ตอนที่ 1 เด็กหอ (บีมxบีท)
นักศึกษาปีหนึ่งทุกคนจะถูกบังคับให้อยู่ที่หอพัก ของมหาวิทยาลัยเพื่อความสบายใจของผู้ปกครอง แต่รายชื่อของฉันกลับตกหล่นไม่มีชื่ออยู่ในหอพัก
ทางเจ้าหน้าที่หอพักจึงกำลังจะดำเนินการให้ โดยที่ต้องให้รุ่นพี่ปีอื่นที่อยู่หอในย้ายออกไปเพื่อให้สิทธิ์แก่ฉัน ซึ่งต้องใช้เวลาทำเรื่องการย้ายออกประมาณ 2 สัปดาห์ ในระหว่างนี้ฉันจึงต้องพักที่หอพักเอกชนชั่วคราว
และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ เสียตัวครั้งแรกของฉัน
ฉันชื่อบีมอายุ 18 ย่าง 19 ปี เพิ่งจบชั้น ม. 6 มาเรียนต่อที่ระดับมหาวิทยาลัย ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัดจึงไม่ค่อยชินกับพื้นที่ ช่วงที่อยู่หอพักเอกชนจึงใช้เวลาในการเรียนรู้เส้นทาง และต้องนั่งรถเมล์ไปมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง
ตอนนี้มหาวิทยาลัยยังไม่ได้เปิดเทอมอย่างเป็นทางการ ในช่วงสัปดาห์ที่ฉันรอที่จะเข้าหอเป็นช่วงที่อยู่ในระหว่างการรับน้อง ซึ่งเป็นธรรมเนียมของแต่ละคณะที่จัดขึ้น
ฉันเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจ การรับน้องไม่มีอะไรที่หวือหวาหรือว่าน่าเป็นกังวลเท่ากับคณะอื่น ๆ เราก็มีเพียงการซ้อมร้องเพลงเชียร์ การเล่นเกมสันทนาการเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้อึดอัด แต่กลับสนุกสนานและได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มมากขึ้น
ในบรรดารุ่นพี่ปี 2 ที่เป็นสตาฟ มีรุ่นพี่คนหนึ่งหล่อเตะตาเป็นอย่างมาก แต่นั่นก็ยังไม่มากเท่ากับพี่สตาฟของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสตาฟหลัก มีตั้งแต่ปี 2 จนถึงปี 4 เป็นการรวมรุ่นพี่คณะต่าง ๆ ที่มาควบคุมสตาฟของคณะอีกทีหนึ่ง
“น้องคนนั้น แนะนำตัวแล้วออกมาเต้น” รุ่นพี่คนหนึ่งชี้เรียกฉันออกไป
“ชื่อบีมค่ะ สาขาการตลาด” ฉันแนะนำตัว พอรุ่นพี่ให้จังหวะฉันก็เริ่มเต้นตามจังหวะเพลงเชียร์ด้วยความสนุกสนาน
ในระหว่างนั้นก็มองเห็นสายตาของ “พี่บีท” สตาฟคณะปี 2 กำลังจ้องมองมาที่ฉัน เขาก็คงมองทุกคนที่ถูกเรียกมาให้แสดงอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่รู้ทำไมในความรู้สึกของฉันบ่งบอกว่ามันไม่ปกติเอาเสียเลย
เมื่อกิจกรรมแล้วเสร็จฉันก็ตั้งใจจะเดินไปหาอะไรกินที่ตลาดในมหาวิทยาลัย ตลาดแห่งนี้ เปิดตอนเย็นไปจนถึงสองทุ่ม เรียกได้ว่าอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาในหอในเป็นอย่างมาก
ในขณะที่ฉันสั่งอาหารอยู่ คนที่มายืนข้าง ๆ ก็คือพี่บีทที่ฉันแอบชื่นชมความหล่อของเขาอยู่ เขายืนสั่งอาหารเมนูเดียวกับฉัน จากนั้นเราทั้งสองก็ยืนรอรับอาหารด้วยกัน
“น้องชื่อบีมใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” ฉันตอบรับทั้ง ๆ ที่ป้ายชื่อก็เด่นหรา
“พี่ชื่อบีทนะ พี่สนใจน้องน่ะ ขอเบอร์เอาไว้ติดต่อกันได้ไหม”
ฉันไม่รู้ว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธยังไง ยังคงรู้สึกงงอยู่เล็กน้อย
“พี่ขอเบอร์โทรเราน่ะ ได้หรือเปล่า” เขาย้ำถามอีกครั้ง ฉันพยักหน้าเบา ๆ แล้วก็บอกเบอร์โทรของตัวเองให้เขาไป ในขณะที่เขาก็หยิบโทรศัพท์มากดเบอร์โทรของฉันแล้วลองโทรออกเพื่อเช็กว่าฉันให้เบอร์จริงหรือไม่ พอโทรติดเขาก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โทรของฉันจริง ๆ
“แล้วพี่จะโทรหานะ”
“ค่ะ” ฉันตอบแล้วรู้สึกเขินอายเล็กน้อย นี่ใช่ไหมเรียกว่าการจีบ ตั้งแต่เกิดมา 18 ปีพูดตรง ๆ ว่าฉันไม่เคยมีใครจีบมาก่อน
ไม่ใช่ว่าเพราะฉันหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ตอนที่เรียนระดับมัธยมฉันมุ่งเน้นเรื่องเรียนมากกว่าเรื่องรัก อีกทั้งยังใส่แว่นหนาเตอะอยู่ตลอดเวลา ทรงผมก็ทำทรงนักเรียน ตัดหน้าม้าสั้นเต่อ แต่พอช่วงปิดเทอมฉันก็ไว้ผมยาวแล้วก็เริ่มหัดใส่คอนแทคเลนส์ ทำตัวเองให้ดูดีขึ้น ไม่น่าเชื่อเลยว่าตอนนี้จะมีคนมาจีบฉันจริง ๆ
พอได้อาหารที่สั่งฉันก็รับจานนั้นแล้วเดินไปนั่งกับกลุ่มเพื่อน ทุกคนหันมาถามฉันด้วยความสนใจเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกพี่บีทขอเบอร์โทรศัพท์ ฉันก็ตอบไป ด้วยท่าทีที่ปกติ แม้ในใจจะตื่นเต้นมากแต่ก็เก็บอาการ
เอาตรง ๆ ฉันไม่รู้ว่าพี่บีทมีแฟนหรือยัง หรือการที่มาขอเบอร์นั้นเพื่อที่จะเอาไปให้คนอื่น ฉันก็ไม่รู้
“แกโชคดีมากเลยบีม ฉันถามมาแล้วพี่บีทไม่มีแฟนนะเขาโสด 100%”
“ฉันก็ถามมา รุ่นพี่ทุกคนก็บอกว่าพี่บีทน่ะโสด แต่ว่าก็มีผู้หญิงอยู่รอบ ๆ ข้างตลอดเวลา แกก็ระวังหน่อยก็แล้วกัน” เพื่อน ๆ ที่เรียนสาขาเดียวกันและเพิ่งรู้จักกันเตือนฉันด้วยความหวังดี
ฉันก็ได้แต่พยักหน้ารับ ไม่รู้หรอกว่าข่าวลือเกี่ยวกับเขาจะเป็นอย่างไร แต่การที่อยู่ดี ๆ มีรุ่นพี่มาชื่นชม มันก็อดดีใจไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา
หลังจากแยกย้ายกับเพื่อน ๆ และกลับเข้าห้องพักของตนเอง ฉันที่อยู่หอพักเอกชนจึงต้องนั่งรถเมล์กลับและเป็นจังหวะที่พี่บีทขับรถผ่านมาพอดี
“จะไปไหน ทำไมไม่เข้าหอ”
“รายชื่อบีมตกลงค่ะ อีก 2 สัปดาห์ ถึงจะได้เข้าหอ” ฉันบอกเขาแล้วยิ้มให้ พี่บีทยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วเสนอตัวที่จะพาฉันไปส่งที่หอพัก
“ให้พี่ไปส่งไหม พักอยู่หอไหนล่ะ”
“หอทวีสินค่ะ ถัดไปอีกสามป้าย”
“อ้าว หอเดียวกันกับพี่เลย งั้นกลับพร้อมกันนี่แหละ” ไม่รู้ว่าอะไรจะบังเอิญขนาดนั้น แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะว่าฉันก็สนใจเขาอยู่หน่อย ๆ
ฉันนั่งรถไปกับพี่บีทจนกระทั่งถึงหอพัก จากนั้นเราก็ขึ้นห้องไปพร้อมกัน พี่บีทพักอยู่ชั้น 2 ฉันพักอยู่ชั้น 3 ตอนแรกเราจะแยกกันที่บันได แต่เขาชวนฉันไปนั่งคุยกันที่ห้องของเขาก่อน
จิตใต้สำนึกของฉันบอกว่าเป็นผู้หญิงไม่ควรไปห้องผู้ชายในยามวิกาล โดยเฉพาะฉันที่พึ่งมาจากต่างจังหวัดข่าวเรื่องที่ถูกล่อลวงให้เสียตัวก็มีให้ได้ยินได้ฟังกันอยู่บ้าง
แต่ว่าหล่อขนาดนี้ ถ้าฉันยินยอมตามเขาไปมันก็คงไม่เรียกว่าล่อลวง ฉันเองก็อยากรู้อยากลองเหมือนกัน
“ไปเถอะ พี่ไม่ทำอะไรหรอกก็แค่นั่งคุย จับมือกันขำ ๆ” เขาพูดเหมือนรู้เท่าทันความคิดที่ลังเลใจของฉัน ฉันจึงพยักหน้าแล้วเดินตามไปอย่างว่าง่าย
พอเข้าไปในห้องของเขา พี่บีทก็ให้ฉันไปนั่งที่ปลายเตียงแล้วเขาก็มานั่งข้าง ๆ
“ห้องพี่คับแคบน่ะ ไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง เรานั่งคุยกันอยู่ที่เตียงบีมถือหรือเปล่า”
“ไม่ถือค่ะ” พูดจบมือเขาก็ค่อย ๆ เลื่อนมาจับที่มือของฉัน
“รู้ก็รู้ว่าพี่หลอกพามาที่ห้องแต่ก็ยังตามพี่มาแบบนี้ ถามจริง ๆ คิดอะไรกับพี่หรือเปล่าครับ” คำถามนั้นทำให้ฉันเสียวูบวาบไปทั่วท้องน้อย
“งั้นบีมขอตัวกลับห้องนะคะ” ฉันเล่นตัวเล็กน้อยด้วยความเขิน
พี่บีทใช้มือดึงตัวฉันเข้าไปหาแล้วเชยคางให้สบตากับเขา
“พี่ชอบบีมตั้งแต่แรกเจอเลย ตอนที่บีมเต้น หน้าอกบีมทำให้พี่แทบคลั่ง” เขาพูดหยาบโลนออกมาแต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันกระตุ้นอารมณ์มาก
“พี่จะจีบบีมเหรอคะ” ฉันถามเขาตามตรง
“ถ้าพี่บอกตรง ๆ ว่าพี่ไม่ได้จะจีบ พี่แค่อยากเอาเฉย ๆ บีมจะให้พี่เอาหรือเปล่า” คำพูดที่ตรงไปตรงมาพร้อมกับแววตาที่หื่นกระหายทำให้ฉันปฏิเสธไม่ลง
“ลองดูก็ได้ค่ะ บีมก็ไม่เคยเหมือนกัน อยากรู้ว่าความเสียวเป็นแบบไหน” ฉันตอบตกลงไปด้วยความตื่นเต้น
--------------------------------------------