ตอนที่ไม่มีชื่อ
ท่ามกลางค่ำคืนที่หิมะโปรยปราย ภายในห้องของคุณหนูตระกูลจ้าว ปรากฏแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าไปทั่วทั้งห้อง จนทำให้เวรยาม รวมไปถึงบ่าวไพร่ที่ยังคงทำงานอยู่ ต่างเร่งฝีเท้ามายังห้องของคุณหนูจ้าวฟางหรู ไม่เว้นแม้แต่จ้าวเฉินเหยียนที่เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว แต่กลับได้ยินเสียงบ่าวไพร่โวยวาย จึงรีบคว้าเสื้อคลุม มาสวมทับก่อนจะเดินออกไปดู ก็พบว่าบรรดาทหารยามที่ประจำการภายในตระกูลต่างมุ่งตรงไปยังเรือนของบุตรสาวตน
“มันเกิดอันใดขึ้น..เหตุใดพวกเจ้าจึงมารวมอยู่หน้าเรือนบุตรสาวข้าเช่นนี้??” จ้าวเฉินเหยียนตะโกนถามเสียงดัง
“เรียนใต้เท้า เมื่อครู่ตอนข้ากำลังจะผลัดเปลี่ยนเวรยาม กลับเห็นแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าออกมาจากห้องของคุณหนูขอรับ” ทหารยามคนหนึ่งออกมารายงาน
หัวคิ้วของชายวัยกลางคนย่นเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจผลักบานประตูห้องนอนของบุตรสาว สายตาของจ้าวเฉินเหยียนกวาดมองสิ่งผิดปกติภายในห้อง จนไปหยุดอยู่ที่ร่างบาง ซึ่งกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง
จ้าวเฉินเหยียนเดินตรงไปหาบุตรสาวช้า ๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงที่บริเวณขอบเตียงนอน
“ฟางหรู... ฟางหรู เจ้าได้ยินพ่อหรือไม่??”
ในขณะเดียวกัน ภายในห้วงความฝันที่จ้าวฟางหรูกำลังล่องลอยอยู่ในเวลานี้ เด็กสาววัยสิบห้าปี นั่งมองภาพเรื่องราวของตัวเองด้วยความเจ็บปวด มือเรียวเล็กถูกยกขึ้นมาป้องปาก เพื่อกลั้นสะอื้น สหายคนสนิท บุรุษอันเป็นที่รัก มีความสุขกันในวันที่ร่างกายของนางสิ้นลม ท่ามกลางกองหิมะขาวโพลน!!
‘ไม่จริง... นี่เป็นเพียงฝันเท่านั้น’ จ้าวฟางหรูบอกกับตัวเอง แต่ทว่าความรู้สึกปวดร้าวภายในจิตใจ ที่เกิดขึ้นนี้ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวนางเห็นทั้งหมดคือเรื่องจริง
ภายในความฝันจ้าวฟางหรูพยายามปลอบตัวเอง โดยไม่ทันสังเกตกลุ่มควันสีขาวที่ลอยมาจากทางด้านหลัง ทันทีที่กลุ่มควันเข้าใกล้ตัวเด็กสาวก็ไม่รอช้า มันได้หลอมรวมเป็นหนึ่ง กับเด็กสาวผู้นั้นทันที เด็กสาวทิ้งตัวลงพื้นอย่างหมดแรง สองมือเล็กกุมศีรษะอย่างเจ็บปวดและทรมาน
ความทรงจำค่อย ๆไหลเข้ามา อย่างไม่จบสิ้น ความรู้สึกต่าง ๆ เริ่มชัดเจน และละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ที่จ้าวฟางหรูต้องทรมารกับความเจ็บปวด เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ที่เคยมี บัดนี้หายไปจนหมดสิ้น กลายเป็นสายตา ที่ว่างเปล่า เย็นชา
เมื่อนี่คือโอกาส มีหรือที่ตนจะไม่ขอรับเอาไว้ นับแต่นี้ใครจะหาว่านางร้ายก็ช่าง ตัวนางหาได้เก็บมาใส่ใจไม่ เพียงแต่... นางจะไม่ขอร้ายแบบโง่งมเช่นกาลก่อนอีก..... อำนาจทางฝั่งมารดามีอยู่เต็มมือ เพียงแค่ในอดีตตนเองไม่เคยใช้มันในทางที่ถูกเท่านั้นหญิงสาวพูดกับตัวเอง
ร่างของจ้าวฟางหรูที่นอนอยู่บนเตียง มีอาการกระตุก เกร็งตลอดระยะเวลาหนึ่งก้านธูป จนจ้าวเฉินเหยียนผู้เป็นบิดา สั่งกำชับให้พ่อบ้านรีบไปตามหมอมาอย่างเร่งด่วน ตลอดระยะเวลาที่หมอทำการตรวจบุตรสาวของอัครเสนาบดี เขาก็รู้สึกได้รับแรงกดดันมาเป็นระยะ
“ท่านหมอ บุตรสาวของข้าเป็นอะไร??”จ้าวเฉินเหยียนเอ่ยถามอย่างร้อนรน
คนที่ถูกตาม ใบหน้าปรากฏเม็ดเหงื่อผุดออกมาตามกรอบใบหน้า “เอ่อ... อาการของคุณหนูปกติทุกประการขอรับ”
ปัง!!
เสียงฝ่ามือที่ตบลงบนโต๊ะ ทำเอาหมอชราถึงกับสะดุ้งโหยง “ปกติที่ไหนกัน บุตรสาวข้าเนื้อตัวกระตุกตลอดเจ้าไม่เห็นอย่างนั้นรึ!!” จ้าวเฉินเหยียนตวาดใส่อีกฝ่าย
“ขออภัยใต้เท้า ตัวข้านั้นไร้ความสามารถ แต่จากที่ข้าได้ตรวจจับชีพจรของคุณหนูแล้วนั้น ไม่พบความผิดปกติจริง ๆ ขอรับ” หมอชราเหงื่อแตกพลั่กเมื่อเผชิญโทสะของบุรุษน่าเกรงขามตรงหน้า
จ้าวเฉินเหยียนที่ได้รับคำตอบแบบเดิม ใบหน้าก็พลันแดงก่ำ ราวกับโทสะนี้พร้อมที่จะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ แต่ก่อนที่หมอชราผู้นี้จะได้รับแรงอารมณ์จากบิดาที่ห่วงบุตรสาว บนเตียงร่างบางที่นอนกระตุกถี่ ๆ เมื่อครู่ก็เกิดสงบลง ก่อนที่ดวงตาที่ปิดสนิทจะค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น
“ฟางหรู..เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่”
จ้าวฟางหรูที่เพิ่งลืมตา กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะมองภายในเรือนนอน ที่มีบิดา ชายชราที่คาดว่าน่าจะเป็นหมอ รวมไปถึงบ่าวไพร่ที่กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่ด้านหน้าเรือน
“ข้าสบายดีเจ้าค่ะ”
จ้าวเฉินเหยียนกำลังจะอ้าปากถามถึงเหตุการณ์ประหลาด รวมไปถึงที่บุตรสาวเกิดอาการกระตุกที่เกิดขึ้น เสียงใส ๆ ของร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงก็เกิดเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“ท่านพ่อ... ข้าอยากนอนพักเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
ครั้นได้ยินบุตรสาวเอ่ยเช่นนั้น ผู้เป็นบิดาก็รีบกลืนคำถามทั้งหมดลงคอในเมื่อบุตรสาวของเขายังไม่อยากจะสนทนาเขาก็จะไม่รบเร้า
จ้าวฟางหรูมีหรือจะไม่รู้ ว่าบิดาจะเอ่ยถึงเรื่องใด ในตอนนี้นางยังไม่สามารถอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับบิดาได้อย่างแนบเนียน และไร้ข้อสงสัย ดังนั้นจึงตัดสินใจจบการสนทนาของค่ำคืนนี้เพียงเท่านี้ ขอเวลาจนถึงรุ่งสาง ให้ตัวนางได้คิดหาคำตอบดี ๆ สักหน่อย
“ท่านพ่อ หากท่านอยากถามสิ่งใดกับลูก ไว้ตอนเช้าลูกจะตอบนะเจ้าคะ”
จ้าวเฉินเหยียน พยักหน้า พร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ เกี่ยวกับบุตรสาว ที่มีท่าทางสงบ และเยือกเย็นผิดปกติ “ได้เช่นนั้นพ่อจะรอ เช่นนั้นเจ้าพักผ่อนเสีย”
จ้าวเฉินเหยียนโบกมือเป็นเชิงสัญญาณให้กับทุกคน ออกไปจากเรือนนอนของบุตรสาว จ้าวเฉินเหยียนเดินตรงไปดับเทียนที่ถูกจุดไว้ในห้องของบุตรสาว ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้องเช่นกัน
จ้าวฟางหรูที่นอนอยู่บนเตียง ก็หาได้หลับตาไม่ ดวงตากลมโตยังคงเบิกตาโพลงท่ามกลางความมืดมิด สมองน้อย ๆ คิดทวนถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้วงความฝัน จนแน่ใจแล้วว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น หาใช่นางที่คิดไปเอง จ้าวฟางหรูลุกขึ้นไปจุดเทียนที่โต๊ะเครื่องแป้ง ที่เพิ่งถูกดับไปเมื่อครู่ เพื่อสำรวจอะไรบางอย่าง เพื่อให้ตนได้มั่นใจมากกว่านี้
---------------------------------------------------