Born Lover 0 เขาเกิดขึ้นมาจากความรัก
รักที่ไม่สามารถเปล่งประกาย
- Deep down -
ถ้าถามว่าเจ็บมากไหม
กับการรักใครสักคนหนึ่งที่เป็นไปไม่ได้
ฉันก็คงต้องตอบว่ามันเจ็บมากที่สุด
เจ็บมากจนไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ใครเข้าใจได้
เพราะฉันเองเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในมุมมืดเสมอมา
มุมมืดที่คงมีใครหลายคนอยู่เป็นเพื่อน
เพียงแต่พวกเราไม่สามารถเปล่งประกายให้ใครมองเห็นพวกเราได้
รักอย่างเงียบงัน ให้กำลังใจอย่างสุดกำลัง หัวเราะ ยิ้ม และร้องไห้โดยมีใครคนหนึ่งอยู่เหนือความรู้สึก
“น้องริวเป็นลูกของน้าจอมกับใครเหรอครับ” ระหว่างที่กำลังเตรียมตัวสอนเด็ก ๆ วาดรูปในวิชาศิลปะ เสียงของกัปตันเด็กวัยห้าขวบในมูลนิธิบ้านเติมรักก็เอ่ยถามขึ้นเสียงดัง
ฉันรีบหันมองลูกชายบนเก้าอี้ตัวเล็กที่นั่งอยู่ทันที ตากลมโตยังคงมองมาที่ฉันอย่างใสซื่อจนคนเป็นแม่ที่ถูกเด็กน้อยวัยแค่ห้าขวบเอ่ยถามคำถามนั้นถึงกับหัวสมองตีบตัน คำตอบมันชัดเจนอยู่ในใจแต่ฉันกลับไม่สามารถตอบออกไปได้
“น้องริวเป็นลูกของน้าจอมกับความรักครับ” ปล่อยให้เวลาผ่านไปเกือบนาทีในที่สุดฉันก็ตั้งสติพลางฝืนยิ้มส่งให้เด็กน้อยขี้สงสัย
“ความรัก...พ่อของน้องริวชื่อความรักเหรอครับ”
กัปตันยังคงสงสัยไม่เลิก เขาถือเป็นเด็กที่ค่อนข้างเรียนเก่งและสาเหตุที่ดูจะฉลาดกว่าทุกคนก็เพราะเป็นเด็กช่างถามนี่ล่ะ แต่วันนี้คำถามของเขากลับทำให้ฉันเริ่มไม่สบายใจ ฉันรู้อยู่แล้วว่าในที่สุดก็ต้องมีคนตั้งคำถามพวกนี้ขึ้นมา
น้องริวเป็นลูกของใคร...
พ่อของเด็กคือใคร...
จอมมีแฟนตอนไหน...
แล้วตอนนี้เขาหายไปไหน...
คำถามมันดูหลากหลายและแตกต่าง แต่คำตอบที่พวกเขาต้องการอยากรู้นั้นเหมือนกัน...ซึ่งนั่นก็คือ
‘พ่อของน้องริว’
แต่ทำยังไงได้ล่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าตลอดชีวิตนี้จะไม่บอกใคร จะเก็บเป็นความลับและปล่อยให้มันตายไปพร้อม ๆ กับตัวฉันในสักวันหนึ่ง
“พ่อของน้องริวไม่ได้ชื่อความรักหรอกครับ แต่น้องริวเกิดขึ้นมาจากความรัก”
ฉันคงบอกกับทุกคนได้เพียงเท่านี้ ได้เพียงเท่านี้จริง ๆ
สามปีที่แล้ว...
“จอมจะเจ็บไหม...”
เธอเอ่ยถามเสียงพร่าขณะที่ร่างกายทุกส่วนเปิดเปรยต่อสายตาของคนตัวใหญ่ด้านบนที่กำลังคร่อมทับ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาชื้นไปด้วยเหงื่อทว่ากลับดูเซ็กซี่ขึ้นมากกว่าปกติและทั้งหมดนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนฝันไป
ในอดีตเราเคยเป็นแค่คนแปลกหน้าต่อกัน เขาคือซุป’ตาร์ดังที่เจิดจรัสอยู่ท่ามกลางผู้คนส่วนฉันก็เป็นแค่นักรีวิวอาหารไก่กาคนหนึ่งที่กำลังวิ่งไล่ตามความฝัน เราสองคนบังเอิญเจอกันที่ร้านพี่ ‘อุ้ม’ รุ่นพี่คนสนิทจากมูลนิธิบ้านเติมรักที่ตอนนี้ประสบความสำเร็จจนมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง วันนั้นฉันตั้งใจไปแสดงความยินดีกับพี่อุ้ม ทว่าก่อนทันได้เจอกันก็ชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่จำได้ดีว่าคือใครตรงทางเข้าร้านเสียก่อน
เขาเหงื่อซึมไปทั้งตัว ท่าทางดูกระวนกระวาย ถึงแม้ตัวเองก็ตื่นเต้นไปไม่ต่างกับเขาแต่ก็ยังเอ่ยถาม
‘มีอะไรให้ช่วยไหมคะ’
‘คุณช่วยหาที่หลบให้ผมได้ไหม’
ครู่หนึ่งฉันขมวดคิ้วมุ่น แต่เมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดของคนกลุ่มหนึ่งดังมาแต่ไกลก็รีบคว้ามือใหญ่ของเขาให้วิ่งตามทันที ฉันพาเขามาหลบในร้านพี่อุ้ม ในห้องเก็บของที่คับแคบและไม่มีบรรยากาศโรแมนติกอะไรเลยทั้งสิ้น วินาทีนั้นฉันรู้ตัวอยู่เสมอว่ากำลังอยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายที่ตัวเองแอบชื่นชอบ
ใช่ จะเรียกฉันว่าเป็นแฟนคลับเขาก็คงไม่ผิดอะไร
ฉันติดรูปเขาตรงฝาผนังห้อง ฉันติดตามไอจีส่วนตัวและเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา ฉันรู้จักเขาเพราะเพื่อนคนหนึ่งเอารูปให้ดูและฉันตกหลุมรักเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้า พอยิ่งรู้จักก็ยิ่งชอบและเขากลายเป็นผู้ชายที่เปรียบเสมือนฝันของฉัน ฝันที่ขอแค่ได้ฝันก็พอ ไม่คิดเลยว่าวันเวลาจะดำเนินมาไกลจนถึงขั้นนี้
ในวันที่เราเป็นแฟนกัน และกำลัง...
“เจ็บ...แต่นิดเดียว”
เสียงทุ้มแหบต่ำกระซิบตอบชิดใบหู ริมฝีปากร้อนชื้นกดลงมาพลันสอดใบลิ้นเข้ารุกล้ำจนฉันต้องย่นหอหนีพลางครางอืออา
“อื้อ ยะ อย่าทำตรงนั้น” ใช้มือหนึ่งดันหน้าอกแกร่งไว้ในขณะที่ส่วนอ่อนไหวกลางกลายเต้นตุบตับ ส่วนแข็งแกร่งของเขาถูไถไปมาอยู่นานคล้ายรอให้ฉันพรั่งพร้อม
“ผมเข้าไปแล้วได้ไหม” เขาเอ่ยขออีกครั้ง พลางเงยหน้ามาส่งสายตาออดอ้อนอย่างที่ชอบทำ ตั้งแต่คบกันได้สามเดือนนี่เป็นครั้งแรกที่เขาขอจากฉันมากขนาดนี้...
“อะ...อื้อ” จะหาว่าฉันใจง่ายก็คงไม่ผิด แต่เพราะฉันรักเขาสุดหัวใจจริง ๆ ถึงยอม
ปึก!
“โอ๊ย...เบา ๆ จอมเจ็บ”
เมื่อถูกส่วนแข็งแกร่งเบียดชิดผ่านเยื่อบางเข้ามาในที่สุด ก็รู้สึกถึงความคับแน่นและเจ็บปวดไปหมดจนต้องใช้มือจิกเกร็งบ่าแกร่งของเขาเอาไว้ ในขณะที่สองขาเกี่ยวรั้งอยู่บนเอวสอบ
ฉันคล้ายจะหมดแรงตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น
“ยะอย่าขยับนะเรย์” กระซิบบอกเสียงสั่นพลันสูดหายใจกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด แต่ก็คล้ายว่าจะไม่มีอะไรดีขึ้นเลย
“ถ้าไม่ขยับจอมจะเจ็บ อย่าเกร็งนะ” มือหนาเลื่อนขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าให้ ก่อนเขาจะประทับจูบลงมาซับเสียงทั้งหมดให้หายไป
“อืม” เสียงทุ้มครางต่ำผ่านลำคอ ในขณะที่ใบลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาภายในปากแล้วเริ่มดุนดันไล่ต้อนฉันให้หมดหนทางหนี
ปึก ปึก ปึก
ส่วนล่างเริ่มขยับเคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก ทีแรกมันเจ็บมากแต่เพราะถูกเบี่ยงเบนความสนใจมาอยู่ที่จูบ ทุกอย่างจึงคล้ายผ่อนคลายลง ฉันได้แต่ตอบสนองเขาอย่างลืมความเหน็ดเหนื่อยและเจ็บปวดตรงกลางกาย เพียงไม่นานก็เริ่มคุ้นชินและขยับตอบรับเป็นจังหวะ
“อ้ะอ่า...เรย์คะ เบา อึก...เบา ๆ”
ร่างใหญ่ขยับเข้าออกถี่รัว จึงต้องเอ่ยปากรั้งเอาไว้ แม้ตอนนี้จะสุขสมแต่เพราะเป็นครั้งแรกแบบนี้มันก็รับไม่ค่อยไหว
“คุณน่ารักมาก ผมขอโทษ ผมจะทำเบา ๆ” เขากระซิบบอกก่อนผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่คล้ายกำลังควบคุมอารมณ์
การขยับเคลื่อนไหวลดความรุนแรงลงทว่าถึงอย่างนั้นสำหรับฉันมันก็มากอยู่ดี
“อึก” เมื่อเวลาผ่านไปร่างเราทั้งสองเหนียวเหนอะไปด้วยความชื้นของเหงื่อที่ต่างผุดพรายออกมา การขยับสอดคล้องยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดสำหรับเขา แต่กับฉันแล้วดูเหมือนจะมีบางอย่างที่แปลกไป คล้ายกำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในอีกไม่นาน
“อ้ะ...จอม จอมรู้สึก...”
ฉันใช้มือโอบรอบลำคอแกร่งไว้แน่น ในขณะที่ร่างกายใหญ่ด้านบนก้มหน้าลงซุกซบกับอกอิ่มก่อนพาริมฝีปากฉ่ำชื้นเข้าครอบครองปทุมถันสีหวานที่ตอนนี้เริ่มขึ้นรอย
“อีกนิด รอผมหน่อย” เสียงทุ้มหอบหายใจถี่แล้วเพิ่มแรงขยับเร็วขึ้นจนฉันจับจังหวะไม่ทัน ตอนนี้ยอมรับว่าหมดแรงและฉันปล่อยให้เขาทำตามทุกอย่างที่เขาต้องการ
“อ้ะ...อื้อ” สักพักตัวตนของฉันก็เริ่มบีบรัดส่วนแข็งแกร่งภายใน ใบหน้าหล่อเหลาชื้นเหงื่อเงยหน้าขึ้นก่อนเขาจะคำรามเสียงดังไม่ต่างจากฉัน
“อ่า...”
“อ้ะ...อื้อ” ริมฝีปากถูกประกบจูบอีกครั้ง ส่วนล่างถูกขยับตอกตรึงเข้ามาลึกขึ้น ลึกขึ้นและสุดท้าย...
“อึก...”
ก็รับรู้ถึงความอุ่นซ่านแผ่กระจายทั่วภายในช่องท้อง ฉันรับรู้ในวินาทีนั้นเองว่าเรย์ไม่ได้ป้องกัน
“อีกรอบนะ” แต่ยังไม่ทันจะได้ทักท้วงเขาก็เริ่มขออีกรอบมือใหญ่จับเอวฉันไว้แน่นก่อนจับพลิกให้นอน
ตะแคง เขาเบียดเข้ามาแนบชิดด้านหลังแล้วขยับเร็วอีกครั้ง
“อืม...”
ทั้งคืนนั้นเราสองคนมีความสุขด้วยกัน มีความสุขในแบบที่ต่างฝ่ายต่างยินยอมและทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความรัก...