ตอนที่สี่

895 คำ
“เจ้าพูดจริงหรือ” หม่ากุ้ยหลันไม่อาจเก็บงำความตื่นตระหนก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเท่ากับว่าองค์รัชทายาทขุดหลุมฝังตัวเองชัด ๆ “จริงสิ เจ้าคิดว่าข้าเก่งกาจขนาดที่จะสามารถทำนายเรื่องราวได้แม่นยำหรือ ข้าแค่ฉกฉวยผลประโยชน์ที่ผู้อื่นปูรากฐานไว้เท่านั้น” หยางหรงผิงไม่ต้องออกแรงทำอะไรแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายนางกลับกลายเป็นคนที่ได้รับทุกอย่าง แต่สำหรับหยางหรงผิงนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เส้นทางจากนี้ยังต้องพบกับความสูญเสียอีกมาก และนางไม่สนใจหรอกว่ากว่าจะถึงปลายทาง ทางที่นางเดินจะกลายเป็นเส้นทางที่อาบย้อมไปด้วยเลือดหรือไม่ ขอแค่มันไม่ใช่เลือดของนางก็พอ นางจะไม่แพ้ให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น และนางจะไม่ยอมให้ใครจับนางวางราวกับเป็นหมากตัวหนึ่ง คนที่คิดหลอกใช้นางต่างหากที่จะกลายเป็นหมากบนกระดานหมากของนาง ซูซือเซียน เจียงหนิงฮวา หยางเจาจวิน เซี่ยหลี่หมิง พวกเจ้าจงเตรียมตัวไว้ให้ดีเถิด ข้าจะทำให้เจ้าสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่อาจรักษาไว้แม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง “แล้วเจ้าคิดอย่างไรเรื่องชายาเอก” “คนที่เหมาะสมที่สุดตอนนี้ย่อมไม่พ้นท่านหญิงฮั่ว” ฮั่วเสวี่ยเหมยคือบุตรีคนเดียวของจวินอ๋อง อ๋องซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เพราะมีความดีความชอบในการปกป้องสายเลือดราชวงศ์เอาไว้เมื่อสมัยอดีตฮ่องเต้ สกุลฮั่วได้รับอวยยศเป็นอ๋องนับตั้งแต่นั้น แม้พวกเขาจะไม่มีสายเลือดราชวงศ์แม้สักหยด ทว่ากลับมีความดีความชอบใหญ่หลวง กระทั่งฮ่องเต้ก็ยังต้องเกรงใจสกุลฮั่วอยู่สองส่วน เพราะแบบนี้ฮั่วเสวี่ยเหมยจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งพระชายามากที่สุด ที่สำคัญฮั่วเสวี่ยเหมยยังแสดงออกชัดเจนว่านางพึงใจในตัวเซี่ยหลี่หมิงอย่างมาก ขนาดก่อนหน้านี้เซี่ยหลี่หมิงกับหยางหรงผิงมีเรื่องเกี่ยวโยงกัน ฮั่วเสวี่ยเหมยก็ยังไม่เคยเกรงใจ หนักสุดยังเคยกลั่นแกล้งหยางหรงผิงอย่างเปิดเผย แต่หยางหรงผิงที่แสร้งเป็นคนอ่อนแอไม่โวยวายและไม่สู้กลับ ฮั่วเสวี่ยเหมยจึงรู้สึกเหนื่อยหน่ายและหมดความสนใจในตัวหยางหรงผิงไปในที่สุด ทว่า หยางเจาจวินนั้นต่างออกไป หยางเจาจวินเป็นสตรีขององค์รัชทายาท นางไม่มีวันยอมให้ฮั่วเสวี่ยเหมยกดขี่ สตรีสองนางที่มีนิสัยชอบเอาชนะเหมือนกัน หากต้องมีสามีคนเดียวจะเกิดสิ่งใดขึ้นเล่า หยางหรงผิงจะเป็นคนส่งมอบตำแหน่งชายาเอกให้ฮั่วเสวี่ยเหมยกับมือ “ข้าก็คิดเหมือนเจ้า ฮั่วเสวี่ยเหมยปักใจต่อองค์รัชทายาทมาหลายปี ก่อนหน้านี้นางคิดว่าเจ้าเป็นคู่แข่งที่ฐานะเท่าเทียมกันจึงไม่ทำอะไรมาก แต่กับหยางเจาจวินที่เป็นเพียงบุตรสายรอง ฮั่วเสวี่ยเหมยคงไม่ยอมอยู่เฉยแน่” “ดีสิ” ยิ่งฮั่วเสวี่ยเหมยทำรุนแรงมากเท่าใด ฮั่วเสวี่ยเหมยเองก็จะพบจุดจบเร็วเท่านั้น เพราะแผนการครั้งนี้คนที่ต้องพังจนไม่เหลือสิ่งใด ไม่ได้มีเพียงหยางเจาจวินเพียงคนเดียว ฮั่วเสวี่ยเหมยเคยตบนางหนึ่งครั้ง และทำให้นางต้องกินน้ำในสระบัวไปหลายอึก หากมีโอกาสหยางหรงผิงควรต้องตอบแทนอย่างดี “เจ้ากำลังคิดแก้แค้นเรื่องครั้งนั้นใช่หรือไม่” “เพราะอาหลันรู้ใจข้าทุกอย่างแบบนี้ ข้าถึงได้ชอบอาหลันยิ่งนัก” “ก็ท่านแม่ข้าเป็นคนสอนเจ้าเองนี่เรื่องนี้น่ะ” หยางหรงผิงพบกับหม่ากุ้ยหลันครั้งแรกตอนนางอายุสิบขวบ นางถูกลอบสังหารขณะที่ถูกส่งไปอยู่ยังอารามที่เขตชายแดน คนที่ช่วยเหลือนางไว้ครั้งนั้นคือสามีภรรยาสกุลหม่า นางจึงได้มีโอกาสรู้จักหม่ากุ้ยหลันและหม่าซ่างกง ตอนนั้นหม่าฮูหยินสอนนางว่าหากอยากชนะศึก ต้องรู้จักรุกรู้จักถอย เมื่อใดที่รู้ว่าจะแพ้ให้ถอยกลับมาตั้งหลัก และเมื่อใดที่รู้ว่าจะชนะให้บุกเต็มที่ ตั้งแต่นั้นหยางหรงผิงจึงแสร้งเป็นคนไม่รู้ความ รับบทเป็นคนอ่อนแอ ไม่ทันโลก นางเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน ยอมโดนกลั่นแกล้งสารพัด ตอนที่ฮั่วเสวี่ยเหมยกลั่นแกล้งนางก็เหมือนกัน ตอนนั้นนางอายุสิบหก ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องแสดงธาตุแท้ให้ใครเห็น นางยอมให้ฮั่วเสวี่ยเหมยกดศีรษะนางลงสระบัว ก็เพราะยังไม่ถึงเวลาที่ต้องตอบโต้เท่านั้น ทว่าเวลานั้นมาถึงแล้ว ใครที่มอบความเจ็บปวดให้นาง นางจะสนองคืนให้เหมาะสมเลยทีเดียว “เพราะข้ามีพวกเจ้า ข้าถึงเติบโตมาได้ขนาดนี้” “อาผิง...เจ้าอย่าพูดเช่นนี้ ต่อให้ไม่มีสกุลหม่า เจ้าก็มีครอบครัวที่หนานโจว พวกเขาพร้อมที่จะพาเจ้าไปอยู่ด้วย” “แต่หากไม่มีสกุลหม่า ข้าคงตายไปแล้ว” หากไม่มีลมหายใจ จะมีครอบครัวไปเพื่อสิ่งใด นางมีวันนี้ได้เพราะสกุลหม่าฉุดนางขึ้นมาจากความตาย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม