bc

Dangerous Lover...รักอันตราย

book_age18+
270
ติดตาม
1K
อ่าน
จบสุข
แน่วแน่
เจ้านาย
มาเฟีย
ดราม่า
ชายจีบชาย
like
intro-logo
คำนิยม

"เสียงหายใจหอบ ๆ ของตัวเองที่ดังขึ้นในตอนที่รู้สึกตัวแค่เลือนรางไม่ได้ทำให้อิฐรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงมากไปกว่าความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นกับตัวเขาในยามนี้ ความรู้สึกเหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่แฝงไปด้วยความสุขสมจนเขาต้องกัดริมฝีปากของตนเอง ในขณะที่ร่างกายยังคงตอบสนองความต้องการดิบเถื่อนไม่ยั้ง"

อิฐ อาณาเขต

“ขอโทษนะ จริง ๆ อาก็ไม่อยากทำหรอก แต่ถ้าจะมีใครได้เสียเป็นผัวเมียกันคืนนี้ล่ะก็ อาขอเป็นผัว!!!"

ภีม อาณาเขต

อยู่ดี ๆ ชีวิตชิลล์ ๆ ของอิฐมีอันต้องพังพินาศลงเพราะการปรากฏตัวของคุณอาหนุ่มที่แก่กว่าเขาไม่ถึง 10 ปี แถมพ่วงดีกรีสามีป้ายแดงแบบไม่ตั้งใจมาด้วย ทั้งเจ้ากี้เจ้าการไปทุกเรื่องทั้ง ๆที่ตัวเองใช่จะแก่กว่าเยอะซะเมื่อไหร่ นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทเนื้อหอมปะทะตัวแทนบริษัทหุ่นก้องแก้ง ดูก็รู้แล้ว ชนะใส ๆ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
หน้าที่
ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางนิวยอร์กมหานครใหญ่ของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา ชั้นบนของตึกสูงเสียดฟ้ามีสระว่ายน้ำใหญ่ที่รายรอบไปด้วยแมกไม้เขียวขจี แต่เวลานี้แม้มันจะดึกมากแล้ว แต่ในสระยังคงมีเสียงของจังหวะสายน้ำที่กระแทกกระทั้นตามอารมณ์ของคนในนั้นได้เป็นอย่างดี “ตรู๊ดดด!” เสียงอุปกรณ์ติดตามตัวแผดเสียงดังลั่น ทำให้ชายหนุ่มสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างบนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างคนต่างไม่กล้าที่จะเรียกชายหนุ่มที่กำลังว่ายน้ำอยู่ แต่คนในสระเหมือนจะรู้เรื่อง เขาหยุดว่ายน้ำและเปลี่ยนเป็นลอยตัวท่ากรรเชียง เสียงทุ้ม ๆ ไม่ดังไม่เบาแทรกผ่านจังหวะสายน้ำ “ถ้ายังไม่หยุดดังก็โยนทิ้งมันไปซะ” สิ้นเสียงสั่ง ก็มีเสียงของหล่นน้ำทันที “จ๋อม!” “อลัน!” “เค” ชายหนุ่มลูกครึ่งอเมริกันไอริชว้ากลั่น เมื่อเห็นคู่หูโยนโทรศัพท์เจ้านายลงสระว่ายน้ำหน้าตาเฉย “ก็บอสสั่ง” “อลัน” อดีตนายตำรวจหนุ่มเชื้อสายฝรั่งเศสฝีมือดีที่ได้ผันตัวเองมาเป็นบอดี้การ์ดของบริษัทฟรองซ์อินดัสทรี บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ตอบกวน ๆ พร้อมกับยักไหล่อันเป็นอาการที่เคเกลียดที่สุดเลยก็ว่าได้กับนิสัยกวน ประสาทและอวัยวะเบื้องต่ำของคู่หู ทั้งคู่เป็นนักเรียนตำรวจมาด้วยกัน และสนิทกันตั้งแต่เพิ่งเข้าสอบ ส่วนนิสัยนั้นต้องขอบอกว่าต่างกันสุดขั้ว เพราะเคดูสงบเยือกเย็น พูดน้อยและสุภาพ ในขณะที่อลันใจร้อน ขี้โมโหและถือดี แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันได้ก็คงเป็นเพราะผู้ชายที่กำลังว่ายน้ำอยู่ตรงหน้านี้มากกว่า แสงไฟสปอร์ตไลท์ที่ส่องให้ความสว่างของสระต้องกระทบชายหนุ่มร่างสูงในชุดกางเกงว่ายน้ำขาสั้นแต่ก็แอบอวดกล้ามขาว ๆ ที่เรียงตัวอย่างสวยงามและไม่ค่อยเจอแดดของ “ฟิลิป แอนด์ ฟรานซิส” หรือ “ภีม” บุตรชายคนโตของ ฟรองซัวร์ แอนด์ ฟรานซิส มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกามาช้านาน แม้จะมีคนสงสัยในชาติกำเนิดของเขาไม่น้อย แต่ก็ไม่มีใครกล้าปริปากถามเพราะเป็นที่รู้กันว่าแม้ฟรองซัวร์จะมีภรรยาหลายคน แต่มารดาของบุตรชายคนนี้ คือ 1 ใน 2 คน ที่นักธุรกิจใหญ่รักและยกย่องมากที่สุด ร่างสูงรับเอาผ้าเช็ดตัวจากมือของอลันมาเช็ดศีรษะในขณะที่หูยังคงได้ยินเสียงบ่นของเคที่เจ้านายหนุ่มมีนิสัยชอบทิ้งของใช้ส่วนตัวโดยเฉพาะอุปกรณ์สื่อสาร จะว่าไปนี่ก็เครื่องที่สามแล้วของเดือนนี้ ร่างสูงยิ้มมุมปากน้อย ๆ ก่อนจะเดินไปเล่นทีเผลอกับบอดี้การ์ดหนุ่มที่เอาแต่พึมพำเป็นตาแก่ “ตั๊บแก....” “What… Shit! Here!” เสียงอุทานยาวเหยียดและคำต่อท้ายที่เล่นเอา “ฟิลลิป” หรือ “ภีม” หัวเราะร่วน “อ้าว Here ก็มา” เสียงหัวเราะของอลันดังมาผสม Here ที่ไม่ได้แปลว่าที่นี่ แต่แปลว่าสัตว์ชนิดหนึ่งที่คนไทยชอบขอหวย “ตัวเงินตัวทอง” หรือ “เหี้ย” นั่นเอง ไม่ต้องสงสัยว่าเอามาจากใคร ก็เจ้านายสุดที่รักอย่างไรเล่า วันหนึ่งเลี้ยงเป็นฝูง “ถ้าป๋าโทรมา รับรองได้เลย ทั้งผมทั้งบอส ทั้งไอ้บ้านี่ไม่เหลือ” เคโวยวาย คราวก่อนไฟไหม้คาสิโนแถวลาสเวกัสที่อีหนูของป๋าเป็นหุ้นส่วนแล้วภีมไม่สนใจ ฟรองซัวร์เลยจัดเต็มไปเบา ๆ เขากับอลันนี่เกือบโดนอีหนูสาว ๆ ของป๋ารุมโทรมตาย ลูกชายเขาน่ะ ไม่ทำหรอก ทำแต่บอดี้การ์ดนี่ล่ะ แม้จะเป็นบอสใหญ่ตัวจริงแต่ฟรองซัวร์ก็รักสองหนุ่มพอ ๆ กับลูกชายลูกสาวเลยทีเดียว ถึงขนาดซื้อห้องพักให้พักที่เดียวกับภีม สวัสดิการเพียบอยากมาทำงานตอนไหนก็ได้ วันดีคืนดีมีชวนไปลงอ่างเป็นเพื่อนกันอีก จนบางทีเคยังงงกับพ่อของเจ้านาย นี่ตกลงจ้างเป็นบอดี้การ์ดหรือเป็นเพื่อนป๋ากันแน่!? “ ไม่ใช่หรอกน่า ป๋าไปแอลเอพร้อมเบอร์ 14 ตอนนี้พริสซี่กำลังยุ่ง ๆ กับคอล ฯ ใหม่ ไม่มีเวลาไปตามวีนหรอก เพราะฉะนั้นไม่ใช่...” ภีมตอบแบบมั่นใจ เบอร์ 14 ที่ว่านี่คืออีหนูคนล่าสุด แม่คนนี้เป็นนางแบบเปอโตริโก้ สะโพกบึ้มหน้าอกเบ้อเริ่ม จนภีมหวาดเสียวว่าถ้าเธอล้มทับหน้าเขา มีหวังหายใจไม่ออกแหง ๆ ป๋ากำลังคลั่งไคล้เธอมากขนาดซื้อรถสปอร์ตปลอบขวัญเมื่อเธอโดนพริสซี่หักหน้ากลางงานแฟชั่นวีคเลยทีเดียว แต่ก็ช่างมันเถอะ เงินของป๋านี่นา รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าคนที่จริงจังเสมอแว่บหนึ่ง ภีมมีสีตาน้ำตาลอ่อนแบบคนเอเชียแล้วยังเส้นผมที่ดำสนิทย้อมเท่าไหร่ก็ไม่ติด ส่วนผิวที่ขาว ๆ ของเขานี่ ถ้าเทียบกับคนฝรั่งเศสแล้วมันก็ไม่ได้ขาวนะ ติดจะเป็นแบบคนจีนเสียมากกว่า ดังนั้นทุกคนจึงคิดว่าภีมคงเหมือนแม่แม้จะสงสัยว่าแม่ของเขาหน้าตาเป็นยังไงก็เถอะ เวลาต่อมาหลังจากที่ขึ้นจากสระแล้ว ร่างสูงที่นอนเหยียดยาวอยู่ในห้องรับแขกทำให้เคอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ “บอส มีอะไรรึเปล่า?” คำถามของอีกฝ่ายทำให้ภีมยิ้มน้อย ๆ “ไม่มี” คนเป็นนายลุกเดินไปหยิบขวดเหล้าดีกรีแรงมาถือไว้ก่อนจะเปิดขวดและกระดกรวดเดียวไปกว่าครึ่ง “ข้างในมีแต่ตับกับกระเพาะนะครับไม่ใช่กระทะทองแดง” อลันประชด เดี๋ยวก็ปวดท้องฟาดงวงฟาดงาเหมือนหมา!? ภีมแอบฟาดหางตานิด ๆ ฝรั่งรู้จักกระทะทองแดงว่ะ รู้จักประชดประชัน ทุกวันนี้ใครก็คิดว่าที่เขาไม่ยุ่งผู้หญิงเพราะจับไอ้สองตัวนี่ทำเมียแล้วทั้งนั้นแหละ รองประธานถอนหายใจเพลีย ๆ ก่อนจะส่ายหน้าน้อย ๆ เอาวะ มีพวกมันถึงไม่มีเมียก็เหมือนมีหมา น่ารักดี สายตาคมเผลอมองไปที่ภาพวาดหมาดัลเมเชี่ยนกำลังอมยิ้มที่ประดับอยู่บนผนังห้องอย่างขำ ๆ ไอ้หมาสองตัวนี่มันไม่รู้หรอกว่าเจ้านายสุดที่รักบูลลี่มันทุกวันยันภาพติดฝาผนัง!? จดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะจ่าหน้าซองถึงภีมเป็นภาษาอังกฤษข้างในมีผลการชันสูตรการเสียชีวิตของใครบางคนอยู่ อลันเป็นฝ่ายหยิบขึ้นมาดูก่อนและส่งให้เคต่อ ทั้งคู่มีสีหน้าท่าทางสงสัย “ทำไมต้องให้ผมไปดูที่ฝรั่งเศส” เคเป็นฝ่ายถาม “เพราะฉันสงสัยว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น” ภีมตอบด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะทำตาโตเพราะนึกออก “ตายแล้วอลัน พรุ่งนี้ฉันมีนัดคุยกับพริสซี่ตอน 10 โมงเช้า” “แล้วบอกผมทำไม?” อลันย้อนถามงง ๆ จะโทรหาน้องก็โทรดิ มาบอกทำไมวะ “ก็นายเป็นคนโยนมือถือบอสลงสระ” เคเป็นฝ่ายตอบ ในขณะที่อลันยิ้มค้าง ทำไมความซวยมาตกที่เขาวะ!? 10 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น ภีมในชุดทางการกำลังคุยโทรศัพท์กับน้องสาวด้วยท่าทางที่สบายใจและเอาใจน้องสาวคนเดียวสุดชีวิต “ฮัลโหล คนสวยของพี่ว่ายังไงคะ?” เสียงออดอ้อนที่ดังขึ้น ทำให้อลันย่นจมูกใส่ เขาต้องแหกขี้ตาเผ่นไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้เจ้านายแต่เช้าที่มินิมาร์ทข้างใต้ออฟฟิศนี่แหละ เอาแบบพอใช้ได้ไปก่อน ก็ห้างมันยังไม่เปิดและคุณพริสซี่ก็โคตรจะเป๊ะเสียด้วย ภีมยอมขัดใจพ่อแต่ไม่กล้าขัดใจน้องสาวเด็ดขาด ก็แม่เจ้าประคุณน่ะเวลาวีนแตกขึ้นมา ขนาดภีมที่ว่าแน่ ๆ ยังยอมสยบ ยิ่งฟรองซัวร์ผู้เป็นบิดาแล้วไม่ต้องพูดถึง รายนั้นกลัวลูกสาวยิ่งกว่าผี!!! “ พี่ภีม แด๊ดบอกว่า พี่ภีมมีธุระจะต้องไปไทยเหรอคะ?” ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “หืม พี่ยังไม่ตัดสินใจเลยค่ะ ใครบอกพริสซี่คะ?” เสียงคะขาของผู้เป็นบอสทำให้สองบอดี้การ์ดอดที่จะเบ้หน้ากับความสองมาตรฐานของเจ้านายไม่ได้ “แอ๊ด..พรึ่บ” เสียงเปิดประตูและการกระเด้งตัวพรึ่บพรั่บของบอดี้การ์ดทั้งสองทำให้ภีมขยับตัวก่อนจะกันไปมอง และตัดบทสนทนากับผู้เป็นน้อง “พี่รู้แล้วใครบอก เดี๋ยวเราค่อยคุยกันนะคนสวย รักน้องจ้ะ” เสียงทุ้ม ๆ ตัดบทและรีบวางก่อนที่อีกฝ่ายจะทันพูดอะไร ร่างสูงหันไปค้อมศีรษะทักทายผู้มาใหม่ “ป๋าคิดถึงผมเหรอครับ?” “ไอ้ลูกเวร ฉันโทรหาแกจนมือจะหงิกตั้งแต่เมื่อคืน ทำไมแกไม่รับวะ?” ฟรองซัวร์ด่าลูกชายทันทีที่เจอหน้า นึกว่ามันเครียดจนกระโดดน้ำตายไปแล้ว ภีมทำหน้าไม่รู้เรื่องก่อนจะนึกในใจ สรุปคือ เสียงโทรศัพท์ที่มันกวนประสาทเขานั่น คือพ่อของเขาเหรอวะ ใครจะไปรู้ล่ะ มีผู้กล่าวไว้ว่าผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ชายหนุ่มมีวิธีจัดการกับความผิดที่เขาไม่ใส่ใจได้เสมอ ก็คือ โยนมันทิ้งไปซะ!? “ก็โทรศัพท์มันหล่นน้ำ นี่ไง ผมเพิ่งให้อลันไปซื้อมาเมื่อเช้านี้” ขยับโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับกระบอกไฟฉายให้ผู้เป็นบิดาดูประกอบ แววตาใสซื่อของ “ไอ้ลูกเวร” ทำเอาฟรองซัวร์อยากกระโดดกระทืบเอาสักที ทำไมจะไม่รู้ล่ะ เลขามันบอกว่าบอสเลิกประชุมเร็วเพราะจะไปว่ายน้ำ แล้วโทรศัพท์ก็หล่นน้ำ บังเอิญไปมั้ย “มันหล่น หรือแกเขวี้ยง” ท่านประธานพูดอย่างรู้ทัน เคแอบสบสายตากับอลันซึ่งฝ่ายนั้นได้แต่แอบเบ้หน้า คนอย่างภีมน่ะ คนไทยเขาเรียกอะไรนะ “มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก” มั้ง ที่ปาไม่ถูกเพราะคนถือเข่งเก็บลูกมะกอกดันเป็นเขาสองคนน่ะสิ “ผมเปล่า อลันทำ” “นั่นไง” สองบอดี้การ์ดแอบพูดพร้อมกันในใจ กูโดนอีกละ ในขณะที่ ฟรองซัวร์เหล่มองลูกชายอย่างเอือม ๆ มันกวนตีนได้ใครวะเนี่ย? “ทำไม ผมต้องไป” ภีมพูดอย่างถือดี เมื่อบิดาพูดจบ “เพราะแกคือ “อาณาเขต” คนหนึ่ง” ฟรองซัวร์พูดเป็นงานเป็นการ ชายชราหนักใจตั้งแต่ทีแรกแล้ว ภีมแม้จะดูว่าง่ายและไม่เคยขัดใจเขา แต่พอพูดถึงเรื่องที่เมืองไทยทีไร ชายหนุ่มมักงี่เง่าอย่างนี้เสมอ แม้ทุกครั้งเขาจะตามใจลูกชายที่เขารักเหมือนลูกแท้ ๆ คนนี้ แต่เขาก็ไม่ลืมคำฝากฝังของอีกฝ่าย สายตาที่ยังคงแจ่มใสขัดกับวัยมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าแน่วแน่ สะท้อนใบหน้าของชายอีกคนหนึ่ง “ฟรองซัวร์ ฉันดีใจนะที่แกเมตตาพิมพ์จันทร์ เด็กคนนั้นเป็นคนน่าสงสาร” “อำพล อาณาเขต” เพื่อนของเขากล่าวอย่างตื้นตันเมื่อร่างบางจูงมือเด็กชายหน้าตาจิ้มลิ้มเดินออกไปแล้ว “แกไม่คิดจะบอกลาตาหนูหน่อยเหรอ?” ฟรองซัวร์เอ่ยถามเพื่อนในวันนั้น วันที่เขารับเอาตาหนูหรือภีมเข้ามาเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของเขา “สักวันเขาคงรู้ว่าเพราะอะไร” อำพลยิ้มก่อนจะบอกลาเพื่อนและนั่งรถกลับออกไปโดยที่ไม่เคยเหยียบย่างกลับเข้ามาอีกเลย ภีมได้รับการเอาใจใส่และให้การศึกษาเป็นอย่างดี ในฐานะบุตรชายคนโตของ ฟรองซัวร์ แอนด์ ฟรานซิสต์ แม้ต่อมาเขาจะมีภรรยาชาวออสเตรียอีกคน แต่แอนนาก็รักและเมตตาภีมเหมือนกับลูกแท้ ๆ ของตน จึงทำให้พริสซิล่าหรือพริสซี่ ผู้เป็นลูกสาวรักและหวงพี่ชายคนนี้มาก ๆ อีกด้วย ในขณะที่พิมพ์จันทร์ผู้เป็นมารดาของภีมเองก็ยังคงครองตำแหน่งนายหญิงของอาณาจักรที่ไม่ค่อยจะออกงานเพราะปัญหาสุขภาพ ชีวิตของภีมน่าจะสุขสบายดีแล้ว ถ้าไม่เพราะในวันหนึ่งในวัย 22 หลังจากกลับมาจากมหาวิทยาลัยนั้น ใครบางคนที่มาจากประเทศไทยได้มาพบเขาตามคำสั่งเสีย “ภีม มาตรงนี้หน่อย” ฟรองซัวร์ซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดกวักมือเรียกภีมเข้าไป เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไปเพราะเขากำลังคุยธุระกับชายแปลกหน้าคนหนึ่งอยู่ “ครับ ป๋า” ร่างสูงพร้อมรอยยิ้มร่าเริง ทำให้ “อัษฎา อาณาเขต” เผลอมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ผมสีเข้ม และผิวขาวเหมือนผู้หญิง ต่างกันแค่มีกล้ามเนื้อสมส่วนแบบชายหนุ่มทั่วไป สายตาคมที่ถอดแบบบิดามาฉายแววตื้นตัน ในขณะที่ภีมเองก็ชะงักเมื่อเห็นอีกฝ่ายชัดเจน รอยยิ้มบนหน้าเลือนหายไป พร้อมกับอาการสำรวมเข้ามาแทนที่ มือทั้งสองข้างกระพุ่มไหว้ตามมารยาทไทยเป็นการบอกใบ้กลาย ๆ ว่าเขาไม่เคยลืมชาติกำเนิดของตัวเอง “ไงน้องชาย ไม่เจอกันเสียนาน” เสียงนุ่มนวลดังขึ้นจากชายกลางคนตรงหน้า อัษฎา อาณาเขต ประธานคนใหม่ของบริษัทอาณาเขตกรุ๊ป บุตรชายคนโตของอำพล อาณาเขต สิงห์เฒ่าแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่เพิ่งวางมือลงไปเมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่ฝ่ายถูกทักก่อนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ ไม่แม้แต่จะเอ่ยตอบคำทักทายตามมารยาท “เธอสองคนคุยกันไปก่อนนะ ฉันคงไม่มีอะไรจะพูด เพราะมันเป็นเรื่องภายในของพวกเธอ” ฟรองซัวร์กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเลี่ยงเดินออกไป โดยไม่ลืมแตะไหล่ลูกชายเบา ๆ และพยักหน้าให้บอดี้การ์ดคนอื่นเดินตามออกมา ในขณะที่ภีมเองก็นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นวันที่เขาระเบิดอารมณ์ออกมาในครั้งแรก วันที่เขารู้ว่า “ภีม อาณาเขต” ไม่เคยหายไปจากตัวของเขาเลย “คุณอัษฎามาเยี่ยมป๋าเหรอครับ” ภีมถามเมื่ออยู่กับอีกฝ่ายตามลำพัง เขานั่งตัวตรงบนโซฟาตรงข้ามกับอีกฝ่าย ในขณะที่อีกฝ่ายมองคนตรงหน้าเหมือนเด็กน้อยเมื่อวันวาน “มาหานาย” คุณอัษฎายิ้มบาง ๆ ก่อนจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาวางให้อีกฝ่ายบนโต๊ะ ซึ่งภีมได้แต่มองเฉย ๆ ไม่หยิบจนอัษฎาต้องพูด “อ่านสิ” “ของใคร ทำไมผมต้องอ่าน” ภีมย้อนถามหน้านิ่ง ดวงตาคมใต้แว่นตาสะท้อนเปลวไฟที่ลุกโชนภายใต้กรอบแว่นนั้น แต่อัษฎาไม่ถือสา “มันเป็นของนายและนายควรจะรู้” ผู้เป็นพี่ชายร่วมบิดาที่อายุห่างจากเขาเกือบ 30 ปี ยืนยันพร้อมทั้งถือวิสาสะเปิดวางให้ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาดูเอาเสียเลย ทำให้ภีมต้องอ่านอย่างเสียไม่ได้ เมื่ออ่านจบชายหนุ่มก็แค่นยิ้มออกมา “ไม่สายเกินไปหน่อยเหรอครับ กับการที่เอาผมมาเป็นกาฝากของฟรองซ์อินดัสทรี 10 กว่าปี แล้วจะมาบอกให้ผมกลับไปช่วยดูแลอาณาเขต สมกับเป็น “เขา” เลยนะครับ” ภีมยิ้มหยัน ก่อนจะฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างไม่ไยดี ในขณะที่อัษฎาเองก็มองอย่างคาดไม่ถึง เขาพอจะรู้มาบ้างว่าภีมไม่เคยสนใจอาณาเขตกรุ๊ป แต่ไม่เคยคิดว่าภีมจะไม่สนใจ “พ่อ” ด้วย อย่างน้อยด้วยวัยที่สูงขึ้น เขาคงคิดว่าภีมน่าจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น ว่าแค่ “ปีก” ของผู้เป็นพ่อที่ไม่สามารถปกป้องลูกได้ โดยเฉพาะจากอีกฝ่ายที่เป็นลูกเหมือนกัน แม้ภีมจะรู้ข้อนี้ แต่เขาไม่เคยคิดให้อภัยผู้เป็นพ่อเลยสักครั้ง เมื่ออัษฎากลับไปแล้ว มิสเตอร์ฟรองซัวร์ต้องทำใจอยู่นานทีเดียว กว่าจะกลับเข้าไปเผชิญหน้ากับลูกชายคนโปรดอีกครั้ง แก้วเจียระไนชิ้นดีแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่รวมกับโต๊ะทำงานของเขาที่โดนทุ่มกระจายบ่งบอกอารมณ์ของคนที่อยู่ข้างในได้เป็นอย่างดี บอดี้การ์ดของเขาต่างพยักหน้าให้กันก่อนที่จะพากันถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ สถานการณ์ตอนนี้พวกนั้นคงคิดว่าอย่าเสนอหน้าเข้าไปสอดจะดีกว่า แต่เขาทำไม่ได้น่ะสิ “จะหักเงินเดือนผมก็ได้นะ หรือให้ผมออกไปอยู่ข้างถนนเลยเป็นยังไงครับป๋า อ้อ ของโทษครับ ท่านประธาน” ภีมกล่าวเสียงเรียบ มือหนายังคงสั่นระริกจากความเจ็บที่เขาบีบแก้วจนแตก เลือดสด ๆ ไหลออกมามากมายแต่ภีมไม่สนใจ ก่อนที่มิสเตอร์ฟรองซัวร์จะทันทำอะไร ตาก็ต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างของลูกชายที่เขาฟูมฟักมากับมือทรุดโครมลงไปนอนกับพื้น “ ภีม!” เขาไม่มีวันลืมภาพวันนั้นโดยเด็ดขาด ใบหน้าซีดเซียวไร้ชีวิตชีวา ดวงตาที่ปิดสนิท และมือเปื้อนเลือดแดงฉาน หลังจากวันนั้นเป็นเดือนที่ภีมฟื้นมาไม่พูดกับใคร กว่าเขาจะง้อสำเร็จ ขอบอกเลยว่ายากกว่าง้อเมียอีก แต่วันนี้เขากลับต้องบังคับให้ลูกชายต้องฝืนใจอีกครั้งด้วยเรื่องเดิม แม้เขาจะแอบคิดว่าภีมเข้มแข็งกว่าวันนั้นมากแล้ว สายตาสองคู่ผสานกันนิ่ง ก่อนภีมจะเป็นฝ่ายพยักหน้าอย่างยอมแพ้ “ก็ได้ แต่มีข้อแม้ข้อหนึ่ง ผมจะไปในฐานะ ภีม อาณาเขต ลูกนอกสมรสของอดีตท่านประธานกำพล ตัวแทนเจรจาธุรกิจของฟรองซ์ อินดัสทรี ไม่ใช่ในฐานะรองประธาน ฯ ” แม้ผู้เป็นบิดาค่อนข้างงงกับข้อเสนอของลูกชายแต่ก็ยินยอมแต่โดยดี เอาวะตำแหน่งตัวแทนก็ไม่ได้แย่อะไร ลดปริมาณบอดี้การ์ดไปได้ “เออ ตามใจแก” “ข้อที่สอง เมื่อผมทำงานสำเร็จ ป๋าจะต้องปล่อยให้ผมออกไปใช้ชีวิตอิสระ” ภีมยิ้มบาง ๆ ทำให้ฟรองซัวร์มองหน้าลูกชายอย่างตื่นตะลึง ที่แท้เป็นแบบนี้เองเหรอ “ผมแค่อยากสลัดเงาของภีมและฟิลิปออกไป แต่ก็จะไม่ได้หายไปจากป๋าหรอก แค่ไม่อยากทำงานบริษัทแล้ว” “แกก็ไม่ต้องทำก็ได้นี่ ฉันเลี้ยงแกได้” ฟรองซัวร์เอ่ยเบา ๆ แต่ภีมกลับพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่โน้มน้าวใจของผู้เป็นบิดา “ผมอยากเห็นโลกอีกใบหนึ่งที่กว้างกว่าฟรองซ์อินดัสทรีและไม่ใช่กำแพงของอาณาเขตครับ” “ตามใจแก หลังจากที่ทำสำเร็จแล้วเท่านั้นนะ” “ครับ ป๋า” ภีมยิ้มกว้างก่อนจะกอดเอวบิดาอย่างเอาใจ ในขณะที่ฟรองซ์มีสีหน้าไม่เห็นด้วยแต่ก็ตามน้ำไปก่อน ยังมีเวลาให้เปลี่ยนความคิด!?

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย

read
1.4K
bc

ลุงเหมือง ภารโรงพันล้าน

read
1K
bc

ทะเบียนไร้รัก

read
3.9K
bc

สลับฟ้าพลิกชะตา

read
4.0K
bc

วุ่นวายนักจู่ๆมีพ่อเป็นซุปตาร์

read
1.8K
bc

ปิดบัญชีรักแก้เกมคนทรยศ

read
3.0K
bc

ขอแค่ได้รักเธอ

read
3.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook