ณ ห้องน้ำที่เข้าแล้วออกไม่ได้
ณ ห้องน้ำที่เข้าแล้วออกไม่ได้
ช่วงบ่ายที่ร้อนระอุ
ณ โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งวันนี้เหล่านักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนมารวมตัวกันอยู่ที่ลานกีฬาของโรงเรียน เพื่อร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
บริเวณลานกีฬามีเหล่านักกีฬาตัวแทนสีต่าง ๆ กำลังร่วมลงแข่งขันชิงชัยบนสนามแข่งของกีฬาแต่ละประเภท ขณะที่รอบข้างสนามมีเหล่ากองเชียร์จากแต่ละสี ส่งเสียงเชียร์นักกีฬาจากสีของตนอยู่บนอัฒจันทร์ และข้างสนาม บางสีเหล่าผู้นำเชียร์ที่แต่งกายโดดเด่นงดงามกำลังเต้นอยู่หน้าสแตนเชียร์สีตัวเอง บางสีกำลังแปรอักษร บางสีมีการตีกลองเข้าจังหวะเพลง
เอ้า! เฮ้ เฮ ฮา! ชักช้าอยู่ใย
เอ้า ฮ้า ฮา ไฮ้ ใครต่อใครเค้าเชียร์ สีเหลือง
เอ้า ฮี้ ฮี้ ฮิ้ว ดูสีชมพู ซิคงหมดแรง
มาเชียร์สีเหลือง ไม่ต้องออมแรง
เพื่อสีเหลืองของเรา ชะชะช่า!
~~~~~
เลือด! เลือด! เลือดสีแดงเข้มข้น
เข้ม! เข้ม! เข้มเสมอ เสมอ
นำ นำ นำจนเลิศจนเลอ
ใคร ใคร ใครมาเจอจะซึม!~ เฮ้
“เฮ้ย! มีใครเห็นไอ้ชมพูมั้ยวะ?”
เป็นเสียงของ จิ๊บ นักเรียนม.6 ที่เป็นหนึ่งในกรรมการสีถามหาเพื่อนที่มีชื่อเล่นว่า ชมพู แต่ปีนี้ดันจับฉลากได้เป็นกรรมการสีฟ้า
“ตะกี้ยังเห็นพี่เขานั่งอยู่ตรงนี้อยู่เลยนะคะ” รุ่นน้องที่นั่งอยู่ใกล้เคียงตอบกลับพลางกวาดตามองร่างของรุ่นพี่ชมพูที่เธอรู้จัก
“เห็นมันบ่นว่าปวดท้องขรี้ คงไปเข้าส้วมอยู่มั้ง แกมีไรรึเปล่า?” ข้าวปุ้น กรรมการสีฟ้าชั้นม.หกที่กำลังนั่งจัดขนมแจกเด็กสีฟ้าเงยหน้าถามเพื่อน
“ไม่มีอะไรหรอกแก พอดีฝากรายชื่อนักกีฬาของสีเราไว้ที่ชมพูมันอ่ะ ว่าจะเอามาเช็คดูซักหน่อยว่านักกีฬามาครบมั้ย”
“ถ้าเป็นใบรายชื่อนักกีฬาอยู่ที่หนูค่ะรุ่นพี่ พี่ชมพูเขาฝากไว้ก่อนจะไปเข้าห้องน้ำ” รุ่นน้องม.5 ที่เป็นกรรมการสีฟ้าอีกคนชูแฟ้มรายชื่อนักกีฬาที่อยู่ในมือ
“โอ้วว แจ๋วไปเลย! ว่าแต่ไอ้ชมพูมันคงไม่ตกส้วมไปแล้วหรอกนะ” จิ๊บบ่นถึงเพื่อนเสียงขัน
“ก็ไม่แน่ เดี๋ยวมาอาจถูกส่งไปอยู่สีเหลืองเพราะเปื้อนขรี้ ฮะ ฮะ ฮะ” เสียงของกรรมการสีฟ้าที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กม. ปลาย พากันเมาท์มอยอย่างติดตลก เมื่อนึกไปถึง ชมพู เลขาฯกรรมการสีฟ้าผู้ที่เวลานี้กำลังติดพันภารกิจขับถ่ายของเสียออกจากตัวอยู่ในห้องน้ำที่ไหนสักแห่งภายในโรงเรียนนี้
ขณะเดียวกัน ณ ห้องน้ำภายในอาคารเรียนที่อยู่ห่างจากพื้นที่ลานกีฬามาพอสมควร
“ฮะ ฮัดชิ่ว!” คนที่กำลังนั่งอยู่บนชักโครกภายในห้องน้ำห้องด้านในสุด จู่ ๆ ก็หลุดเสียงจามออกมา
“ใครกำลังนินทาฉันอยู่เนี่ย~” เลขาฯประจำสีฟ้าบ่นพึมพำขณะไถนิ้วอ่านเนื้อหาในแอพพลิเคชั่นเพื่อแก้เบื่อระหว่างนั่งทำธุระส่วนตัว
ความจริงห้องน้ำข้างล่างตึก หรือห้องน้ำจุดอื่นที่อยู่ไม่ไกลจากลานกีฬามันก็มีให้เข้าไปใช้งาน แต่เพราะไม่ชอบถูกคนอื่นรบกวนตอนกำลังทำธุระส่วนตัว จึงลงทุนลากสังขารเดินขึ้นมาเข้าห้องน้ำที่อยู่ในตึกเรียนที่คุ้นเคยและค่อนข้างปลอดคน
แต่ถึงกระนั้นนั่งแช่อยู่บนชักโครกมานานร่วมห้านาที ก็ยังไม่มีทีท่าว่าก้อนของเสียที่อยู่ในไส้จะออกมาทักทายโลกภายนอกแต่อย่างใด
ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้อาการปวดท้องที่แทบจะอึราดกระโปรงก็หายไปราวกับไม่เคยมีอาการมาก่อนซะอย่างงั้น
แต่ก็โชคดีแล้วที่อาการดังกล่าวหายไป เพราะไม่อย่างนั้นต้องเป็นเรื่องยุ่งมากแน่ ๆ ถ้าเกิดว่าเธออึราดกระโปรงนักเรียนผืนที่ใส่อยู่ตอนนี้ นั่นก็เพราะว่ากระโปรงผืนนี้เป็นกระโปรงของ มุก เพื่อนสาวห้าวที่เป็นทั้งหลีดสีและเป็นนักกีฬาปิงปองของสีฟ้า
ส่วนสาเหตุที่ชมพูต้องใส่กระโปรงของเพื่อนแทนที่จะสวมกางเกงวอร์มของตัวเองเหมือนสตาร์ฟคนอื่น ๆ ก็เป็นเพราะว่าวันนี้ คุณเพื่อนเจ้าของกระโปรงผืนนี้ นางดันหยิบถุงเสื้อผ้ามาผิดถุง
จากที่ควรจะหยิบถุงชุดกีฬาเอามาเปลี่ยนตอนแข่งปิงปอง ก็ดันลืมไว้ที่บ้าน แล้วซุ่มซ่ามหยิบสลับกับถุงที่ใส่กระโปรงนักเรียนเอาติดกระเป๋ามาแทนซะได้
ด้วยความที่เร่งรีบเพราะเจ้าตัวจะต้องไปรายงานตัวลงแข่งปิงปองในฐานะนักกีฬาตัวแทนสีฟ้าในเวลานั้นแล้ว พวกสตาฟสีฟ้าเลยพากันหาชุดให้ใส่กันจ้าละหวั่น
โชคดีที่เสื้อสีฟ้าจะมีสำรองไว้ให้เปลี่ยน ส่วนกางเกงกีฬา ด้วยความที่เวลาไม่คอยท่า สุดท้ายชมพูก็เลยยอมถอดกางเกงวอร์ม ของตัวเองให้เพื่อนยืมใส่ไปรายงานตัวเพื่อลงทำการแข่งขัน ส่วนตัวเองก็ต้องมานั่งเลือกว่าจะใส่กระโปรงหลีดของเพื่อน หรือใส่กระโปรงนักเรียนที่เพื่อนหยิบมาผิดดีหนอ
แน่นอนว่าชมพูเลือกอย่างหลัง
‘ประกาศรายงานผลการแข่งขัน! ตอนนี้นักกีฬาปิงปองหญิงตัวแทนสีฟ้าเอาชนะตัวแทนจากฝั่งของสีม่วงไปได้ คว้าบัตรผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศเหรียญทองในวันพรุ่งนี้! ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ’
“ยอดไปเลยยัยมุก ไม่เสียแรงที่ให้ยืมกางเกง!”
เสียงประกาศจากหอกระจายเสียงที่ดังไปทั่วบริเวณทำเอาคนเจ้าของกางเกงวอร์มยิ้มหน้าบานที่เพื่อนร่วมสีเอาชนะในการแข่งขันวันนี้ได้สำเร็จ
‘เอาละครับท่านผู้ชม ในที่สุดเวลาที่ทุกท่านรอคอยก็มาถึง ศึกชิงสิงห์สนามของบ่ายวันนี้ เป็นการพบกันของสีส้ม กับ สีฟ้าที่เป็นรองแชมป์เก่า มาดูกันซิว่าสีไหนจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป…!’
คราวนี้เป็นเสียงโฆษกประจำสนามฟุตบอลประกาศลำดับการแข่งขันฟุตบอลคู่ต่อไปซึ่งเป็นสีฟ้าของชมพูร่วมลงแข่งด้วย
เพราะตื่นเต้นกับชัยชนะของพวกพ้อง จึงมีแก่ใจอยากลงไปร่วมเชียร์นักกีฬาสีของตัวเอง ที่ก็มีลุ้นว่าจะชนะในการแข่งขันฟุตบอลบ่ายวันนี้เช่นกัน
ดังนั้นชมพูจึงละความพยายามที่จะปลดปล่อยของเสียในบัดดล เธอเอื้อมมือดึงทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดบริเวณสงวนหลังฉี่เสร็จ จากนั้นลุกขึ้นดึงกางเกงในและจัดกระโปรงที่สวมอยู่ให้เรียบร้อย
แต่ขณะที่กำลังเอื้อมมือเพื่อกดเปิดประตู ก็ต้องชะงักกึก เพราะมีเสียงของใครบางคนเดินเข้ามาภายในพื้นที่ห้องน้ำแห่งนี้
“วันนี้คงไม่มีใครขึ้นมาใช้ห้องน้ำนักเรียนหญิงที่ตึกนี้อีกแล้ว” นักเรียนหญิงผู้มาใหม่พูดกับคนที่มาด้วยกัน
‘เฮ้อ! แล้วจะชะงักทำไมละฉัน!’ คนขวัญอ่อนบ่นด่าตัวเองก่อนขยับมือจะเปิดประตูออกไปภายนอก
ทว่าก็ต้องชะงักอีกรอบ เมื่อเสียงได้ยินเสียงคู่สนทนาของนักเรียนหญิงคนดังกล่าว ที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าคนที่มาด้วยกันจะไล่เปิดประตูทุกบานในห้องน้ำแห่งนี้เพื่อตรวจสอบว่ามีใครใช้ห้องน้ำอยู่บ้าง จนเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำที่ชมพูอยู่ จู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่า...
“แล้วห้องนี้ล่ะ มันล็อคอยู่แฮะ มีใครอยู่ข้างในรึเปล่า?”
เจ้าของเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามพลางเคาะประตูที่ชมพูจับไว้แน่น และเธออาจจะกล้าเปิดประตูออกไปเสียตอนนี้ ถ้าเกิดว่าเสียงของคนที่พูดอยู่และพยายามเขย่าประตูหน้าห้องนำของเธอ
ไม่ใช่ ‘เสียงของผู้ชาย!’
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“มีใครอยู่ข้างในมั้ย?”
เสียงที่พูดเป็นเสียงของวัยรุ่นเพศชายที่น่าจะอายุไล่เลี่ยกับชมพู ซึ่งกำลังยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับเคาะเรียกหลายครั้ง
ทว่าชมพูที่ตกใจทำอะไรไม่ถูก มือยังคงจับลูกบิดไว้แน่น รีบยกเท้าขึ้นเหยียบขอบชักโครก ด้วยกลัวว่าจะถูกคนข้างนอกมองลอดช่องใต้ประตูเข้ามาดู จนจับได้ว่าเธอกำลังใช้ห้องน้ำห้องนี้อยู่
ชมพูเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องสติแตกแล้วทำอะไรงี่เง่าแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ควรเดินออกไปแสดงตัวซะก็จบ แต่กลับลนลานจนไม่กล้าเปิดประตูออกไปเจอพวกเขา ราวกับเป็นลูกหนี้ที่กำลังซ่อนตัวจากเจ้าหนี้ก็มิปาน
“ห้องนั้นประตูเสียใช้งานไม่ได้ แม่ป้าคงล็อคไว้ ดูซิ มีกระดาษแปะไว้ว่าประตูชำรุด”
คำบอกเล่าของนักเรียนหญิงเสียงหวานทำให้เด็กหนุ่มที่มาด้วยกัน ยุติการฝืนเปิดประตูห้องน้ำที่แปะป้ายชำรุดในที่สุด
‘ประตูเสีย? ได้ไงอ่ะ? ก็ฉัน...เออจริงสินะ’
อันที่จริงก็ไม่เชิงว่าประตูเสียหายอะไรนักหรอก เพียงแต่บานพับมันมีปัญหาทำให้เวลาเปิดปิดจะเสียงดัง เอี๊ยด! อ๊าด! จนน่ารำคาญ ป้าพนักงานทำความสะอาดก็เลยเอาประกาศมาติดแจ้งไว้ เพื่อตัดปัญหาเรื่องเสียงรบกวน และไม่ให้เข้าใช้งานจนกว่าช่างจะมาซ่อมแซม
แน่นอนว่าชมพูที่เป็นกรรมการนักเรียนก็ทราบเรื่องนี้ดี
ทว่าด้วยความที่ติดนิสัยที่ชอบเข้าไปห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุด และตอนที่เร่งฝีเท้าเดินเข้ามาในพื้นที่ส่วนของห้องน้ำ ก็ดันเป็นจังหวะที่ปวดท้องเอามาก ๆ จึงไม่สนใจป้ายเตือนที่แปะอยู่บนประตู เพราะคิดว่าเวลานี้คงไม่มีใครเดินขึ้นมาใช้ห้องน้ำที่ตึกนี้ ต่อให้เปิดประตูแล้วมันส่งเสียงดังก็คงไม่มีใครว่า
แต่เพราะตอนนั้นคิดง่าย ๆ อย่างนั้น
ในเวลานี้ชมพูก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรดี?
เธอควรโล่งใจที่สองคนนั้นเข้าใจผิดว่าประตูมันเสีย เลยทำให้ตัวเธอยังไม่ถูกจับได้แอบอยู่ในห้องดังกล่าว
หรือกร่นด่าตัวเองว่า ‘นังโง่’ ที่ทำตัวเป็นเต่าหดหัวไม่ยอมเปิดประตูออกไปให้ตั้งแต่แรก จนต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องน้ำในสถานการณ์ที่ล่อแหลมแบบนี้
‘แต่ช่างเถอะ เดี๋ยวพวกเขาคงไปแล้วละมั้ง’
แม้จะสงสัยว่านักเรียนชายเข้ามาทำอะไรในห้องน้ำหญิง ในเวลานี้ เพราะตึกนี้เป็นตึกเรียนของ ม.5 กับ ม.6 ซึ่งห้องน้ำช-ญ จะแยกฝั่งกันอย่างชัดเจน
แต่ชมพูก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะมองในแง่ดีว่านักเรียนชายอาจตามเข้ามาส่งเพื่อนนักเรียนหญิงขึ้นมาทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำบนตึกนี้เหมือนกับเธอก็ได้
นั่นถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร กับการที่นักเรียนหญิงบางคนไม่กล้าเดินขึ้นมาบนตึกเรียนที่เงียบเชียบและร้างผู้คนแบบนี้
และแน่นอนว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของชมพูเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ชมพูไม่ได้อยากรู้ว่าสองคนข้างนอกเป็นใคร จึงทนนั่งย่อตัวอยู่บนขอบของชักโครก รอเวลาให้ทั้งสองคนออกไปจากห้องน้ำให้เร็วที่สุด
แต่...ชมพูคิดผิด
ปึ่ง!
เสียงปิดประตูใหญ่บริเวณทางเข้าห้องน้ำดังขึ้น
ทว่านักเรียนชายหญิงคู่ดังกล่าวไม่ได้ออกไปจากพื้นที่บริเวณห้องน้ำ แต่พวกเขากำลังยึดพื้นที่นี้เป็นของตน
และเริ่มทำในสิ่งที่ชมพูไม่คาดคิด!
“พี่เซนขา~ วันนี้แพรใส่ชุดนี้ สวยมั้ยคะ? ~”
‘โอเค... ดูเหมือนว่านักเรียนหญิงเป็นเด็กรุ่นน้องสินะ และจากการใช้น้ำเสียงก็คงไม่ใช่พี่น้องกันด้วย’ ชมพูเม้มปากครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง
ทางด้านบรรยากาศนอกประตูห้องน้ำที่ชมพูมองไม่เห็น
เด็กสาวหน้าตาน่ารักในชุดปอมปอมเชียร์สีแดงสลับขาว ยืนคลอเคลียเด็กหนุ่มตัวสูงโปร่งที่หน้าตาดีมาก ๆ คนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในชุดกางเกงวอร์มดำเสื้อทีมสีแดงอยู่บริเวณหน้าโซนอ่างล้างหน้า
“อืม สวย” เด็กหนุ่มชื่อเซนตอบเสียงทุ้มต่ำ วางมือลูบไล้เรือนขาของเด็กสาวรุ่นน้องม.5 ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมหลีดสีแดงสีเดียวกับเขา
“งั้น~ อยากเอา แพรมั้ยคะ?” น้ำเสียงยั่วยวนถามเย้า จ้องมองใบหน้าของรุ่นพี่หนุ่มนักเรียน ม.6 ด้วยแววตาเป็นประกาย
“อึก...เธอส่องข้อความให้ฉันเดินตามขึ้นมาที่นี่ด้วย พอเข้ามาในนี้ก็รีบใช้มือลูบเป้าของฉันเล่น จนตอนนี้มันแข็งขึ้นมาแล้ว ยังจะถามอีกเหรอ~” เขาย้อน ก่อนล้วงมือสอดเข้าไปลูบเนินเสียวของเด็กสาวรุ่นน้องเป็นการเอาคืน
“อื้ออ อื้ออ อ๊ะห์” เด็กสาวที่ชื่อแพรครางออกมาเบา ๆ เมื่อถูกมือสากสอดล้วงเข้ามาบีบคลึงพื้นที่ลับอย่างจงใจล่วงเกิน
“หึ อะไรกัน ยังไม่ทันได้ทำอะไร แฉะตั้งขนาดนี้เลยเหรอ เ****นมากสินะ~” เซนเค้นเสียงหยอก หลังถอนมือออกมาจากร่องเนื้อที่ชื้นแฉะ แล้วพบว่านิ้วมือของตนไปด้วยน้ำเสียวของสาวรุ่นน้อง
“มันเปียกตั้งแต่ที่พี่เซนแอบล้วงเล่นก่อนหน้านี้ไงคะ~”
“เธอยั่วเองไม่ใช่รึไง ขึ้นไปนั่งบนนี้สิ จะเลียให้เปียกยิ่งกว่าเดิม~” เซนสั่งก่อนยกตัวรุ่นน้องสาวขึ้นไปนั่งพาดอยู่บนเคาน์เตอร์อ่างล้างมือหน้ากระจกห้องน้ำ เขาจัดการถอดกระโปรงเชียร์ตลอดจนกางเกงในตัวจิ๋วออกจากเรียวขาของแพร ทำให้เด็กสาวอยู่ในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่าอยู่เบื้องหน้าเขา
“หึ...เยิ้มเชียวนะ~” เด็กหนุ่มกระตุกยิ้ม
สายตาคมจ้องมองกลีบเนื้ออวบอูม ที่ตอนนี้บริเวณไรขนอ่อนเปียกชื้นจากน้ำหล่อลื่นที่หลั่งออกมาจากกายของเจ้าตัว เรียวขาของแพรถูกจับให้แยกออก เปิดทางให้นิ้วมือของเซนได้เค้นคลึงช่อดอกไม้ที่ฉ่ำชื้น
เขาใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งแหวกกลีบเนื้อสาว แล้วย่อตัวจรดริมฝีปากกับลิ้นลงมาโลมเลีย ดูดขบเล่นรักร่องแคมเนื้อเสียวที่คุ้นเคยเพื่อช่วยเร้าความสะท้านให้รุ่นน้องคนงาม