Chapter 01 จุดเริ่มต้นของหายนะ
Chapter 01 จุดเริ่มต้นของหายนะ
“นะข้าว แกล้งเป็นแฟนกูหน่อยนะ” เสียงคุ้นหูของ ‘ไอ้พฤกษ์’ ปลุกสติของฉันให้กลับมา จากที่กำลังนั่งเครียดกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ ช่วงนี้ในหัวของฉันก็มีแต่เรื่องให้คิดเต็มไปหมด และนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่หนักใจ เพราะมันกำลังนำปัญหามาเพิ่มให้
“โอ๊ย ไม่เอา สร้างปัญหาเองมึงก็แก้เองสิ” ฉันดึงมือหนีแหวมันไปอย่างหัวเสีย บ่อยครั้งที่มันมักนำเรื่องปวดหัวมาให้เพราะความเจ้าชู้ เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานฉันเองต้องเดือดร้อนแน่
“ถ้ามึงไม่ช่วย น้องจอยก็จะตามวุ่นวายกูแบบนี้ไม่เลิก มึงอยากให้กูลำบากใจไปจนเรียนจบเลยหรือไง...นะข้าว”
“แล้วมันใช่ความผิดกูไหม ใครบอกให้มึงไปเต้าะน้องเขาไว้ล่ะ” น้องจอยที่มันว่าก็คือเด็กปี 1 ที่มันไปจีบ
ไม่สิ ไม่เรียกจีบ
เรียกได้ว่ามันน่ะ ไปหว่านเสน่ห์น้องเอาไว้จนเด็กมันถึงขั้นหลงจนหัวปักหัวปำ สุดท้าย...ได้แล้วก็ทิ้งน้อง “มึงมันไม่ใช่สุภาพบุรุษ”
“เฮ้ยมึงจะว่ากูแบบนี้ไม่ได้ น้องมันนอกใจไปเอง”
“ใช่เหรอครับเพื่อน” ไอ้เลโอจีบปากจีบคอว่า ส่วนมือก็ไถโทรศัพท์แบบที่ชอบทำประจำ
“ฮึ คนแบบมึงน่าเชื่อตาย น้องมันทนมึงไม่ไหวมากกว่า” ตั้งแต่รู้จักกับมันมา ไม่มีวันไหนเลยที่มันไม่คั่วสาว แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีเมียเป็นตัวเป็นตน คนที่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้แบบน้องจอย ผลก็ออกมาอีหรอบนั้น
ตอนที่เข้ามาเรียนที่นี่ใหม่ ๆ ฉันก็คิดว่ามันดูดี แบบหล่อละลายใจให้กลายเป็นน้ำได้เลย ชอบแอบมองอยู่บ่อย ๆ แถมยังเคยโดนชงว่าเหมาะสมกับมันบ้าง น่าจะคบกันบ้างจนเกือบเผลอใจให้แล้ว
ใช่ คนอย่างขวัญข้าวที่ไม่เคยชายตามองผู้ชายคนไหน เคยแอบชอบเพื่อนตัวเอง
แต่มันน่ะไม่ได้สนใจฉันเลยสักนิด พอโดนแซวเข้ามาก ๆ มันก็เลยโพล่งขึ้นว่าไม่เคยมองฉันมากกว่าเพื่อนสนิท เจ็บจี๊ดในใจหน่อย ๆ นั่นแหละ วลีเด็ดที่ไอ้สองเสือมักจะเอามาล้อเลียนก็คือคำว่า ‘เพื่อนไม่เลื่อนสถานะ’ ที่พฤกษ์มันเคยพูดเอาไว้
แต่ถือว่าโชคดีมาก ๆ เพราะตอนนั้นฉันเล่นตัวบ้าง ไม่แสดงอาการอะไรที่บ่งบอกว่าสนใจในตัวไอ้พฤกษ์ออกมาให้พวกมันเห็นเลย ไม่งั้นหน้าคงแหกแบบหมอไม่รับเย็บชัวร์ ๆ
“ใช่ คนแบบมึงใครจะไปเชื่อ ว่าโดนทิ้ง หน้าหล่อ ๆ ตัวสูง ๆ แถมรวยฉิบหาย ใครทิ้งก็โคตรโง่” เสียงของเลโอดังแทรกขึ้นมาทำให้ฉันถอนหายใจอย่างเอือม ๆ ชมกันเองแบบนี้มีที่ไหน เมื่อกี้ยังอยู่คนละฝั่งกับไอ้โบ้อยู่เลย
แต่ก็ใช่…ใครทิ้งพฤกษ์ฉันว่าโคตรโง่เลย
“เลิกอวยมันค่ะ อันนั้นมันแค่ภายนอก ภายในมันไม่มีดีอะไรทั้งนั้นแหละ จริงจังกับใครสักนิดก็ไม่เคย” อยากรู้เหตุผลที่มันไม่ยอมจริงจังกับใครเหมือนกัน พอถามก็บอกแค่ว่า ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ
“อย่า กูดีทุกอย่าง”
ในขณะที่ไอ้พฤกษ์มันกำลังโอดโอยในสิ่งที่ฉันว่า ตั้งหน้าตั้งตาจะเถียงคอเป็นเอ็น ไอ้คีย์ก็โพล่งขึ้นมาเสริมคำพูดของฉันก่อนหน้านี้
“มึงไม่มีดี มึงมันเจ้าชู้ มึงมันเลว” ไอ้คนหน้านิ่งพูดเสียงเรียบตามสไตล์ของมัน แต่มือยังคงเล่มเกมใบหน้าไม่ยอมพื่อนสักครั้งยขึ้นมาเพื่อละสายตาออกจากจอ คีย์น่ะเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ ปกติก็ไม่เคยว่าร้ายใคร แต่สำหรับพี่พฤกษ์มันก็น่าโดนด่าจริง ๆ นั่นแหละ…ความจริงทั้งนั้น
“ไอ้คีย์มึงก็รู้ว่าเรื่องเป็นมายังไง” คีย์น่ะฉันเดาได้เลยว่ารู้เรื่องทุกอย่างของไอ้พฤกษ์เพียงแค่มันไม่เล่า ที่คิดอย่างนั้นก็เพราะว่ามันเป็นเพื่อนสนิทกับพฤกษ์มาตั้งแต่มัธยม
“คีย์ มึงต้องเล่าแล้วไหม”
“เล่าอะไร”
“เล่าว่าทำไมมันถึงหน้าหม้อแบบนี้ไง”
“ไอ้คีย์” คนเป็นหัวข้อสนทนาว่าเสียงเข้ม ส่งสายตาดุไปให้เพื่อนรัก
“กูไม่ยุ่ง คุยกันเลย” คีย์วางโทรศัพท์มือถือลงยกมือขึ้นทำท่าทางยอมแพ้
“เนี่ย มึงเลวจริงพฤกษ์ กูฟันธง” ไอ้เลโอแกล้งแหย่
“พวกมึงก็ใจเย็น ๆ ฟังกูก่อนดิ” มันว่าพร้อมกับทำหน้าตาจริงจัง จนทุกคนนิ่งเงียบแกล้ง ๆ ฟังสิ่งที่มันจะพูด “กูยอมรับว่าตอนแรกอยากได้ แต่พอคุยกันไปนาน ๆ กูก็ว่าจะจริงจังกับน้องมันเพราะดู ๆ แล้วน้องมันจริงใจแล้วก็ดูซื่อดีคงไม่ทำกูเสียใจ สรุป เมื่อวันก่อนกูไปเจอว่าน้องมันไปแดกข้าวกับไอ้พี่เดย์”
‘พี่เดย์’ ที่มันหมายถึงคือรุ่นพี่ ปี 4 รายนั้นก็เจ้าชู้ไม่จริงจังกับใครดูร้ายมากกว่าพฤกษ์ประมาณล้านเท่า ไม่เข้าใจว่าน้องจอยนั่นดีแตกอะไรถึงทำแบบที่พฤกษ์ว่า คำพูดของไอ้โบ้เชื่อได้อยู่แล้ว ถึงจะชอบแกล้งว่าไม่เชื่อมัน แต่รู้ดีว่าพฤกษ์น่ะไม่เคยโกหกเพื่อนสักครั้ง
เพราะมันโกหกทีไรไม่เคยจะเนียน
อีกเรื่องที่คาดไม่ถึงคือพี่เดย์จะแอบคุยกับเด็กที่ชื่อน้องจอยนั่นทำไม รายนั้นน่ะห่วงศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไร แล้วถ้ารู้ว่าน้องจอยเป็นเด็กไอ้โบ้นี่แล้ว พี่เขาต้องไม่มายุ่งด้วยแน่ ๆ
ไอ้โบ้ที่ว่าก็คือไอ้พฤกษ์นี่แหละ มันมักจะโดนเพื่อนอย่างไอ้เลโอให้กินอาหารหมาประจำ สาเหตุก็มาจากไอ้เลโอชอบปรึกษาว่าจะจีบน้องพระพายต่อหรือจะพอ
ไอ้พฤกษ์มันคงสงสารเพื่อนเลยชี้นำให้หยุด แต่สุดท้ายไอ้เลโอก็หักหลังซ้ำ ๆ โดยการไม่มูฟออนจากน้อง ตามจีบมาตั้งแต่มันอยู่ปี 1 จนตอนนี้ ปี 3 แล้ว
พฤกษ์เป็นหมาในตอนนั้น แต่ฉายาโบ้จะอยู่ตลอดกาล
“เฮ้ย น้องมันนอกใจจริง ๆ อย่าทำหน้าเหมือนไม่เชื่อกันดิ ไอ้พี่เดย์มันไม่รู้ว่าน้องจอยกำลังคบกับกู”
“แล้ว…” ไอ้เลโอที่มักจะพูดมากกำลังจะถามต่อ แต่ก็ยังไม่ได้เอ่ยปากอะไร ไอ้พฤกษ์ก็เล่าด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“พอไอ้เดย์มันรู้ก็เลยเลิก แล้วมาบอกกู ก็เหมือนคนอื่น ๆ ที่เข้ามาแหละ ถ้าไม่โอเคคิดจะนอกใจกันกูก็ไม่เอาไว้” ตอนนี้ฉันเริ่มจะจับประเด็นได้แล้ว สรุปก็คือ ไอ้พฤกษ์ไม่ได้เจ้าชู้ ส่วนพี่เดย์ก็ไม่ได้ลดศักดิ์ศรีตัวเอง มาคบกับเด็กของรุ่นน้องที่สนิท
“น้องมันกล้าวะ เทมึงได้ด้วย พี่พฤกษ์ของกูโดนนอกใจ ข้าวมึงดามอกมันดิ๊” เลโอที่นั่งข้าง ๆ แกล้งผลักไหล่เบา ๆ คล้ายเชียร์อัป ได้ทีมันก็หยอกล้อยักคิ้วหลิ่วตาให้
“โวะ มึงเก็บเสียงที่ล้อกูเอาไปออดอ้อนน้องพระพายนู้น สักวันเถอะน้องมันจะมีแฟน คนที่คุยมานาน ไม่ใช่ดิ คนที่ตามจีบนาน ๆ แบบมึงจะสำคัญอะไร ไม่เคยได้ยินเหรอ คุยนานมักได้เป็นพี่น้อง”
“แกล้งนิดล้อหน่อยถึงกับพล่ามยาวเลยนะ มึงเขินไง้”
“เขินพ่อง” ด่ามันอย่างไม่ออกเสียงจนไอ้เลโอหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ไอ้นี่ก็แปลก ไม่โดนด่าสักวันจะตายมั้ง นี่ฉันก็รู้ตัวว่าเริ่มเป็นคนหยาบคายก็ตอนมาคบกับไอ้สองเสือหนึ่งโบ้นี่แหละ
ที่เรียกว่าสองเสือก็เพราะไอ้คีย์ก็แบดบอยควงสาวสวย ๆ วันละคนได้ แต่ก็ไม่ยอมจริงจังกับใครพอ ๆ กับไอ้โบ้
ส่วนไอ้เลโออยากจะขอฉายาคืน ทว่าติดปากไปแล้ว มันน่ะเมื่อก่อนเจ้าชู้มาก เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจสาว ๆ ข้างขาลาย แต่ก็มากลับใจเป็นแมวได้ตอนเจอน้องพระพายเมื่อก่อนจบปี 1 รักน้องคลั่งน้องคนเดียวมาจนถึงตอนนี้
…มั่นคงในรักซะไม่มี
“น้องทำแบบนั้น มึงก็หมาเลยสิ” คีย์ว่ายิ้ม ๆ เหมือนเปลี่ยนเรื่องคุย แต่ก็วกมาเรื่องหัวใจไอ้พฤกษ์อีกทีอยู่ดี
“หมาอะไร กูทิ้งน้อง” ไอ้คนที่รักศักดิ์ศรีพอ ๆ กับไอ้พี่เดย์ก็โพล่งออกมา
“แหม เรื่องแบบนี้ไม่ยอมเลยนะ ก็เหมือนกันปะมึงจะซีเรียสอะไร น้องนอกใจเท่ากับน้องเท ไอ้พฤกษ์โดนทิ้ง ไอ้พฤกษ์โดนทิ้ง”
“มึงสิโดนทิ้ง แปลก ๆ แบบมึงเดี๋ยวน้องพระพายก็เท” ไอ้โบ้สวนกลับอย่างไม่ยอม
ที่พฤกษ์ว่าเลโอแปลก เพราะมันชอบเล่นมุกแป้ก ๆ ทำตัวบ้า ๆ บอ ๆ ทั้ง ๆ ที่บ้านมันน่ะรวย มีกิจการบริษัทน้ำดื่ม โรงน้ำแข็ง ร้านทอง แต่ตัวมันเองชอบขับแต่มอเตอร์ไซค์ไอ้แก่ ใส่เสื้อฮาวายและรองเท้าเก่า ๆ
ซอมซ่อ ดูไม่มีจะกิน ไร้รสนิยม
แต่สาวกรี๊ดเพราะ…มันแม่งหล่อ
แต่น้อยกว่าพฤกษ์นิดนึง
“หยุดลามมาเรื่องของกูครับ กลับไปเรื่องของมึงเลย ไป๊” ไอ้เลโอว่าหน้าเซ็ง ๆ เพราะวกเข้าไปหามันอีกแล้ว
“คือไอ้พี่เดย์มันบอกเลิกน้อง มึงบอกเลิกน้อง น้องมันก็เลยไม่มีใคร จากนั้นก็ตามมาง้อมึงแบบนี้ใช่ปะ” เป็นแบบนั้นน้องมันโคตรจะเห็นแก่ตัวเลย
“น้องมันจะกลับมาทำไม ยังรักอยู่เหรอ” ทำอย่างกับว่าอยากใช้สมองช่วยคิด ทั้ง ๆ ที่ในตอนนี้แทบจะไม่มีสมองเหลือ เพราะเอาไปไว้ที่รายงานที่ต้องส่งอาจารย์หมดแล้ว
“ไม่”
“เงินเหรอ” ฉันเอียงคอก่อนหลุดพูดอีกคำ “หรือมึงเด็ด”
“ถูกต้องทั้งคู่ ไม่คิดว่าควายน้อยแบบมึงจะคิดเก่งนะเนี่ย และขอบใจที่ชมว่ากูเด็ด” มันว่าพร้อมกับลุกขึ้น แล้วยื่นมือมายีหัวของฉันจนผมยุ่งไปหมด จบกันผมที่อุตส่าห์ดัดลอนมาเป็นอย่างดี
ใจนึงมันก็หงุดหงิดที่มันทำแบบนั้นนะ ทว่าอีกใจกลับเคลิบเคลิ้ม รอยยิ้มและสายตาของมันที่มองมาน่ะทำเอาฉันแทบสติหลุด
ไม่ได้ ไม่ได้…คนอย่างขวัญข้าว จะต้องไม่หวั่นไหวให้ไอ้พฤกษ์เป็นรอบที่สอง
“มึงนั่งลงเลย เป็นเพื่อนใครเขาเล่นหัวกันเป็นเมียก็ว่าไปอย่าง เออ แล้วอีกอย่าง มึงเคยได้กับมันหรือไงถึงรู้ว่ามันเด็ด” คีย์พูดเรียบ ๆ แต่ฉันจับสังเกตได้ ไอ้รอยยิ้มมุมปากนั่นน่ะ ฉันรู้ดีว่ามันกำลังจะชง ชงแบบเข้ม ๆ เหมือนที่เคยทำมาตลอด
“ได้บ้าได้บออะไร คนอย่างไอ้พฤกษ์อะนะ ใครจะเอา” ฮือ ปากว่าแบบนั้นแต่ใจไม่ใช่เลย
“มึงพอเลย แค่เห็นมึงยิ้มกูก็รู้แล้วว่ามึงคิดอะไร” คีย์ยังคงทำหน้าเจ้าเล่ห์เหมือนรู้ความคิดฉันไปหมด
“มึงรู้แสดงว่ามึงกำลังรู้สึกดีที่มันลูบหัว เอ๊ะ หรือเคยได้กันแล้ว ใช่ กูว่าต้องใช่แน่ ๆ”