“เป็นยังไงบ้างล่ะ เดินเที่ยวในไร่ ถ่ายรูปมาบ้างหรือยัง”
พีรพลถามทั่วๆ ไป แต่มิรันตีเงียบนิติพลจึงตอบเสียงเบา
“เดินดูแล้วล่ะครับ แต่รันไม่อยากถ่าย”
“ถ้าอย่างนั้นก็จิบกาแฟเย็นๆ นั่งดูธรรมชาติให้สบายใจก็แล้วกัน”
เหมือนน้ำเสียงพีรพลจะนุ่มทุ้มขึ้น เธอจึงเหลือบขึ้นมองแต่เขาตบไหล่น้องชายแล้วผละไปน่าจะไม่ได้พูดกับเธอ
“ว่าแต่ ไม่อยากถ่ายรูปเลยจริงเหรอ ไม่ต้องอัปก็ได้นี่”
มิรันตีส่ายหน้า เธอกวาดมองด้านนอกที่เป็นไร่ชาเรียงแถวสวยงาม ผู้คนกำลังถ่ายรูปเดินดูเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงมีคนกำลังเก็บชาแล้วรู้สึกสมองผ่อนคลาย
“แค่มองก็รู้สึกสดชื่นแล้วล่ะ”
“แล้วจะไม่ปิดช่องกับแอคเคาต์ใช่ไหม”
“อืม เปิดไว้งั้นแหละ อย่างน้อยก็ยังทำเงินได้เรื่อยๆ”
“ก็จริง”
“ถึงไม่คิดจะทำแล้ว แต่ก็ยังต้องเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องนี่นา”
นิติพลยิ้มอย่างอ่อนใจ
“น้องรันเริ่มทำงานแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนี้คงพอช่วยจ่ายค่าบ้านที่รันซื้อให้ได้อยู่บ้างนะ”
มิรันตีพยักหน้าพร้อมยิ้มบาง เธอซื้อบ้านให้แม่กับน้องก่อนจึงใช้เวลาเก็บเงินดาวน์คอนโดอีกพักหนึ่ง มาตอนนี้ต้องผ่อนทั้งบ้านและคอนโด ยังดีที่น้องสาวเรียนจบและได้งานทำแล้ว แม้จะเป็นข้าราชการแต่ก็พอช่วยลดภาระลงได้เล็กน้อย ที่สำคัญมารดาของเธอภูมิใจมาก ผิดกับเธอที่แม่เห็นว่าทำงานไม่เป็นหลักแหล่งและไม่ชอบใจที่รู้ว่าเธอรับถ่ายงานเซ็กซี่ ท่านอยากให้หางานที่มั่นคงทำแม้จะเห็นว่าเธอหาเงินให้ท่านกับน้องได้ค่อนข้างมากก็ตาม
จากที่ห่างเหินกันนับแต่เธอย้ายมาอยู่หอใกล้มหาวิทยาลัย ยิ่งทำให้มิรันตีคุยกับมารดาน้อยลง เพราะมักถูกบ่นประชดประชันงานของเธอว่าขายเนื้อหนังมังสาในทุกครั้งที่ไปเยี่ยมบ้าน และเธอก็ไม่ได้กลับไปอยู่ที่บ้านแบบครอบครัวอีกเลย
ความจริงหญิงสาวไม่ได้ถ่ายแบบบ่อยนักหลังจากนั้น นับว่าปีละครั้งสองครั้งก็ว่าได้ ทว่ายุคนี้ผู้คนให้ความสนใจทางโซเชียลค่อนข้างเยอะ เธอเปิดช่องเป็นของตัวเองคนที่ติดตามทางโซเชียลอื่นๆ ก็มาตามต่อ รวมถึงโซเชียลที่ทำเงินได้ในแบบอื่นๆ ด้วย แม้จะถ่ายชีวิตประจำวันของตัวเอง ออกกำลัง เต้นน่ารักๆ ไปเที่ยวบ้าง กับรีวิวสินค้าเกี่ยวกับความงาม คนก็ชื่นชอบและสนใจ กลายเป็นไม่จำเป็นต้องทำงานก็มีเงินเข้าเยอะสามารถส่งให้แม่กับน้องสาวได้
มิรันตีรู้ว่ารูปร่างตัวเองดึงดูดความสนใจผู้ชาย แต่การทำงานของเธอมีขอบเขต ไม่เน้นโป๊ ทว่าการมีหน้าอกอวบใหญ่หน่อยใส่อะไรก็ดึงสายตาให้มองได้อยู่ดี ในตอนอายุน้อยเธออายจนต้องเดินห่อไหล่เสมอเพราะถูกมองจนเป็นปมด้อยในใจ แม้แฟนที่ติดตามหลายคนจะพยายามเชียร์ให้ทำแบบไพรเวตที่ถอดโชว์เล็กๆ น้อยๆ แล้วพวกเขาก็พร้อมจ่ายให้ แต่มิรันตีบอกไปว่าไม่สะดวกทั้งยังไม่คิดที่จะทำ
กระนั้นเธอก็มีคนแอบตามจนรู้ว่าพักอยู่ที่ไหน ชั้นอะไร น่ากลัวถึงขนาดมาเช่าห้องชั้นเดียวกันกับเธอและฉุดเธอเข้าห้องตัวเอง ยังดีที่มีคนมาเห็นพอดีเธอจึงรอดมาได้ มิรันตีเก็บเงินตั้งใจจะซื้อคอนโดอยู่แล้วจึงตัดสินใจย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์ทันทีด้วยความกลัว ซึ่งนิติพลช่วยหาคอนโดใกล้กับเขาให้
ทว่าที่ทำให้เธอต้องหนีในครั้งนี้คือกลุ่มเพื่อนของนางแบบชวนไปงานเลี้ยงวันเกิด มิรันตีไม่ได้คิดอะไรมากเพราะเธอไปงานปาร์ตี้ของคนรู้จักอย่างอัธยาศัยดี ทว่ากลับมีพวกคิดไม่ดีมอมยาเพื่อรุมโทรมเธอ หนึ่งในนั้นเป็นแฟนของนางแบบเพื่อนเธอ อีกฝ่ายตามหาแฟนตัวเองจนมาเจอเธอเข้าแล้วตามคนอื่นมาช่วย คนกลุ่มนั้นจึงหนีกระจัดกระจายและเพื่อนเธอก็ทะเลาะจนเลิกกับแฟน รวมทั้งรู้สึกผิดกับเธอมาก
มิรันตีอยากหลบหนีจากทุกอย่าง รวมทั้งชีวิตในแบบเดิมของตัวเอง ไม่อยากอยู่ในสายตาจับจ้องอย่างน่ากลัวของใครอีก เธออยากเปลี่ยนตัวเอง อยากมีชีวิตใหม่
“ถ้าได้อยู่ในที่อากาศดีๆ แบบนี้ตลอดไปก็คงดี”
มิรันตีจิบกาแฟสลับกับกินเค้กชาเขียวขณะสายตายังทอดมองด้านนอกที่เต็มไปด้วยสีเขียวทั้งไร่ชาและภูเขาสุดลูกหูลูกตา
“งั้นก็อยู่ที่นี่ไปเลยสิ”
“ฉันไม่มีปัญญาซื้อบ้านเพิ่มอีกแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะทำงานอะไรด้วย”
เธอตอบอีกฝ่ายราวกับเปรยไม่ใช่น้อยเนื้อต่ำใจ และยังมองไร่ชาอย่างสบายใจ อยากให้เวลากับตัวเองสักพัก
“ก็อยู่กับพี่พี...”
คนที่กำลังอารมณ์ดีหันกลับมามองคนพูดอย่างดุๆ อีกครั้ง ทว่านิติพลกลับยังยิ้มระรื่น ทั้งยังพยักพเยิดไปยังกระจกใกล้ประตูทางเข้าที่มีป้ายขนาดเอสี่ติดอยู่ ป้ายนั้นเธอเห็นแล้วตั้งแต่ก่อนเข้าประตูมา
‘รับสมัครพนักงาน’
“แล้วก็ทำงานที่นี่”
แน่นอนว่ามิรันตีคิดตามเพราะน่าสนใจไม่น้อย เธอเองก็เคยสนใจร้านกาแฟ คิดไว้อยู่ว่าจบเรื่องบ้านกับคอนโดแล้วจะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในเมื่อสิ่งที่เธอทำอยู่เป็นงานที่วูบวาบไม่ยั่งยืนเช่นที่มารดาบ่น และเธอไม่ได้คิดจะไปต่อไกลกว่านี้ ไม่นานคนติดตามที่หวังในสิ่งที่มากกว่าเหมือนพวกที่คิดไม่ดีกับเธอก็จะค่อยๆ หายไป
“ไม่ใช่ว่าอยากอยู่ก็อยู่ได้ อยากทำก็ทำได้เสียหน่อย พี่พี...”
“แน่ะ ยอมรับแล้วล่ะสิว่าอยากอยู่ที่นี่กับพี่พี”
“ฉันหมายถึงงาน”
เธอกัดฟันพูดกับอีกฝ่าย ทว่าเจ้าตัวกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก เราเส้นก๋วยจั๊บ เดี๋ยวฝากให้”
“ย่ะ รู้แล้วว่าบ้านรวย”
มิรันตีทำปากยื่นใส่อีกฝ่าย แต่กลับค่อยๆ หน้านิ่งเมื่อนิติพลพูดต่อ
“พี่พีเหมาะกับรันนะ”
เธอจ้องเขานิ่งกลืนน้ำลายแล้วเลี่ยงมองไปทางอื่น แต่กลับเจอเข้ากับสายตาคมเข้มที่เหลือบมามองพอดี ทำเอาลมหายใจสะดุดและชะงักงันไป ทุกครั้งที่สบตามิรันตีจะรู้สึกว่าภายใต้ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของพีรพลซ่อนเสน่หาเร่าร้อนอันน่าหลงใหล ราวเชิญชวนให้เธอกระโจนเข้าหาอยู่ตลอดเวลา ขณะได้ยินเพื่อนสนิทพูดน้ำเสียงจริงจังขึ้น
“ถ้าเขาเป็นคนใช่แล้วทำไมต้องหลบหน้า ทำไมต้องกลัว”
มิรันตีจำต้องละสายตาจากพีรพลเพราะเขากลับไปทำงานของตนต่อ มาสบตาคู่คมแตกต่างจากพี่ชายของนิติพล ไม่คิดว่า อีกฝ่ายจะมองออก
“ตกใจที่เรารู้เหรอ ว่ารันคิดยังไงกับพี่พี”
คงเพราะเธออึ้งและแสดงออกทางสีหน้าแววตาชัดเจนให้เขาเดาได้
“เล่นมองไม่ละสายตาอย่างนี้ใครก็มองออก”
นิติพลพูดด้วยท่าทางราวกำลังคุยเรื่องสนุกที่เอามาล้อกันเล่นทำให้เธอนึกฉุนขึ้นมา หากก็พูดเสียงเบาอย่างพยายามข่มอารมณ์ขัดเคืองใจในตัวเพื่อนสนิท
“เพราะนายไม่ใช่หรือไง ฉันเป็นแฟนนายอยู่ไม่ใช่หรือไง”
อีกฝ่ายจ้องเธอชั่วอึดใจ ก่อนสายตาค่อยแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนแล้วยื่นมือมาจับมือเธอพร้อมยิ้มบาง
“ขอบใจรันที่ช่วยเรามาจนถึงตอนนี้ ขอบใจที่อดทนเพื่อเรา ขอบใจจริงๆ”
คิ้วเรียวสวยขมวดที่อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ขอบอกขอบใจราวซาบซึ้งทั้งที่ตัวเองมัดมือชกเธอโดยไม่ปรึกษากันสักคำและไม่สารภาพจนเธอเป็นฝ่ายถามเอง แล้วก็เปลี่ยนไปชวนคุยเรื่องไร่ชาแทนเหมือนไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด