EP1 บททดสอบ
@ TKB Hoffy Casino
"ทำไมถึงอยากทำงานนี้"
ฉันนั่งหลังตรงมองคนสัมภาษณ์งานหน้าสวยตรงหน้าที่กำลังก้มไล่อ่านพอร์ตโฟลิโอของฉันอยู่
"เงินและสวัสดิการค่ะ" นางเงยหน้ามามองฉัน ก่อนจะระบายยิ้มออกมา
"เรียนจบคณะบริหาร ประสบการณ์ทำงานยังไม่มี?"
"เรียนรู้ได้ไม่ใช่หรอคะ"
"ค่ะ^^ แล้วคุณคิดว่าคุณมีจุดแข็งจุดอ่อนอะไรที่เราต้องรับคุณเข้ามาทำงานตำแหน่งนี้คะ"
ว่าแล้วต้องถาม
"จุดแข็งคือ ฉันเรียนรู้งานได้เร็วและมีทักษะตรงกับคุณสมบัติตำแหน่งงานนี้ทุกข้อ ส่วนจุดอ่อน.. ฉันไม่มีเส้นสายมั้งคะ" จากที่ระบายยิ้มตอนนี้คนสัมภาษณ์งานหน้าสวยหัวเราะออกมาเบาๆ
"จะทำงานที่นี่ไม่ต้องมีเส้นสายหรอกค่ะ"
"ก็หวังให้เป็นอย่างนั้นนะคะ"
"ค่ะ แต่มั่นใจนะคะว่าจะทำตำแหน่งใหญ่นี้ได้ นอกจากงานเอกสารคุณต้องคุมคนให้อยู่ รู้ใช่ไหมว่างานที่คาสิโนไม่เหมือนกับงานบริษัททั่วไป"
"รู้ค่ะ ฉันว่าฉันเอาอยู่"
ทุกครั้งที่ฉันตอบ พนักงานคนนี้ไม่เคยจะหุบยิ้มเลย สายตานิ่งแต่ปากยิ้มฉันเดาใจไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
จนกระทั่งนางนั่งอ่านประวัติฉันและดูใบรับรองการฝึกวิชาชีพต่างๆ แล้วเหมือนคิดอะไรสักอย่างนานเกือบสามนาที จากนั้นก็เงยมองหน้าฉันแล้วก็ปิดแฟ้มลง
"อีกสามวันถ้าคุณผ่านการตรวจสอบเราจะติดต่อกลับไป"
"ค่ะ"
และหลังจากนั้นสามวันทางคาสิโนก็ติดต่อฉันมา..
เอาจริงเปอร์เซ็นต์ที่ฉันคิดว่าจะได้งานนี้มีเพียง 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อย่างที่รู้คาสิโนอันดับ1ของประเทศแบบนี้นอกเสียจากลูกค้าจะแย่งกันเข้าแล้ว การแข่งขันเรื่องการทำงานยังสูง เพราะเงินเดือนและสวัสดิการมันหอมหวานมาก
ฉันจึงอยากได้งานนี้
พอเข้ามาทำงานฉันไม่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเลยซะทีเดียว ต้องผ่านช่วงทดลองงานให้ครบ 3 เดือน และการเข้ามาทำงานในวันแรกนี่สิของจริง
นอกจากจะต้องเรียนรู้ด้านเอกสาร ฉันยังต้องควบคุมพนักงานให้ได้ ควบคุมที่ว่าคือไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง ทำตามกฏระเบียบ อย่างกฏข้อแรกที่เบสิคเลยคือห้ามทะเลาะวิวาท แต่มาวันแรกฉันก็เริ่มเลย
เหล่าเด็กนั่งดริ้งตัวท็อปออกกะกำลังเดินออกมาจากคลับ แต่แทนที่พวกเธอจะออกไปพักผ่อนดันเเวะมาเซฮายกับฉันก่อนนะสิ
แถมการมองเหยียดตั้งแต่หัวจรดเท้าคงไม่ได้มาดีแน่ แต่คิดไปคิดมาคนใหญ่คนโตที่คาสิโนอาจจะโยนนางพวกนี้มาทดสอบฉันหรือไม่ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ
แต่เอาสิ มาก็มา! รู้จักลูกพระเจ้าตากน้อยไปซะแล้ว
"พนักงานใหม่หรอ?"
"ทำตำแหน่งอะไร?"
"แต่งตัวแบบนี้อย่าบอกนะว่ามาขายความสวย ฉันจะหัวเราะให้ฟันหัก" พอคนสุดท้ายพูดเสร็จ นางทั้งสองก็พากันหัวเราะ
กูสวยก็ผิดเนอะ
แต่แขวะไม่เกรงใจงานที่ตัวเองทำเลยอ่ะ
ถึงว่าคนสัมภาษณ์ย้ำจริงย้ำจังว่าจะไหวหรอ นี่มันแผนกจัดการบุคลากรหรือแผนกควบคุมนักโทษเอาดีๆ เพราะนอกจากสามคนนี้ ยังมีผู้ชายผู้หญิงรอบข้างหยุดยืนดูด้วยรอยยิ้มทำเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องสนุกสนาน
และคาดว่าจะเป็นพนักงานในคาสิโนทั้งหมด เพราะชั้นที่ฉันอยู่เป็นชั้นสำหรับพนักงานในโซนที่ฉันดูแลโดยเฉพาะ
แต่ฉันไม่คิดว่าคาสิโนอันดับหนึ่งแบบนี้จะคุมพนักงานไม่ได้นี่สิ การ์ดไปไหนหมดล่ะ ได้ข่าวว่าเจ้าของเป็นมาเฟียด้วย ทำไมดูไม่เกรงกลัวต่อกฏอะไรเลย
คิดแล้วก็ถอนหายใจ ปลายตามองคนตรงหน้าที่น่าจะเป็นหัวโจกแล้วตอบกลับ
"ฉันไม่ได้มาขายความสวย และก็ไม่ได้มาขายอะไรทั้งนั้น ฉันมาทำงานมีหน้าที่ดูแลพวกเธอ รันงานทุกอย่างให้พวกเธอ ฉะนั้นเข้าใจแล้วนะ หวังว่าพูดภาษาคนแล้วจะฟังกันรู้เรื่อง"
ค่ะ ฉันไม่ใช่คนยอมคน โดยเฉพาะกับคนที่มาหาเรื่องฉันก่อน แล้วยิ่งการทำงานแบบนี้ด้วย ถ้าฉันยอมตั้งแต่ต้นพนักงานพวกนี้คงไม่เห็นหัว
จนพวกนางมองหน้ากัน คนรอบข้างเองก็ด้วย แต่ฉันไม่สนใจยื่นมือไปเปิดประตูห้องที่อยู่ชั่วคราวระหว่างเรียนรู้งาน
พรึ่บ!
แต่มันไม่จบง่ายๆนี่สิ เพราะคนตรงหน้าปัดมือฉันออกจากลูกบิดประตูมองมาอย่างท้าทาย ก่อนที่สายตาเหยียดๆจะเงยมองป้ายหน้าห้องและแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง
โอเค มาวันแรกก็จะเอาเลยใช่มั้ย? พยามหลีกเลี่ยงถึงที่สุดล่ะนะ
"ผู้ช่วยหัวหน้าพนักงานโซน A ?"
"......." ฉันเงียบ แต่เงียบไม่ใช่ว่ากลัว ฉันกำลังมองหากล้องวงจรปิด ซึ่งมันดีที่มีทุกมุม
"มั่นใจว่าจะเอาพวกฉันอยู่หรอ หึ! เป็นแค่ผู้ช่วยอย่ามาสะเออะปากดี"
นางยื่นหน้ามาพูดใกล้ๆ แต่นั่นมันทำให้ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย จึงขยับถอยหลังมาหนึ่งก้าว แน่นอนว่าท่าทางของฉันทำให้คนตรงหน้ายิ่งได้ใจ
แสดงได้แนบเนียนขนาดนี้ คงไม่ใช่ใครส่งมาแล้วมั้ง
"เมื่อกี้ยังทำเก่งอยู่เลย ไม่ทันไรถอยละ"
"ไม่ถอยไม่ได้"
"กลัวฉันล่ะสิ หึๆ"
"ป่าว.. ปากเธอเหม็นมาก"
"!!!!"
แน่นอนว่าเหวอสุดขีด คนด้านข้างพากันหัวเราะกระหึ่ม แม้แต่นางสองคนที่มาด้วยกันด้านหลังยังแอบเอามือปิดปากเหมือนจะกลั้นขำเบาๆ
แต่ฉันไม่ได้โกหกหรือยั่วโมโหใครนะ มันเหม็นจริงๆ ถ้ายอมพูดกันดีๆฉันจะเเนะนำยาสีฟันสมุนไพรที่ไทยให้เธอไปใช้
"มะ มึง กรี๊ดดดด มึงกล้าพูดแบบนี้ได้ไง!!"
แบบนี้คงไม่คิดจะดีด้วยง่ายๆ และฉันจะไม่แนะนำสิ่งดีๆให้ จึงหันหลังเตรียมจะเดินเข้าห้องอีกรอบ
หมับ!
แรงกระชากที่ท้ายทอยทำให้ฉันกอดอกถอนหายใจหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองกล้องวงจรปิดตรงมุมที่หันมาตรงหน้าฉันพอดี
"ฉัน ป้อง กัน ตัว" ฉันทำปากพูดชัดๆแต่ไม่ออกเสียง
จากนั้นก็..
พรึ่บ!
หมับ!
ปึก!!
"โอ๊ยยยย!!"
พอพูดกับกล้องเสร็จฉันก็จับมือที่กระชากผมฉันออก จากนั้นก็หันไปดึงคนที่หาเรื่องเข้ากับตัว จับท้ายทอยจากนั้นก็เหวี่ยงร่างนางเข้ากับฝาผนังอย่างแรง
"+_+"
รอบเดียวจอดสนิทไม่ต้องซ้ำเพราะตอนนี้นางนอนหงายเลือดกำดาวไหลตาลอยวิ้งค์มองเพดาน และจากนั้นฉันก็กอดอกปรายตามองไปที่เพื่อนของนางอีกสองคน
"ว่าไง"
"วะ ว่าไงอะไรคะ"
"แบบเพื่อนเธอไง"
"ไม่ค่ะ ไม่ ขะ ขอตัวก่อนนะคะ"
ว่าแล้วก็ชิ่งไปเลย ทิ้งเพื่อนให้นอนแอ้งแม้งอยู่ตรงนี้ กระทั่งมีผู้ชายใส่ชุดสูทสีดำเดินเข้ามาสองคนหอบร่างผู้หญิงคนนี้ออกไป
เหตุการณ์กลับตาลปัตร ทุกคนรอบข้างดูจะชอบใจฉันมาก แต่ฉันไม่สนใจหรอกเดินเข้าห้องมาดูเอกสารที่ต้องจัดการต่อ
แต่ดันไม่มีอารมณ์แล้วนี่สิ จะโดนไล่ออกหรือเปล่าก็ไม่รู้ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนสนิทที่ชักชวนฉันมาทำงานที่นี่ จนรอสายไม่นานนางก็กดรับ
(ฮัลโหลชะนี เป็นไงบ้างทำงานวันแรก) เสียงแหลมแสบแก้วหูดังออกมานอกลำโพง
"อาจจะโดนไล่ออก"
(ห้ะ?!)
กุชชี่ อุทานออกมาอย่างตกใจ
"โดนหาเรื่องเลยสวนกลับ สลบไปแล้ว การ์ดมาหิ้วปีกไปเมื่อกี้" ฉันบอกแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างเบื่อหน่าย
"สลบเลยหรอ ยัยเพลินขวัญ!"
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
สัญญาณเตือนเครื่องโทรศัพท์บนโต๊ะที่มีไว้สำหรับติดต่อเครือข่ายพนักงานตั้งแต่ตำแหน่งสูงสุดยันตำแหน่งต่ำสุดในคาสิโนดังขึ้น
และมันกำลังดังที่โต๊ะประจำตำแหน่งที่ฉันนั่งอยู่ คงไม่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องอะไร
"แป๊บนะกุชชี่ สายตรงติดต่อมา ถ้าโดนไล่ออกคืนนี้เจอกันที่คลับนะ"
(เออ กูหัวจะปวด!)
ฉันไม่ตอบกุชชี่ วางสายนางไปและกดปุ่มรับสายที่โทรศัพท์ค้างไว้
"เพลินขวัญถือสายค่ะ"
(ค่ะ ติดต่อจากสำนักงานใหญ่นะคะ อีก 15 นาทีให้คุณเพลินขวัญขึ้นมาเซ็นเอกสารที่ชั้น 40 ห้อง 1101/40 ค่ะ ไม่ทราบว่าสะดวกไหมคะ)
ไม่ต้องบอกก็รู้ให้ฉันไปเซ็นเอกสารอะไร -_-^
"สะดวกค่ะ เซ็นเอกสารเสร็จฉันกลับได้เลยใช่มั้ยคะ จะได้เก็บกระเป๋าขึ้นไปทีเดียวเลย"
(เอ.. จะกลับทำไมคะ คุณเพลินขวัญมีปัญหาอะไรรึเปล่า)
"ป่าวค่ะ คือถ้าจะให้ฉันขึ้นไปเซ็นใบลาออก ฉันก็ว่าจะเก็บกระเป๋ากลับทีเดียวเลย จะได้ไม่ต้องแวะชั้นนี้อีก"
ฉันได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ แต่แหม.. จำได้นะว่าคือคนที่สัมภาษณ์งานฉัน
(คุณเพลินขวัญเข้าใจผิดแล้วค่ะ)
"เข้าใจผิด?"
(นายให้ขึ้นมาเซ็นเลื่อนตำแหน่งงานค่ะ ไม่ใช่เซ็นใบลาออก)
"เลื่อนตำแหน่งงาน ทำไม.."
(เอาเป็นว่าอีก15 นาที มาคุยรายละเอียดกับนายนะคะ ส่วนกระเป๋าไม่ต้องเตรียมมาค่ะ ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน)
นางพูดด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนจะตัดสายไป ซึ่งหลังจากนั้นฉันก็นั่งงงกับตัวเอง
"ไม่โดนไล่ออก แต่กลับได้เลื่อนตำแหน่ง?"
ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ลืมที่จะส่งข้อความหากุชชี่นัดเจอกันคืนนี้ โดยยังไม่บอกว่าฉันไม่โดนไล่ออกแถมยังได้เลื่อนตำแหน่งงาน
เอาไว้ไปเซอร์ไพรส์ต่อหน้า เพื่อนฉันคงเหวอน่าดู
..........