หยางหรงผิงเปิดดูภาพด้านในผ่าน ๆ ก่อนจะเงยหน้ามาบอกว่า “คนพวกนี้รูปงามไม่พอเจ้าค่ะ”
มู่รั่วซีกับเจียงหนิงฮวามองมาที่หยางหรงผิงอย่างแทบไม่เชื่อสายตา เหตุผลที่หยางหรงผิงยกขึ้นมาช่างสิ้นคิด
“หรือพี่ใหญ่มีบุรุษที่ต้องชะตาอยู่แล้วเจ้าคะ”
หยางหรงผิงมองหยางเจาจวินด้วยหางตา แล้วพยักหน้าลงหนึ่งครั้ง คำตอบของหยางหรงผิงอยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน มู่รั่วซีมองหยางหรงผิงด้วยความคาดหวัง เพราะสำหรับมู่รั่วซีแล้วขอแค่หยางหรงผิงยอมแต่งออกไปก็พอ จะแต่งกับใครก็ได้ทั้งนั้น
ทางเจียงหนิงฮวากับหยางเจาจวินก็คาดหวังเช่นกัน ยิ่งหยางหรงผิงออกจากจวนไปเร็วเท่าไรยิ่งดี พวกนางแทบอดทนรอวันที่สกุล หยางจะไม่มีหยางหรงผิงไม่ไหว หยางหรงผิงคือเสี้ยนหนามที่ต้องรีบกำจัด
“คุณชายหม่าดีหรือไม่เจ้าคะ”
หยางหรงผิงถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง ทว่าสีหน้าของอีกสามคนที่เหลือกลับไม่สู้ดีนัก พวกนางรู้ทันทีว่าหยางหรงผิงไม่ได้คิดจะแต่งงานแต่ตั้งใจกวนประสาทมาตั้งแต่แรก หากยอมให้หยางหรงผิงแต่งกับหม่าซ่างกง ไม่ใช่ว่าพวกนางยื่นอำนาจใส่มือให้หยางหรงผิงหรืออย่างไร ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ใครไม่รู้บ้างว่าสกุลหม่าเป็นขุนนางที่มีอำนาจเหนือกว่าราชวงศ์เสียอีก พวกเขาคุมทหารกว่าแปดส่วนของมู่เป่ยไว้ในมือ หากสกุลหม่าคิดก่อกบฎ ราชวงศ์เซี่ยย่อมไม่มีทางสู้ได้
ก่อนหน้านี้เจียงหนิงฮวายังเคยคิดให้หยางเจาจวินเป็นสะใภ้สกุลหม่า หากไม่ใช่เพราะหม่าซ่างกงเคยมองหยางเจาจวินกับนางด้วยแววตารังเกียจ นางคงส่งบุตรสาวถึงเตียงอีกฝ่ายไปแล้ว
หยางหรงผิงเห็นท่าทีของคนทั้งสามแล้วยิ่งรู้สึกสนุก นางจึงพูดต่อว่า “สกุลหม่าไม่ถูกใจท่านย่าหรือเจ้าคะ แต่คนงามในเมืองหลวงมีไม่มาก นอกจากคุณชายหม่าก็มีเพียง...องค์รัชทายาท”
“...”
“แต่องค์รัชทายาทเป็นว่าที่สามีของน้องหญิง เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ ข้าคงทำใจแต่งงานกับคนรูปงามน้อยกว่านี้ไม่ได้”
“เอ่อ พี่ใหญ่เจ้าคะ ข้าว่าท่านลองดูสมุดภาพอีกรอบดีหรือไม่ ข้าเคยเห็นคุณชายเฉิงใกล้ ๆ อยู่สองสามหน ดูแล้วเขารูปงามไม่น้อยไปกว่าพี่หลี่หมิงเลยเจ้าค่ะ”
“จริงหรือ”
“จริงเจ้าค่ะ เขารูปงามมากจริง ๆ”
“เข้าใจแล้ว”
หยางหรงผิงพยักหน้าลง คนทั้งสามยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อหยางหรงผิงเอ่ยว่า
“แต่ข้าชอบคุณชายหม่ามากกว่า”
“คุณชายหม่าไม่ดีหรอกเจ้าค่ะ”
“ทำไมเล่า หรือน้องหญิงไม่อยากให้ข้าแต่งงานแล้ว”
หยางเจาจวินยิ้มเกร็ง ๆ นางพยายามอย่างมากเพื่อให้ตัวเองโมโหไปมากกว่านี้ นางไม่มีวันยอมให้หยางหรงผิงแต่งงานกับหม่าซ่างกงอยู่แล้ว หากทั้งสองแต่งงานกัน การที่นางแต่งงานกับองค์รัชทายาทจะมีประโยชน์อันใด ในเมื่อสุดท้ายก็ยังต้องเป็นรองหยางหรงผิงอยู่ดี
“ไม่ใช่แบบนั้นเจ้าค่ะ แต่ข้าได้ยินว่าสกุลหม่าป่าเถื่อน พี่หญิงร่างกายอ่อนแอมาตลอด จะอดทนกับคนพวกนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ”
“หากเป็นเพราะเรื่องนั้นข้าไม่ถือสาหรอก ข้าแต่งงานไปเป็นภรรยาจะต้องใช้ความแข็งแกร่งสักเท่าไรกันเชียว”
“แต่หากพวกเขาใช้กำลังกับท่านล่ะเจ้าคะ”
หยางหรงผิงเกือบหลุดหัวเราะ หยางเจาจวินคิดว่าสกุลหม่าเป็นสถานที่เช่นไรกันแน่ หม่าซ่างกงไม่ใช่คนที่จะทำร้ายสตรีที่เป็นภรรยาสักหน่อย
“คุณชายหม่าคงไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดที่เจ้ากำลังคิดหรอกกระมัง”
“แต่ข้าว่าพี่หญิงลองดูคนอื่นเถอะเจ้าค่ะ”
“ได้ เอาตามที่น้องหญิงว่ามาแล้วกัน”
เมื่อเห็นหยางหรงผิงยอมถอยหนึ่งก้าว คนที่เหลือจึงเริ่มมีสีหน้าดีขึ้น พวกนางรู้แล้วว่าวันนี้คงเกลี้ยกล่อมเรื่องแต่งงานไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นจึงวนกลับมาพูดเรื่องเดิมอย่างตรงไปตรงมา ต่อให้ยังกำจัดหยางหรงผิงออกไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ต้องได้เบี้ยหวัดและอำนาจในจวนคืนกลับมา
“เช่นนั้น ระหว่างที่ผิงเอ๋อร์กำลังมองหาบุรุษรูปงาม ให้แม่รองช่วยดูแลเรื่องในจวนต่อไปดีหรือไม่”
“สุดท้ายก็ยอมกลับมาพูดถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงเสียที” หยางหรงผิงกวาดสายตามองคนอื่นด้วยแววตาเรียบเฉย คิดว่าคนพวกนี้จะมีความอดทนมากกว่านี้เสียอีก แต่เอาเถอะอย่างไรวันนี้หยางหรงผิงก็เริ่มเหนื่อยแล้ว
“ผิงเอ๋อร์ เช่นนั้นเอาตามที่แม่รองบอกดีหรือไม่”
“ฮูหยินรอง” หยางหรงผิงยิ้มให้กับเจียงหนิงฮวา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าชา “เจ้าอาศัยความดีความชอบอะไรมาเป็นมารดาของข้าหรือ”
“ขะ...ข้าเป็นฮูหยินของนายท่าน”
“แล้วใช่มารดาของข้าหรือไม่เล่า” หยางหรงผิงยังคงรอยยิ้มไว้เช่นเดิม แต่น้ำเสียงทวีความเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ “คนเราถึงจะโง่แค่ไหนก็ต้องรู้จักเจียมตัวบ้างสิ”
“หรงผิง เจ้าถือดีมากไปแล้ว”
“ท่านย่าเจ้าคะ อย่าให้ข้าต้องถามท่านอีกคนเลยเจ้าค่ะ”
“ทำไม เจ้าคิดจะถามอะไรข้า” มู่รั่วซีชี้หน้าหยางหรงผิงด้วยความเหลืออด เหตุใดองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ถึงได้คลอดนางเด็กปากร้ายเช่นนี้ออกมา
“ข้าคงจะถามท่านว่าท่านอาศัยอะไรมาเป็นท่านย่าของข้ากระมังเจ้าคะ”
“เจ้า!”
“พูดกันตรงนี้เลยดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลเรื่องภายในจวนเอง ทุกอย่างจะเป็นไปตามคำสั่งของข้าเช่นเดิมเจ้าค่ะ” หยางหรงผิงลุกขึ้นยืนเตรียมจะกลับเรือน ก่อนจะก้าวออกไป นางหันมาพูดกับทั้งสามคนอีกครั้ง “เรื่องเมื่อสักครู่ที่ล้อเล่นกัน ข้าสนุกมากจริง ๆ แต่อย่ามายุ่งกับเรื่องแต่งงานของข้าอีก มิเช่นนั้นข้าอาจจะยื่นจมูกไปยุ่งเรื่องของน้องหญิงก็ได้นะเจ้าคะ”
“ท่านแม่ จะปล่อยให้คุณหนูใหญ่เหิมเกริมเช่นนี้ต่อไปหรือเจ้าคะ”
เจียงหนิงฮวาโวยวายทันทีเมื่อแน่ใจว่าหยางหรงผิงเดินห่างไปไกลแล้ว ช่วงนี้ไม่รู้ว่าหยางหรงผิงเกิดเสียสติอะไรขึ้นมา ถึงได้เข้ามาจัดการเรื่องนู้นเรื่องนี้ตามอำเภอใจ ทำให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนตามไปด้วย
“ไม่มีทาง”
มู่รั่วซีจะยอมให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร หยางหรงผิงทำเหมือนนางเป็นหัวหลักหัวตอในจวนแห่งนี้ นางจะต้องสั่งสอนนางเด็กเหลือขอนั่นให้ได้ ก่อนหน้านี้มอบหมายงานในจวนให้เจียงหนิงฮวาดูแล เพราะอีกฝ่ายเป็นเพียงฮูหยินรองไม่มีความสลักสำคัญ มู่รั่วซีจึงยังสามารถวางอำนาจในจวนได้ แต่หากหยางหรงผิงกุมอำนาจในจวนไว้ มู่รั่วซีคงต้องกลายเป็นหญิงชราที่รอวันสิ้นลมอยู่แต่ภายในเรือนแน่
“เช่นนั้นข้าคิดว่าพวกเราควรรีบหาคนมาแต่งงานกับนางให้เร็วที่สุดนะเจ้าคะ”
“เจ้าคิดว่าใครเหมาะสมเล่า”
มู่รั่วซีปรายตาไปทางสมุดภาพ เป็นการสื่อความหมายว่าเจ้าบ่าวของหยางหรงผิงจะต้องเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น นางไม่มีวันยอมให้หยางหรงผิงชูคอต่อไปได้อีก อย่างไรก็ต้องรีบขับไล่อีกฝ่ายออกไปจากจวนให้ได้
“แต่นายท่านจะยอมหรือเจ้าคะ”
“ฮูหยินรอง เจ้าโง่มากหรือ” มู่รั่วซีมองเจียงหนิงฮวาด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ “กว่าหมิงเค่อจะกลับจากวังก็มืดค่ำแล้ว ตอนกลางวันเจ้าก็รีบจัดการเสียสิ อย่างไรนางเด็กนั่นก็ไม่มีมารดา เจ้าถือเป็นแม่รองที่นางต้องให้คววามเคารพ ต่อให้ยื่นมือไปจัดการเรื่องคู่สมรสก็ไม่มีใครกล้าตำหนิ”
“ข้าจะจัดการตามนั้นเจ้าค่ะท่านแม่” แม้เจียงหนิงฮวาจะไม่พอใจที่โดนตำหนิ ทว่าตอนนี้นางยังไม่ใช่ฮูหยินเอกของจวน นางต้องพึ่งพาอำนาจของมู่รั่วซี การที่จะบู่มบ่ามทำอะไรตอนนี้ย่อมไม่เป็นผลดี จนกว่านางจะได้เป็นนายหญิงที่แท้จริงของจวน นางต้องอดทนให้มาก
“ข้าขอร้องให้องค์รัชทายาทช่วยอีกแรงดีหรือไม่เจ้าคะ”
หยางเจาจวินกลัวว่าหยางหรงผิงจะมีแผนการในใจ เมื่อครู่นี้ หยางหรงผิงแสดงออกชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้มีใครเข้าไปยุ่มย่ามกับงานแต่งของตัวเอง ฉะนั้นหากลงมือจัดการไปแล้วแต่เกิดพลาดขึ้นมา การจะลงมือซ้ำสองก็จะกลายเป็นเรื่องยากทันที แต่หากงานมงคลเกิดขึ้นด้วยราชโองการสมรส เรื่องราวจะต่างออกไปทันที
“จวินเอ๋อร์คิดจะทำอะไรหรือ”
น้ำเสียงที่มู่รั่วซีใช้กับหยางเจาจวิน ต่างไปจากตอนพูดกับคนอื่น ไม่ใช่เพราะนางมีเมตตาหรือรักใคร่หยางเจาจวิน ทว่าเพราะหยางเจาจวินเป็นหญิงคนรักขององค์รัชทายาท มู่รั่วซีจึงทำดีด้วย เพราะหวังว่าวันข้างหน้าหลานสาวจะนำเกียรติยศมาสู่นาง
แต่มู่รั่วซีไม่เคยรู้ว่าแท้จริงเชือกที่นางจับไว้แน่น เป็นเพียงเชือกเปื่อยที่ใกล้ขาดสะบั้นเท่านั้น
“ข้าจะขอให้องค์รัชทายาทออกหน้าให้เจ้าค่ะ หากฝ่าบาททรงยอมพระราชทานสมรสให้ ทุกอย่างคงง่ายกว่าเดิมน่ะเจ้าค่ะ”
“หากทำได้ก็ดียิ่งนัก เจ้าจงรีบหาเวลาไปพบองค์รัชทายาทเถิด”
หยางเจาจวินพยักหน้ารับคำสั่ง “อีกสองวันองค์รัชทายาทกับข้านัดพบกันอยู่แล้ว วันนั้นข้าจะเกริ่นให้เองเจ้าค่ะ”
หยางหรงผิง ข้าจะเป็นคนส่งเจ้าลงนรกไปพบมารดาเอง