bc

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายของเจ้าเด็กแฝดมากแผนการ

book_age18+
463
ติดตาม
4.9K
อ่าน
รักต้องห้าม
จบสุข
คู่ต่างขั้ว
ดราม่า
like
intro-logo
คำนิยม

คุณชายรองตระกูลซู พ่อค้าแห่งแคว้นโจวนามว่า ซูอวี่ มีลูกแฝดชายหญิงวัย 5 ขวบ ซูไป๋จื้อ และ ซูไป๋ฮวา แม่ของเด็กเสียชีวิตตอนคลอดเพราะอาการครรภ์เป็นพิษ

ซูอวี่รักเด็ก ๆ มากเลี้ยงเหมือนไข่ในหิน จนเมื่อเด็ก ๆ มีอายุครบสี่ขวบ เขาได้ไถ่ตัวและแต่งงานใหม่กับหญิงสาวจากหอนางโลม ฮั่วเฉาซี เพียงเพราะหน้าตาของนางนั้นเหมือนอดีตเมียรักไม่มีผิด เขาไม่สนใจว่านางจะมีพื้นเพอย่างไร หรือผ่านอะไรมา ขอเพียงแค่นางรักเด็ก ๆ เขายอมรับได้ทั้งนั้น

แต่ใครจะรู้ว่านิสัยของฮั่วเฉาซีนั้นร้ายกาจยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน ต่อหน้าซูอวี่นางทำตัวรักเด็กแฝดจนเขาเชื่อใจและรักเธอมาก จนฝากฝังให้นางดูแลลูก ๆ ระหว่างที่เดินทางไปซื้อขายต่างแคว้นหลายเดือนได้

แต่ใครกันจะไปคาดคิดว่าลับหลังเขานั้น นางทำร้ายเด็ก ๆ ทุกวิถีทาง กลั่นแกล้งสารพัดวิธี มิหนำซ้ำนิสัยมั่วโลกีย์ยังไม่สามารถแก้ได้ แต่ความลับมักไม่มีในโลกเมื่อซูอวี่นั้นเริ่มสงสัยและสังเกตเห็นท่าทีของเด็ก ๆ ที่เปลี่ยนไป

เขาสืบจนจับได้ว่าเธอนั้นแอบคบชู้สู่ชายหลายต่อหลายคนและยังทำร้ายเด็ก ๆ อย่างทารุณ มิหนำซ้ำยังใช้ผงนอนหลับกับเด็ก ๆ ในวัยเพียงแค่5ขวบ ในระหว่างที่เธอแอบไปหาชายอื่นมาโดยตลอด

จากความรักกลายเป็นความเกลียด จากความเกลียดกลายเป็นความแค้น และก็เป็นซูอวี่เองที่เป็นคนวางยาพิษฆ่าฮั่วเฉาซีให้ตายกับมือ

เหยาเหยา หญิงสาวจากโลกปัจจุบัน ดาวติ๊กต่อกนักไลฟ์สดมือทองที่เพิ่งถูกแฟนบอกเลิกกลางอากาศ ในขณะที่เธอกำลังเดินกลับคอนโดด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว จู่ ๆ ก็รู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมในตอนที่กำลังเดินข้ามถนน ความรู้สึกสุดท้ายที่จำได้มีเพียงแสงไฟจากรถยนต์ที่ส่องหน้าจนเธอและเสียงแตรที่ดังระงมไปทั่วทั้งถนน

แต่เมื่อตอนที่ลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในที่แคบ ๆ รู้สึกหายใจไม่ออกคล้ายคนที่กำลังจะขาดอากาศ และเมื่อสำรวจดี ๆ ก็พบว่าตัวเองนั้นน่าจะนอนอยู่ในกล่องไม้อะไรสักอย่าง

เธอตะเกียกตะกายจนสามารถเปิดฝากล่องไม้นั้นออกมาได้ก็พบว่า ที่เธอนอนอยู่นั้นเป็นโลงศพที่ถูกวางไว้ในหลุมแต่ยังไม่ถูกฝัง และเมื่อมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าที่นี่คือป่าที่เต็มไปด้วยป้ายหลุมศพมากมาย เมื่อสำรวจร่างกายก็ยิ่งมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ร่างกายของตนเอง และความทรงจำต่าง ๆ ของเจ้าของร่างก็เริ่มไหลเข้ามาในสมองไม่ขาดสายจนหัวแทบระเบิดเป็นการตอกย้ำ

แต่ภาพที่ติดตาเธอมากที่สุดเห็นจะเป็น.. ภาพของชายคนรักของผู้หญิงคนนี้ที่ยื่นยาพิษให้นางดื่มจนเจ้าของร่างนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา.. มิหนำซ้ำเขายังมองร่างของเธอที่ดิ้นทุรนทุรายด้วยสายตาที่เกลียดชังและสาปส่ง

"หากต้องมาใช้ชีวิตในโลกนี้แล้วต้องข้องเกี่ยวกับคนแบบนั้น.. เหยาเหยาคนนี้ไม่เอาด้วยหรอกนะ!"

sds

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

⚠️⚠️คำเตือน⚠️⚠️

นิยายเรื่องนี้มีการใช้ความรุนแรง อาวุธ และการทรมานเพื่อความสมจริงในบางฉาก เนื้อเรื่องทั้งหมดสร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง ไม่ได้อ้างอิงตามหลักความเป็นจริงใด ๆ บุคคล สถานที่ และเหตุการณ์ในเรื่องถูกสร้างขึ้นเพื่อความสนุก อาจมีบางอย่างไม่สมเหตุผลโปรดเข้าใจว่าเนื้อหาถูกเขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงและเพิ่มอรรถรสในการอ่านเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และฉบับเพิ่มเติม ห้ามคัดลอก ปลอมแปลง ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือสแกนเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ตาม รวมถึงปกนิยายและภาพประกอบทั้งหมดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ หากผู้ใดกระทำดังกล่าวข้างต้นหรือละเมิดลิขสิทธิ์จะได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

*** ปล. หากนักอ่านพบ คำผิด คำแปลก คำที่ไม่มีความหมาย คำที่ไม่ควรอยู่ในประโยคนี้ คอมเมนต์แจ้งฮันได้ตลอดเวลาเลยนะคะไม่ต้องเกรงใจ บางครั้งมันหลงตาจริง ๆ จะขอบพระคุณเป็นอย่างมากเลยค่า***

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 ฮั่วเฉาซี
ตอนที่ 1 ฮั่วเฉาซี แสงเทียนในห้องนอนสลัวไหวในยามค่ำคืนที่เย็นจัด ข้างในห้องนอนนั้นเงียบงัน มีเพียงเสียงผ้าผืนบางที่ลากไปกับพื้นห้องที่เย็นเฉียบ ฮั่วเฉาซีค่อย ๆ ก้าวเข้ามาด้วยชุดนอนบางเฉียบที่แนบเนื้อทุกส่วน เธอแสร้งสะบัดแขนเสื้อราวกับเผลอ ทำให้เนินไหล่ขาวผ่องเผยออกมาเล็กน้อย "ท่านพี่.. คืนนี้ข้านอนไม่หลับเลยเจ้าค่ะ" เสียงของนางหวานจัดจนแทบเป็นยาพิษ ซูอวี่นั่งมองท่าทางของนางนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายกำยำเฉกเช่นบุรุษที่หาใดเปรียบในชุดคลุมสีเข้ม ผมยาวถูกรวบไว้หลวม ๆ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งแววใด ๆ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีแม้แต่ความรำคาญ มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าขนลุก เฉาซีค่อย ๆ คลานขึ้นเตียงอย่างเช่นเคย ก่อนจะโน้มร่างกายของตนเข้าไปแนบชิดกับแผงอก ยกมือเล็กขึ้นลูบแผ่นอกของเขาช้า ๆ อย่างยั่วยวน “ท่านพี่อย่าเงียบสิเจ้าคะ ท่านเงียบเช่นนี้หัวใจข้านั้นรู้สึกเหมือนกำลังถูกมีดกรีดเป็นชิ้น ๆ” เธอจงใจขยับเข้าไปให้ใกล้ขึ้น ทิ้งน้ำหนักลงบนอกเขาเหมือนแมวเจ้าเล่ห์ ซูอวี่เงยหน้ามองเธอช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วสุราบนโต๊ะมายื่นให้ “เฉาซี.. เจ้าดื่มเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่” ซูอวี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก แต่นางกลับไม่ได้สังเกตน้ำเสียงนั้นเลยสักนิด "ท่านพี่อยากให้ข้าเมาเพื่อที่เรื่องบนเตียงของเราจะได้มีสีสันขึ้นอย่างนั้นหรือเจ้าคะ" เฉาซียังคงหัวเราะคิกคักราวกับว่ามันเป็นเพียงเรื่องตลก ก่อนจะคว้าแก้วในมือเขามาดื่มจนหมดโดยไม่ลังเล "หากเป็นความประสงค์ของท่านพี่ มีหรือข้าจะไม่ยินยอม" นางวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างเบามือ สองแขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้แน่น ทว่าไม่นานนักหลังจากที่นางโน้มตัวไปหวังจะจูบที่ริมฝีปากของเขา ทั่วทั้งร่างกายกลับชาวาบสลับร้อน ๆ หนาว ๆ เธอผละออกจากร่างของผู้เป็นสามีก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาคู่สวยที่เขาเคยชื่นชอบบัดนี้กลับเบิกกว้าง ใบหน้าแสนสวยที่เหมือนกับอดีตภรรยาไม่มีผิดนั่นอีก บัดนี้กับดูซีดลงราวกับปลาขาดน้ำ มือเล็กค่อย ๆ ยื่นไปจับที่ขาของเขาเอาไว้อย่างตื่นตระหนก “ซูอวี่.. ช่วย.. ข้า..” ริมฝีปากที่รู้สึกว่าแค่จะอ้าปากยังหนักอึ้ง น้ำเสียงหวานที่เคยออดอ้อนแหบแห้งแทบจะไม่ได้ยิน เขานั่งมองเธอจากบนเตียง ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม แต่ริมฝีปากที่เคยเรียบนิ่งกลับกำลังคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมา ราวกับกำลังดูคนทรยศที่ใกล้ตายโดยไร้ความรู้สึก “ยาพิษนั่นไม่ทำให้เจ้าทรมานนานนักหรอก ข้าเลือกวิธีที่จะจัดการกับเจ้าแบบที่ศพสวยที่สุด เพราะข้าไม่อยากให้ลูกข้าต้องเห็นเลือด” “เจ้ารู้หรือไม่ฮั่วเฉาซี..” ซูอวี่ก้มลงมาใกล้ร่างกายของนางที่หายใจโรยรินเล็กน้อย “ว่าเจ้านั้นสมควรตาย.. ตั้งแต่วันที่เจ้ากล้าลงมือกับพวกเขาแล้ว” ฮั่วเฉาซีดิ้นทุรนทุราย เล็บที่เคยดูแลอย่างดีบัดนี้กำลังข่วนพื้นพรมจนเลือดซึมอย่างน่าเวทนา แต่สุดท้ายร่างของเธอก็หยุดนิ่งเหลือเพียงซูอวี่ที่ยังนั่งอยู่บนเตียงมองร่างไร้ลมหายใจตรงหน้า แววตาคู่นั้นยังคงเยือกเย็นราวน้ำแข็งในเหมันต์ “นับจากนี้.. ข้าจะไม่เชื่อใจใครอีก” /// เสียงฝีเท้ากระทบพื้นฟุตบาทเป็นจังหวะ ส้นรองเท้าผ้าใบกระแทกพื้นราวกับเจ้าของร่างนั้นกำลังวิ่งหนีอันตรายแบบไม่คิดชีวิต เหยาเหยากระชับกระเป๋าสะพายไว้แน่น ลมหายใจหอบระคนเหนื่อยล้า ไม่ใช่เพราะเพิ่งลงจากไลฟ์สดขายของทั้งวัน แต่เพราะหัวใจมันล้าอย่างแปลกประหลาด เหมือนจู่ ๆ จะร้องไห้แต่ก็ดันไม่มีน้ำตาให้ไหล “ก็แค่ไม่มีใครรออยู่ที่บ้านแล้ว จะคิดมากทำไมกันนะอาเหยา” เธอพึมพำกับตัวเองเหมือนคนที่ใกล้จะเสียสติ ดวงตาคู่นั้นเหม่อลอย สองเท้ายังคงก้าวเดินไปด้านหน้าโดยที่ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าสัญญาณไฟจราจรนั้นเปลี่ยนสีไปแล้ว ปี๊ดดดดดด เสียงบีบแตรดังระงมไปทั่วท้องถนน เธอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเพียงแสงไฟจากหน้ารถที่แล่นมาด้วยความเร็ว และแสงนั้นกระทบเข้าตาเต็มแรงทำให้ทุกอย่างขาวโพลน แล้วทุกอย่างก็ดับวูบเหมือนเทียนที่ถูกเป่า 'ความรู้สึกอึดอัดแบบนี้มันคืออะไรกัน' ทันทีที่เธอได้สติ ดวงตากลมได้ลืมขึ้นอย่างอยากลำบาก กลิ่นอับชื้นที่ไม่คุ้นเคยคือสิ่งที่ปลุกให้เหยาเหยานั้นลืมตาขึ้น แต่สายตาเธอกลับมองไม่เห็นอะไรเลย มีเพียงความมืดที่ปิดทับเหนือใบหน้า อากาศหายใจที่น้อยอยู่แล้วเริ่มรู้สึกว่ามันน้อยลงจนหายใจติดขัด ร่างกายแน่นขนัดเหมือนถูกยัดอยู่ในที่แคบ ๆ “อะ แฮ่ก.. แฮ่ก.. นี่มันที่ไหนกันเนี่ย เราน่าจะโดนรถชนไหมนะ หรือว่าโรงพยาบาล” เมื่อเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเริ่มขยับได้บ้างแล้ว ปลายนิ้วก็เริ่มสัมผัสไปรอบข้าง ความสัมผัสแรกที่รู้สึก "ไม้เหรอ" รอยขรุขระบ่งบอกว่าน่าจะเป็นฝาไม้ นั่นยิ่งทำให้เธอตกใจสุดขีดจนต้องใช้เรี่ยวแรงที่มีดันตัวเองขึ้นตามสัญชาตญาณ ร่างกายนั้นขยับไม่ได้มากนัก แต่โชคดีที่ด้านบนนั้นถูกแง้มไว้ก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นป่านนี้แม้แต่อากาศให้หายใจก็คงไม่มี ครืดดด เมื่อแสงจันทร์ส่องเข้ามาปะทะดวงตา ทำให้เธอต้องหยีตามองรอบตัว สายลมเย็น ๆ พัดผ่าน หอบกลิ่นดินชื้นโชยแตะจมูก เธอกวาดตามองรอบตัวอีกครั้งอย่างช้า ๆ คราวนี้ยิ่งทำให้เธอรู้สึกชัดขึ้น ดวงตากลมโตจับจ้องไปที่ป้ายไม้เรียงรายหน้าหลุมศพ คล้ายจะมีชื่อสลักไว้ แต่ตัวอักษรเป็นภาษาจีนโบราณที่ดูไม่คุ้นตา ถึงจะอ่านออกเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น “สุสาน.. เหรอ” เสียงของเธอช่างเบาราวกับว่ากระซิบ หลุดออกจากริมฝีปากซีดเซียว สายตาหวาดระแวงไล่ไปตามแนวหญ้า พุ่มไม้เตี้ย ๆ สลับกับหินศิลาสลักคำแปลก ๆ ทุกอย่างดูไม่คุ้นชินเลยสักอย่าง ไม่มีตึก ไม่มีถนน ไม่มีแม้แต่เสียงรถยนต์ “ฝันอยู่.. ใช่ไหมนะ” เธอพึมพำอีกครั้ง มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาประกบหน้าเบา ๆ ลูบไล้ผิวตัวเองราวกับจะปลุกให้ตื่น แต่ผิวที่สองมือสัมผัสได้นั้นมันกลับไม่ใช่ผิวของเธอ ความรู้สึกที่ทำให้รู้ว่าใบหน้านี้ผอมกว่าปกติ เธอยื่นมือมาส่องแสงจันทร์ก็เห็นว่ามันทั้งขาวทั้งซีดอย่างคนอดนอนมาหลายคืน ความงุนงงและอึดอัดทำให้เริ่มหายใจถี่ขึ้นอย่างคนที่หวาดวิตก “นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ใครเอาฉันมายัดใส่โลงแบบนี้ ใครเอาฉันมาไว้ที่นี่ แล้ว.. นี่มันร่างกายของใครกัน” เสียงเธอสั่นขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะพยายามทำสงบสติอารมณ์ตามฉบับที่ถูกครอบครัวสอนให้ใจเย็นมาตั้งแต่เด็ก ท่องอยู่เสมอว่าอย่าตกใจ อย่าเสียมารยาท แต่ตอนนี้ไม่มีบทเรียนไหนที่สอนให้เธอตื่นมาในโลงศพแล้วใจเย็นได้เลย “บ้าน่า.. เคยแต่อ่านนิยายเรื่องเกิดใหม่ ทะลุมิติ คงไม่ใช่หรอก.. ใช่มั้ย” เธอยกมือขึ้นลูบหน้าผากที่เย็นเฉียบแล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ แต่มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความตลกเลยแม้แต่นิดเดียว “อ๊ะ!” เหยาเหยานั่งลงคุกเข่ากับพื้นดินชื้น ๆ สองมือกดศีรษะเอาไว้เพราะตอนนี้เธอรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด ปวดที่ยิ่งกว่าตอนเป็นไม่เกรนหรืออากาศที่ร้อนกว่าฤดูร้อนในประเทศไทย “อะ.. อะไรน่ะ” หมอกควันสีขาวที่รวมตัวหนาแน่นค่อย ๆ จางออกในมโนความคิด ก่อนจะเผยให้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ ที่มีหญิงสาวคนหนึ่งเป็นตัวกลาง ทำให้รู้ได้เลยว่าเป็นความทรงจำของร่างนี้ไม่ผิดแน่ แต่ที่ไม่คาดคิดเลยก็คือความทรงจำในร่างนี้ ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันน่าจะเป็นแอมบาสเดอร์ห้องขังเป็นแน่ หากนี่เป็นร่างของนางจริงเจ้าของร่างนี้ในอดีตก็คือสตรีที่เน่าเฟะคนหนึ่ง "กรี้ดดดด" เธอยังคงนั่งกุมศีรษะกับภาพอดีตที่ย้อนกลับมาราวกับวิดีโอที่เร่งสปีด จนในที่สุดภาพสุดท้ายก็คือใบหน้าของชายผู้นั้น.. ชายผู้เป็นสามีที่ลงมือวางยาพิษจนนางตาย “หรือฉันตายไปแล้วจริง ๆ” เหยาเหยาลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองหลุมที่ตัวเองเพิ่งคลานขึ้นมา หญ้ารอบหลุมยังใหม่ราวกับว่าเพิ่งมีคนน้ำมาวางไว้ ป้ายไม้หน้าหลุมจารึกตัวอักษรอย่างชัดเจน เธอขยับริมฝีปากอ่านช้า ๆ “สุสาน.. ฮั่ว.. เฉาซี” ริมฝีปากซีดเม้มเข้าหากันแน่น นัยน์ตาฉ่ำน้ำอย่างกลั้นไม่อยู่ก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง มองท้องฟ้าที่มีเพียงแสงสว่างจากจันทร์เสี้ยว และแสงดาวที่อยู่เป็นเพื่อน “บ้าไปแล้วแน่ ๆ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน” “ชีวิต.. บัดซบจริง ๆ”

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
2.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.9K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.1K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook