1.ถ้าใจบอกใช่ ทำไมต้องกลัว (1)

1337 คำ
“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่” มิรันตีเอ่ยทันทีหลังหลุดพ้นจากรถของพีรพลที่ทำให้เธอเหงื่อตกนั่งแทบไม่ติด กระทั่งนิติพลช่วยยกกระเป๋าเข้ามาให้เธอในห้องที่พี่ชายอีกฝ่ายเปิดให้และบอกว่าต้องรีบไปที่ร้าน แต่ทำอาหารกลางวันไว้ให้ทั้งสองคนแล้ว “ไม่เอาน่า เราไม่มีทางเลือกมาก รันอยู่คนเดียวไม่ได้ แล้วก็ต้องอยู่กับคนที่ไว้ใจได้ด้วย” นิติพลเดินมาจับไหล่สองข้างของเธอพูดอย่างจริงจัง “ถามจริง มีปัญหาอะไรกับพี่พีกันแน่ รันเลี่ยงพี่พีตลอด เราสังเกตได้ แต่คิดว่าในเมื่อรันไม่สบายใจเราก็ตามใจ ถามพี่พีก่อนจะพารันมาเขาก็บอกว่าไม่มีปัญหา” ริมฝีปากอิ่มเม้มพลางเมินหน้าไปทางอื่น แหงล่ะ เพราะคนที่มีปัญหาคือเธอ คนที่ขายหน้าคือเธอ พีรพลเข้าใจว่าเธอเป็นนางวันทองสองใจไปแล้วและเธอพูดความจริงออกไปไม่ได้ ตราบใดที่นิติพลยังไม่กล้าพูดเรื่องส่วนตัวของเขากับครอบครัว “แต่ก็คงไม่ได้ยินดีต้อบรับฉันนักหรอก” “ทำไมคิดแบบนั้น” คราวนี้อีกฝ่ายจ้องเธออย่างสังเกตกว่าเดิม ก่อนจะดันให้ไปนั่งลงปลายเตียง แล้วกอดอกมองอย่างประเมิน “หรือว่า...อยากได้ยินพี่พีบอกว่ายินดีรับรันมาอยู่ด้วย?” รู้สึกราวถูกคำถามแทงใจ มิรันตีกะพริบตาและส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันแค่หมายถึง...พี่พีคงไม่ค่อยชอบใจเท่าไร ที่อยู่ๆ คนอื่นก็มาอาศัยอยู่ด้วย เขาอุตส่าห์แยกตัวมาอยู่คนเดียวถึงที่นี่” ท้ายประโยคเธอพูดเสียงเบาอย่างเกรงใจเพื่อน “นั่นมันเรื่องภายในครอบครัว ไม่ได้เกี่ยวกับรันสักหน่อย” นิติพลถอนหายใจหากก็ไม่ได้ขุ่นเคืองกับเรื่องที่เธอพูด “เราไม่ใช่ตำรวจ ไม่ได้มีเซฟเฮ้าส์ แล้วเราก็มีพี่ชายที่ไว้ใจมากที่สุดอยู่ที่นี่ รันเองก็เชื่อใจพี่พีเหมือนเราใช่ไหมล่ะ” เธอไม่ปฏิเสธในเรื่องนั้น “รันอยากหนีจากชีวิตเดิมของตัวเอง อยากอยู่ในที่ที่ไม่มีใครสนใจ แล้วก็อยากเลิกทำงานนั้น อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยู่ที่นี่ไปก่อนนั่นแหละดีที่สุดแล้ว อยู่ให้ไกลจากพวกโรคจิตนั่น” หญิงสาวห่อไหล่ทั้งยังหน้าซีดเผือดทันที และอีกฝ่ายก็ดูออกว่าทำให้เธอกลัวจึงนั่งลงเคียงข้างแล้วโอบไหล่ปลอบใจ “ในเมื่อรันบอกว่าไม่อยากกลับไปที่บ้าน ไม่อยากให้ใครอื่นรู้จักครอบครัวตัวเอง กลัวว่าแม่กับน้องจะพลอยเกิดปัญหาไปด้วย เราก็ต้องหาคนที่เชื่อใจได้ว่าจะไม่มองรันด้วยสายตาหื่นกระหาย ไม่เหมือนพวกโรคจิตที่ตามจนถึงคอนโด แล้วก็ไม่จ้องตะครุบรันแบบไอ้พวกสารเลวนั่น” ยิ่งพูดนิติพลก็ยิ่งเสียงเข้มขึ้น ขณะมิรันตีหลับตาลงพยายามลบภาพตัวเองถูกมอมยาและรุมทึ้งลูบไล้เนื้อตัวโดยผู้ชายถึงสามคน หญิงสาวขนลุกซู่จนต้องกอดตัวเองแล้วก็น้ำตาไหลพราก ชายหนุ่มจึงกอดเธอกดศีรษะให้ซุกกับอกของเขา “รันไม่เป็นไร รันปลอดภัย ไม่ต้องไปคิดถึงมันแล้ว” เธอพยักหน้าแต่ก็ยังสะอื้นฮัก “เราขอโทษที่พูดถึงมันขึ้นมา เราจะไม่พูดอีกแล้ว” มิรันตีพยายามสงบจิตใจที่หวาดกลัวของตัวเอง เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เธอกลัวจนไม่กล้าออกไปไหนหรือแม้แต่ทำงาน แถมยังนอนหลับไม่ลงจนในที่สุดนิติพลซึ่งเป็นคนเดียวที่เธอยอมพบพาเธอไปอยู่ด้วย หลังจากมาเยี่ยมทุกเย็นสามวันผ่านไปแล้วสภาพของเธอย่ำแย่ลง สองอาทิตย์ผ่านไปชายหนุ่มก็เริ่มจับเข่าคุยกับเธออย่างจริงจังว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไป เพราะมิรันตีไม่ยอมรับงานแม้แต่รีวิวสินค้า แม้จะเป็นงานที่ติดต่อสำหรับเดือนหรือสองเดือนข้างหน้าก็ตาม ‘ไปอยู่ที่อื่นสักพัก ที่ที่สงบๆ อยู่กับธรรมชาติ รันน่าจะสบายใจขึ้น แล้วจะเอาไง หรืออยากทำอะไรค่อยว่ากันอีกที’ นิติพลออกความเห็นแล้วก็พาเธอขึ้นเครื่องมาที่นี่ในวันต่อมา หญิงสาวเป็นนางแบบแนวเซ็กซี่ ในตอนแรกนั้นไม่ได้ตั้งใจทำจริงจัง ทว่าเพิ่งจบระหว่างกำลังหางาน เพื่อนรุ่นพี่ของนิติพลที่บังเอิญได้เจอกันเสนองานถ่ายแบบนิตยสารแนวเซ็กซี่มาให้ หลังจากปรึกษานิติพลและดูขอบเขตกับสไตล์งานแล้วไม่หวือหวาเกินไปเธอจึงลองดูโดยมีนิติพลคอยรับส่ง แม้จะเข้าไปอยู่ตอนที่ถ่ายด้วยไม่ได้หากเขาก็ไม่ปล่อยให้เธอไปตามลำพัง แล้วมิรันตีก็ได้รับความสนใจมากจากผลงานชิ้นนั้น เธอมีคนติดตามทางโซเชียลมากขึ้นผิดหูผิดตา ทั้งที่ตั้งใจถ่ายเพียงครั้งเดียว ทว่าก็ต้องช่วยมารดาหาเงินก้อนใหญ่จ่ายค่าเทอมปีแรกเข้ามหาวิทยาลัยของน้องสาว รวมทั้งเพื่อนรุ่นพี่ก็ติดต่อมาบ่อยครั้งแม้จะบอกปัดไป มิรันตีจึงยอมรับงาน นั่นยิ่งทำให้หลายที่ติดต่อเธอมา “บ้านพี่พีออกจะน่าอยู่ รันก็เห็นแล้ว อีกอย่างร้านพี่พีก็อยู่ในไร่ชาชื่อดังของจังหวัด สวยมากเลย เราเคยไปหาที่นั่นครั้งนึง เอาไว้ไปเที่ยวพรุ่งนี้กัน รับรองรันต้องชอบแน่” “ไหนบอกว่าไม่ได้ลางานไง” “บินกลับเช้าวันจันทร์ก็ได้ ขอลาสักครึ่งวันเช้า” “แล้วพี่พี...” “เราไปเที่ยวของเรา พี่พีไม่มีปัญหาอะไรหรอกน่า” อีกฝ่ายบอกพลางยักไหล่ “เลิกกลัวพี่พีได้แล้ว” มิรันตีได้แต่ยิ้มเจื่อน เธอไม่ได้กลัวพีรพล แต่เกรงจะทำให้เขาเกลียดขี้หน้าตัวเองไปมากกว่านี้ต่างหาก เจ้าของร่างสูงโปร่งหากดูกำยำที่ใส่ผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้ม ปักชื่อร้านกาแฟตรงหน้าอก และยืนชงกาแฟด้านหลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางคล่องแคล่วทำให้มิรันตีอยากมองเช่นนี้ไปนานๆ การนั่งอยู่ค่อนข้างไกลทำให้เธอกล้าที่จะมองพีรพลโดยไม่ละสายตา “ตาเชื่อมเชียวนะ” มิรันตีสะดุ้งเฮือก ไม่ทันมองว่านิติพลที่ไปเข้าห้องน้ำกลับมาแล้ว อีกฝ่ายไปสั่งเครื่องดื่มแล้วเลยไปเข้าห้องน้ำ เธอจึงจ้องพี่ชายของเขาได้เต็มตาทว่าก็ลืมระวังตัว “เปล่าสักหน่อย” ร่างสูงโปร่งใกล้เคียงพี่ชายหากกำยำน้อยกว่านั่งลงตรงข้ามเธอพลางยื่นหน้าข้ามโต๊ะมาจนใกล้แล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มิรันตีรู้สึกไม่ชอบใจนักจึงยกมือขึ้นแกล้งจะใช้สองนิ้วจิ้มตาอีกฝ่าย แต่ก็ต้องชะงักเพราะเหลือบไปเห็นว่าพีรพลกำลังยกเครื่องดื่มกับเค้กตรงมาหา หญิงสาวกลับไปนั่งหลังตรง ทว่าเพื่อนสนิทที่ไม่เห็นพี่ชายกลับโน้มมาใกล้มากขึ้น “ไง ไม่แน่จริงนี่นา” “อะแฮ่ม” เสียงกระแอมของพี่ชายทำให้นิติพลยืนขึ้นหันไปช่วยรับของที่อีกฝ่ายถือมา “ต้องไปเอาเองไม่ใช่เหรอพี่” “ก็นายไม่ได้ถือเครื่องไปด้วย ทำเสร็จแล้วจะรู้ได้ไง” พีรพลบอกเสียงเรียบ ขณะที่คนโดนบ่นหน้าเจื่อนเพราะตนรีบไปห้องน้ำจนลืมจริงๆ “จะหวานกันก็ดูหน่อย นี่มันที่สาธารณะ นายไม่ได้อยู่ที่บ้าน” มิรันตีกัดริมฝีปากด้านในทว่าไม่ได้มองคนพูด เพียงแค่จ้อง นิติพลด้วยแววตาขุ่นเมื่ออีกฝ่ายรับคำหน้าทะเล้น “ครับพี่”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม