บทที่ 1 : เฮียขา
@บ่อนพนันในตัวเมือง
เสียง ฝีเท้าคนนับสิบย่างก้าวอุตลุดไปทั่วบนท้องถนน สายตาสอดส่องไปมารอบสามร้อยหกสิบองศาแทบไม่แม้แต่กระพริบตา เจ็บใจ ที่ตามจับคนแค่คนเดียวไม่ได้ ขืนกลับไปมือเปล่าเจ้านายเอาตายแน่ๆ ที่ปล่อยให้หลุดไปได้
"ไอ้ณัฐ แกไปอยู่ที่ไหนว่ะ !!!"เสียง ร้องคำรามเสียงดังขึ้นหงุดหงิดทำเอาคนเดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นพยายามหลีกหนี กลัวว่าจะโดนลูกหลง ตะโกนไล่บอกให้ลูกน้องตามหากันให้ทั่วอีกครั้ง มันต้องอยู่แถวนี้แน่นอนหนีไปได้ไม่ไกลหรอก วิ่งออกไปไวซะมัดยังกับหายตัวไปได้ ที่นี่ถิ่นตัวเองแท้ๆ หรือนอกซะจากว่า...
มีคนมาช่วย!
"แฮ่กๆ วิ่งไล่จับมันสนุกมากหรือไงนะ"ชาย ผู้ที่ถูกไล่ตามอยู่ตอนนี้ หายใจหายคอเหนื่อยหอบกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างไวนั่งอยู่บนรถคันหรูสีดำ ขวับสนิทที่จอดห่างออกมาไกลพอสมควร สายตาก็มองไปด้านหลังอย่างร้อนรนพลางนึกกลัวว่าคนพวกนั้นจะตามกันมาอีก
"หึ หนีพนันอีกแล้วสิ"
ถัดจากที่นั่งใกล้ๆฝั่งคนขับ ชายร่างสูงโป่งแม้อายุจะย่างเข้า 30 แต่ ใบหน้าเค้าโครงกับหล่อเหลาอย่างกับหลุดออกมาจากหน้าปกนิยายแจ่มใส ที่ชวนเพ้อฝัน แต่ถ้าหากว่า นิสัยที่ใจร้อน แถมเจ้าชู้ ชอบทำกับคนอื่นเป็นเหมือนของเล่นวัตถุสิ่งของนี่สิ ทำเอาไม่ค่อยจะหน้าคบหาซักเท่าไหร่
"อืม"ตอบปัดๆไม่อยากจะเสวนาด้วยเพราะตัวเองก็ใช่ว่าจะเชื่อใจคนคนนี้ได้ *'**โยธา**'* หนึ่งในเจ้าหนี้ของเขาเหมือนกันมาให้ความช่วยเหลือแบบนี้มีอะไรแอบแฝงอยู่แน่นอน ถ้าเดาไม่ผิดก็คงไม่พ้นเรื่อง....
"เป็นไง ลูกสาวแกสบายดีไหม"นั่น ไง คิดไม่ทันขาดคำก็ไม่พ้นเรื่องลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเอง รู้ตั้งแต่ที่พาลูกสาวไปเจอครั้งนั้นแล้ว ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าคนอย่างเขาที่มีผู้หญิงมาติดพันล้อมรอบมากมาย จะมานึกสนอกสนใจลูกสาวตัวเองเด็กที่กำลังจะโตเต็มไว !
"สบายดี ขอบใจที่ช่วย"ตอบปัดๆ สองมือพยายามจะเปิดประตูออกไป เมื่อมองดูรอบๆ แล้วไม่มีคนสักคนตามมา ถนนโล่งปลอดโปร่งไร้วีแววจากเหล่าอันธพาล
แกร๊กๆๆ
แต่...ประตูมันล็อคข้างในเอาไว้
"เดี๋ยวสิ ตกลงกันก่อน"โยธา พูดทั้งที่ยังมองตรงไปข้างหน้า มือข้างขวากดล็อคประตูเอาไว้เอง การเจรจายังไม่สำเร็จก็ยังไม่ปล่อยให้ออกไป เอี้ยวตัวยื่นมือไปหยิบสมุดเล็มเล็กในเกะออกมา มือข้างขวาหยิบยกจับปากกาเขียนคะยึกคะยือลงไปบนกระดาษอย่างขะมักเขม้น
"อะไร"สายตามองตามตลอดเวลาทุกการกระทำ โยธา ไม่ได้ตอบอะไร ฉีกกระดาษแผ่นเล็กแล้วยัดลงมือให้ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏออกมา
"5 ล้าน"ตัวเลขในกระดาษแผ่นเล็กตัวหนังสือชัดเจน เพียงแค่มันก็เป็นเศษกระดาษไม่มีราคา ถ้าหากปราศจากลายเซ็น ของผู้เป็นเจ้าของบัญชี
"ใช่ แลกกับหนี้ของแกทั้งหมดที่ติดฉันเอาไว้ และก็....หนูรุ้ง"เสียงเอ่ยต่อรองเว้าบอกอย่างเจ้าเล่ห์พลางนึกถึงหน้าลูกสาวของลูกหนี้ 'รุ้ง' เด็กสาวมัธยม ที่ทำเอาผู้ชายอย่างเขาที่ผ่านผู้หญิงมานับร้อยต้องนึกโหยหาเพียงแค่เจอหน้ากันเพียงครั้งเดียวแท้ๆ
"ฉันขอปฎิเสธ"เสียง ตอบแทบทันทีทำเอาความฝันที่จะได้แอ้มเด็กสาวม.ปลาย มลายพังลงไป ใบหน้าขมวดคิ้วแทบเป็นปมไม่สบอารมณ์ เงินมากโขขนาดนี้สำหรับคนเป็นหนี้ ไม่คิดสนใจลูกเมีย ตามโดนไล่ฆ่า ต้องรีบคว้าเอาไว้สิถึงจะถูก
"ลูกสาวฉันมีค่ามากกว่านั้น"สิ้น คำขาด ยื่นยัดกระดาษแผ่นเล็กนั้นคืนใส่มือเจ้าของ แล้วเอื้อมมือไปปลดล็อคเปิดประตูอีกฝั่ง ก้าวขาเดินลงรถกลับบ้านอย่างไว ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการเงิน แต่เพียงเพราะว่ามีคนที่เขาเสนอแล้วได้เยอะกว่านี้ต่างหาก !
สองก้าวย่างรีบกลับบ้าน ที่เป็นหอพักโทรมๆ หลังหนึ่งท้ายซอยอย่างร้อนรนสายตาก็กวาดมองไปรอบด้านอย่างกลัวๆ ว่าเจ้าหนี้จะส่งคนตามมาอีกไหม ไม่ได้ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้วเมื่อพวกนั้นรู้ที่ซ่อนตัว ต้องรีบหนี พอเดินมาถึงหน้าห้องก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมา จากนอกประตู ประตูมันไม่ได้ปิดสนิทชนิดเก็บเสียงมันมีช่องใต้ร่างอยู่ สองหูแนบฟังเสียงข้างในอย่างใจจดใจจ่อ
"อ๊าส์...ซี๊ดดดดดดดดด อ่า"
ถ้าเดาไม่ผิดยัยลูกสาวตัวดีคงแอบดูซีดีหนังโป๊อีกตามเคย
ปัง!
"อะ...พ่อ"เสียงเปิดประตูดังเข้ามาทำเอาเด็กสาวในชุดนักเรียนที่นอนอ้าซ่าอ้าแข้งอ้าขาบนเตียงรีบเด้งตัวลุกมาปิดซีดีเติดเรท 20+ อา ไว้อย่างไว ดีนะเกือบไปแล้ว ที่พ่อจะมาเห็นภาพลูกสาวกำลังช่วยตัวเอง แต่มันก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาจากผู้เป็นพ่อไปได้ แต่เวลานี้มันไม่ใช่ มันไม่มีเวลาจะมาพูด
"รีบเก็บของซะ เอาเฉพาะที่จำเป็น"สอง มือหยิบยกโยนกระเป๋านักเรียนที่วางบนโต๊ะเก่าๆตัวหนึ่ง ให้ลูกสาว ส่วนตัวเองก็หยิบจับของจำเป็นใส่กระเป๋าตามเช่นกัน ดีนะที่ในห้องไม่ได้มีอะไรมากมายเพราะตัวเองต้องย้ายห้องบ่อยเป็นว่าเล่น หนีลูกหนี้ไปทุกวี่ทุกวัน
"นี่หนีพนันอีกแล้วใช่ไหม"เสียง ลูกสาวดังขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่สองมือก็เรี่มเก็บของใส่กระเป๋า ถึงมันจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็ไม่อยากให้มีครั้งต่อๆไปนี่นา มันเหนื่อยที่ต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ
"ฉันจะพาแกไปฝากไว้กับคนรู้จัก"ไม่ทันได้เก็บของจนเสร็จก็โดนผู้เป็นพ่อลากออกไปแล้ว นี่ใจคอจะรีบร้อนไปไหน เกือบจะไม่ได้หยิบเอาติดไม่ติดมือไปด้วยแล้วไง ของสำคัญ
"โอ้ย พ่อช้าๆ หน่อย"เสียงโวยวายดังออกไปไม่ขาดสาย คิดจะลากก็ลาก คิดจะพาไปไหนก็ไปหรือยังไง เดินมาตั้งไกล มันเหนื่อย
"พ่อบ้านใครนะ"สาย ตาแพรวพราวมองไปตรงหน้าเมื่อผู้เป็นพ่อพามาหยุดตรงบ้านหลังใหญ่โตมโหฬารเว่อ วัง ระยิบระยับไปด้วยของตกแต่งนาๆ ข้างนอกเป็นสวนกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ที่เธอไม่เคยเห็น แค่ข้างนอกก็สวยขนาดนี้แล้วข้างในจะเป็นยังไง พลางนึกจิตนาการวาดฝันต่างๆ นาๆ ว่าตัวเองได้เป็นคุณนายนอนสบายบนเตียงนอนกว้างๆ หยิบจับใช้เงินเป็นปึกๆ ทุกวันคงรู้สึกดีไม่น้อย
"เข้าไม่ได้นะครับ"ยาม ที่เฝ้าหน้าประตูตะโกนไล่ร้องห้ามเมื่อเห็นสองพ่อลูกยื้อมองไปด้านใน บ้านอย่างติดพิรุธ เด็กสาวที่สวมชุดนักเรียนสะพายกระไว้ด้านหลัง กับชายวัยสูงวัยเสื้อผ้าหน้าผมดูก็รู้ว่าเป็นคนธรรมดา คงไม่ใช่แขกพิเศษอะไร เพราะตอนนี้เจ้านายของตัวเองกำลังต้องการที่จะพักผ่อนไม่อนุญาตให้ใครเข้าพบ ในเวลานี้
รุ้งนภาผละสายตาจากบ้านหลังใหญ่ แล้วมาฟังบทสนทนาระหว่างผู้เป็นพ่อ ก็ถึงกลับอึ้งชะงักหยุดสายตา ใบหน้าแดงระเรื่อ ขวยเขินกับใบหน้าหล่อๆของยามที่มองเธอไม่แพ้กันแต่สายตามันต่างกันตรงที่ว่า เขากำลังไล่เธออยู่ แค่ยามหน้าบ้านก็หล่อขนาดนี้แล้วคนข้างในจะขนาดไหน
"แต่ฉันต้องการพบคุณภากรตอนนี้ ฉันมีเรื่องด่วน"กลับไปมือเปล่าคงไม่ได้ยังไงก็ต้องพบเขา มันไม่มีเวลาแล้ว
"ไม่ได้ครับยังไงก็ไม่ได้"ยาม ยังห้ามไม่ให้เข้า ผู้เป็นพ่อชั่งใจสักนิดจับมือลูกสาวทำทีเหมือนจะเดินกลับแต่ก็วกวิ่งเข้าไป ในบ้านหลังใหญ่อย่างไวไม่ให้ยามตั้งตัว
"คุณบอกว่าไม่ได้ไง !!!"ยามหนุ่มรีบวิ่งตามไปอย่างไวเมื่อเห็นสองพ่อลูกเข้าไปด้านในแล้ว ขืนเจ้านายรู้ว่าปล่อยให้คนนอกเข้าไปมีหวังโดนไล่ออก แค่ชายแก่ๆกับเด็กทำไมถึงตามจับยากจับเย็นอย่างนี้ว่ะ!
"พ่อ จะไปไหน"รุ้งที่โดนพ่อจับวิ่งก็ถามอย่างเหนื่อยหอบ เขาไม่ให้เข้ามาไม่ใช่หรือไง ปากก็ว่าสองเท้าก็พยายามวิ่งหนีไม่ให้ถูกจับได้
"ตามมาเถอะน่า"ผู้ เป็นพ่อพาวิ่งเข้าไปในบ้านสำเร็จแต่ปัญหาอยู่ที่ว่า คุณภากรอยู่ที่ไหน ? บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ตามหาทุกห้องมีหวังได้เหนื่อยตายกันพอดี
หมับบบบบ
"อื้อ พ่อ"รุ้ง ถึงกับสะดุ้งโย่งเมื่อยามหล่อวิ่งไล่ทันตามจับตรงแขนเธอเอาไว้ ใบหน้าเหนื่อยหอบจากการวิ่งไล่จับกันอยู่นานแสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
"เชิญออกไปครับ"ยาม หนุ่มพูดบอกอีกครั้งแต่น้ำเสียงดูกดดันแปลกๆ มันจะไม่ทำให้รุ้งเบิกตาโพลงอย่างตกใจจนตัวสั่นเลยเมื่อเค้าล้วงมือเข้าไป ใต้เสื้อหยิบจับอะไรบางอย่างออกมา
ปะ...ปืน !!!
"พะ....พ่อ"ร่าง สาวตัวสั่นไหวเทิ้มเขย่าแขนผู้เป็นพ่ออย่างกลัวๆ ให้รีบออกไปดีกว่าก่อนที่อาจจะไม่ได้กลับออกไปอีกเลยตลอดชีวิต เผลอๆ อาจโดนฆ่าหมกในบ้านหลังนี้ไม่มีใครพบศพก็เป็นได้
"ฉันต้องการพบคุณภากรจริงๆ ฉันขอล่ะ"ผู้เป็นพ่อพร่ำบอกอีกครั้งยกมือไหว้ขอจริงๆ ยังไงก็ต้องพบวันนี้ให้ได้
"บอกว่าไม่ได้ไง จะออกไปไม่ไป!!!"
เสียง พูดที่ตะเบ็งออกมาทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งโย่งหลับตาปี๋ กอดแขนผู้เป็นพ่อเอาไว้แน่น เธอยังไม่อยากตายตอนนี้ จะพามาที่นี่ทำไม ไม่เอาแล้วอยากกลับ
"เกิดอะไรขึ้นเสียงดังเอ๊ะอ๊ะ โวยวาย"ยาม นุ่มรีบเก็บปืนเอาไว้อย่างเดิมทันทีอย่างตกใจ เมื่อได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลังตัวเอง รีบก้มหน้าเคารพผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม ในใจพลางนึกว่าตายแน่ๆ ที่ปล่อยให้คนนอกเข้ามาแบบนี้
"เฮีย คือผมมีเรื่องจะคุยด้วย"ผู้ เป็นพ่อยิ้มแทบแก้มปริที่เจอคนที่ต้องการ ภากรบอกให้คนของตัวเองออกไปก่อน ส่วนรุ้งยังคงก้มหน้าหลับตาปี๋ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว แค่เสียงอันเย็นยะเยือกของผู้มาใหม่ เธอก็กลัวจนตัวสั่นไม่แม้แต่จะกล้าเงยมองหน้าสบตาแอบหลบข้างหลังผู้เป็นพ่อ อย่างไม่ปล่อย พลางนึกจินตนาการต่างๆนาๆ ถึงรูปร่างหน้าตาเลยเถิดไปไกลกว่าเป็นจริงอยู่
"มีอะไร"ภากร ยังคงพูดน้ำเสียงเรียบตามเดิม ใบหน้าหล่อที่สงบนิ่ง ยืนมองสองพ่อลูกนิ่งๆ ผู้เป็นพ่อเขาจำได้ว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่อีกคนเขาไม่รู้จักแถมก้มหน้าก้มตาลงแบบนั้นมันไม่เห็นหน้าชัด
"คือผมจะเอาลูกสาวมาแลกกับเงินตามที่ตกลงกันเอาไว้ครับ"ไม่ให้เสียเวลาพูดประเด็นออกมาตรงๆ แต่มันทำเอาคนเป็นลูกที่ได้ยินถึงกลับเงยขึ้นมองหน้าผู้เป็นพ่อ
"พ่อ หมายความว่าไง"รุ้งนภาหันไปมองอย่างรู้สึกผิดหวังกับคำพูดที่เอ่ยออกมาจากผู้เป็นพ่อ ไหนบอกจะเอามาฝากกับคนรู้จักไง
ที่พูดออกมาว่าจะเอาตัวเองแลกกับเงิน นี่มันไม่ต่างกับเด็กขายตัวชัดๆ
"ผมไม่รับ"
ภากร ตอบปฏิเสธทันควัน ยังไงเขาก็ไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ ตอนนั้นที่รับปากไปเพียงเพราะเขาเองก็ฟังมันไม่ชัดเจน ถ้าหากมีคนรู้ว่านักธุรกิจพันล้าน ซื้อขายเด็กสาวม.ปลาย จะมีคนตราหน้าว่ายังไง ซื้อเสียงไม่อาจป่นปี้ไปหมด
แต่เด็กสาวคนนี้ก็น่ารักดี ภากรยิ้มออกมาน้อยๆ เมื่อเห็นหน้ารุ้งนภาชัดเจน เมื่อกี้เธอก้มหน้ามันเลยมองเห็นไม่ชัด ใบหน้าขาวสะอาดสะอ้าน ที่ตอนนี้เริ่มแดงระเรื่อด้วยความโกรธแต่มันก็ยังน่ารักเหมือนเดิม ในชุดนักเรียนม.ปลาย สะพายกระเป๋านักเรียน ผูกผมสองโบว์เอาไว้ ดูยังไงก็ยังเป็นสาวน้อยที่บริสุทธิ์เกินไปแถมยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก แล้วแบบนี้เขาจะทำลายชีวิตของเธอลงได้ยังไง
"แต่ผมต้องการใช้เงินจริงๆนะครับเฮีย ไม่งั้นผมกับลูกสาว..."คนเป็นพ่อยังคงพูดโลมเร้าในใจอ่อน ยังไงก็ต้องการเงินไปใช้หนี้แล้ว มันไม่มีเวลาที่จะมารีรออะไรต่อไป
"ผมไม่รับ"ภากร ยังพูดบอกย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดูเรียบเฉยตามเดิม ชายหนุ่มไม่คิดจะสนใจ กำลังจะก้าวเดินหนีออกไปก็ต้องชะงักกับคำพูดที่ดังขึ้นมาซะก่อน
"งั้นผมคงไม่มีทางเลือก พาลูกสาวไปแลกให้กับคุณโยธา"พ่อ พูดออกมาเบาๆ ก่อนจะจับมือลูกสาวพาเดินออกไป มันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆตอนนี้ถึงแม้ว่าจะรู้จักนิสัยใจคอของๆคนๆนั้นดี ว่าเป็นยังไง แต่ในเมื่อมาขอความช่วยเหลือจากอีกคนไม่ยอมรับก็คงต้องเป็นไปตามเวรตามกรรม แม้จะแอบนึกสงสารลูกสาวลึกๆก็เถอะ
แต่คำนี้ก็ทำเอาเด็กสาวนึกหวน 'โยธา' ผู้ชาย ที่เธอเคยพบครั้งหนึ่งตอนไปกับพ่อ เห็นแวบแรกก็ทำเอาใจสาวแรกรุ่นเต้นระรัวไม่เป็นล่ำเป็นสัน ทั้งหล่อ ทั้งรวย แต่ถ้าหากพ่อไม่เล่าประวัติอันโชกโชน ขนาดนรกยังไม่เปิดรับอ้าให้ฟังเธอคงยอมไปหรอก
"นี่คุณ"ภากร เอี้ยวตัวเอ่ยเรียกให้หยุด ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวแล้วนะ แต่ก็ใจอ่อนอยู่เรื่อย เพราะรู้ว่าโยธามันเป็นยังไง รายนั้นเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น เด็กแบบเธอที่ยังดูบริสุทธิ์ขนาดนั้นไปตกอยู่ในเนื้อมือ แล้วชีวิตจะเป็นยังไง ที่นั่นคงเป็นนรกสำหรับเธอแน่นอน
"ผมไม่มีทางเลือกในเมื่อ...."พ่อถอนหายใจยาวๆ แต่ในใจกลับกระหยิมยิ้มที่คุณภากรยังคงอาจเปลี่ยนใจ
"เอานี่ ตามที่ตกลง"ภากรจำยอมหยิบเช็คในกระเป๋าออกมาเซ็นต์อย่างไว แล้วเดินไปให้ เพื่อแลกกับการที่เด็กคนหนึ่งจะได้มีอนาคตที่ดีกว่านี้
"ขอบคุณครับ"พ่อ ยิ้มแทบแก้มปริที่เห็นตัวเลขในเช็ค มันมากพอที่จะใช้หนี้ได้ทั้งหมดแถมเผลอๆอาจซื้อบ้านหลังใหญ่ได้เป็นหลัง คุ้มค่าจริงๆที่พามาที่นี่ไม่ตกลงปลงใจกับเศษเงิน 5 ล้านของ โยธาที่เสนอมามันเทียบแทบไม่ติด
"งั้นแกไปอยู่กับเฮียเขาซะ"พ่อหันไปแกะมือลูกสาวที่เกาะตัวเองเอาไว้แน่นไม่ปล่อยเลย รุ้งส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยอม หลบหน้าหลบตาหนี กอดผู้เป็นพ่อเอาไว้แน่น
"พาลูกสาวคุณไปด้วย"ภากรยังคงพูดบอกเด็กมันคงอยากจะอยู่กับพ่อกับแม่เขาไม่ได้ต้องการตัวเธอหรอก
"ได้ไงครับ คุณให้เงินผมมาแล้ว"พ่อ ยังคงพูดปฏิเสธ จะยกลูกสาวให้อยู่แล้วเพราะอยู่ที่นี่ลูกคงจะมีชีวิตที่สบายกว่าอยู่กับตัว เองไปไหนๆ บ้านก็หรูหราใหญ่โต แถมเธออาจมีชีวิตที่ดีกว่าไปอยู่กับตัวเองที่เอาแต่หนีเจ้าหนี้ ย้ายที่อยู่เป็นว่าเล่น
"พ่อ"รุ้ง ยังคงส่ายหน้าไปมาไม่ยอมปล่อยเธอจะร้องไห้อยู่แล้ว แต่แค่เศษเสี้ยวสายตาหันไปพบเจอกับใบหน้าหล่อเข้าก็ถึงกับชะงักนิ่ง ภาพในความคิดที่ว่าผู้ชายแก่ๆ ผมหงอก พุงย้อยมลายหายไปทันที มีแต่ภาพตรงหน้าที่...
หล่อยิ่งกว่าเทพบุตรจุติลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ด้วยซ้ำ
หล่อสะเทือนตับไตไส้พุงลงไปยังมดลูก
หล่อยิ่งกว่าพระเอกเอวีที่เธอเคยดู อันนี้ไม่ใช่ล่ะ
อยากได้ อยากได้คนนี้ อยากได้จนตัวสั่นแล้วเนี่ย
รุ้งนภาจดจ้องมองเขาแทบไม่อาจละสายตาจากได้ ร่างกายมันหยุดทำงานไปชั่วขณะ ได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
ส่วนภากรกลับมองหน้าเด็กสาวนิ่งๆ เช่นกัน พลางคิดว่าเธอคงช็อกกับเรื่องนี้อยู่ก็เดินไปหาใกล้ๆ ใบหน้ายิ้มออกมาเล็กน้อยให้เธอสบายใจทั้งที่เขาไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนั้น เลยด้วยซ้ำ ลูบหัวอย่างเอ็นดูไม่ให้เธอเครียดยังไงเขาก็ไม่อยากจะฝืนใจเด็กหรอก
"ตกลงแกจะเอาไง"ผู้ เป็นพ่อหันไปมองลูกสาวตัวเองที่จับแขนแน่นไม่ยอมปล่อย สายตาจ้องมองชายหนุ่มไม่ลดละ ก็รู้ทันทีว่าเป็นเพราะอะไร รุ้งยังคงนิ่งยืนแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น มองการกระทำ มองทุกฝีก้าวที่เขาเดินเข้ามา สำรวจทุกสัดส่วนตั้งแต่หัวจรดเท้าแทบไม่วางตา หล่อไม่พอยังเป็นคนดีอีกต่างหาก แล้วแบบนี้เธอจะไปที่อื่นทำไมในเมื่อพ่อของลูกอยู่ตรงหน้านี้แล้ว แถมตัวเองอาจสบายทั้งชาติไม่ต้องวิ่งหนีเจ้าหนี้ของพ่อให้เหนื่อยหอบ นั่งเป็นคุณนายตากแอร์เย็นสบายอยู่ในบ้านไม่ดีกว่าหรือยังไง
ร่างสาวบิดม้วนตัวไปมาแทบเป็นเกลียวขวยเขินอายอย่างหญิงสาววัยแรกรุ่นค่อยๆ ปล่อยมือที่เกาะกุมผู้เป็นพ่อออกยกปัดไปไกลๆ ปากบางอมชมพูขยับเอ่ยไล่ ทั้งที่สายตาไม่ยอมห่างจากคนตรงหน้าเลยแม้สักนิด
"พ่อรีบกลับบ้านไปเลยนะ หนูจะอยู่กับเฮียขาที่นี่"