หลินเหมยเจียงพาลูกทั้งสองเดินมุ่งหน้าไปยังร้านขายผ้าตามความต้องการของลูกชาย นางเองก็เห็นว่าสมควรซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับลูกชายและลูกสาว
ส่วนเสื้อผ้าของนางนั้นวันนี้จะไม่ซื้อชุดสำเร็จจากทางร้าน นางตั้งใจจะซื้อผ้าเพื่อนำกลับไปตัดเย็บเองที่สำคัญนางต้องการทำชุดให้ลูกชายกับลูกสาวเพิ่มด้วย
เพราะชุดสำเร็จที่ร้านมีราคาที่ค่อนข้างแพง ถึงแม้ว่าตอนนี้เงินในมือนางจะมีถึงยี่สิบตำลึงแต่ด้วยจำนวนเงินยี่สิบตำลึงนี้นางต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ถึงแม้ว่าลูกชายจะบอกกับนางว่าเห็ดยังสามารถเก็บได้อีก ให้นางใช้เงินอย่างสบายใจก็ตามที
หลังจากซื้อชุดใหม่ให้กับลูกชายกับลูกสาวกันคนละสองชุดแล้ว หลินเหมยเจียงยังซื้อผ้าพับกลับไปอีกไม่น้อย จากนั้นก็พาลูกทั้งสองมุ่งหน้าไปยังร้านขายข้าวสาร ซื้อข้าวสาร 20 ชั่ง แป้งสาลี 10 ชั่ง ส่วนเครื่องปรุง พื้นฐานเช่นเกลือกับน้ำตาล นางซื้อไปเพียงอย่างละครึ่งชั่งเท่านั้น เพราะเกลือกับน้ำตาลมีราคาแพงมาก ในส่วนของน้ำมันเองก็มีราคาแพงมากเช่นเดียวกัน หลินเหมยเจียงจึงตัดสินใจพาลูก ๆ เดินไปยังแผงขายเนื้อเพื่อซื้อมันหมูกลับไปเจียวและถือโอกาสนี้ ซื้อเนื้อหมูกลับไปทำอาหารให้ลูก ๆ ได้กินด้วย
ระหว่างที่สองแม่ลูกเดินซื้อของอยู่นั้น ฉางชุนอิงสะใภ้ใหญ่บ้านซ่ง เข้าเมืองมาเช่นเดียวกัน นางเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ลูกชายที่สถานศึกษาและยังมีของที่บ้านรองฝากมาให้กับลูกชายที่เรียนอยู่สถานศึกษาเดียวกันด้วย
ฉางชุนอิงไม่คิดว่าจะได้เจอหลินเหมยเจียงอดีตสะใภ้สี่เดินอยู่ในเมืองอีกทั้งยังมีเงินซื้อข้าวของต่าง ๆ ไม่รู้ว่าไปเอาเงินมาจากที่ใดกัน หากแม่สามีนางรู้ว่าพวกขยะที่ถูกขับออกจากตระกูลไปแล้วนั้นสามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คาดว่านางฉีซื่อแม่สามีคงอกแตกตาย ไม่แคล้วคงวิ่งไปหาเรื่องและแย่งชิงข้าวของอีกเป็นแน่ เช่นนั้นแล้วพอนางกลับไปจะไปบอกแม่สามีและรอดูเรื่องสนุกคอยรับผลประโยชน์ก็พอ
หลินตงหยางเองก็เห็นฉางชุนอิงมองมาทางพวกเขาด้วยเช่นกัน เด็กชายถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ไม่แน่ว่ากลับไปไม่แคล้วได้มีปากเสียงกับบ้านซ่งอีกเป็นแน่ เห็นทีต้องรีบหาเงินและพาท่านแม่ย้ายออกมาจากหมู่บ้านให้เร็วที่สุด เพราะจะให้มาคอยรบราฆ่าฟันกับพวกผีแก่ไร้ยางอายทุกวันก็คงจะไม่ไหว
“ท่านแม่ซื้อของครบหรือยังขอรับ”
“ครบแล้วละ ตงหยางลูกมีอันใดที่ต้องการซื้ออีกหรือไม่”
“ข้าอยากได้ธนู มีขายหรือไม่ขอรับ”
“แม่เองก็ไม่รู้ว่ามีหรือไม่ เราลองไปดูที่ร้านตีเหล็กหรือไม่ก็ร้านขายอาวุธดีหรือไม่ เหตุใดลูกถึงอยากได้ธนูเล่า”
“ข้าก็จะเอาไปล่าสัตว์เวลาขึ้นเขาน่ะสิขอรับท่านแม่ ไม่ใช่ท่านบอกว่าไก่ป่ารสชาติอร่อยมากหรือขอรับ น้องสาวเองก็ชอบมากด้วย”
“จ้ะ แม่รู้แล้ว เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ประเดี๋ยวจะกลับมาไม่ทันเกวียนโดยสารเข้าหมู่บ้าน”
“ไม่ทันก็ไม่ทันสิขอรับ เราว่าจ้างเกวียนจากในเมืองไปส่งดีกว่า ข้าไม่อยากให้ท่านแม่ลำบากใจ เมื่อสักครู่ข้าเห็นสะใภ้ใหญ่บ้านซ่งมองมาทางพวกเราด้วย นางคงเอาข้าวของมาส่งให้ลูกชาย ข้าว่านะหากเรานั่งเกวียนกลับไปพร้อมกับนาง มีหวังท่านแม่จมน้ำลายนางตายแน่ ๆ ขอรับ”
“เจ้าลูกคนนี้นี่ เจ้าพูดอันใดกัน ถึงแม่จะอ่อนแอไม่สู้คน แต่นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้แม่หาใช่สะใภ้บ้านนั้นแล้ว หากนางกล้ามาก็ลองดู แม่เองก็จะพยายามสู้เพื่อพวกเจ้าทั้งสองคน แม่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพวกเจ้าอีกแล้ว”
“ท่านแม่เก่งมากขอรับ ต่อไปนี้ข้าเชื่อว่าความเป็นอยู่ของพวกเราต้องดีขึ้นแน่นอน”
“ข้าเองก็จะช่วยด้วยเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะขอรับท่านแม่ ว่าแต่ร้านเหล็กกับร้านขายอาวุธไปทางไหนหรือขอรับ”
“พี่ใหญ่ละก็ ไม่รู้ทางแล้วจะเดินนำหน้าข้ากับท่านแม่ไปด้วยเหตุใดเจ้าคะ นี่ไม่ใช่ว่าท่านพาพวกเราหลงทางหรือ”
“น้องสาวเดี๋ยวนี้เจ้ากล้าล้อเลียนพี่ใหญ่หรือ คงไม่อยากกินของอร่อยอีกแล้วใช่หรือไม่”
“พี่ใหญ่ ข้าอยากกิน พี่ใหญ่อย่าโกรธข้าเลยนะ ข้าล้อเล่น ท่านแม่ ช่วยข้าพูดกับพี่ใหญ่หน่อยสิเจ้าคะ”
หลินเหมยเจียงมองดูลูกทั้งสองคน พูดคุยหยอกล้อกันไปมา นางอดยิ้มไม่ได้ ลูกทั้งสองคนเข้มแข็งกว่านางที่เป็นแม่ของพวกเขามาก หลังจากที่เสียใจ ผิดหวัง เพราะสามีที่ไหว้ฟ้าดินกันมา
ซ่งเหอซีกับครอบครัวซ่งทำร้ายนางกับลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลินเหมยเจียงเจ็บจนไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป จากที่เคยรักมากตอนนี้ความรักระหว่างสามีภรรยามันได้กลายเป็นความเกลียดชังไปแล้ว
นางเองดีชั่วก็เคยเป็นคุณหนูลูกพ่อค้าวาณิช ร่ำเรียนเขียนอ่านมาก็มาก ยังดีที่นางแต่งเข้าบ้านซ่งไปนางไม่เคยแสดงฝีมือด้านการปักผ้าออกมาให้แม่สามีปลิงดูดเลือดนั่นเห็น
หาไม่แล้วนางคงกลายเป็นบ่อเงินบ่อทองของคนพวกนั้นไปแล้ว หลินเหมยเจียงตั้งใจจะปักผ้าเพื่อนำไปขายหาเงินมาส่งเสียให้หลินตงหยางได้เรียนหนังสือ ลูกชายของนางเฉลียวฉลาดที่สุด นางจะทำให้คนพวกนั้นเสียใจไปจนตายที่ทำกับนางและลูกเช่นนี้ นางขอสาบาน
สามแม่ลูกเดินมาถึงร้านตีเหล็กก็พบว่ามีเพียงมีดทำครัว กระทะเหล็ก เท่านั้นที่มีขาย ส่วนธนูนั้นนายช่างร้านตีเหล็กบอกว่าสามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายอาวุธที่อยู่ถัดไปอีกไม่ไกล แต่ราคาอาจจะแพงไปสักหน่อยเท่านั้นเอง
ออกจากร้านตีเหล็กใช้เวลาเดินเพียงไม่ถึงครึ่งเค่อเสียด้วยซ้ำก็มาถึงร้านขายอาวุธ หลินตงหยางเลือกซื้อกริชเล่มเล็ก 1 ด้าม และธนูที่หน้าตาพิลึก ๆ สภาพดูเหมือนเป็นของผุ ๆ พัง ๆ ที่เจ้าของร้านขายอาวุธบอกว่ามันวางอยู่บนชั้นมาหลายปีแล้ว ขายไม่ออกเพราะไม่มีใครสนใจซื้อมันไป
หากหลินตงหยางจะซื้อไปจริง ๆ เจ้าของร้านบอกว่าจะลดราคาให้กึ่งหนึ่งและแถมลูกธนูอีก 1 กระบอกใหญ่ ที่มีลูกธนูอยู่มากถึง 50 ดอก
หลังจากซื้อของครบตามความต้องการแล้ว ทั้งสามแม่ลูกก็เดินมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองเพื่อเช่าเกวียนกลับหมู่บ้าน ระหว่างที่หลินเหมยเจียงไปติดต่อว่าจ้างเกวียนให้ไปส่งที่หมู่บ้าน นางฉางซื่อสะใภ้ใหญ่บ้านซ่งก็เดินตรงมาหาหลินตงหยางกับน้องสาวทันที นางฉางซื่อตั้งใจว่าจะเข้าไปรื้อค้นตะกร้าที่วางอยู่ด้านข้างของสองพี่น้อง หากมีอันใดที่สามารถเอากลับไปได้ แม่สามีของนางคงมองนางสูงขึ้นอีกหลายส่วน
“จุ๊ ๆ นี่ไม่ใช่ตงหยางกับเหมยหลิงหรอกรึ พวกเจ้าเข้ามาทำอันใดในตัวเมือง แล้วนี่นังเหมยเจียงแม่ของเจ้าไปไหนเสียแล้วล่ะ”
หลินตงหยางไม่เพียงไม่ตอบแต่กลับมองหน้านางฉางซื่อเงียบ ๆ ด้วยสายตาเย็นชา วันนี้ช่างโชคไม่ดีเสียจริงดันมาเจอลูกสะใภ้ของยายแก่ฉีกุ้ยเถียนเอาเสียได้ ที่เขาไม่พูดเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับนางฉางซื่อ
“นี่ เป็นบ้าเป็นใบ้กันไปหมดแล้วรึ ผู้อาวุโสเช่นข้าลดตัวลงมาพูดคุยซักถามกับเด็กเหลือขออย่างพวกเจ้านับว่าดีเท่าไหร่แล้ว ในตะกร้านั่นมีอันใดอยู่ ไหนข้าขอดูหน่อยสิ”
“เอามือออกไปให้พ้น อย่ามายุ่งกับข้าวของของข้า”
“เอ๊ะ ไอ้เด็กนี่ ข้าเป็นป้าสะใภ้ของเจ้านะ เหตุใดถึงได้ก้าวร้าวเช่นนี้ เอามาให้ข้าดูเดี๋ยวนี้”
“ข้าหาใช่หลานชายของเจ้า เจ้าเองก็หาใช่ป้าสะใภ้ของข้า ข้ามิได้แซ่ซ่ง อย่าลืมว่าข้ากับน้องสาวและท่านแม่แซ่หลิน”
“เจ้า ... เจ้า เดี๋ยวนี้เจ้ากล้าพูดเช่นนี้กับข้ารึ”
“เหตุใดลูกข้าถึงจะไม่กล้า ฉางชุนอิงเจ้ามายุ่งอันใดกับข้าวของของข้า ตอนนี้เจ้าอย่าลืมว่าข้าไม่ใช่สะใภ้บ้านซ่ง ลูก ๆ ของข้าหาได้แซ่ซ่ง ข้าแนะนำให้ต่างคนต่างอยู่ อย่าได้มาระรานพวกเรา ที่ผ่านมาพวกเจ้ารังแกพวกเราแม่ลูก ข้าไม่เคยตอบโต้ได้แต่อดทน อดทนเพื่อหวังว่า ชายสารเลวผู้นั้นจะปกป้องพวกเราแม่ลูกบ้างใน ฐานะที่เขาเป็นพ่อและเป็นสามี แต่ตัวข้านั้นโง่งมและตามืดบอด ที่ผ่านมาพวกเจ้าทำร้ายพวกเราแม่ลูกมามากแล้ว และต่อไปนี้อย่าได้คิดจะมารังแกลูกข้าอีก หาไม่แล้วอย่าคิดว่าข้าไม่กล้าสู้ตายกับเจ้า”
“เหอะ คอยดูเถอะ กลับถึงหมู่บ้านแล้วข้าจะบอกแม่สามี คอยดูว่าท่านแม่สามีจะจัดการเจ้ายังไง”
“เหอะ ก็ให้นางมาเลย ครั้งนี้ข้าก็จะไม่ออมมือแล้วเช่นเดียวกัน พวกท่านจำเอาไว้ว่าหากใครรังแกท่านแม่กับน้องสาวข้า ข้าหลินตงหยางคนนี้จะเอาคืนอย่างสาสมแน่นอน”
“เจ้า พวกเจ้า จำเอาไว้ เรื่องไม่จบแค่นี้แน่”
ฉางชุนอิงจากไปด้วยความโมโห ตอนแรกนางตั้งใจจะเข้าไปยึดเอาข้าวของมาอย่างที่เคยทำ แต่วันนี้ไม่รู้ว่าพวกมันสามแม่ลูกผีเข้าหรืออย่างไร ถึงได้กล้าลุกขึ้นมาแข็งข้อกับนาง ทั้งที่เมื่อก่อนนั้นไม่ว่านางกับแม่สามีจะทำอะไรพวกมันล้วนแต่ไม่กล้าต่อต้านทั้งสิ้น
หรือว่ามันจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ อย่างที่แม่สามีพูด เมื่อหลายวันก่อนแม่สามีของนางก็โดนไอ้เด็กหลินตงหยางเล่นงานเอาเกือบแย่ ไหนจะมีพวกลูก ๆ ของนางที่โดนไอ้เด็กเหลือขอนั้นทุบตีกลับมา ฉางชุนอิงกระทืบเท้าเดินจากไปด้วยความไม่พอใจ ไม่รู้ว่าเกิดอันใดกับพวกมันกันแน่ ถึงได้เปลี่ยนไปทั้งแม่ทั้งลูก หรือว่าถูกทุบตีจนสมองกระทบกระเทือนไปแล้ว
หลังจากที่ฉางชุนอิงเดินออกไปแล้ว ทั้งสามแม่ลูกก็ขนของขึ้นไปวางบนเกวียนที่ว่าจ้างมาและกลับหมู่บ้านไปทันที ระหว่างทางกลับบ้านนั้นหลินเหมยเจียงรู้สึกว่าที่ผ่านมาตัวเองนั้นโง่เง่าที่ยอมทนให้พวกคนเหล่านั้นกดขี่ข่มเหงและรังแกลูก ๆ ของนาง ที่สำคัญซ่งเหอซีที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเป็นสามีกลับไม่เคยกางปีกปกป้องนางกับลูกเลยสักครั้ง ที่ผ่านมาตัวเองทั้งโง่เขลาทั้งตาบอดจริง ๆ นางเกือบจะสูญเสียลูกชายไปแล้ว แต่ที่หลินเหมยเจียงไม่รู้คือนางได้เสียลูกชายที่นางคลอดออกมาไปแล้วจริง ๆ