ตอนที่ 1 ข้อเสนอยั่วใจ
ทางลัดของเลขา...ตอนที่ 1 ข้อเสนอยั่วใจ
ท่ามกลางอากาศร้อนทั้งที่เป็นยามสายและผู้คนในตลาดสดที่แสนจะพลุกพล่านวุ่นวาย ฟางสาวน้อยวัย 23 ปี ที่เปิดร้านขายหมี่กะทิกับเสกแฟนหนุ่มกำลังเอาหลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก...วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนแต่เมื่อหมี่กะทิขายดีทั้งพ่อค้าแม่ค้าก็เบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใส...ฟางหันไปยิ้มกับเสกที่ช่วยห่อช่วยใส่ถุงอยู่ใกล้ๆไม่ห่างกาย....ทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานตั้งแต่เป็นเพื่อนเล่นเพื่อนเรียนจนกระทั่งเป็นแฟนเพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน ไปเรียนปริญญาตรีการตลาดก็ไปเรียนมาด้วยกันพอจบมายังไม่มีงานทำก็มาลงขันเปิดร้านขายหมี่กะทิที่ตลาดสดแห่งนี้
“วันนี้ขายดีนะ...ใกล้หมดแล้ว” เสกบอก
“ใช่...ดีแหละ...อากาศร้อนๆแบบนี้จะได้รีบกลับบ้านไปอาบน้ำ” ฟางบอก
“ว่าแต่...ยังไม่มีบริษัทไหนติดต่อมาใช่มั้ย” เสกถาม
“ยังเลย...เค้าคงไม่ต้องการนักการตลาดกันบ้างหรือไงนะ...แต่ช่างเถอะ...ไปทำงานบริษัทเงินเดือนหมื่นห้า...ขายหมี่กะทิหารสองแล้วยังได้มากกว่าอีก” ฟางบอก
“ก็ใช่...นี่ยังคิดอยู่ว่าจะทำแบรนด์...จะจ้างคนไปขายอีกสองสามตลาด” เสกบอก
“พ่อนักการตลาด...เอาร้านนี้ให้ครบสามเดือนก่อนแล้วค่อยวางแผนกันอีกที...เราก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะขายดีแบบนี้ตลอดมั้ย” ฟางบอก
“ต้องขายดีตลอดสิ...เสกมั่นใจ” เสกบอก จากนั้นก็ทำหน้าเว้าวอนใส่
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” ฟางถาม
“สมัยเรียนเราไปไหนมาไหนด้วยกัน...เที่ยวก็เที่ยวด้วยกัน...บางทีก็...เอ่อ...นอนด้วยกัน” เสกบอก
“นอนด้วยกันไม่ต้องพูดก็ได้” ฟางหันไปต่อว่า
“พูดหน่อยนึงสิ...ก็จริงนี่...พอมาอยู่บ้านกลางคืนก็ไม่ได้เจอกัน...เจอแค่ตอนเตรียมของขายหมี่กะทิ...พอห้าโมงเย็นพ่อกับแม่ฟางก็มองหน้า...อยู่นานกว่านั้นก็ไม่ได้...เฮ้อ” เสกถอนหายใจ
“พ่อแม่เค้ารับรู้แล้วนะ...ว่าอีกหนึ่งปีเราจะแต่งงานกัน...เค้าก็เห็นดีเห็นงามแล้วนี่” ฟางบอก
“แต่มันทรมานนี่นา...เมื่อไหร่เราจะ...แบบว่า” เสกบอก จากนั้นก็แกล้งเอามือไปแตะตรงบั้นท้ายจนฟางต้องหันมาทำตาดุใส่
“เสก...หยุดเลย...เดี๋ยวคนเห็น” ฟางบอก
“ที่วางของมันบังอยู่” เสกบอก
“ไม่ต้องเลยนะ...นี่คนมาซื้อหมี่แล้ว” ฟางบอก เสกก็เลยยอมเอามือออกแต่ก็ทำหน้าเสียดาย...
สิบโมงกว่า...หมี่กะทิของสองหนุ่มสาวก็ขายหมด...ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านนัดหมายเจอกันช่วงสี่โมงเย็นเพื่อเตรียมของขายวันพรุ่งนี้...ฟางมาถึงบ้านก็รีบอาบน้ำชำระล้างร่างกายคราบเหงื่อไคลจากอากาศร้อนทันที...กำลังแต่งตัวชุดลำลองสบายๆก็มีเสียงแม่มาเรียกหน้าประตูห้อง
“ฟาง...ลูก...พ่อเรียก...ที่ห้องรับแขกนะ” แม่บอก
“ค่ะๆ” ฟางตอบรับ ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่ก็รีบแต่งตัวแล้วตามแม่ไปทันที...
ฟางเดินตามไป...พอถึงห้องรับแขกก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นผู้ชายแต่งตัวภูมิฐานกำลังนั่งอยู่บนโซฟากับพ่อและแม่
“หา...ท...ท่าน สส...ตายแล้วหนูไม่รู้ค่ะว่าท่าน สส.มา หนูไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ” ฟางบอก ด้วยไม่รู้ว่ามีแขกก็เลยแต่งชุดลำลองเสื้อสายเดี่ยวกางเกงขาสั้นแบบที่เคยใส่ แต่ชัชชัยรีบเอ่ยปากห้ามไว้ไม่ได้ถือสา
“ไม่ต้องหรอกฟาง...เราก็คนกันเอง...มานั่งเถอะ” ชัชชัยบอก
“มาฟาง...มานั่งคุยกัน...เนี่ยท่านชัชชัยก็ถามถึงอยู่” พ่อบอก
“เรียกท่านอีกแล้ว...ไม่ต้องเรียกท่านหรอกครับ เราพี่น้องกัน...ไม่ได้พี่ผมก็ไม่ได้เป็น สส. หรอก” ชัชชัยบอก จากนั้นก็หันไปหาฟางอีกครั้ง
“มาฟาง...มานั่งด้วยกัน” ชัชชัยบอก แต่ฟางไม่กล้าไปนั่งบนโซฟาก็เลยไปนั่งตรงเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ แม้จะเคยเห็นฟางตั้งแต่เป็นเด็กน้อยแต่ตอนนี้ฟางเป็นสาวสะพรั่งผิวขาวหน้าตาก็ยังสะสวย
“ที่มาวันนี้ก็ไม่มีอะไรหรอก...ก็จะมาขอบคุณพี่นั่นแหละ...ถ้าไม่ได้พี่ช่วยสนับสนุนหาเสียงให้...ผมก็คงไม่ได้เป็น สส. นี่อีกสองอาทิตย์ก็จะเปิดสภาแล้ว...มีเวลาก็มาหาพี่ก่อน” ชัชชัยบอก
“ท่านได้ด้วยตัวเองท่านชัชชัย...ผมก็แค่ช่วยได้เล็กๆน้อยๆเท่านั้น” พ่อบอก
“โห...ถ่อมตัวอีกแล้ว...แต่ยังไงตอนลงพื้นที่ผมก็ต้องอาศัยพี่ช่วยอยู่ดี” ชัชชัยบอก
“ไม่มีปัญหา...ช่วยเต็มที่แน่นอน” พ่อบอก จากนั้นชัชชัยก็หันมองมาทางฟาง
“ว่าแต่ฟาง...เรียนจบแล้วนี่พ่อบอก” ชัชชัยบอก
“ใช่ค่ะ...จบได้สามเดือนแล้ว” ฟางบอก
“แล้วมีงานทำยัง...หางานอยู่มั้ย” ชัชชัยถาม
“ค่ะ...หางานอยู่” ฟางบอก
“ผมบอกแล้วว่าถ้าหกเดือนหางานไม่ได้ต้องมาทำสวนกับผม...แต่ระหว่างรอตอนนี้ก็ไปขายหมี่กะทิในตลาดคุณวิอยู่...คุณวิภรรยาท่านนั่นแหละ” พ่อบอก
“ค่ะ...หนูไปขายหมี่กะทิอยู่กับเสก” ฟางบอก
“อ๋อ...เสก...จำได้...เป็นคนที่หน่วยก้านดีเลยนะ” ชัชชัยบอก
“เค้าก็มีแผนจะแต่งงานกันแหละ...ปีหน้าค่ะ” แม่พูดออกมา
“อ๋อๆ...ยินดีด้วย...อืมม...ว่าแต่...ฟางคิดอยากจะทำงานประจำมั้ย” ชัชชัยถาม
“งานประจำ...แน่นอนค่ะ...หนูอยากทำ” ฟางบอก จากนั้นชัชชัยก็หันไปทางพ่อของฟาง
“คือ...ผมกำลังฟอร์มทีมงานประจำตัว สส. ครับ ทั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ แล้วก็ผู้ช่วยดำเนินงาน...ทีนี้ผมก็ยังไม่มีเลขาไม่รู้ว่าฟางจะสนใจมั้ย ถ้าสนใจผมจะให้มาเป็นทีมผู้ช่วยผู้ดำเนินงาน...มีเงินเดือนจากทางราชการแล้วก็จากผมด้วยครับ” ชัชชัยบอก
“หือ...เลขา สส. เหรอ ต้องสนใจอยู่แล้ว...ใช่มั้ยฟาง” พ่อหันมาถาม
“เอ่อ...ค่ะ...สนใจ...เงินเดือนเท่าไหร่เหรอคะ” ฟางถาม
“ก็...รวมสองทางก็สามหมื่น...แต่ถ้ามีเดินทางก็มีเบี้ยเลี้ยงมีที่พักให้...การันตีว่าไม่ต่ำกว่าสามหมื่นแน่นอน” ชัชชัยบอก
“ว่าไงยัยฟาง” แม่หันมาถาม...แน่นอนงานเลขา สส. ถือเป็นงานที่มีเกียรติมากกว่าขายหมี่กะทิแน่นอน
“หนูสนใจค่ะ” ฟางรีบตอบ
“ดีเหมือนกัน...ไปทำงานกับท่านจะได้มีหนทางก้าวหน้า” พ่อบอก
“ใช่...เดี๋ยวถ้ามีลู่ทางจะอาจดันเป็นพนักงานราชการหรือข้าราชการได้...อนาคตจะได้มั่นคง” ชัชชัยบอก
“ฟาง...รีบขอบคุณท่านสิ” แม่หันมาบอก ฟางก็รีบยกมือไหว้ขอบคุณท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติทันที
“ขอบคุณนะคะท่าน...ขอบคุณอย่างที่สุดค่ะ” ฟางบอก
“ยังไงถึงขั้นตอนแต่งตังทีมงานจะติดต่อมานะ” ชัชชัยบอก ฟางตอบรับพร้อมสบตากับท่าน สส. ที่ส่งยิ้มอ่อนโยนกลับมาให้ก็ทำให้ฟางรู้สึกประทับใจและพร้อมที่จะนับถอยหลังรอ...
ตอนเย็นวันเดียวกันที่บ้านของฟาง...ฟางกับเสกกำลังเตรียมของสำหรับไปขายหมี่กะทิในวันพรุ่งนี้...ฟางก็ตัดสินใจบอกแฟนหนุ่มเรื่องที่ได้รับข้อเสนอจากชัชชัย
“อะไรนะ…ไปทำงานกับสส.ชัชชัย…เดี๋ยวก่อน…แล้วร้านของเราล่ะ” เสกถาม วางมือจากการเตรียมของมองหน้าฟางด้วยความไม่พอใจ
“ร้านของเราก็ทำต่อไง…ก็ประมาณอีกสองอาทิตย์…แล้ว…เอ่อ…เสกก็ทำต่อคนเดียว” ฟางบอก แต่เสกก็ยังทำหน้าไม่พอใจอยู่ดี ฟางถอนหายใจทันทีก่อนที่จะพูดออกมา
“เสก…เราเคยพูดเรื่องที่เราจะต้องทำงานประจำ…เราคุยกันแล้วนี่ว่าถ้ามีงานเราก็จะไปทำงาน…เราไม่รู้ว่าหมี่กะทิของเราจะขายดีหรือขายไม่ดีในอนาคต…เราพูดเรื่องนี้กันแล้วไม่ใช่เหรอเสก” ฟางถาม พอได้ยินแบบนี้เสกก็ถึงกับถอนหายใจ
“ถ้ามันเป็นการตัดสินใจของฟาง…เสกก็คงต้องโอเค” เสกบอก
“ยังไงเราก็ยังเป็นแฟนกัน…ยังไงเราก็แต่งงานกันปีหน้าอยู่แล้ว…อาจไม่ค่อยได้เจอกันทุกวันแต่เราก็นัดเจอกันได้…จริงสิ…เดินสายกับท่านชัชชัยไปต่างจังหวัด…เราก็นัดเจอกันได้นะเสก” ฟางบอก ซึ่งแม้มันจะเป็นเหตุผลที่เสกต้องการแต่ก็ไม่สามารถจูงใจได้ ณ ตอนนี้เสกก็คงทำได้แค่ทำใจ พยายามมั่นใจในความรักและความมุ่งหวังในอีก 1 ปีข้างหน้าว่าจะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน
จบตอนที่…1…