ตอนที่ 1 เลขาคนใหม่
'' ไม่ได้นะครับ...แม่จะรับเด็กคนนั้นมาทำงานไม่ได้ผมไม่ยอมเด็ดขาด '' ธีรภัทร์หนุ่มใหญ่วัย32ปี เป็นประธานบริษัท NKM กรุ๊ปบริษัทยักษ์ใหญ่ เขาพูดกับมารดาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่ผู้เป็นแม่ทำอะไรโดยไม่บอกไม่กล่าวเขาเสียก่อน ถึงจะเป็นลูกอย่างไรแต่บริษัทนี้เขาคือประธานเขามีสิทธิ์ตัดสินใจเองในทุกๆด้าน ที่ผู้เป็นแม่ทำแบบนี้มันเหมือนกับด่าเขากลายๆ ว่าเขายังไม่โตพอที่จะดูแลบริษัทของตระกูลได้
ธีรภัทร์นั้นมีหน้าตาหล่อเหลาไม่เป็นสองรองจากชายใด ใบหน้าคมคาย คิ้วเข้มดกดำ จมูกโด่งเป็นสัน ผิวสีน้ำผึ้งเหมือนบิดา ยิ้มแล้วดูมีเสน่ห์เหมือนมารดา ทั้งใบหน้าดูรับกับรูปลักษณ์ที่มีสง่าราศีทำให้เขานั้นเป็นที่หมายปองของหญิงสาวมากหน้าหลายตานับคนา ไม่ว่าจะสาวเล็กสาวใหญ่ก็หวังจะเคียงคู่เขาทั้งนั้น อาจจะเป็นเพราะเขาทั้งรวยและสมบูรณ์แบบไปเสียทุกๆ ด้านก็เป็นได้
ซึ่งในตอนนี้เขากำลังทักท้วงกับมารดาที่รับลูกสาวของเพื่อนสนิทมาเป็นเลขาชั่วคราวให้โดยไม่สนใจคำทัดทานของเขาสักนิด เขารู้แต่เพียงว่าหล่อนคนนั้นอายุได้เพียง 18 ปี เท่านั้นเอง ซ้ำยังพึ่งจะจบ ม.6 มา ประสบการณ์ในการทำงานไม่มีเลย แล้วแบบนี้เขาจะหวังพึ่งอะไรกับเธอได้ งานบริษัทนะไม่ใช่งานเล่นขายของทุกอย่างจะต้องจริงจังทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเขาจะพยายามยื้อแม่ระตรีเลขาผู้ที่เคียงบ่าเคียงเคียงไหล่เขามาเกือบ 10 ปีหรือ แต่ก็ต้องยอมตัดใจปล่อยลูกน้องมือขวาไป เมื่อระตรีนั้นอยากจะไปใช้ชีวิตสมถะกับสามีหลังแต่งงานที่ชนบทอย่างที่หล่อนหวังไว้มานาน
'' ทำไมล่ะหนูยี่หวาก็ออกจะฉลาดหัวดี สอนนิดหน่อยเดี๋ยวเดียวก็ได้แล้วนี่ลูก อย่าเพิ่งสบประมาทน้องเค้าไปเลย แม่น่ะเห็นมากับตาเชียวนะว่าเด็กคนนี้หน่วยก้านใช้ได้ทีเดียว '' คุณหญิงฤดียืนกอดอกอธิบายเหตุผลอย่างคนเอือมระอาเล็กน้อย ในเมื่อเรื่องนี้เธอพูดกับลูกชายมาหลายต่อหลายรอบแล้ว
ลูกชายของเธอเป็นคนที่ชอบเอาแต่ใจตนเองไม่ฟังคำของใครหน้าไหนเอาเสียเลย เธอนั้นหวังดีกับลูกชายมาโดยตลอด และเธอมั่นใจดีว่าคนที่เธอเลือกคือคนที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
'' ผมชอบคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานไม่ใช่เด็กที่พึ่งจบม.ปลาย ที่ยังไม่เคยเรียนด้านนี้หรือมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนแบบนี้ มันน่าไว้วางใจนักหรือครับแม่ '' ธีรภัทร์ค้านมารดาน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน เพราะเขาเองก็พูดมันออกไปไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้วเช่นกัน
เขามักจะชอบคนที่ทำงานราบรื่นและรวดเร็วจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด จะได้ไม่ต้องมายุ่งยากในการสอนอีกให้เหนื่อยปาก ในเวลานี้คนอื่นๆ ต่างวิ่งวุ่นกันไปหมด ใครจะมีกะจิตกะใจมาสอนคนอื่นที่ยังไม่รู้งานเหมือนกับเริ่มนับหนึ่งใหม่กัน การทำงานที่นี่ต้องแข่งกับเวลากันทั้งนั้น
'' เชื่อแม่เถอะนะลูก..ยังไงเเม่ก็เชื่อว่าหนูยี่หวาทำได้แน่นอน '' คุณหญิงฤดีมั่นใจในเด็กฝากของตนเอามากๆ เด็กหัวกะทิอย่างดวงยี่หวาไม่มีทางทำอะไรไม่ราบรื่นอยู่แล้ว
'' งั้นก็เอาเถอะครับ ผมให้เวลา3วันในการศึกษางานที่จะต้องทำจากตรีแล้วกัน ถ้าทำไม่ได้แม่ก็น่าจะรู้นะว่าต้องทำยังไง ผมจะไม่ให้โอกาสใครเป็นครั้งที่สองแน่นอน '' ธีรภัทร์เป็นคนเด็ดขาดมากกับเรื่องงาน ถ้าทำไม่ได้ก็คือไม่เอาสถานเดียวเท่านั้น...ส่วนผู้เป็นแม่นั้นกลับยิ้มหน้าบาน
เลขาที่เขารับเข้ามาทำงานแต่ละคนล้วนแล้วแต่คัดแล้วคัดอีก คนที่อยากจะมาทำงานที่นี่มีเป็นร้อยเป็นพันคน แต่ในครานี้มันฉุกละหุกเกินกว่าจะหาคนมาแทนได้ทัน
'' จ้ะแม่ตามใจลูกจ้ะ '' เธอยิ้มออกมา อย่างน้อยๆลูกชายคนนี้ก็ยังฟังความคิดเห็นจากเธออยู่บ้าง แม้เจ้าตัวจะชอบขัดคอแม่ไปหน่อย
'' ครับ '' เขาทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ในยามนี้จะมามัวโอ้เอ้เสียเวลางานไปไม่ได้
'' ถ้างั้นแม่ไปก่อนนะ อย่าลืมทานข้าวบ้างล่ะ ช่วงนี้เห็นแม่ตรีเขารายงานว่าลูกไม่ชอบทานข้าวเลย ถึงงานจะเร่งแต่สุขภาพของเราก็ต้องมาก่อนนะจ๊ะ '' เมื่อเห็นว่าหมดธุระเธอจึงเอ่ยขอตัว เธอไม่อยากจะรบกวนเวลาทำงานของลูกชายสักเท่าไหร่นัก เธอยังมิวายหันกลับมาบ่นลูกชายด้วยความเป็นห่วง เขาน่ะมันคนบ้างานสุดกำลังชอบทำให้คนรอบกายเป็นห่วงอยู่เรื่อย
'' แม่คะ..เรื่องที่หนูขอไว้เป็นไงบ้างคะ ทางนู้นเขาติดต่อมาบ้างหรือเปล่าคะ '' ดวงยี่หวาเดินไปถามมารดาที่เพิ่งจะกลับมาถึงบ้านเมื่อครู่ ด้วยสายตาคาดหวังอยู่ไม่น้อย ใครบ้างจะไม่อยากทำงานในที่ดีๆ แบบนั้น
'' ได้แน่นอนจ้ะ '' นภาคลี่ยิ้มหวานให้ลูกสาว ปรายตามองลูกที่กำลังยิ้มระรื่นอยู่ด้วยความดีใจเหลือหลาย หญิงสาวเพ้อฝันไปต่างๆนานาถึงอนาคตที่ดีของตน
'' คุณแม่ของยี่หวาน่ารักที่สุดเลยค่ะ..อย่างนี้ต้องให้รางวัลซะแล้วสิ '' ดวงยี่หวาทั้งกอดทั้งหอมแม่ด้วยความฉอเลาะเอาใจ
เธอนั้นดูจะตื่นเต้นดีใจเอามากๆ เพราะการได้ทำงานเก็บประสบการณ์บริษัทยักษ์ใหญ่นั้นเป็นผลดีต่อเธอในอนาคต
'' แต่ยังไงก็ระวังไว้หน่อยแล้วกันนะลูก ทำงานที่นั่นมักจะมีการแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันอยู่แล้วด้วย แม่ล่ะเป็นห่วงลูกจริงๆ '' ผู้เป็นแม่มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา ลูกสาวพึ่งจะบรรลุนิติภาวะได้ไม่นาน การดำเนินชีวิตในโลกสีหม่นแบบนี้เจ้าหล่อนยังไม่เคยจะได้สัมผัสสักครั้ง
'' ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะแม่ ยี่หวาโตแล้วนะคะ ยี่หวาจะดูแลตัวเองดีๆ ค่ะ '' แววตามุ่งมั่นวาววามขึ้น
'' จ้ะลูก...ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจต้องบอกแม่ทุกครั้งนะเข้าใจหรือเปล่า '' แม้จะฝากฝังลูกสาวไว้กับเพื่อนสนิทแล้ว คนเป็นแม่ก็ยังวางใจไม่ลงอยู่ดี เด็กคนนี้ไม่เคยไปในที่ที่มีคนหมู่มากเว้นแต่ที่โรงเรียนเท่านั้น เธอเลยเป็นกังวลว่าลูกสาวเกิดความประหม่าได้
'' เข้าใจค่า...คิดมากจังคุณหญิงนภาเนี่ย '' หญิงสาวบีบแก้มมารดา แล้วหันมานอนหนุนตักให้แม่ได้กล่อมเธอด้วยเสียงเพลงอันไพเราะ
วันทำงานวันแรก
ดวงยี่หวาใช้เวลา 3 วันในการศึกษางาน ด้วยความที่เธอนั้นเรียนเก่งและหัวไวอยู่แล้วเลยเรียนรู้งานต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว จนระตรีผู้เป็นเลขาที่มากประสบการณ์ยังเอ่ยชมจากใจจริง น้อยคนนักที่จะทำหน้าที่นี้ได้ดีราวกับมืออาชีพในช่วงเวลาอันสั้น
'' พี่จะไปจริงๆหรอคะ '' ดวงยี่หวาถามระตรีที่เป็นเลขาของว่าที่เจ้านายของเธอ ด้วยสีหน้าเศร้าสลด การได้พบปะพูดคุยกันถึงจะแค่สามวันมันก็รู้สึกผูกพันอยู่มาก เพราะตรีปฏิบัติต่อเธอเหมือนน้องสาว เหมือนคนในครอบครัว ไม่เคยดุเธอเเรงเลยสักครั้งเดียว
ระตรีบอกกับหญิงสาวว่าตนกำลังจะแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่อื่นเธอเลยตัดสินใจลาออก เป็นเหตุให้ธีรภัทร์เครียดอยู่ไม่น้อย ลำพังงานที่มีอยู่ก็ถาโถมตัวเขา จนแทบจะไม่มีเวลาหายใจหายคออยู่แล้ว นี่ยังจะต้องมาขาดมือขวาผู้ช่วยคนสำคัญไปอีก
'' จ้ะ '' ตรียิ้มให้เด็กสาวอย่างเอ็นดู เด็กคนนี้ช่างมีความฉลาดหลักแหลมนัก รู้จักการวางตัว และรู้จักปะเหลาะเอาใจถือว่าเป็นคนที่อยู่เป็น
'' หนูกลัวบอสเขาจะดุจัง...กลัวบอสเค้าไม่ใจดีเหมือนพี่ตรี '' ดวงยี่หวาทำแก้มตุ้ยนุ้ย สายตาเป็นกังวลลึกๆ จนคนตรงหน้าส่ายหน้าไปมากับความไม่ประสีประสาของเจ้าหล่อน
'' ไม่หรอกค่ะ บอสเขาชอบคนทำงานเก่งถ้าหากทำงานเรียบร้อยดีแบบน้องยี่หวาพี่ว่าบอสเขาไม่ดุแน่นอนจ้ะ น้องยี่หวาเข้าใจที่พี่พูดใช่มั้ยคะ '' เธอพูดปลอบโยนเด็กสาว แต่ใจลึกๆก็แอบกังวลอยู่มากโข ใครๆ ต่างก็รู้กันทั้งนั้นว่าท่านประธานคนนี้เป็นคนอย่างไร
'' เข้าใจค่ะ ยี่หวาจะไม่ดื้อค่ะ..จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดและเชื่อฟังบอสค่ะ '' เด็กสาวพยักหน้ารับ เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้างนิดหน่อย
'' พี่ไปก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆล่ะ '' ระตรีโบกมือลาสาวน้อย แม้ใจจะอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของเธอในตอนนี้คือครอบครัว
'' ค่ะ...อย่าลืมติดต่อยี่หวามาบ้างนะคะ ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับพี่ด้วยนะคะขอให้มีเจ้าตัวน้อยไวๆ '' พอร่ำลากับระตรีเสร็จ ดวงยี่หวาก็เดินไปขึ้นลิฟต์ไปชั้นผู้บริหารแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องท่านประธานเพื่อรายงานตัวทันที
จากนี้ไปจะทำตัวเล่นๆใกล้ชิดสนิทสนมเหมือนเวลาอยู่กับระตรีไม่ได้แล้วหละ แค่คิดใจก็พลันดิ่งวูบทันที พลางจินตนาการไปถึงรูปร่างหน้าตาของท่านประธานดูเล่นๆ
ดวงยี่หวาหยุดยืนปรายตามองหาห้องที่น่าจะเป็นห้องที่ระตรีบอกไว้ เธอเดินมาจนสุดทางเดิน ด้านหน้ามีโต๊ะทำงานตัวใหญ่และอุปกรณ์ครบครัน เธอชั่งใจสักครู่ก่อนจะเคาะประตูบานนั้น
'' เชิญ '' น้ำเสียงทุ้มแต่แข็งกร้าว จากคนด้านในเอ่ยออกมาอย่างน่าเกรงขาม ทำให้ดวงยี่หวากลัวจนตัวสั่นสะท้านไปหมด เธอเลยเดินก้มหน้าก้มตาเข้าไป แบบเก้ๆ กังๆ ไม่กล้าสบตาเขา เหมือนว่าเจ้านายแสนใจดีในจินตนาการของเธอมันจะถูกเจ้านายตัวจริงจุดไฟเผาไปซะแล้ว
" สะ..สวัสดีค่ะดิชั้นชื่อดะ...ดวงยี่หวาค่ะ '' ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ เขามองเธอแค่หางตาด้วยซ้ำ เพราะเธอดูไม่มั่นใจในตัวเองซักนิด แล้วทีนี้จะทำงานให้เขาได้ยังไงกัน มารดาของเขานี่ช่างไม่มีเซนส์เอาซะเลย
'' ผมรู้จากตรีมาแล้ว เงยหน้าขึ้นมาสิ..รู้หรือเปล่าว่าผมไม่ชอบคนที่ขี้ขลาดไม่กล้าแม้กระทั่งมองหน้าแบบนี้น่ะ '' เขาพูดเสียงดังจนคนตัวเล็กตกใจกลัวตัวสั่นเทิ้ม ทำไมพูดแค่นี้เขาถึงต้องขึ้นเสียงด้วย หญิงสาวไม่คุ้นชินกับท่าทีแบบนี้ เธอเบะปากเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อแต่ต้องกลั้นมันเอาไว้
'' คะ..ค่ะ '' ดวงยี่หวาเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้าอย่างช้าๆ เพราะเธอรู้สึกประหม่าขึ้นมา
เมื่อมองขึ้นมากลับตกใจไม่คิดว่าเธอจะได้ทำงานใกล้ชิดผู้ชายที่หน้าตาหล่อถึงเพียงนี้ ตรงสเปกที่สุด ถ้าตัดความน่ากลัวและอายุของเขาออกไปก็คงจะดีไม่น้อยเลย เธอนึกว่าท่านประธานจะรูปร่างอ้วนท้วม หน้าตาหูหางดูไม่ได้ซะอีก นี่มันไม่เกินคาดที่คิดเอาไว้เกินไปหรือ
'' ดี '' เขามองดวงยี่หวานิ่งๆ มองตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอ พร้อมกับคิดว่าทำไมแม่ของเขาถึงพูดความดีความชอบของผู้หญิงขี้ขลาดอย่างเธอให้เขาฟังบ่อยนักนะ ทั้งที่มองดูรวมๆแล้วไม่เห็นจะมีอะไรดีสู้เลขาคนเก่าของเขาได้สักอย่างนอกจากหน้าตาสวยหวานของเจ้าหล่อนเพียงเท่านั้น
'' มาแล้วก็ดีคงจะเข้าใจงานแล้วสินะ พร้อมทำงานแล้วใช่มั้ย '' คนตัวสูงลุกขึ้นเดินมายืนเท้าสะเอวมองดวงยี่หวาใกล้ๆ เธอเลยถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความหวาดหวั่นในใจ
'' พร้อมค่ะ '' แววตามุ่งมั่นของเธอทำให้ชายหนุ่มพอจะอุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง
'' งั้นก็ดี...ทีนี้คุณเอาแฟ้มพวกนี้ไปสรุปมาส่งผมก่อนบ่ายสองห้ามเกินนี้เข้าใจไหม ผมไม่ชอบคนที่ทำอะไรไม่ตรงต่อเวลา การที่จะมาทำงานกับผมจะต้องเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว '' ชายหนุ่มยกแฟ้มกองโตมาวางไว้ตรงหน้าดวงยี่หวา ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากไปหนึ่งที
'' รับทราบค่ะบอส..ดิฉันจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ให้สมกับที่บริษัทนี้รับเด็กที่ไม่มีประสบการณ์อย่างดิฉันเข้ามาทำงานค่ะ '' ดวงยี่หวาน้อมรับทุกคำบอกกล่าวของเขาสีหน้ายิ้มแย้มตามวิสัย
'' แล้วชงกาแฟมาให้ผมด้วย '' เขาสั่งแล้วเดินไปนั่งทำงานตามเดิม โดยไม่สนใจเธออีก
'' ค่ะบอส '' ดวงยี่หวาตอบรับแล้วกุลีกุจอหอบแฟ้มเอกสารพะรุงพะรังออกไป มาวันแรกก็ทำเอาสั่นผวาไปหมด