Chapter 7
"กรี๊ด! คุณแม่คะอันดาไม่ยอม ทำไมทุกคนถึงเอาแต่สนใจมัน!”
"ทั้งพี่คิรา พี่ธันวา พี่อคินอีก อันดาเกลียดมัน เกลียด เกลียด เกลียด!” ผู้ชายที่เธอชอบประกาศในงานวันเกิดของคุณพ่อว่าจะแข่งกันจีบมัน ทั้งที่เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณพ่อ เป็นผู้หญิงที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝันที่จะได้มาครอบครอง แต่มันเป็นแค่ลูกเมียน้อย วิปริตผิดเพศ ทำไมถึงได้รับความสนใจจากทุกคน
"ใจเย็น ๆ นะคะลูกอันดา ลูกสาวของแม่ทั้งสวยทั้งดีกว่ามัน ก็แค่ผู้ชายสองคนที่ตาบอดไปเห็นกรวดแทนจะเป็นเพชรเม็ดงามแบบหนู" คุณหญิงโสรยารีบเข้าไปปลอบลูกสาวทันที
"แต่แม่คะ พี่คิราต้องเป็นของอันดา อันดาจะไม่ยอมให้มันได้ดีไปกว่าอันดา มันต้องกลับไปอยู่ที่ต่ำเหมือนเมื่อก่อน"
"ค่ะ ได้ค่ะ แม่ก็จะไม่ยอมให้ลูกสาวของแม่น้อยหน้าไปกว่ามัน หนูจะต้องได้ทุกอย่างที่สมควรจะได้ แม่สัญญา"
โดยเฉพาะคุณชายคิรา คุณหญิงโสรยาเอ่ยต่อในใจ
+++
"..."
"ชอบหรือเปล่า" อาการหัวเราะไม่ออก ร้องไห้ก็ไม่ได้ ผมเพิ่งรับรู้ก็วันนี้นี่แหละครับ เมื่ออยู่ ๆ คุณชายเขาก็เข้าไปขออนุญาตคุณพ่อของผมเพื่อพาลูกชายคนเล็กออกมากินข้าวเย็นด้วยกัน
ทั้งที่คิดว่าจะเป็นร้านอาหารทั่วไป แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้น
ห้องอาหารสุดหรูที่ชั้นบนสุดของโรงแรมใจกลางเมืองถูกจองเอาไว้ทั้งหมดด้วยชื่อ ‘คิรา’ ภายในร้านเปิดไฟสีเหลืองอ่อนสลัว ๆ พร้อมกับเพลงบรรเลงเบา ๆ จากนักดนตรีบนเวทียกสูงที่มุมหนึ่งของร้าน ดอกกุหลาบสีแดงสลับขาวถูกจัดเรียงเป็นช่อสวยทั่วทั้งร้าน โต๊ะอาหารทั้งหมดถูกพับเก็บออกไป เหลือเพียงโต๊ะกลมคลุมผ้าลูกไม้ตัวเดียวที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง หลังคาด้านบนเปิดโล่งให้สามารถเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีได้สบาย ๆ สายลมยามเย็นพัดผ่านเข้ามากระทบเรือนร่างของผมจนอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มชอบใจ กลิ่นหอมของดอกไม้ พระจันทร์ดวงโตบนฟ้า ทุกอย่างที่ประกอบกันในวันนี้ล้วนสวยงามจับตาจนผมหลงใหลราวกับต้องมนต์สะกด
“ก็...ชอบ” ผมตอบเสียงเบาอย่างเก้อเขิน คิราขยับเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลังไว้หลวม ๆ สัมผัสแสนอบอุ่นจากร่างกายของเขาทำให้อากาศหนาวยามค่ำคืนไม่สลับสำคัญ ผมอมยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ ลมหายใจของเขากับคางที่วางบนหัวไหล่ของผมชักจะสั่นไหวหัวใจผมหนักหน่วงเกินไปแล้ว
"ฉันอยากทำแบบนี้กับเธอมาตลอด"
ผมเงียบ ตั้งใจฟังสิ่งที่คิราอยากจะบอกกับผม
"ตอนที่ฉันรู้ข่าวว่าเธอ...จากไป ฉันนอนไม่หลับ ได้แต่โทษตัวเองว่าไม่สามารถดูแลเธอได้ดี” เขาเอ่ยเสียงเศร้า แรงกอดที่โอบรอบลำตัวของผมกระชับแน่นขึ้น
“หนึ่งปีที่ผ่านมา ฉันคิดถึงเธอ”
น้ำเสียงของเขาแสนเศร้า ความเจ็บปวดของเขาสะท้อนผ่านร่างกายทุกส่วน อ้อมกอดอบอุ่นรั้งร่างของผมเอาไว้ราวกับกลัวว่าหากคลายออกผมจะหายไป ลมหายใจแผ่วเบาลงและไม่เป็นจังหวะ ท่าทางของเขาทำให้ผมเจ็บปวด ความเศร้าสร้อยในช่วงเวลาของการกลายเป็นวิญญาณในห้วงมิติแสนมืดมิดนั่นผมยังจำได้ดี
ตัวผมเองเสียใจไม่น้อยไปกว่าเขา คิดถึงไม่น้อยไปกว่ากัน
"ฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอไปอีก ไม่อีกแล้ว"
"อื้อ จับเราไว้ให้ดีล่ะ" ผมคลี่ยิ้มบาง ผินหน้าไปหาคิราและพยายามปรับน้ำเสียงให้สดใส ผมไม่ชอบเลยที่เห็นเขาเศร้าแบบนี้
ผมสบดวงตาสีฟ้าครามของเขา ใช้แขนคล้องคอและโน้มใบหน้าหล่อเหลานั้นให้ก้มลงมารับสัมผัสปลอบโยนระหว่างกัน ริมฝีปากประกบแนบแน่น สัมผัสกันทิ้งไว้เพียงเท่านั้นโดยไร้การรุกรานอื่นใด ความอุ่นร้อนจากผิวเนื้อ เติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายของพวกเราทีละนิด
"ขอบคุณนะ คิรา" ผมก้มหน้างุดเมื่อถอนจูบออกมา พวงแก้มที่คงแดงก่ำจากการกระทำน่าอายที่เผลอตัวออกไป แต่อย่างไรผมก็ตั้งใจที่จะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว เพื่อเป็นการขอบคุณให้แก่คิรา คู่หมั้นของผม
ขอบคุณที่เขารอคอย ขอบคุณที่เขายังอยู่เคียงข้างกัน ถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช่ 'นารา' คนเดิมอีกต่อไป
+++
พรุ่งนี้ผมยังคงต้องไปโรงเรียน ดังนั้นคิราจึงขับรถมาส่งผมที่บ้านในเวลาสามทุ่มตามที่ตกลงกับคุณพ่อและพี่อคินผู้ปกครองจำเป็นของผม ร่างสูงเคลื่อนรถคันหรูของตนเข้าไปจอดยังโรงรถก่อนจะเดินเข้าไปส่งผมถึงในบ้าน
"เดี๋ยว"
"มีอะไรหรือเปล่า" เมื่อคิราเรียกผมจึงหันหลับไปมอง จังหวะที่ร่างกายของผมหมุนไปเผชิญหน้ากับคนที่อยู่ด้านหลัง คิรากลับยื่นหน้าของตนเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกของผมเฉียดผ่านแก้มของเขาไป
"อ๊ะ คนบ้า" ผมเม้มปาก ตีแขนเขาไปหนึ่งทีด้วยความตกใจ พวกเรายังยืนอยู่หน้าบ้านซึ่งเป็นที่โล่งแจ้งเกินกว่าจะมาทำอะไรแบบนี้
"กลับไปได้แล้ว" ผมโบกมือไล่ แต่คิรากลับยังยืนอยู่ที่เดิมและมองผมราวกับยังไม่อยากแยกจาก
"ถ้าฉันกลับไปมันจะกลายเป็นเพียงความฝันหรือเปล่า"
"คิรา" น้ำเสียงของผมอ่อนลง ดวงตาของเขาที่สะท้อนความกลัวออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ นั้นช่างยากที่จะมองมัน ผมไม่กล้าคิดเลยว่าเขาต้องเสียใจมากแค่ไหนจึงยังฝังใจกับการจากไปของผม ดังนั้นผมจึงทำเพียงแค่ส่ายหน้า และจับมือเขาเอาไว้ให้แน่นที่สุด เพื่อยืนยันว่าผมจะไม่หายไปไหนอีก
"ฉัน..."
"ว้าย!!” พวกเราทั้งคู่ต่างเด้งตัวออกจากกันทันทีที่ได้ยินเสียงใครอยู่หลังต้นไม้ไม่ไกลนัก ใบหน้าที่ใกล้กันจนริมฝีปากแทบสัมผัส ทำให้ผมก้มหน้าต่ำอย่างทำอะไรไม่ถูก
เราเกือบจะจูบกันอีกแล้ว
"อันดาเจ็บ ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะ" เสียงของพี่อันดาดังมาจากทิศทางนั้น ผมกับคิราจึงรีบเดินเข้าไปดูและพบว่าหญิงสาวนั่งกุมปลายเท้าร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวด เธอช้อนตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำตาขึ้นมองพวกเราก่อนจะออดอ้อนขอให้คิราช่วย ชุดนอนรัดรูปสายเดี่ยวสีขาวบางเบา มันทำให้เวลาเธอก้มมองข้อเท้าตัวเอง เห็นไปถึงไหนต่อไหน
คิราหันมามองผมว่าจะให้ทำอย่างไร ผมพยักหน้าให้เขาช่วยพยุงเธอเข้าบ้าน เพราะถ้าให้ผมช่วยคงทุลักทุเลน่าดูเพราะขนาดตัวของผมเล็กกว่าพี่อันดา
คิราสอดมือใต้ข้อพับขา พยายามเลี่ยงการสัมผัสร่างหญิงสาวให้ได้มากที่สุด ทว่าพอเขาอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาวพี่อันดาก็รีบใช้สองแขนโอบรอบลำคอชายหนุ่มทันที เรือนร่างขาวเนียนบดเบียดเข้าหา ท่าทางไม่ได้เหมือนคนเจ็บเลยสักนิด และในจังหวะที่คิราอุ้มพาเธอเดินผ่านผมเพื่อจะเข้าไปในตัวบ้าน หญิงสาวก็หันมาคลี่ยิ้มให้ผมอย่างสะใจ แต่ผมกลับยิ้มตอบเธอไป ทำให้พี่อันดาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
ไม่เอาน่า... ผมอยู่กับคิรามาตั้งกี่ปี ผ่านสาวสวยตั้งกี่คนที่ให้ท่าคู่หมั้นของผม
ผมเดินตามพวกเขาเข้าไปในบ้านก่อนจะบอกให้คิราวางเธอลงบนโซฟาในห้องรับแขก คุณหญิงโสรยาที่เดินผ่านมาเมื่อเห็นลูกสาวบาดเจ็บจนต้องถูกอุ้มเข้ามาก็ตกใจ รีบถลาเข้าไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง
"ลูกอันดาเป็นอะไรมากไหมคะ" คุณหญิงเธอจงใจผลักผมออกไปให้ห่าง คิราที่ดูอาการเธออยู่ก็บอกไม่น่าเป็นห่วงเพราะมีเพียงรอยแดง คุณหญิงโสรยายิ่งทำหน้าปลาบปลื้มราวกับกำลังมองเทพบุตร และกล่าวขอบคุณคุณชายอีกยกใหญ่ ทั้งยังบอกให้พี่อันดายกมือขอบคุณและจะขอเลี้ยงข้าวตอบแทนวันหลัง
"ฉันกลับก่อนนะ" คิราหันมาบอกผม ผมพยักหน้ารับและเดินไปส่งเขาแค่หน้าประตูบ้าน ร่างสูงดูสงบนิ่งมากกว่าปกติ ซึ่งผมรู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ
เพราะคิราเกลียดเรื่องยุ่งยาก
โดยเฉพาะสิ่งที่พี่อันดาคิดจะทำ และผมไปขอให้เขาช่วย
ผมเลือกเขย่งปลายเท้าหอมแก้มร่างสูงอย่างขอบคุณและรู้สึกผิด คิราดูอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว ผมถึงวางใจ
"พรุ่งนี้จะมาจีบ" คิราว่าก่อนจะเดินจากผมไป
อะไรคือ 'พรุ่งนี้จะมาจีบ'
แล้ววันนี้ยังไม่ใช่จีบผมอีกเหรอ
+ + + + + + + + + + + + +