กว่าจะเป็นดาว
รายการ Talk Show รายการหนึ่ง
“ขอเสียงปรบมือต้อนรับไอดอลสาวค้างฟ้าผู้สร้างตำนานมาอย่างยาวนาน ไอดอลชั้นครู เป็นไอดอลของไอดอลที่หลายๆ คนต่างยอมรับในตัวเธอ และวันนี้ก็เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมและทางรายการได้เป็นที่แรกและที่เดียวที่เราจะได้มาล้วงลึก Life style ของเธอกันครับ”
พิธีกรหนุ่มหน้ากระจ่างกล่าวนำจบก็ปรบมือรัว ตากล้องปรับเลนส์เป็นมุมกว้างให้เห็นความตระการตาของเวที แสง สีและไฟ ดนตรีวงใหญ่เร่งจังหวะสนุกสนามเร้าใจแล้วจากนั้นม่านกำมะหยี่สีแดงเลือดนกก็ค่อยๆ แหวกออกจากกลางเวที
หญิงสาวยืนหันหลังให้คนดูและกล้อง
เรือนร่างของเธอมีชุดราตรีสีทองสุกเข้ารูปเน้นโชว์สัดส่วนประดับคล้ายกับเกล็ดปลา มันระยิบระยับเล่นแสง
สวมแกสบี้สีดำยาวถึงศอกกำลังเท้าสะโพกกลมกลึง ผมหางม้ารวบเก็บอวดแผ่นหลังขาวหยวก
“ยินดีต้อนรับอีกครั้ง คุณ...สตาร์รี่!!!”
เมื่อพิธีกรแจ้งชื่อของเธอต่อผู้ชมรายการเสียงกรี๊ดเฮลั่นในห้องส่งก็ดังสนั่นสมราคาค่าจ้าง
เธอหันใบหน้าอันงดงามลงเครื่องสำอางมาอย่างดีให้ทุกๆ ท่านยลโฉมด้วยมุมปากยกกว้างจนเกิดรอยบุ๋มที่สองแก้มกระชากวิญญาณหนุ่มทั้งหลาย
พร้อมกับยกมือพนมก้มหัวไหว้ย่อเข่าอย่างอ่อนช้อย มีแสงแฟลชมากมายสาดใส่คนสวยแต่เธอก็เบิกตาสู้และยิ้มรับ
“งดงามสมคำร่ำลือจริงๆ เชียว เป็นเกียรติของผมมากจริงๆ ครับ”
“ขอบคุณค่ะ รี่เองก็ดีใจมากๆ ที่ได้มาที่นี่ เป็นเกียรติเช่นกันค่ะ”
เมื่อทักทายพอหอมปากหอมคอ พิธีกรหนุ่มชื่อดัง ณ ปัจจุบันนั้นเชิญไปนั่งที่โซฟาตัวเขื่องสวยหรูดูแพง
“ยังคงสวยและดูดีไม่มีที่ติ หากผมถามอายุคุณสตาร์รี่จะถือเป็นการหยาบคายมั้ยครับ” หนุ่มหน้าฝรั่งแต่ฟัง พูด อ่านไทยได้ชัดยิงคำถามเกริ่นนำก่อนเข้าเนื้อหา
“ก็...ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่ควรถามอายุผู้หญิงค่ะพี่ทิว”
นัททิว_คือพิธีกรค่าตัวแพงในตอนนั้น มีหลายสำนักข่าวหมายจับจองตัวแต่เขาก็เลือกงาน และน้อยมากๆ ที่จะได้เขาไป
“โอเค! งั้นผมของถามอายุในวงการแล้วกันครับ” ไอดอลคนดังหัวเราะแบบเหนียมอายเมื่อได้ยินคำถามเขา ก่อนที่แม่สตาร์รี่จะชูสองนิ้วเป็นการใบ้
“Wow! That so amezing”
“I know...” เป็นปกติที่เขาจะอุทานเป็นภาษาอังกฤษและผู้ร่วมรายการก็ตอบรับด้วยภาษาเดียวกันตามสมัยนิยม
ไทยคำอังกฤษคำไม่ได้ดูดัดจริตและมันกลายเป็นขนบธรรมเนียมไปเสียแล้ว
“งั้นยี่สิบปีที่ผ่านมาต้องมีอะไรมากมายเลยสิครับ”
“ใช่ค่ะพี่ทิว รี่ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างเพราะผันตัวมาเป็นอะไรที่เรียกว่าไอดอล”
“มันเริ่มต้นได้อย่างไรครับ ช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อย” น้ำเสียงฝั่งพิธีกรขึงขังและจริงจังมากขึ้นส่วนผู้คนในห้องส่งเงียบเสียงลงตามคิวอย่างตั้งใจ
“อย่างจะยาวหน่อยและมีดราม่าเล็กน้อยนะคะ รี่เปิดใจเล่าที่นี่เป็นที่แรกเลย ยังไงก็...อดทนฟังหน่อยนะคะ”
“ด้วยความยินดีครับ...เชิญ!”
เมื่อเข้าจุดที่เริ่มดูซีเรียสจริงจังไฟสว่างจ้าก็หรี่ลง ดนตรีคลอเบาๆ ปิดสนิท ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอคนเดียว
.
.
.
ย้อนวัยไปหลายปี
“หน้าตาท่าทางรูปร่างดีนะเนี้ย หนู! สนใจมาถ่ายโฆษณากับพี่มั้ยจ้ะ”
“ถ่ายอะไรนะคะ” เด็กสาวในชุดนักศึกษากำลังเก็บจานและเศษอาหารบนโต๊ะที่ลูกค้ากินเหลือภายในร้านอาหารฟาร์ทฟู้ดแห่งหนึ่ง
ผมดำสลวยหลุดลุ่ยออกจากเน็ตคลุมผมเพราะเธอทำงานไม่ได้หยุดได้หย่อน
อาหารขยะกินง่ายสั่งได้ในเวลารวดเร็วแต่ราคามหาโหด แรกเริ่มเดิมทีเธอเคยอยากกินมันมากๆ แต่เพราะอยู่กับมันมาสองเดือนจึงเริ่มเบื่อ
“เราชื่ออะไร” คนถูกถามไม่ได้ใส่ใจตอบและยังยิงคำถามใหม่
“ดาวค่ะ”
“ชื่อดาวเหรอ”
“ใชาค่ะ”
“พี่เป็นแมวมองจากโมเดลลิ่งนะคะ อะนี้! นามบัตร” หญิงสาวตัวสูงกว่ามาตรฐานยื่นนามบัตรของเธอมาให้พนักงานร้านอาหารแล้วเธอก็รับไปแบบงงๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
ในยุคนั้นเป็นยุคที่มีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับแมวมองที่มาล่าเด็กเข้าสังกัด บ้างก็ส่งให้เสี่ย บ้างก็พาไปถ่ายหนังโป๊หรือภาพนู้ด
“เราทำงานที่นี่ได้เงินเดือนเท่าไร”
“ชั่วโมงละสี่สิบห้าบาทค่ะ”
“แล้วรับอยู่ที่เท่าไร”
“สี่พันห้าถึงห้าพันค่ะ”
“ถ่ายแบบกับพี่แค่วันเดียวก็ได้แล้วนะห้าพัน”
“ไว้หนูสนใจจะติดต่อไปค่ะ” ดาวตัดบทแล้วยกถาดอาหารที่เต็มไปด้วยเศษกระดูกเข้าหลังร้าน
ไม่เคยคิดหรือวาดฝันว่าตัวเองจะเป็นคนดัง แต่หาเงินเรียนและมีกินให้พ้นไปวันๆ ได้ก็พอ
“น้องดาว ไม่สนใจจริงๆ เหรอ” หลายวันต่อมาแมวมองสาวร่างสูงกว่ามาตรฐานก็ยังขยันตามตื๊อเธออยู่ดี
แต่คำตอบก็ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมสักครั้ง
“ไว้หนูสนใจจะติดต่อไปนะคะ ตอนนี้ลูกค้าเยอะมาก หนูขอตัวนะคะ”
“นี่! โอกาสดีๆ มันไม่ได้หากันง่ายๆ นะดาว จะก้มหน้าเก็บเศษอาหารไปถึงเมื่อไร”
“จนกว่าจะหมดเวลางานค่ะ” เธอไม่ได้ตอบแบบกวนประสาท
อาชีพนี้ดีอยู่อย่างตรงที่แค่ทำไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไร
ไม่ต้องอยู่หน้าเครื่องคอยส่งยิ้มต้อนรับลูกค้า รับออเดอร์ รับและทอนเงินให้วุ่นวาย ดาวมีหน้าที่รอให้ลูกค้ากินอาหารจนเสร็จและลุกออกจากโต๊ะ
พื้นที่ที่เธอรับผิดชอบต้องดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อยเสมอพร้อมให้บริการลูกค้าคนถัดไปจนกระทั่งถึงเวลาร้านปิด