คลับ Kmnxx
“เออ เริ่ด ได้เงินกินขนมมาตั้งหลายหมื่นมาเข้าร้านเหล้าหมด เพื่อนกูนี่มันตัวแม่ ตัวมัม ตัวสูตินารีเวชของจริง”
ตั้งแต่ที่ฉันบอกว่าจะมาร้านเหล้า อ้ายอ้าย ก็เอาแต่บ่นไม่หยุด เจ้าหล่อนไม่จอยเท่าไหร่ที่ฉันมาเที่ยวบ่อยๆ เพราะเงินของพวกเราเริ่มจะร่อยหรอทั้งที่เพิ่งจะกลางเดือนเท่านั้น แต่ฉันก็ชดใช้ด้วยการพาพวกมันชนะการแข่งขันแล้วได้เงินรางวัลมาแล้วนี่นา แค่มาเที่ยวคืนสองคืนจะเป็นอะไรไป
อีกอย่าง เงินที่เที่ยวก็ใช่เงินพวกเราที่ไหน เงินแม่ฉันทั้งนั้นแหละ
“กูว่านะ วันนี้เราไม่น่าออกมาเลย เมื่อเช้ากูเปิดไพ่ได้ไพ่ไม่ดี ไพ่บอกว่าวันนี้ราหูจะอมคนเกิดวันศุกร์ มึงนี่อีลิส มึงเกิดวันศุกร์อะ กลับบ้านด่วนๆ เลยนะคะ”
คนนี้ก็คลั่งการดูดวงจนเป็นบ้า ตั้งแต่ที่รู้จักกันมา ลูกศร ก็ไม่มีวันไหนที่จะไม่ปรึกษาไพ่เลยแม้แต่วันเดียว แม้แต่วันที่พวกเราไปแข่งกัน เธอก็ใช้พลังจากดวงดาวอะไรไม่รู้มาช่วยให้พวกเราชนะ ฉันจะไปด่าว่าไร้สาระก็ไม่ได้นะเพราะดันชนะจริง เลยต้องเลยตามเลย
“ราหูมันจะอม ตอนไหนมันก็อมค่ะ” ฉันตอบกลับไปอย่างไม่ยี่หระ ระหว่างนั้นก็เล่นมือถือไปพลางๆ “ลองมาอมกูสิ กูจะอมคืนให้กลับบ้านไม่ถูกเลย”
“อย่าว่านะคะ ไพ่นี้แม่นมากนะเออ วันก่อนจำได้ไหมเขาบอกว่ามึงจะโดนเม้าในบอร์ดของมหาลัย ก็โดนจริงๆ”
เรื่องนั้นอีกแล้วสินะ จริงๆ มันก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆ อย่างเช่น ลลิส ลัลลลิตน์ ดังไม่จริงแล้วหยิ่งทำไม รุ่นพี่ตัวท็อปคณะวิศวะเลี้ยงเหล้าหมดหลายหมื่นแต่ไม่ได้แอ้ม เรื่องแค่นั้นก็ต้องทำให้ใหญ่โต เลี้ยงเหล้าสาวแล้วไม่ได้เอาเลยไปโวยวายนี่โคตรเด็ก อย่าว่าแต่ฉันเลย ผู้หญิงคนอื่นเขาก็ไม่เอาค่ะ ขี้แพ้เว่อร์
“งั้นถ้ามันแม่นจริงอย่างที่มึงว่า ลองให้ไพ่ทำนายสิว่าวันนี้กูจะเจอเนื้อคู่รึเปล่า”
“อย่ามาท้านะ”
ว่าแล้วมันก็หยิบเอาอุปกรณ์การทำนายออกมาจากกระเป๋าแล้วกางบนโต๊ะคาร้านเหล้าเลยทันที ท่ามกลางสายตาของลูกค้าในร้านคนอื่นๆ ที่เริ่มมองมายังพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ ฉันนี่อายจนแทบจะมุดดินหนีอยู่แล้ว เมื่อกี้ก็ท้าไปอย่างนั้นเอง ใครจะไปคิดว่ามันจะพกของอย่างนี้มาร้านเหล้าด้วย
“อีศร ไม่เอา อายเค้า”
“มาถึงขนาดนี้แล้วมึง ไม่ทันแล้วล่ะ”
เป็นเรื่องเป็นราวแล้วทีนี้ มันหยิบเอาแก้วของพวกเราออกไปให้พ้นทาง ก่อนที่จะเริ่มกรีดไพ่แล้วหยิบขึ้นมาโดยไม่ให้โอกาสฉันได้เลือกเลยสักใบเดียว
ดูให้ฉันแบบใด ตอบ
“เนื้อคู่ของมึงนะลิส”
“กูไม่ดู กูไม่อยากรู้” แต่ปฏิเสธตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
“คณะวิศวะ...”
ย่ะ คนในคณะนี้สาขาหนึ่งมีไม่ต่ำกว่า 40 คน แล้ววิศวะคณะเดียวมีกี่สาขา ในประเทศไทยมีกี่มหาลัยที่มีคณะวิศวะ บอกมาแบบนี้มันหาง่ายมากมั้ง
“หน้าตาออกไปทางคมเข้มแบบหนุ่มไทยผสมเชื้อสายจีน...”
ก็เกือบทั้งประเทศหรือเปล่าว้า...
ระหว่างที่นั่งฟังลูกศรอ่านไพ่ สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเดินมาทางนี้พอดี เขาสวมเสื้อช็อปวิศวะสีเลือดหมูมาเที่ยวร้านเหล้า ให้อารมณ์แบบคนเลิกเรียนก็มาเที่ยวเลยน้ำไม่อาบ ใบหน้าหล่อคมเข้มทว่ามีกลิ่นอายลูกคนจีนนิดๆ ทางดวงตาและสีผิว...
“เหมือนจะมีรอยสักที่หน้าอก...”
สายตาของฉันไล่ต่ำลงมายังแผงอกของเขาตามคำพูดของเพื่อน ทันใดนั้นหัวใจก็เต้นรัวขึ้นมาเพราะรอยสักที่โผล่พ้นคอเสื้อยืดของเขาออกมานั้น มันตรงตามที่ลูกศรพูดเป๊ะเลย นี่ถ้าไม่บอกนะว่ามันกำลังดูไพ่ ฉันนึกว่ามันส่องไอจีเขาอยู่ เป๊ะจนน่าขนลุก
“อะไรอีกศร พูดมาให้หมด” ฉันสะกิดมันยิกๆ ในขณะที่สายตาก็มองชายหนุ่มซึ่งเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตอนนั้นหัวใจของฉันเต้นรัวเหมือนจะทะลุออกมาจากอก ไม่รู้ว่าเพราะที่ลูกศรทำนาย หรือเพราะสายตาของเขาที่สะกดฉันเอาไว้
“แล้วก็...”
“ก็?”
“ตัดผมสกินเฮด”
ฉันได้ยินเสียง แป่ว~ ดังขึ้นมาในหัวเลย เพราะผู้ชายคนที่เดินเข้ามานั้นผมยาวจนแทบจะเป็นทรงรากไทรได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่น่าใช่คนที่ลูกศรหมายถึง
“งั้นมึงก็คงดูไม่แม่นเท่าไหร่”
ความแม่นไม่แม่น ตัดสินจากสายตาฉันเท่านั้นค่ะ คนที่เดินเข้ามาหานั้นมีข้อหนึ่งที่ไม่ตรงตามไพ่บอก เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่บอกได้คือ ไพ่ไม่แม่น ไม่ใช่ว่า เขาไม่ใช่
แต่จะว่าไป ฉันเองจะตามหาเนื้อคู่ไปทำไมกันนะ ในเมื่อสุดท้ายแล้วฉันเองก็ไม่ได้อยากจะมีความรักอยู่ดี ชีวิตที่ไม่ต้องไปวนเวียนอยู่กับเรื่องน่าปวดหัวของความรัก นี่แหละดีที่สุดแล้ว
อีกอย่าง...ถ้าสุดท้ายเรามีความรัก แล้ววันหนึ่งเราให้ในสิ่งที่คนรักต้องการอย่างภรรยาของพ่อฉันไม่ได้ แล้วต้องมีเด็กเกิดมาเพราะความผิดพลาดนั้นอย่างฉัน ไม่สู้โสดไปตลอดชีวิตคงจะดีซะกว่า
“โอ๊ย เชื่อกูเถอะว่านี่ไม่มีพลาด ต่อให้มึงฝืนไปคบคนอื่นนะ ยังไงก็จะวนมาหาผู้ชายคนนี้อยู่ดีนั่นแหละ”
“อ้อเหรอ...”
จู่ๆ ฉันก็นึกสนุก อยากจะท้าทายดวงขึ้นมาเสียดื้อๆ ถ้าอะไรที่ไพ่บอกว่าคือเนื้อคู่ของฉัน ฉันก็จะเอาที่ตรงกันข้ามให้หมดเลย
เป็นจังหวะเดียวกับหนุ่มวิศวะตรงหน้าเดินเข้ามาถึงพอดี ลูกศรที่เห็นอย่างนั้นก็รีบพูดขัดขึ้นมา
“คนนี้ผ่านก่อนได้เลย ไม่ตรงตามที่ไพ่บอก เสียเวลา”
ยิ่งเพื่อนบอกอย่างนั้นฉันก็ยิ่งอยากลอง
“งั้นก็ให้มันเสียเวลาไป กู ชอบ”
“อีดอก ไม่ได้นะ นั่นพี่กัณฐ์ ผู้ชายที่เจ้าชู้ที่สุดที่กูเคยรู้จัก เขาจะต้องหลอกฟันมึงแล้วทิ้งเหมือนขยะ อย่าได้คิดเชียวนะ”
“เหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งน่าลองปะ”
“แต่เขาเป็นเพื่อนของคนที่มึงหลอกเลี้ยงเหล้าครั้งที่แล้วนะคะ ไม่ได้นะมึง”
“หือ?”
ฉันมองกลับไปยังคนที่ถูกเรียกว่า พี่กัณฐ์ อีกครั้ง แล้วสายตาก็เลยไปด้านหลังเขา เห็นว่ามีกลุ่มชายหนุ่มสามคนกำลังมองมาทางนี้ และหนึ่งในนั้นก็ยังมี พี่เบย์ รุ่นพี่สุดแสบที่ถูกฉันถอนหงอกจนกลับบ้านไม่ถูกไปวันนั้น
อย่าบอกนะว่าตัวเองถูกฉันหยามแล้วก็จะส่งเพื่อนมาเอาคืน ฝันไกลไปหรือเปล่าเนี่ย
“ไงครับ”
เขาทักขึ้นมาเมื่อเห็นว่าฉันเองก็มองอยู่เหมือนกัน ในทีแรกฉันกะจะไม่ยุ่งเพราะเห็นว่าเขาคือเพื่อนพี่เบย์ แต่คิดอีกที ไม่ดีกว่า แทนที่เราจะหนี เดินหน้าสู้สนุกกว่าตั้งเยอะ
“ไงคะพี่ วันนี้มาคนเดียวแฟนไม่ว่าเหรอคะ?”
“อีดอก รุกแรงไปนะ”
เสียงกระซิบจากเพื่อนไม่ได้ทำให้ฉันไขว้เขว เดินหน้าเข้าไปหาชายหนุ่มจนกระทั่งเราได้จ้องหน้ากันในระยะประชิด
“หรือว่า...แฟนไม่มี?”
คำถามของฉันทำให้คนตรงหน้ายกยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจ ถ้านี่มันเป็นเกม ก็คงจะเป็นเกมที่เขาคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะไม่ได้เป็นฝ่ายคุมเกมทั้งหมดนี้
“ก็อาจจะมี...ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี่แหละครับ”
“งั้นก็ไปเลยไหมคะ ไม่ต้องคุยแล้ว เสียเวลา”
ผู้ชายก็อย่างนี้แหละ คิดว่าตัวเองสามารถเป็นเจ้าของโลกใบนี้ได้ เรียกตัวเองว่าเสือ แต่ไม่ดูเลยว่าตรงหน้าน่ะเหยื่อ หรือแม่เสือกันแน่