันชัดขนาดนี้ยังจะบอกว่าลุงใส่ร้ายพวกมันอีกหรือเปล่า”
“นี่มัน...” ภาพที่ปรากฏอยู่นั้นเป็นภาพที่ถูกถ่ายในตอนกลางคืนที่แสงไฟน้อยนิดจนแทบมองไม่ออกวิวรอบด้าน แต่ก็ยังมองเห็นได้ว่าผู้หญิงที่ใส่เดรสกระโปรงสั้นสีขาวนั้นถูกชายฉกรรจ์สองคนพยายามลากขึ้นรถตู้ที่มาจอดเทียบเคียง
ภาพพวกนั้นไม่ได้มีแค่หนึ่งภาพ แต่เป็นภาพที่ถูกถ่ายรัวๆ จนมองเห็นต่อกันราวกับภาพเคลื่อนไหว
“แล้วแจ้งตำรวจหรือยัง” เงยหน้าถามด้วยน้ำเสียงสั่นระริกด้วยความเป็นกังวล
“กูนี่แหละตำรวจ แจ้งแล้ว..แล้วก็กำลังตามหาผู้หญิงในภาพนี้อยู่”
“ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
“ขอให้ยังไม่ตาย”
“ลุง!”
“เอ็งก็อยู่ในวงการพวกนี้จนน่าจะคุ้นกับความคาวของโลกแล้ว” ลุงเมธีมีสีหน้าเคร่งเครียด “หายไปสองสามคืนแล้ว ยังไม่เจอตัวเลย”
“ตำรวจมัวแต่ทำอะไรกันอยู่!”
“ก็เพราะมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น คนของข้าขับตามไปแล้ว แต่พวกมันรู้ตัว พวกมันเลยสลัดจนหลุด แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย”
“พวกมันรู้ตัวด้วยหรอลุง”
“เออ” เมธียอมรับสีหน้าเคร่งเครียดกับการทำงานที่มีอุปสรรคครั้งใหญ่คือความต่างชั้นของฝีมือ พวกมันถูกฝึกมาดีมาก ตามได้ไม่กี่นาทีก็ถูกรู้ทันและสลัดทิ้งอย่างง่ายดาย
“แปลว่าทางฝั่งนั้นคงยิ่งระวังตัว แปลว่ามันคงไม่สะเพร่าจนเราเก็บหลักฐานได้อย่างครั้งนี้แน่” มือขาวกำแน่นอีกข้างเข้าหากันจนขาวซีดเมื่อมองภาพถ่ายตรงหน้า นัยน์ตาฉานด้วยความเกลียดชังกับเรื่องที่ได้รับรู้จนเมธีสังเกตเห็น
“คิดจะทำอะไร?”
“แล้วลุงคิดว่าฉันจะทำอะไร”
“เอ็งทำเรื่องโง่ๆ ไปแล้ว ตอนนี้..อาจจะคิดทำเรื่องบ้าๆ”
“หึ” มุมปากอวบอิ่มกระตุกยิ้มขึ้นกับการคาดเดาของคนที่รู้จักเธอเป็นอย่างดี คิดอย่างนั้นก็คงไม่ผิดเสียทีเดียวหรอก
เธอกำลังคิดทำเรื่องบ้าๆ..ที่ไม่คิดว่าจะทำอยู่จริงด้วย
“อย่านะเว้ยไอ้ดรีม! ถ้าเอ็งทำ ต่อไปนี้อย่าหวังว่าข้าจะเอาเรื่องอะไรมาบอกแกอีก”
“คงไม่ทันแล้วมั้งลุง เพราะลุงบอกฉันไง ฉันถึงต้องสานต่อให้มันสำเร็จ”
“มันจะเสียมากกว่าคุ้มน่ะสิวะ!” เมธีตะโกนเสียงดัง ทำเอาลูกค้าร้านน้ำเต้าหู้หันขวับมามองกันเป็นแถบ
“ไม่มีทางเสียมากกว่าคุ้มหรอก เพราะถ้าได้น้อยหน่ากลับคืนมา ให้ทำอะไร..ฉันก็จะทำ”
“...” อีกฝ่ายเงียบกริบ สะบัดหน้าพรืดไปอีกทางแล้วขบกรามแน่นอย่างคนมีเรื่องคับแค้นใจ
.
.
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยค่า เป็นเรื่องที่สองในเซ็ต 'เมียมาเฟีย'
(1) เมียเก่ามาเฟีย (วิลเลียมxพราวฟ้า)
(2) เมียลับมาเฟีย (แอดเดอร์xเหมือนฝัน)
เสิร์ฟตอนแรกร้อนๆ เลยค่า?