bc

ภรรยาของแถม

book_age18+
546
ติดตาม
6.4K
อ่าน
love-triangle
แต่งงานตามสัญญา
ครอบครัว
จบสุข
คู่ต่างขั้ว
ดราม่า
like
intro-logo
คำนิยม

เธอก็เป็นแค่ภรรยาของแถม ที่ไม่อาจอยู่ในหัวใจของเขา

--------------------------------------------------------

“จะทำอะไรคะ”

“ทำให้มันสนุกขึ้นไง ช่อชอบผมไม่ใช่เหรอ คืนนี้ผมอยากมีความสุข บริการให้ผมหน่อยสิ”

นัยน์ตาคู่นั้นกร้าวกระด้าง เคียดแค้นและมีแววสนุก จากนั้นจึงโน้มใบหน้าไปใกล้วงหน้าหวาน

“เก่งเรื่องปั่นหัวคนขนาดนี้ อย่างอื่นก็คงไม่แพ้กัน” โทสะของภาคินัยไม่ต่างจากไฟป่า ลุกลามแผดเผาไปทั่วความรู้สึก รวมถึงสติ ที่ผ่านมาเขาเองรู้สึกเคลือบแคลงในหนึ่งสิ่ง แต่บัดนี้โทสะได้บดบังไปจนหมดสิ้น

“อย่ามาเหยียบหัวใจของช่อ” เธอวอนขอ อยากให้เขาละเว้นพื้นที่ให้ได้หายใจ

“มีหัวใจกับเขาด้วยเหรอ” สายตาเย็นเยียบไม่ต่างจากสายลมในฤดูหนาวที่ทำให้ตัวสั่น

“คุณเสือ”

ช่อมาลีถึงกับเจ็บร้าว ทำไมเธอจะไม่มีหัวใจ ถ้าไม่มีอยู่คงจะทำให้ตัวเองมีความสุข ได้สมหวัง ไม่ต้องแอบรักอยู่เงียบๆ แบบนี้ และเธอโง่เอง แต่ไม่มีเวลาให้ได้เสียใจนัก เมื่อท้ายทอยถูกบีบแล้วในทันใดนั้นปากหนักก็ตามมากดทับทันที

“อื้อ...”

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ
บทนำ หยดน้ำเล็กๆ ที่ทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้าพร้อมด้วยเสียงซู่ๆ มักมาคู่เสียงคำรามจากเบื้องบน บ่งบอกได้ดีว่าในยามนี้ฝนตกหนักเพียงใด คงไม่มีใครอยากออกมาเดินในที่แจ้งเพราะไม่พ้นคงได้เปียกม่อล่อกม่อแล่ก กระนั้นก็ยังมีคนคนหนึ่งเดินลุยฝนเข้ามายังห้องพักในซอยเล็กๆ ใจกลางเมือง สองเท้านั้นหยุดลงก่อนจะแจ้งบอกรายละเอียดทั้งหมดแก่เจ้าของที่พัก การพูดคุยไม่ได้จบลงอย่างรวดเร็ว มันยืดเยื้อเมื่อหญิงวัยห้าสิบปีหรี่ตามองอย่างครุ่นคิด มือข้างหนึ่งคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะโทร.ไปยังห้องสี่ศูนย์สามเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ก็ต้องลดมือลงยามมีนายตำรวจคนหนึ่งเดินเข้ามาสมทบ ไม่นานเท่าไรกุญแจสำรองก็ถูกยื่นไปให้ชายผู้มาพร้อมกับสายฝน จากนั้นเท้าก้าวขยับไปยังหน้าห้องที่ต้องการ สี่ศูนย์สาม...ประตูสีน้ำตาลทำให้เท้าหนักหยุดลง ดวงตามองอย่างว่างเปล่าราวกับไม่มีความคิดใดๆ ทั้งสิ้น แกร๊ก...เมื่อลูกกุญแจถูกเสียบเข้าไปในช่องซึ่งลงล็อกพอดี มือก็หมุนไปด้านซ้ายเล็กน้อยเพียงเท่านี้ก็ไม่มีสิ่งใดกั้นขวางได้อีกแล้ว มือที่เปียกน้ำจึงเปิดประตูเข้าไปด้านใน ขณะที่เจ้าของห้องกำลังเดินย่ำเท้าไปด้านซ้ายหกเจ็ดก้าวด้านขวาอีกหลายก้าวราวกับกำลังปลอบประโลมบางอย่างอยู่นั้นเมื่อรับรู้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญบุกรุกเข้ามาก็ทำให้หวาดผวาพร้อมหันมองด้วยความตกใจ ใครกันที่บุกรุกเข้ามาในห้องของเธอ สองเท้าก้าวหนีตามสัญชาตญาณ แต่เพียงประตูเปิดแง้มออกเล็กน้อย เท้าเรียวเล็กกลับหยุดกึก ร่างกายไม่ไหวติงราวต้องคำสาป ไม่มีท่าทางแสดงความดีใจหรือเสียใจ โดยผู้บุกรุกก็หยุดเท้ายืนมองอยู่เช่นกัน ซู่ซู่ เสียงที่ดังจากการที่หยาดฝนทิ้งตัวกระทบพื้นทำให้ชายผู้นั้นรีบขยับเท้าเข้ามาด้านในและปิดประตูลง ส่วนเจ้าของห้องมีสีหน้าราวกับคนอยากจะร้องไห้ มือข้างหนึ่งโอบกอดหนึ่งสิ่งไว้ “สวัสดีครับผมเสือ...” ในวินาทีต่อมาชายผู้บุกรุกก็แนะนำตัวเองซึ่งเหมือนเป็นการตบหน้าเจ้าของห้องฉาดใหญ่ เพราะชายหนุ่มต้องการย้ำรอยแผลเป็นบางอย่าง “เสือ ภาคินัย เจ้าของไร่จอมใจ” ประโยคถัดมามีการเพิ่มน้ำหนักเสียง หญิงสาวผู้นั้นไม่พยักหน้าหรือขานรับ มีแค่แววตาสั่นๆ กับขอบตาที่ร้อนผ่าว “ผมจะมารับลูกชายกลับบ้าน...” ประโยคนี้เสียงดุเข้มแต่ราบเรียบ แฝงด้วยอำนาจและสัญชาตญาณดิบที่มีอยู่ภายในตัว “พร้อมกับแม่ของลูกที่เป็นของแถม” หลังสิ้นคำสุดท้าย รอยยิ้มบนโครงหน้าปรากฏในนาทีหนึ่ง ถัดมาก็ไม่สำแดงความรู้สึกใด ๆ ฟากคนฟังสั่นไปทั้งอก “ค่ะ” สิ่งที่เธอตอบรับกลับไปได้คงมีแค่คำนี้ “ไปเก็บเสื้อผ้าครับ เราจะไปกันหลังฝนหยุดตก” คำสั่งที่พ้นปากหยักลึกเป็นเสมือนคำประกาศิต ต้องทำตามเท่านั้น อย่าได้ขัด เจ้าของห้องไม่ลังเลสักวินาทีที่จะทำตาม รวมถึงเข้มแข็งพอจะไม่ปลดปล่อยน้ำตาให้รินไหล แล้วมันจะผ่านไป...ทุกความกลัวจะหมดลงและถึงเวลาเลิกวิ่งหนี ลำตัวหมุนไปด้านในเพื่อเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า มือกระชับอุ้มเด็กในวงแขนแน่นกว่าเดิม ‘ได้เจอพ่อเสียทีนะครับตัวเล็กของแม่’ ดวงตาคู่ใสเปี่ยมด้วยความรักทอดมองเด็กวัยเก้าเดือน ตัวจ้ำม่ำ แก้มยุ้ย ที่แรกเกิดมีน้ำหนักถึงสามพันแปดร้อยกรัมกำลังหลับสบายอยู่ในอ้อมกอด แต่อดชำเลืองมองบุรุษผู้มาพร้อมกับสายฝนไม่ได้ เห็นแล้วมีอาการสะท้านภายในอกแฝงด้วยความเศร้าที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองตลอดเวลา ก่อนซุกซ่อนความรู้สึกเหล่านั้นแล้วทำตามคำสั่ง เพียงเธอมีเรื่องอยากจะขอร้องเขาหนึ่งสิ่ง หวังใจว่าจะได้รับการยินยอม หญิงสาวหมุนตัวเดินไปยังตู้เสื้อผ้า ก่อนวางเจ้าตัวน้อยไว้บนเตียง สายตาไม่วายชำเลืองมองภาคินัยแล้วเห็นว่าเขาก้าวเท้าไปเปิดประตูห้องเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งยืนรออยู่ ชายหนุ่มพูดออกไปสองสามประโยคจึงถอยกลับมาที่เดิม ส่วนตัวของฝ่ายหญิงลงมือดึงเสื้อผ้าออกจากไม้แขวนเสื้อ ชั่วประเดี๋ยวก็ได้ยินเสียงทุ้มเข้มเปล่งออกจากปากหยัก “ช่อ...” คำเรียกนี้ทำให้หญิงสาวต้องหันมองเพราะนั่นคือชื่อของเธอ ช่อ...ช่อมาลี “ผมหวังว่านี่จะเป็นการวิ่งหนีปัญหาครั้งแรกและครั้งเดียวของช่อ เกิดมีครั้งหน้าผมจะไม่สุภาพกับช่ออีก” ช่อมาลีไม่ยิ้มกลับนิ่งอึ้งในถ้อยคำนั้น เพราะน้ำเสียงแฝงด้วยอำนาจและเป็นอีกมุมที่เธอไม่เคยเห็น มันแข็งกระด้าง ดุดัน ถึงอย่างนั้นกลับผสมด้วยความเศร้า “คุณเสืออยากได้ยินคำว่าขอโทษจากช่อหรือเปล่าคะ” “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำนั้น ผมมาเพื่อรับลูกกลับบ้าน” ภาคินัยบอกเสียงเรียบ ประโยคทิ้งท้ายอ่อนลงชัดเจน นัยน์ตาไร้ความกระด้างสัมผัสถึงสายใยบางๆ ที่ไม่นานจะประกอบรวมตัวเป็นเสมือนเส้นเหล็กกล้า ช่อมาลียิ้มรับ ไม่เอ่ยคำขอโทษนั้นเพราะคิดว่าตนเองก็ตัดสินใจถูกแล้วที่ติดปีกบินออกจากวังวนความเจ็บปวด ไม่อยากทนเห็นสายตาผิดหวังจากคนที่เธอรักมากสุดหัวใจ อึดใจต่อมาเสียงสนทนาก็เงียบหายไป หลงเหลือแค่เสียงเม็ดฝนทิ้งตัวจากฟากฟ้าที่ไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลย ผ่านมาครู่หนึ่งประตูห้องถูกเคาะอีกครั้ง ภาคินัยเป็นฝ่ายเปิดอย่างเร็วไวพร้อมรับเสื้อกับกางเกงมาไว้ในมือ “ขอบใจนายมากนะดิษย์” “ไม่เป็นไร ขอให้โชคดีนะเสือ” สารวัตรดิษย์เอ่ย หลังจากนั้นก็เดินถอยหลังห่างออกไป ปล่อยให้คุณพ่อกับคุณแม่มือใหม่อยู่กันตามลำพัง ภาคินัยปิดประตูลงแล้วหมุนตัวกลับมา มือใหญ่ที่ด้านเล็กน้อยจากการทำงานไร่กาแฟดึงเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลออกทางศีรษะ “ช่อ...ผมขอผ้าเช็ดตัวสักผืน ผมไม่อยากตัวเปียกตอนอุ้มลูก” น้ำเสียงทุ้มๆ ของภาคินัยเรียกให้ช่อมาลีพลิกตัวกลับไปหยิบผ้าขนหนูผืนหนาสีชมพูยื่นให้ ดวงตาไม่กล้าเงยขึ้นด้วยความอาย จำได้ว่าเคยเห็นรูปร่างของเขาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วสะดุดกับความคิดของตนเองเพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่อยากจะลืม ชายหนุ่มรับผ้าขนหนูไปอย่างเงียบๆ ไม่พูดใดๆ อีกเพราะรู้ดีว่าทั้งตนและช่อมาลีต่างสร้างกำแพงสูงตระหง่านมากั้นกลางระหว่างกัน พลันหันมองเด็กตัวจ้ำม่ำบนเตียงที่กำลังหลับสบาย “ลูกชื่ออะไร” เขาถามในสิ่งที่อยากรู้ หลังสืบจนพบที่อยู่ของหญิงสาว ภาคินัยก็รีบเดินทางมาหาทันที เนื่องจากเมื่อห้าเดือนก่อนได้พบกับอีกฝ่ายโดยบังเอิญ ในวินาทีแรกที่เห็นช่อมาลีอุ้มเด็กคนหนึ่งบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ดีใจ เสียใจ เจ็บปวดปนเปกันไปหมด ทันทีที่ฝ่ายหญิงเห็นเขาก็ทำหน้าราวกับเห็นผีพร้อมรีบวิ่งหนีไปในทันใด ชายหนุ่มจึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนอย่างดิษย์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ “แกชื่อชินดนัย” เธอบอกแล้วทอดสายตามองไปยังบุตรชาย ความน่ารัก ความไร้เดียงสาคือแรงกำลังในการก้าวเดินของเธอ “แปลว่าอะไร” ภาคินัยถามเสียงเข้ม “บุตรผู้ชนะค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้แล้วเลือกจะไม่ถามอีก รีบจัดการเช็ดเนื้อตัวให้แห้ง รวมถึงใช้มันพันเอวเพื่อเปลี่ยนกางเกง ส่วนเจ้าของเรือนร่างเพรียวเล็กเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าต่อ แต่สายตาคอยชำเลืองมองคนที่เป็นสามีตลอด ห้านาทีต่อมาภาคินัยก็ค่อยๆ หย่อนตัวลงบนเตียง มือไม้ออกจะสั่นนิดหน่อยยามแตะสัมผัสกับผิวขาวลออแสนบอบบาง “ผมต้องอุ้มลูกยังไง ผมไม่เคยอุ้มเด็กเลย” คนตัวโตหันไปมองช่อมาลีเพราะต้องการปรึกษา “ตาหนูจะงอแงไหมถ้าผมอุ้ม” คำถามคาใจเริ่มทยอยออกจากปาก โดยมีความวิตกกังวลอยู่มาก แววตามีความกลัว แต่ไม่ใช่หวาดกลัว...เป็นการกลัวที่มาจากความเอ็นดู มือหยาบจากการทำงานเลื่อนไปแตะแก้มยุ้ย ความรู้สึกของการเป็นพ่อไหลเวียนเข้ามาในฉับพลัน ช่อมาลีคลี่ยิ้มกับปฏิกิริยาที่เห็น อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เย็นชาหรือว่าใจจืดใจดำกับลูก ถึงแม้รู้สึกได้ว่าตนเองเป็นแค่ของแถมที่เขาจำใจต้องยอมรับ “ไปเก็บเสื้อผ้าต่อเถอะ รอให้ตาหนูตื่นก่อนแล้วผมค่อยอุ้มแก” ภาคินัยบอกเสียงเย็นชา ถ้าประโยคไหนไม่ได้เกี่ยวข้องกับลูก ความหมางเมินจะมีให้เห็น ด้านคนตัวเล็กยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม “ช่อมีเรื่องจะขอ...สักเรื่องได้ไหมคะ” “ช่อไม่มีสิทธิ์ขออะไรจากผมทั้งนั้น” เขาบอกเสียงเข้มดังประกาศิต หากไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของชินดนัย ช่อมาลีไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเอ่ยปากขอร้องและเขารู้ว่าอีกฝ่ายหมายจะขอในเรื่องใด “ฟังช่อสักนิดเถอะค่ะ” ช่อมาลีพยายามจะขอร้อง “ช่อคงไม่อยากกลับไปที่ไร่ของผม?” “ค่ะ ช่อไม่อยากไปเจอทุกคน ช่อละอายใจ” เธอบอกเสียงเศร้า ลึกๆ รู้สึกละอายที่เดินหนีปัญหาออกมา แต่มันก็เป็นทางเลือกเดียวในตอนนั้นที่จะไม่ทำให้ใครๆ ต้องปวดร้าวไปมากกว่าเดิมก่อนจะจุกเจ็บไปทั่วอก “โดยเฉพาะพี่สาวของช่อใช่ไหม” น้ำเสียงของภาคินัยอ่อนลง เนื่องด้วยเขาเองก็ผิดอยู่มาก เพียงแต่ไม่ชอบวิธีการที่ช่อมาลีกระทำ หัวใจของเขาไม่ใช่สิ่งที่จะมาล้อเล่น หรือโยนไปโยนมา ด้านช่อมาลีเม้มปากเพราะรู้สึกผิดกับพี่สาวที่เข้าไปแทรกกลางความรักที่กำลังจะไปได้สวย เพียงเธอไม่ได้ทำให้มันเกิดขึ้น “เก็บเสื้อผ้าต่อเถอะ ยังไงช่อก็ต้องกลับไร่จอมใจกับผม” น้ำเสียงคราวนี้คือการสั่งกำชับ ก่อนจะให้ความสนใจกับบุตรชายที่เพิ่งได้เจอหน้า แววตาเปี่ยมด้วยรัก ใบหน้าผุดยิ้มขึ้นคงเป็นยิ้มแห่งความสุขแรกในรอบวัน และจะมีให้แต่คนที่เขารัก ช่อมาลีเคยได้มันไป...แต่ต่อไปนี้ไม่มีทางแน่นอนเพราะหัวใจของเขาไม่ใช่ของเล่น

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.3K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.8K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook