ตอนที่ 1 น้องสาว
สาวน้อยผู้มาใหม่เดินชมห้องของตัวเองที่พึ่งจะย้ายเข้ามา ภายในห้องตกแต่งด้วยสีชมพูหวานแหวว มีตุ๊กตาตัวน้อยใหญ่วางเรียงรายเป็นแถวอยู่บนเตียงนอนลายคิตตี้สำหรับเด็กน้อย ซึ่งล้วนเป็นตุ๊กตาของเธอจากบ้านเก่า เหนือเตียงนอนจะเป็นมุ้งเจ้าหญิงสีชมพูแบบที่เธอชอบ ถัดจากเตียงมีโต๊ะเขียนหนังสือเล็ก ๆ ที่นั่งมองวิวนอกหน้าต่างได้ ส่วนที่มุมห้องด้านในเป็นตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำตัว เธอเดินมาหยุดนั่งบนเตียง หยิบตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดที่แม่ซื้อให้เมื่อวันเกิดมาอุ้มไว้ในอ้อมกอด พลางคุยกับเจ้ากระต่าย
“ห้องสวยดีนะพี่ต่าย แต่หนูอยากให้พ่อกับแม่มาอยู่ด้วยจัง” สาวน้อยล้มตัวลงนอนบนเตียง ในใจนึกถึงวันนั้นที่พ่อกับแม่บอกว่าจะมารับเธอที่โรงเรียนตอนเย็น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มาและหลังจากนั้นเธอก็ไม่เจอท่านอีกเลย
วันนั้นเธอกลับบ้านกับเหมราชซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อกับแม่ เหมราชบอกกับเด็กน้อยว่าพ่อกับแม่ต้องไปทำงานที่ต่างประเทศด่วนมาก จึงต้องฝากเธอไว้กับเขา
“พ่อกับแม่ไปนานไหม จะกลับมารับหนูหรือเปล่า พี่ต่าย หนูคิดถึงพ่อกับแม่จัง…” เด็กน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไหล่สะท้าน จมูกแดงก่ำราวกับลูกตำลึง เธอเป็นแค่เด็กน้อยวัยเพียง 10 ขวบเท่านั้น การต้องย้ายบ้านมาอยู่ต่างถิ่นโดยที่ไม่มีพ่อแม่ มันเปล่าเปลี่ยวเดียวดายเหลือเกิน
เด็กน้อยร้องไห้จนกระทั่งหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าท้องฟ้าข้างนอกเริ่มมืดแล้ว เธอจึงลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาออกมาเตรียมตัวจะลงไปกินข้าวข้างล่างกับเหมราช และ “พยัคฆ์” ลูกชายของเขา ซึ่งจะกลับจากเข้าค่ายวันนี้
แต่ก่อนจะลงไปกินข้าว ด้วยความเป็นเด็กก็เกิดความอยากรู้อยากเห็น เด็กน้อยแอบเข้าไปดูห้องที่ติดอยู่กับห้องของตน
เธอเดินไปยังห้องด้านที่มีประตูอยู่บานหนึ่ง ซึ่งเป็นประตูที่เชื่อมระหว่างห้องเธอกับห้องพยัคฆ์ เปิดเข้าไปก็พบกับห้องสีดำ เตียง ผ้าปูที่นอน ทุกอย่างเป็นสีดำทั้งหมด
พี่พยัคฆ์ชอบสีดำแน่เลย ๆ สาวน้อยยิ้มร่า
อ๊ะ ! ตรงนั้นมีหุ่นยนต์สีเหลืองด้วย สวยจังเลย
เธอเดินไปหยิบหุ่นยนต์ตัวนั้นขึ้นมาดู แต่ทว่า…
ตุ้บ !
ด้วยความที่มือน้อย ๆ ของเธอจับไม่ถนัด ทำให้หุ่นยนต์เจ้ากรรมร่วงหล่นจากมือเธอ หัวหุ่นยนต์ แขน ขา ไปคนละทิศละทาง เธอพยายามก้มเก็บชิ้นส่วนมาประกอบให้เหมือนเดิมแล้ว แต่มันก็ยากเกินความสามารถเด็กอย่างเธอ ทันใดนั้นเอง…
“เฮ้ย ! ใครวะ ?”
“...”
“เธอเป็นใคร ?” เด็กหนุ่มถามอีกครั้ง สายตาเขาจับจ้องไปที่มือเธอ ทันทีที่เห็นหุ่นยนต์บัมเบิลบีที่หักเป็น 2 ท่อน ท่อนหนึ่งกระจัดกระจายอยู่บนพื้น อีกท่อนอยู่ในมือสาวน้อย เด็กหนุ่มกำหมัดแน่น ขบกรามจนเป็นสัน ส่งแววตาเชือดเฉือนราวคมมีดมาที่เด็กน้อยจนตอนนี้เกือบจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ
“ขะ...ขอโทษค่ะ นะ…หนูไม่ได้ตั้งใจ…” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เด็กหนุ่มก็ก้าวเดินมากระชากเศษหุ่นยนต์ในมือเธออย่างแรง ทำให้เธอล้มลงก้นจ้ำเบ้าทันที
โอ๊ย ! เจ็บจัง
“เป็นเด็กเป็นเล็กหัดเป็นขโมยแล้วเหรอ มานี่เลย !”
เด็กหนุ่มคว้าคอเสื้อหัวขโมยแล้วลากออกมาจากห้อง เด็กน้อยร้องไห้ด้วยเสียงสั่นเครือ มือเล็ก ๆ ยกขึ้นปัดป่ายไปมาหวังจะให้เขาปล่อยเธอลง แต่ไม่เป็นผล เขายังคงลากเธอลงไปด้านล่างของบ้าน พลางร้องเรียกผู้เป็นบิดา
“ป๋า ป๋าอยู่ไหน บ้านเรามีขโมยขึ้นบ้าน จับไปส่งตำรวจเลย”
“ฮืออออ… ฮึก ๆ ฮืออออ” สาวน้อยสะอึกสะอื้น
“เอะอะอะไรวะ กลับมาแล้วก็ไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าว ป๋ามีเรื่อง…” เหมราชยังไม่ทันได้พูดต่อก็เจอกับภาพตรงหน้า ลูกชายวัย 16 ปีกำลังดึงคอเสื้อหลานสาว ลูกของเพื่อนที่เขาพึ่งรับมาเลี้ยงเมื่อไม่กี่วันนี้ขึ้นอย่างไม่กลัวเธอหายใจไม่ออก
“มึงปล่อยน้องลงเดี๋ยวนี้ ไอ้พยัคฆ์ ! นั่นน้องมึงนะ !” พูดจบ เหมราชก็มารับตัวหลานสาวออกจากมือลูกชาย ก่อนที่หลานจะตายตามพ่อแม่ของเธอไปอีกคน เขาอุ้มเธอไปวางบนโซฟาแล้วเรียกแม่บ้านให้มาดูแลเธอต่อ เด็กน้อยยังคงร้องไห้ขวัญเสียจากเหตุการณ์เมื่อครู่
“น้องอะไรป๋า ผมลูกคนเดียว หรือว่า…ป๋า…แอบไปมีเมียน้อยตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่ลูกโตขนาดนี้เลยเหรอ...”
“มึงหุบปาก ! เด็กนั่นไม่ใช่ลูกกู...เป็นลูกเพื่อน…เมื่อไม่กี่วันก่อน พ่อแม่มันโดนรถชนตายทั้งคู่ กูเลยรับมาเลี้ยง” ประโยคหลังนายเหมลดเสียงลงระดับหนึ่ง เด็กน้อยยังไม่รู้ว่าบิดามารดาตัวเองเสียชีวิตแล้ว ด้วยความที่เหมราชเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อแม่เธอ เขาจึงทำหน้าที่ต่อโดยการรับเธอมาเลี้ยงดู ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะเสียชีวิตได้เอ่ยฝากฝังบุตรสาวไว้กับเหมราชก่อนแล้ว ราวกับทั้งคู่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้
“ผมไม่เอาน้อง ! ป๋าอยากเลี้ยงก็เลี้ยงไปคนเดียวสิ” พยัคฆ์พูดจบสายตาเขาก็มองไปที่เด็กน้อย เธอกำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับป้าแม่บ้าน
ร้องอะไรนักหนาวะ ! รำคาญจริง
“มึงต้องเลี้ยง เพราะกูก็ไม่เคยเลี้ยงเด็กผู้หญิง อีกอย่างกูรับเป็นลูกบุญธรรมเรียบร้อย ต่อไปนี้เด็กนั่นก็คือน้องมึง”
“ไม่เคยเลี้ยงเด็กผู้หญิงหรือไม่เคยเลี้ยงลูกล่ะป๋า กับผมนี่ก็ไม่เคยเลี้ยงปะ”
“ไอ้ &$#^ !”
หลายวันต่อมา...
นับแต่วันนั้น “เจ้าขา” ก็ตกอยู่ในความดูแลของ “พยัคฆ์” เด็กหนุ่มที่หิ้วคอเสื้อเธอเมื่อหลายวันก่อน และตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนรถกระบะ 4 ประตูที่คนขับก็คือพี่ชายหมาด ๆ ของเธอ ทั้งคู่กำลังมุ่งหน้าไปโรงเรียนประจำจังหวัดที่อยู่ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
เนื่องจากเหมราชไม่ค่อยมีเวลาไปรับ-ส่งพยัคฆ์ เขาจึงสอนลูกหัดขับรถตั้งแต่อายุ 12
“นี่ ! เลิกเอาไอ้ก้อนเน่า ๆ นั่นมากอดสักทีได้ไหม ไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง” พยัคฆ์พูดพลางเหลือบมองเธอแวบหนึ่งก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้ารั้วโรงเรียน
“นี่พี่ต่าย ไม่ใช่ก้อนเน่า ๆ นะคะ คุณแม่ซื้อให้วันเกิดหนู” เธอพูดแล้วทำปากยู่ กอดกระชับตุ๊กตากระต่ายตัวน้อยในอ้อมกอดด้วยความรัก
“งั้นเหรอ ซักบ้างก็ดีนะ กลิ่นอย่างกับถังขยะเน่า !”
“ฮึ ! พี่พยัคฆ์ใจร้าย !!!”
@ห้องเรียน ป.4/8
“นี่พวกเรา มาดูนี่เร็ว กระต่ายตัวนี้กำลังจะแยกร่างล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เด็กผู้ชายคนหนึ่งพยายามกางแขนกางขาตุ๊กตากระต่ายเล่นอย่างสนุกสนาน เขาถือวิ่งไปรอบ ๆ ห้องเพื่อยั่วเย้าเด็กผู้หญิงที่กำลังวิ่งไล่กวดด้วยสีหน้าจริงจัง
“เอามานี่นะ นั่นมันของฉัน” เจ้าขากระโดดยื้อแย่ง เพื่อหวังจะเอาตุ๊กตาของตัวเองคืน
“เก่งจริงก็มาแย่งเองสิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เอามานะ”
“นี่ดูนะ พี่ต่ายของน้องเจ้าขา กำลังจะเล่นกายกรรมโชว์ด้วยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“บอกให้เอาคืนมาไงเล่า !”
เด็กน้อย 2 คนพยายามยื้อแย่งตุ๊กตากระต่ายกันอย่างชุลมุน โดยมีเพื่อน ๆ วัยประถมคอยเชียร์อยู่ไม่ห่าง บ้างก็หัวเราะเยาะ บ้างก็โห่ร้องด้วยความสนุกสนาน แต่ไม่มีใครคิดจะเข้าไปช่วยเด็กใหม่อย่างเจ้าขาเลยสักคน เธอยังใหม่กับที่นี่มาก การหาเพื่อนในโรงเรียนแห่งนี้ค่อนข้างยากลำบากสำหรับเธอ
แควก !
“ธะ…เธอดึงเองนะ ฉันเปล่า” เด็กชายพูดจบก็เตรียมจะวิ่งหนีไป แต่ก็ไม่ทันได้วิ่งเพราะเจ้าขาใช้มือน้อย ๆ จัดการกำผมของเด็กชายและดึงกระชากกลับจนอีกฝ่ายหงายหลังล้มลงไม่เป็นท่า
พลัก !
“โอ๊ย !”
ผัวะ !
“เจ็บนะ”
ตุ้บตั้บ ! ตุ้บตั้บ !
เจ้าขาใช้มืออันน้อยนิดต่อยไปที่หน้าเด็กชายคนนั้นครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความโมโหสุดขีด ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวตอนนี้เปลี่ยนเป็นบูดบึ้งไม่ยิ้มแย้ม
นั่นมันพี่ต่ายที่คุณแม่ซื้อให้ฉันนะ !
อภัยให้ไม่ได้เด็ดขาด !
เธอรัวหมัดไปที่เด็กชายคนนั้นหลายที ปลดปล่อยความโมโหโกรธาในหัวใจ ความเศร้าใจต่าง ๆ นานาที่เก็บสะสมไว้ในอก ความคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อกับแม่ที่ไม่ได้เจอหลายวันและความไม่คุ้นชินกับสถานที่แปลกใหม่ ความรู้สึกเหล่านี้ช่วยโหมความโกรธในใจอย่างดี
“พวกเธอหยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้าขา ธนาธิป !!!” เสียงของคุณครูเฟื่องฟ้า ครูประจำชั้นดังขึ้นทำให้เด็กทั้ง 2 คนที่กำลังชุลมุนพลันหยุดลงทันที
@ห้องพักครู
“ทะเลาะวิวาทเหรอครับ ?”
“ใช่ ครูเห็นว่าเธอเป็นพี่ก็เลยเรียกเธอมาคุยน่ะจ้ะ”
“ยายนั่นชกก่อนด้วยเหรอครับ”
“เท่าที่ฟังจากเด็กคนอื่น ๆ ในห้องก็เห็นจะใช่ เจ้าขาคงโกรธที่ธนาธิปแย่งตุ๊กตาไป แถมยังทำขาดอีก เธอคงจะมีปมอะไรในใจ ครูเลยอยากจะให้พยัคฆ์ช่วยดูแลน้องอย่างใกล้ชิดหน่อยน่ะจ้ะ”
แหงล่ะ ! ยายนั่นหวงก้อนเน่าเสียอย่างกับอะไร
“ได้ครับครู”
“ส่วนทางเจ้าธนาธิป ผู้ปกครองเขาไม่ติดใจหรอกนะ เขาเข้าใจว่าลูกเขาดื้อและคงจะเป็นฝ่ายแกล้งก่อน”
“ครับครู”
“ยังไงครูฝากน้องด้วยนะ”
“ครับ”
@บนรถ
ขณะที่ทั้งคู่นั่งรถกำลังกลับบ้าน ความเงียบก็ปกคลุมรถทั้งคัน บรรยากาศภายในรถดูอึมครึม ทั้ง 2 คนไม่พูดไม่จากัน ปกติเสียงเล็ก ๆ ของเจ้าขาจะคอยพูดไม่หยุดไม่หย่อน อาจจะเป็นเพราะเรื่องวันนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีหลายอย่าง
พยัคฆ์เหลือบมองเธอครู่หนึ่งก่อนหันกลับไปมองทางต่อ เด็กน้อยนั่งกอดเข่า สายตาเหม่อมองไปนอกรถ ในมือถือตุ๊กตากระต่ายที่ขาดวิ่น ไส้ในที่เป็นใยสังเคราะห์นั้นหลุดร่วงเกือบหมด เขาไม่รู้จะปลอบเธออย่างไร เพราะตัวเขาเองก็ไม่เคยมีน้อง เป็นลูกคนเดียวมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยต้องแบ่งปันสิ่งต่าง ๆ ให้ใคร หรือแม้แต่ปลอบใจใคร เขาทำได้เพียงนั่งเงียบ ๆ แบบนี้ไปตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้าน
เด็กหนุ่มจอดรถที่โรงจอดและเตรียมตัวจะลงรถ แต่เด็กน้อยข้าง ๆ กลับไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวเลย
“ถึงแล้ว” พยัคฆ์ร้องบอก
“...”
“นี่ !” เด็กหนุ่มสะกิดแขน ไม่มีเสียงและปฏิริยาตอบกลับ ทำให้เขาเข้าใจว่าเธอหลับไปแล้ว เขาจึงเดินอ้อมไปทางฝั่งคนนั่งแล้วรวบร่างเด็กน้อยตัวจิ๋วขึ้นอุ้ม สายตาเผลอมองไปยังใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา จมูกเล็ก ๆ นั้นแดงเถือกจากการร้องไห้อย่างหนัก ร้องไห้จนขี้เหร่ไปหมดเลยยายนี่
เขาพาเธอขึ้นไปส่งยังห้องนอนของที่อยู่ติดกับห้องเขา ห่มผ้าให้อย่างอ่อนโยน เด็กหนุ่มนั่งลงข้างเธอโดยไม่มีคำพูดใด ๆ ทำเพียงจ้องมองเด็กน้อยที่หลับตาพริ้ม ขนตาที่แผ่ยาวงามงอนเหมือนเส้นไหมขยับเล็กน้อย จมูกกลมมนดูน่ารัก ปากบางจิ้มลิ้มอมชมพูระเรื่อ
หน้าตาก็น่ารักดีนี่
เขาสะบัดหน้าเพื่อเรียกสติตัวเอง นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่ !
เด็กหนุ่มเดินกลับเข้าห้องตัวเองพร้อมกับตุ๊กตากระต่ายที่ขาดวิ่นตัวนั้น