bc

พ่ายรักคุณเหนือน้ำ

book_age18+
892
ติดตาม
2.1K
อ่าน
เศรษฐี
วันไนท์สแตนด์
จบสุข
เย่อหยิ่ง
ผู้สืบทอด
ดราม่า
ชายจีบหญิง
ลึกลับ
ขี้แพ้
ออฟฟิศ/ที่ทำงาน
ความลับ
polygamy
like
intro-logo
คำนิยม

เมื่อมินตราเกิดพลาดท่าเสียตัวให้กับประธานบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่ เพราะเขาเข้าใจว่าเธอคือผู้หญิงขายบริการที่เพื่อนหามาให้ และเขาก็ยื่นเงินให้เพื่อหยามศักดิ์ศรีเธอแต่ทว่าเธอก็ต้องรับไว้เพราะความจำเป็น

"เราหย่ากันเถอะนะคะ มินไม่อยากทรมานอีกแล้ว" เหนือน้ำทำได้แค่ส่ายหน้า ใบหน้าหล่อยามนี้มีเพียงน้ำตาอาบสองแก้ม เขาเสียลูกไปแล้ว ตอนนี้เขากำลังจะเสียภรรยาไปอีกคน

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ท่านประธานคนใหม่
“โอ๊ย ทำไมรถไฟยังไม่มาอีกเนี่ย ตายๆ ฉันจะไปทำงานทันไหม” หญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลสักหน่อยยืนสั่นขาเบาๆ คอก็ชะเง้อมองผ่านกระจกใสที่กั้นระหว่างชานชาลากับรางรถไฟ ข้อมือเล็กถูกยกขึ้นดูเวลาสลับกับมองจอทีวีที่บอกเวลาที่รถไฟกำลังจะขับมาเทียบจอดรับผู้โดยสารที่สถานีนี้ อีกเพียงแค่15นาทีเท่านั้นก็จะเป็นเวลาเข้างานแล้วแต่ตัวหญิงสาวยังคงไปไม่ถึงไหนเลยเพราะความที่ตื่นสายเนื่องจากเมื่อคืนเป็นวันเกิดเพื่อนเธอจึงดื่มหนักไปหน่อย ผลกรรมเลยมาตกอยู่ที่เช้านี้ โทรศัพท์มือถือถูกยกขึ้นมากดข้อความส่งออกหาหัวหน้าประจำแผนกพร้อมกับคำโกหกคำโตว่ารถโดยสารที่นั่งออกมาจากซอยบ้านยางรั่วจึงทำให้อาจไปสายกว่าปกติเล็กน้อย มินตรา กิตินันท์ พนักงาน call center ประจำเครือข่ายมือถืออันดับหนึ่งของเมืองไทย หน้าที่หลักๆ ของเธอก็คือคอยให้บริการข้อมูลและแก้ปัญหาเกี่ยวกับเครือข่ายและโปรโมชันของระบบมือถือที่ลูกค้าใช้งานอยู่ งานที่ทำถือว่าค่อนข้างเครียดเพราะต้องรับมือกับลูกค้าบางคนที่กำลังอารมณ์เสียกับการใช้งานและแก้ปัญหาเองไม่ได้พอติดต่อเข้ามาได้แค่คำว่าสวัสดีค่ะคำเดียวเท่านั้นที่เธอจะได้พูดที่เหลือลูกค้าจะสาธยายปัญหามาอยู่ที่ว่าพวกเธอจะจับประเด็นปัญหาที่ลูกค้าแจ้งได้ไหม และรับเรื่องปัญหาเหล่านั้นส่งต่อไปยังแผนกต่างๆ เพื่อเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้ลูกค้าต่อไป เวลา 9.00 น. สองเท้าก้าวอย่างเร็วกึ่งเดินกึ่งวิ่งมายังลิฟต์ใต้อาคารชั้นG สายตาเหลือบไปเห็นว่าลิฟต์กำลังจะปิดประตูเธอได้แต่ตะโกนเรียกให้คนด้านในให้รอเธอก่อน “ขอบคุณค่ะ” มินตราก้มหัวขอบคุณผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในลิฟต์โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเสียด้วยซ้ำแล้วก็เอื้อมมือไปกดปุ่มชั้นที่ตัวเองจะไป แตกต่างจากผู้ชายคนนั้นที่แอบลอบมองเธอเป็นระยะๆ ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าแล้วได้แต่ส่ายหัว ผมชี้ฟูที่เพิ่งผ่านการสระมาแต่ยังไม่ได้เช็ดผมให้แห้งดีเมื่อสัมผัสกับลมที่นั่งรถมาก็ทำให้พันกันยุ่งเหยิงไปหมด หน้าขาวซีดที่ผ่านการลงรองพื้นมาอย่างเดียวไม่ได้ลงเครื่องสำอางใดๆ เพราะเร่งรีบกะว่าจะแต่งบนรถแต่คนก็เบียดเสียดกันแน่นเหลือเกินเธอจึงไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ~ติ้งงง ~ เสียงแจ้งเตือนลิฟต์บอกว่าถึงชั้นที่ต้องการแล้ว มินตราก็ไม่รีรอรีบก้าวขาฉับๆ ออกไปอย่างไวโดยไม่ได้สนใจผู้ชายคนที่อยู่ภายในลิฟต์เสียด้วยซ้ำ ผู้จัดการประจำแผนกไม่ได้เตือนพนักงานเรื่องการแต่งกายหรืออย่างไรทำไมปล่อยให้แต่งตัวซอมซ่อมาทำงาน ถ้าคู่ค้าหรือลูกค้าเห็นเขาจะมองไม่ได้ดีเอาได้ แล้วแบบนี้ภาพลักษณ์ของบริษัทที่สะสมมาจะทำอย่างไร “มาแล้วเหรอยัยตัวดี มาสายประจำ ฉันจะหักเงินเดือนแกดีไหมเนี่ย” กาญจณาหรือที่น้องๆ ในทีมเรียกว่าพี่ไก่ ร้องถามทันทีที่เห็นว่าลูกน้องภายในทีมเดินหน้าตั้งเหงื่อผุดเข้ามาประจำโต๊ะทำงาน “อย่าเลยนะพี่ไก่แค่นี้ เงินเดือนก็ไม่พอยาไส้แล้ว ถ้าพี่ไก่หักอีกมินได้ขุดดินกินแน่เลย” หญิงสาวหันไปทำตาละห้อยใส่ แต่มืออีกข้างก็รีบควานหาปุ่มกดคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมทำงาน “ยัยมินเปิดหน้าจอเสร็จแล้วรีบแต่งหน้าเลยดูสิ ซีดเป็นไก่ต้ม ประมาณสิบโมงพี่หน่อยจะเรียกประชุมพนักงานทั้งหมด ถ้าเห็นใครไม่ได้แต่งหน้าแกโดนเชือดแน่” มินตรารีบพยักหน้าตอบแล้วหันไปคว้ากระเป๋าสีน้ำตาลใบเล็กที่ซ่อนเอาไว้อยู่หลังคอมฯออกมา ในนั้นมีเครื่องสำอางที่เธอเอามาไว้เติมเวลาทำงาน หรือวันไหนที่รีบออกจากบ้านแล้วไม่ได้ได้แต่งหน้า อย่างน้อยเธอก็มีสำรองไว้ที่นี่ นับว่าเป็นความโชคดีที่เธอมาทันเวลาแล้วแต่งหน้าไปด้วยคุยกับลูกค้าไปด้วย เพราะเธอลืมเสียสนิทว่าวันนี้มีประชุมครั้งใหญ่ทั้งหมด งานคอลเซนเตอร์ต้องปิดระบบสักพัก ผมยาวถูกรวบตึงขึ้นสูงกลางศีรษะแล้วเก็บม้วนเป็นมวยไว้บนหัวก่อนจะใช้กิ๊บสีดำติดซ่อนปลายผมไว้คอยาวระหงเผยให้เห็นผิวเนียนใส ใบหน้าถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางโทนสีชมพูอ่อนราวกับไม่ได้แต่งแต้มใดๆ “พี่เรยา รู้หรือเปล่าว่าวันนี้เขาประชุมอะไรเหรอถึงกับต้องปิดระบบทั้งแผนกเพื่อที่ประชุม” มินตราเอียงตัวไปกระซิบถามเรยาพนักงานในแผนกที่มินตราสนิทด้วยมากที่สุดเมื่อเห็นว่าหล่อนวางสายจากลูกค้าแล้ว “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็คงเป็นเรื่องสำคัญนั่นแหละ แต่พี่ทำงานมาจะเข้าปีที่สิบแล้วนะก็เพิ่งเคยเห็นบริษัทเราปิดแผนกทั้งหมดประชุมนั้นล่ะ ปกติเห็นแต่แบ่งกันประชุมทีละครึ่ง” เรยาหันมาตอบ “ก็จริง มินหวังว่าคงไม่ใช่เรื่องปลดพนักงานนะ เพราะเห็นช่วงนี้หลายๆ บริษัทกำลังทยอยปลดพนักงานเพราะพิษเศรษฐกิจอยู่ด้วย” “คงไม่ใช่หรอก แกก็รู้บริษัทเรามั่นคงจะตายไป แกอยากรู้ไหมว่าประชุมเรื่องอะไร โน้น พี่หน่อยเดินนำหน้าพวกหัวหน้าแผนกมาโน้นแล้ว” เรยาพยักพเยิดหน้าให้ดู มินตราจึงหันไปตามสายตาแล้วสะกิดให้ทุกคนลุกขึ้นเดินออกไปยังบริเวณหน้าแผนกที่เป็นลานกว้างสำหรับเอาไว้รวมตัวเวลามีประชุมหรือบรีฟงานกรณีมีโปรโมชั่นใหม่ๆ ที่ต้องแจ้งลูกค้า วันนี้พี่หน่อยแต่งตัวมาในชุดที่ค่อนข้างจะเรียบร้อย สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน ส่วนด้านนอกสวมทับด้วยเสื้อสูทสีดำ ส่วนท่อนล่างก็สวมกระโปรงแบบทรงเอยาวเลยเข่ามาพร้อมกับรองเท้าคัทชูสีดำไม่สมกับเป็นพี่หน่อยสายเปรี้ยวเลยสักนิด แต่งดำมาทั้งตัวทำอย่างกับไว้อาลัยใครตายอย่างนั้น “เอาล่ะ ทุกคนมากันพร้อมหน้ากันแล้วนะ” เสียงแหบกังวานเอ่ยถามด้วยความไพเราะผิดกับวิสัยของพี่หน่อยที่ปกติจะมาแนวทรงห้าวๆ ดุๆบางทีก็ปนตลก แต่ประชุมคราวนี้มาแปลกจนหลายคนอดกลั้นขำไม่ค่อยได้ “วันนี้กินยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่าคะพี่หน่อย พูดจาผิดแปลกไปนะเจ้าคะ” มินตราใจกล้าเอ่ยปากแซวท่ามกลางทุกคนที่เอาแต่แอบอมยิ้ม “ไม่เลยจ้ะ ปกติพี่ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” พี่หน่อยกัดฟันพูดแต่ส่งสายตาดุๆ มาให้มินตราราวกับคาดโทษ แต่ก็มิวายที่เธอจะยักคิ้วตอบกลับราวกับไม่เกรงกลัวเท่าไร “เอาล่ะ เลิกเล่นกันได้แล้ว ที่พี่เรียกทุกคนมาประชุมก็เพราะว่าวันนี้พี่มีคนที่จะมาแนะนำให้กับทุกคนรู้จัก แต่พี่ก็คิดว่าน่าจะพากันรู้ๆ อยู่บ้างแล้วจากข่าวตามโลกออนไลน์ที่บอกว่าท่านประธานบริษัทได้ลาออกแล้วและมอบตำแหน่งนี้ให้กับลูกชายเข้ามาบริหารแทน” ได้ยินแบบนั้นทุกคนถึงกับตกใจหน้าซีดเผือด เพราะไม่คิดว่าจะเร็วขนาดใครๆก็ต่างเคยได้ยินเรื่องความเจ้าระเบียบ แถมยังดุจนหลายคนเข้าหน้าไม่ติด หากใครทำงานพลาดนิดพลาดหน่อยก็โดนสั่งเด้งกันระนาว ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องจริงไหม แต่ถ้าดูจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของพี่หน่อยแล้วเรื่องร่ำลือทั้งหมดสงสัยจะเป็นเรื่องจริง แต่มีแค่เพียงเรื่องเดียวที่คนร่ำลือ และเห็นพ้องต้องกันว่าคือเรื่องจริงอีกเรื่องก็คือท่านประธานคนใหม่คือหล่อมากใครที่เผลอสบตาก็เหมือนต้องมนต์สะกดซึ่งมินตราก็เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้หลงเคลิบเคลิ้มไปกับความหล่อนั้นแถมยังรู้สึกเฉยๆ เสียมากกว่า “เชิญคุณเหนือน้ำค่ะ”  พี่หน่อยถอยตัวออกแล้วเรียกท่านประธานคนใหม่ เขาที่ยืนฟังอยู่นานแล้วก็ก้าวพ้นประตูออกมายืนต่อหน้าพนักงานคอลเซนเตอร์นับร้อยคน ร่างสูงในชุดสูทสีดำพอดีตัว รูปร่างจัดว่าหุ่นดีมากๆ ถ้าบอกกับความสูง185ซม. ใบหน้าราวกับเทพสร้าง คิ้วหนาโค้งรับกับจมูกที่โด่งเรียว ปากหนาได้รูปแดงระเรื่อ ดวงตาคมแต่แววตาดุดุจเสือ ขนตายาวเรียงเส้นเป็นแพ ทุกอย่างนำมารวมกันแล้วถือว่าสมบูรณ์เพอร์เฟคทุกอย่างขนาดผู้ชายยังต้องกรี๊ด “สวัสดีครับ ผมเหนือน้ำ ดิเลกพิพัฒธนากุล” ชายหนุ่มกล่าวแนะนำตัวเสียงเรียบพร้อมกับกวาดสายตาไปยังทุกคน “ผมเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่แทนคุณพ่อ บางเรื่องผมอาจยังไม่เข้าใจหากผมทำอะไรให้ทุกคนไม่พอใจผมต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ” เหนือน้ำพูดสั้นๆ ได้ใจความ แต่ก็ทำเอาพนักงานที่ฟังขนลุกนิดหน่อย คำพูดเหมือนถ่อมตนแต่ก็แฝงความหมายกลายๆ ว่าเตรียมตัวรับมือให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ดี การแนะนำตัวท่านประธานคนใหม่ใช้เวลาไม่นานเพียงแค่สิบนาทีก็แล้วเสร็จ ก่อนหันหลังกลับเหนือน้ำก็หันไปเจอมินตรายืนคุยอยู่กับพนักงานคนอื่น เธอคือผู้หญิงที่วิ่งตามเข้ามาในลิฟต์เมื่อเช้า แต่สภาพตอนนี้ดีกว่าเมื่อเช้าหน่อยสงสัยคงแต่งเติมหน้าก่อนเข้าประชุมเพียงแค่ไม่กี่นาที หากพิจารณาดีๆ แล้วภาพของผู้หญิงในผับที่ขึ้นไปเต้นรูดเสาห้อมล้อมไปด้วยผู้ชายเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมา เธอเป็นคนคนเดียวกันเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเขา มิน่าล่ะสภาพเมื่อเช้าที่มาทำงานถึงได้ยับเยินขนาดนั้น ด้วยความที่เหนือน้ำยืนจ้องหญิงสาวนานเกินไปจนเจ้าตัวรู้สึกเหมือนมีคนกำลังมองอยู่จึงหันกลับไปมองก็เห็นสายตาคู่คมกำลังจับจ้องมาที่ตนเองอยู่ เธอขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วมองกลับทำหน้าระคนสงสัยว่าท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าถึงได้จ้องมองเธอไม่ได้วางตา เมื่อถูกจับได้ว่าเขาได้มองเธอนานเกินไปแล้วเหนือน้ำก็หันไปมองทางอื่นแทนก็ประจวบเหมาะกับผู้บริหารท่านอื่นเดินเข้ามาแสดงความยินดีด้วยแล้วเดินออกไป ปล่อยให้มินตราได้แต่มองตามด้วยความสงสัยว่าเขาจะมองอะไรเธอกันนักหนา “เฮ้ย! มองอะไรนักหนายัยมิน ชอบคุณเหนือเหรอ ฝันสูงนะแก” “ชอบเชิบอะไรละพี่เรยา หน้าดุอย่างกับเสือ” “แหม่ ฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ผู้หญิงธรรมดาอย่างเราอย่าหวังสูงนะดีที่สุดตกลงมาจะได้ไม่เจ็บ” พี่เรยาพูดปนหัวเราะพร้อมกับเดินกลับไปประจำโต๊ะทำงาน มินตราก็เดินตามกลับไปติดๆ เพราะตอนนี้ทางฝ่ายไอทีก็เปิดระบบทำงานให้กลับมาเป็นปกติแล้ว ทำงานยังไม่ถึงสิบนาทีพี่ไก่ก็เดินมาหาพร้อมกับกระดาษเอสี่แผ่นขาวมาวางไว้ตรงหน้า “นี่จ๊ะ ใบเซ็นลาพักร้อนที่ขอพี่ไว้” “กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านพี่” “ลาพักร้อนตั้งหลายวันรอบนี้จะไปที่ไหนล่ะจ๊ะแม่คุณ” “รอบนี้เหรอคะ มินว่าจะไปกระบี่สักหน่อย อยากไปดูทะเลแหวก” “แน่ใจเหรอว่าอยากไปดูทะเลแหวก ไม่ใช่ไปดูผู้ชายแหวกเสื้อโชว์อกนะ” พี่ผู้ชายคนหนึ่งในทีมพูดขึ้นพร้อมกับทำท่าฉีกเสื้อให้ดูเซ็กซี่ สร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้กับทุกคน “อันนั้นมันก็ผลพลอยได้ค่ะ” เธอตอบแบบยิ้มๆ “อ่าๆ พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอก็พอแยกย้ายกันไปทำงาน แหม่ ชวนคุยหน่อยเดียวเผลอเป็นอู้งานเลยนะพวกแก” พี่ไก่ทำเสียงดุทุกคนแล้วก็แยกย้ายกันไปทำงาน ปกติแล้วทุกๆ หกเดือนมินตราจะลาพักร้อนลากยาวสามถึงสี่วันควบกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่เพื่อเก็บกระเป๋าแบ็กแพ็คเดินทางไปเที่ยวทุกจังหวัดของประเทศไทยนั้นคือความต้องการที่เธอตั้งเป้าไว้ตั้งแต่เรียนจบแล้วเป้าหมายต่อไปก็คือได้เดินทางไปเที่ยวรอบโลกหากเธอมีเงินเก็บมากพอที่จะทำแบบนั้น มันเป็นความสุขเล็กๆที่เธอสามารถลงมือทำได้

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
49.0K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.2K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
3.2K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.2K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.6K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.9K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook