bc

BAD FIANCE รักร้ายนายคู่หมั้น

book_age18+
451
ติดตาม
2.0K
อ่าน
จบสุข
ดราม่า
นักสืบ
วิทยาลัย
like
intro-logo
คำนิยม

เธอต้องหมั้นกับเขาเพื่อช่วยธุรกิจครอบครัว ส่วนเขาให้เธอเป็นได้แค่คู่หมั้นในนามเท่านั้น…

เซน (ZEN)

เขาเหมือนคนอบอุ่นใจดี แต่เขาอ่อนโยนแค่กับคนที่เขารักเท่านั้น ซึ่งก็มีแค่คนเดียวคือ ลินดา

แคทเธียร์ (CATTIER)

เธอเป็นคนที่ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ความจริงข้างในไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ทุกคนเห็น

“เธออยากหมั้นกับฉันจนตัวสั่นก็เพราะเงินสินะ”

“ใช่ ฉันหมั้นกับนายเพราะเงิน”

“งั้นก็ช่วยบริการหลังการหมั้นให้คู่หมั้นในนามคนนี้..ให้สมกับเงินที่พ่อฉันต้องจ่ายไปหน่อยแล้วกัน”

“อื้ออ”

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
BAD FIANCE 1 จุดเริ่มต้น
ตึกตึก ฉันเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่เนื่องจากวันนี้พ่อโทรตามให้ฉันกลับมาทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้าน “แคทเธียร์” แม่ที่หันมาเห็นฉันก็เรียกขึ้นเสียงดัง ฉันจึงเดินเข้าไปกอดแม่ทันที “พ่อละคะ” “อยู่ที่ห้องนั่งเล่นน่ะลูก” ฉันเดินเข้าไปหาพ่อทันที ก็พบว่าพ่อกำลังนั่งคุยกับชายวัยกลางคนที่ฉันไม่รู้จักอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เอ่อ..แคทไม่รู้ว่าพ่อมีแขก ขอโทษนะคะ” ฉันก้มหัวเอ่ยบอกไปทันทีที่เสียมารยาทเดินเข้ามาขณะที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน “แคทนี่ลุงสุรชัยเพื่อนพ่อน่ะลูก” พ่อเอ่ยแนะนำเพื่อคายความสงสัยให้กับฉัน ฉันจึงยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม คุณลุงก็รับไหว้ก่อนจะลุกขึ้น “ยังไงก็ลองไปคุยกันดูนะ” ลุงสุรชัยเอ่ยขึ้น พ่อก็พยักหน้าตอบก่อนที่ลุงสุรชัยจะเดินออกไป ฉันจึงเดินเข้าไปหาพ่อทันที “มีอะไรหรือเปล่าคะพ่อดูหน้าเครียดๆ” “แคทเธียร์” พ่อเอ่ยเรียกชื่อฉันขึ้นด้วยความกังวลเล็กน้อย “คะ” “พ่อมีเรื่องจะขอร้องลูก” “อะไรเหรอคะ” “แคทช่วยหมั้นกับลูกชายของสุรชัยได้ไหมลูก” “อะไรนะคะพ่อ” ฉันตะโกนถามออกไปด้วยความตกใจอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “คือธุรกิจพ่อมีปัญหาน่ะลูก แล้วสุรชัยก็สามารถช่วยได้ แต่ลูกต้องหมั้นกับลูกชายเขา” พ่อพูดบอกฉันอย่างลำบากใจ “พ่อจะให้แคทหมั้นเพราะธุรกิจของพ่องั้นเหรอคะ” ฉันถามพ่ออย่างโมโหที่เขาจะให้ฉันไปหมั้นกับใครก็ไม่รู้เพื่อเรื่องธุรกิจของเขา โดยไม่ได้สนใจความรู้สึกฉันเลยสักนิด “คือมันจำเป็นจริงๆลูก” “ไม่มีทางค่ะพ่อ แคทไม่ยอมหมั้นกับใครทั้งนั้น” “แคทเธียร์ลูก” “พ่อจะให้แคทไปหมั้นกับใครก็ไม่รู้ แฟนก็ไม่ใช่ ไม่เคยรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ เพียงเพื่อช่วยธุรกิจของพ่อ พ่อไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอคะ ไม่นึกถึงความรู้สึกแคทเลย” “บอกไว้ตรงนี้เลยนะคะ ยังไงแคทก็ไม่ยอมหมั้นเด็ดขาด” พูดจบฉันก็เดินออกมาจากตรงนั้นไปยังรถของตัวเองและขับรถออกไปทันทีด้วยความโมโห สองอาทิตย์ต่อมา @มหาลัยเอส “อิแคทวันนี้ไปช้อปปิ้งกันไหม” เสียงฟ้าเพื่อนสาวของฉันเอ่ยถามขึ้น “ไปดิกำลังเบื่อๆอยู่พอดี” ฉันตอบกลับไปอย่างไม่ลังเลเพราะรู้สึกเบื่อๆไม่มีอะไรทำอยู่พอดี “เริ่ด ไปเลยดีกว่า” พูดจบฟ้าก็กอดคอฉันกับแพรวเพื่อนอีกคนออกมาจากห้องเรียน “อิฟ้ามึงจะโดนเรียนเหรอ” แต่แพรวก็ประท้วงขึ้นเสียก่อน “เออน่า อีกครั้งเดียวไม่เป็นไรหรอก” ฟ้าตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไร “แต่…” แพรวก็กำลังจะพูดขึ้นอีกครั้ง “ไปเถอะ วิชานี้อาจารย์ไม่ได้เคร่งแถมเข้าไปนั่งก็เบื่อเปล่าๆ” ฉันจึงพูดแทรกแพรวขึ้น ก่อนที่จะหันไปยกยิ้มให้ฟ้าและพากันเดินออกไปที่รถ . . . @ห้างL “ใบไหนดีมึง” ฟ้าชูกระเป๋า Harrods ให้ฉันกับแพรวเลือก ซึ่งเราสองคนก็เลือกใบที่ลิมิเตดที่สุดอยู่แล้ว พวกฉันน่ะชอบปลดปล่อยความเครียดด้วยการชวนกันมาช้อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจเลยแหละ เรียกได้ว่าใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่างแม้กระทั่งความเบื่อหน่ายโดยไม่สนใจราคาว่าจะแพงแค่ไหน อยากได้ก็จัดประหยัดทำไม เพราะบ้านพวกเราค่อนข้างจะมีฐานะในระดับหนึ่งเลย “เดี๋ยวเราไปดูรองเท้ากันเถอะ กูอยากได้คู่ใหม่” ฉันเอ่ยบอกเพื่อนออกไปด้วยความร่าเริงก่อนจะเดินนำเพื่อนเข้าไปในช้อปรองเท้าแบนด์เนมทันที เมื่อเลือกดูไปได้สักพักฉันก็ได้รองเท้าที่ต้องการ “เอาคู่นี้ค่ะ” ฉันยื่นบัตรเคดิตให้พนักงานรับบัตรและจึงนำรองเท้าไปคิดเงินให้ทันที ครืดดด~ ระหว่างที่รอพนักงานเสียโทรศัพท์เครื่องหรูของฉันก็ดังขึ้นทำให้ฉันหยิบขึ้นมาดู แม่ ติ้ด “ฮัลโหลค่ะคุณนายคัทลียาคนสวย” ฉันพูดขึ้นทันทีที่กดรับสายด้วยน้ำเสียงอ้อนๆตามปกติของฉันเพราะคิดว่าแม่คงโทรมาให้ฉันกลับบ้าน ซึ่งฉันก็ไม่ได้กลับบ้านเลยหลังจากวันนั้นที่ทะเลาะกับพ่อ (แคทเธียร์ลูก ฮึก!) แต่จู่ๆ แม่ก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนคนร้องไห้ ทำให้ฉันใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที “แม่เป็นอะไรคะ ร้องไห้ทำไม” ฉันรีบถามออกไปด้วยความเป็นห่วง (พ่อช็อตเข้าโรงพยาบาลลูก) ทันทีที่ได้ยินประโยคที่แม่พูดจบฉันก็รีบลุกขึ้นจะเดินออกจากชอป “เกิดอะไรขึ้นกับพ่อคะแม่ แล้วตอนนี้อยู่โรงพยาบาลไหน” ฉันถามออกไปด้วยเสียงสั่นๆ (โรงพยาบาลบำรุงรัตน์ลูก) “เดี๋ยวหนูรีบไปค่ะแม่” พูดจบฉันก็กดตัดสายแม่ทำท่าจะเดินออกไปทันที “อิแคทจะรีบไปไหน” แต่แพรวก็เอ่ยถามขึ้น “พ่อกูเข้าโรงพยาบาลกูต้องรีบไป” ฉันเอ่ยบอกเพื่อนออกไปก่อนจะรีบเดินออกจากชอปมาอย่างไม่ลังเล ตึกตึก ฉันรีบเดินไปที่รถของตัวเองโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ปั่ก! แต่จู่ๆ ฉันก็เดินชนเข้ากันใครบางคนทำให้กระเป๋าเธอตกลงพื้นของในกระเป๋ากระจายไปหมด “ขอโทษนะคะ” เธอเอ่ยบอกฉันออกมาเพราะเธอเป็นคนที่เดินมาชนฉันเอง “ไม่เป็นไรค่ะ” “ลินดาเกิดอะไรขึ้น” เสียงผู้ชายคนหนึ่งก็ถามขึ้นจากทางด้านหลังของเธอก่อนจะเดินเข้ามาหาแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ “ฉันขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบฉันก็รีบเดินออกไปทันทีเพราะตอนนี้ฉันไม่สนใจใครทั้งนั้นนอกจากพ่อของฉันเอง “ไม่มีอะไรค่ะพี่เซน ลินเดินชนเขาเอง” “แต่ก็น่าจะมีน้ำใจช่วยเก็บหน่อยนะ” “เขาน่าจะรีบจริงๆนะคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ฉันยังคงได้ยินเสียงของทั้งคู่คุยกันก่อนจะเงียบหายไปเมื่อเดินห่างออกมา . . . @โรงพยาบาลบำรุงรัตน์ ตึกตึก ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาแม่ที่นั่งอยู่หน้าห้องไอซียูทันที “แม่คะ เกิดอะไรขึ้นแล้วพ่อเป็นยังไงบ้างคะ” “คือธุรกิจของพ่อโดนโกงจนบริษัทถูกฟ้องล้มละลายลูก พ่อเครียดมากจนช็อกไป ตอนนี้หมอยังไม่ออกมาเลยลูก ฮึก!” แม่เอ่ยบอกฉันเสียงสั่นๆ “พ่อต้องไม่เป็นไรค่ะแม่” ฉันรีบกอดปลอบแม่ ก่อนที่จะเห็นหมอเดินออกมาเราจึงรีบลุกไปหาหมอทันที “ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ” หมอเอ่ยบอก ทำให้ฉันกับแม่โผเข้ากอดกันด้วยความโล่งใจ เช้าวันต่อมา พ่อถูกย้ายเข้ามาอยู่ในห้องพิเศษของทางโรงพยาบาล “น้ำ ขอน้ำหน่อย” พ่อลืมตาขึ้นเอ่ยบอกด้วยเสียงแหบแห้ง ทำให้แม่เดินไปหยิบน้ำให้พ่อทันที “พ่อเป็นยังไงบ้างคะ” “พ่อโอเคลูก” ก๊อกๆ ยังไม่ทันที่เราจะได้คุยอะไรกันมากกว่านี้เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก่อนที่ลุงสุรชัยจะเดินเข้ามา “เทพบดีเป็นยังไงบ้าง” เขาเอ่ยถามพ่อขึ้น “ยังไม่ตายหรอกน่า” พ่อตอบกลับไป “หึ ฉันขอคุยกับเทพบดีสองคนได้ไหม” ลุงสุรชัยแสยะยิ้มก่อนจะหันมาพูดกับฉันและแม่ ทำให้เราสองคนเดินออกมาจากห้อง ผ่านไปสักพัก แอดด เสียงประตูห้องเปิดออกทำให้ฉันหันไปมอง “เข้ามาด้านในสิ” แล้วลุงสุรชัยก็เอ่ยบอกก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในห้อง “หนูคงรู้เรื่องแล้วว่าบริษัทของพ่อหนูถูกฟ้องล้มละลาย” ลุงสุรชัยเอ่ยขึ้น ฉันจึงพยักหน้าตอบเบาๆ “ลุงเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยพ่อของหนูได้ในตอนนี้” “คะ” “เทพบดีคงเคยคุยกับหนูแล้วเรื่องการหมั้น หนูตัดสินใจยังไง” “หนูไม่หมั้นค่ะ หนูบอกพ่อไปแล้ว” ฉันตอบกลับไปเสียงแข็ง “หนูแคทลองคิดดีๆนะ ที่พ่อหนูช็อกจนต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะเครียดมาก บริษัทที่พ่อหนูลงทุนสร้างมากับมือกำลังล้มละลายหายไป และลุงกำลังเสนอทางออกที่ดีให้กับครอบครัวของหนูนะ” ลุงสุรชัยยังคงพูดหว่านล้อมฉัน ซึ่งพอคิดตามที่ลุงสุรชัยเอ่ยบอกยอมรับว่ามันค่อนข้างได้ผลเพราะเมื่อฉันหันไปมองพ่อที่นอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทีอิดโรยฉันก็รู้สึกไม่ดี ครั้งนี้โชคดีที่พาพ่อมาหาหมอได้ทัน แต่ถ้าครั้งหน้าไม่โชคดีแบบนี้ล่ะ แค่คิดฉันก็ใจหายแล้ว ฉันไม่อยากให้พ่อเครียดจนเป็นอะไรไปมากกว่านี้ “หนูลองกลับไปคิดดูอีกทีนะ” ลุงสุรชัยเอ่ยบอกก่อนจะทำท่าจะเดินออกไป “หนู…ตกลงค่ะ” ฉันเอ่ยบอกออกไปเสียงแผ่วเบา “ถ้าลุงสามารถช่วยบริษัทของพ่อหนูได้ และมันคงจะทำให้พ่อไม่เครียดไปมากกว่านี้” “หึ หนูคิดถูกแล้ว” ลุงสุรชัยก็เอ่ยบอกก่อนจะแสยะยิ้มให้ฉัน ฉันคิดถูกแล้วจริงๆใช่ไหม ฉันได้แต่ถามตัวเองในใจ แต่เพื่อพ่อของฉัน ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของพ่อ ถึงแม้ฉันจะไม่เต็มใจก็ตาม…

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ขุนพลหวงรัก

read
30.8K
bc

BAD BROTHER พันธะร้ายพี่ชายตัวแสบ

read
36.2K
bc

My Cruel Guy รักอันตรายผู้ชายพันธุ์เถื่อน

read
1.3K
bc

My Frist Lover พิชิตรักอันตรายผู้ชายพันธุ์เถื่อน

read
1.5K
bc

มาเฟียเลี้ยงต้อย MAFIA DEMON

read
9.9K
bc

เกิดใหม่ทั้งทีดันมาอยู่ในร่างตุ้ยนุ้ยที่คู่หมั้นรังเกียจ

read
1.9K
bc

ADORE YOU ยัยตัวป่วน

read
7.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook