bc

พบรักริมคันนา Yaoi

book_age12+
142
ติดตาม
1K
อ่าน
ครอบครัว
จบสุข
คลุมถุงชน
กู๊ดเกิร์ล
คนใช้แรงงาน
หวาน
ชายจีบชาย
มัธยมปลาย
ยังบริสุทธิ์
addiction
like
intro-logo
คำนิยม

"เฮ้ยเรากลับบ้านก่อนนะ"

"เออ กลับดีๆ ละเต้ย"

ผมโบกมือให้สิน เพื่อนซี้แล้วก้าวเดินออกมาจากบ้านหลังน้อยของมัน

วันนี้สินลงปุ๋ยในนารอบแรก ผมจึงมาที่บ้านมันเพื่อช่วยมันหว่านปุ๋ย ซึ่งผมมาตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับ กว่าจะเสร็จก็ปาไปเย็นมากเลยทีเดียว ผมขึ้นค่อมจักยานสีดำคันโปรดเลาะริมนา มุ่งตรงไปที่คันนาข้างหน้า ข้ามคันนานั้นไปก็ปั่นอีกนิด ไม่นานก็จะถึงบ้านของผม บ้านผมเองนี่ก็ทำนาเช่นกันครับ หว่านปุ๋ยไปก่อนสินเมื่อสองวันก่อนนี่เอง

เอ...ว่าแต่ตรงนั้นมีใครอยู่กันนะ?

"ขอโทษนะครับ"

ผมจอดจักยานตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูง ใส่ชุดดูดีขัดกับบรรยากาศบ้านๆ ของที่นี่อย่างสิ้นเชิง คงจะเป็นผู้ดีในกรุงเทพละมั้ง

"ครับ"

พอขานตอบ อีกฝ่ายกลับเงียบ เขามองมานิ่งงัน...ทำไมหรือ ผมมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

"น่ารักจังครับ"

"ห้ะ! ดะ..เดี๋ยวคุณ มาว่าใครน่ารักกัน"

คิ้วผมนี่ขมวดเกือบชนกันกับคำพูดของชายตรงหน้า เล่นพูดจาแบบนี้เป็นผู้ชายคนไหนก็คงเหมือนผมทั้งนั้นแหละ

"อ่า ขอโทษทีนะครับ คะ..คืออยากจะถามอะไรหน่อย ไม่ทราบว่าพอจะรู้จักบ้านลุงชัยไหมครับ ที่อยู่เขามันแถวนี้ แต่ผมไม่รู้ว่าบ้านอยู่ตรงไหนน่ะครับ"

เหมือนจะเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ดีครับ ผมไม่ปลื้มคำพูดว่าน่ารักของเขาเท่าไหร่

"ถ้าเป็นลุงชัย นามสกุลพูนทรัพย์ละก็รู้จักครับ"

ใครจะไม่รู้จักล่ะ ก็...พ่อผมเอง

"งั้นหรอครับ งั้นพาผมไปทีได้ไหมครับคุณ....?"

เขาแสดงท่าทางออกมาอย่างชัดเจนว่าอยากทราบชื่อ

"เต้ยครับ"

"อ่อครับเต้ย ผมพิทักษ์นะครับ"

ผมพยักหน้าส่งๆ แล้วลงจากรถ หากขี่มันต่อทั้งที่ให้อีกคนเดินมันคงจะดูไม่ดีเท่าไหร่

ผมเดินนำลิ่วๆ มาที่บ้านของตัวเอง ตะโกนเรียกพ่อดังลั่นแล้วหนีไปจอดจักยาน เห็นคุณพิทักษ์คุยกับพ่อผมอย่างอารมณ์ดี คนรู้จักของพ่องั้นหรอ? ทำไมผมไม่เห็นรู้จักด้วยเลยล่ะ ไม่คิดว่าคุ้นคนๆ นี้ด้วยซ้ำ แต่ก็นะ...คงมาคุยธุระแล้วเดี๋ยวก็กลับเองนั่นแหละ

"เต้ย"

"ครับพ่อ"

กำลังจะเดินขึ้นห้องเลยเชียว

"เดี๋ยววันนี้ให้พี่พิทักษ์นอนกับเราหน่อยนะ"

เดี๋ยวๆ....มานอนกับผมเนี่ยนะ! ไม่เป็นไรหรอกมั้งเนาะ..คิดว่างั้นอ่ะ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ + บทที่ 1
บทนำ "เฮ้ยเรากลับบ้านก่อนนะ" "เออ กลับดีๆ ละเต้ย" ผมโบกมือให้สิน เพื่อนซี้แล้วก้าวเดินออกมาจากบ้านหลังน้อยของมัน วันนี้สินลงปุ๋ยในนารอบแรก ผมจึงมาที่บ้านมันเพื่อช่วยมันหว่านปุ๋ย ซึ่งผมมาตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับ กว่าจะเสร็จก็ปาไปเย็นมากเลยทีเดียว ผมขึ้นค่อมจักยานสีดำคันโปรดเลาะริมนา มุ่งตรงไปที่คันนาข้างหน้า ข้ามคันนานั้นไปก็ปั่นอีกนิด ไม่นานก็จะถึงบ้านของผม บ้านผมเองนี่ก็ทำนาเช่นกันครับ หว่านปุ๋ยไปก่อนสินเมื่อสองวันก่อนนี่เอง เอ...ว่าแต่ตรงนั้นมีใครอยู่กันนะ? "ขอโทษนะครับ" ผมจอดจักยานตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูง ใส่ชุดดูดีขัดกับบรรยากาศบ้านๆ ของที่นี่อย่างสิ้นเชิง คงจะเป็นผู้ดีในกรุงเทพละมั้ง "ครับ?" พอขานตอบ อีกฝ่ายกลับเงียบ เขามองมานิ่งงัน...ทำไมหรือ ผมมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า "น่ารักจังครับ" "ห้ะ! ดะ..เดี๋ยวคุณ มาว่าใครน่ารักกัน" คิ้วผมนี่ขมวดเกือบชนกันกับคำพูดของชายตรงหน้า เล่นพูดจาแบบนี้เป็นผู้ชายคนไหนก็คงเหมือนผมทั้งนั้นแหละ "อ่า ขอโทษทีนะครับ คะ..คืออยากจะถามอะไรหน่อย ไม่ทราบว่าพอจะรู้จักบ้านลุงชัยไหมครับ ที่อยู่เขามันแถวนี้ แต่ผมไม่รู้ว่าบ้านอยู่ตรงไหนน่ะครับ" เหมือนจะเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ดีครับ ผมไม่ปลื้มคำพูดว่าน่ารักของเขาเท่าไหร่ "ถ้าเป็นลุงชัย นามสกุลพูนทรัพย์ละก็รู้จักครับ" ใครจะไม่รู้จักล่ะ ก็...พ่อผมเอง "งั้นหรอครับ งั้นพาผมไปทีได้ไหมครับคุณ....?" เขาแสดงท่าทางออกมาอย่างชัดเจนว่าอยากทราบชื่อ "เต้ยครับ" "อ่อครับเต้ย ผมพิทักษ์นะครับ" ผมพยักหน้าส่งๆ แล้วลงจากรถ หากขี่มันต่อทั้งที่ให้อีกคนเดินมันคงจะดูไม่ดีเท่าไหร่ ผมเดินนำลิ่วๆ มาที่บ้านของตัวเอง ตะโกนเรียกพ่อดังลั่นแล้วหนีไปจอดจักยาน เห็นคุณพิทักษ์คุยกับพ่อผมอย่างอารมณ์ดี คนรู้จักของพ่องั้นหรอ? ทำไมผมไม่เห็นรู้จักด้วยเลยล่ะ ไม่คิดว่าคุ้นคนๆ นี้ด้วยซ้ำ แต่ก็นะ...คงมาคุยธุระแล้วเดี๋ยวก็กลับเองนั่นแหละ "เต้ย" "ครับพ่อ" กำลังจะเดินขึ้นห้องเลยเชียว "เดี๋ยววันนี้ให้พี่พิทักษ์นอนกับเราหน่อยนะ" เดี๋ยวๆ....มานอนกับผมเนี่ยนะ! ไม่เป็นไรหรอกมั้งเนาะ..คิดว่างั้นอ่ะ *************************************************** บทที่ 1 "ห้องผมมันเล็กไปหน่อยนะ" ผมนำคุณพิทักษ์เข้ามาในห้อง ซึ่งจริงๆ ผมควรจะเรียกเขาว่าพี่เฉยๆ ก็ได้ แต่ในเมื่อยังไม่ชิน ก็เรียกแบบนี้ไปก่อน คุณพิทักษ์กวาดตามองห้องที่เล็กเท่ารูหนู มีที่นอนขนาดนอนสองคนวางบนพื้นไม้ไม่มีเตียง ข้างๆ กับที่นอนเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่พอสมควร ปลายที่นอนมีหนังสือการ์ตูนและนิยายแนวแฟนตาซีจำนวนมาก ผมชอบอ่านฆ่าเวลาน่ะครับ อยู่ที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำมากนัก "มันจะไม่รบกวนเต้ยเกินไปใช่ไหมครับ" เขามีท่าทีลังเล มองหน้าผมเหมือนช่างใจว่าจะนอนนี่ดีหรือไปนอนที่รถตัวเองดี "ไม่หรอก ตามสบายครับ" ผมว่าแล้วเดินไปนั่งบนที่นอน ปล่อยให้เขามองสำรวจห้องไป คุณพิทักษ์เข้ามานั่งข้างๆ กันกับผมโดยไม่ได้พูดอะไร แค่นั่งเงียบๆ เท่านั้น ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร จะถามว่าเป็นใคร มาจากไหน มาทำอะไร ตอนนี้มันก็ดูจะยังไม่ใช่เวลาเท่าไหร่ เขาอาจจะเหนื่อยกับการเดินทางมาก็ได้เป็นได้ ให้พักไปก่อน ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่กลับ ผมคงจะถาม คิดว่านะ "เดี๋ยวคุณไปเอาเสื้อผ้ามาละกัน อาบน้ำอาบท่าแล้วลงไปกินข้าว เดี๋ยวผมจะทำกับข้าวรอ เพราะดูท่าพ่อจะกินแล้วน่ะ ส่วนห้องน้ำอยู่ข้างล่างนะ เดินไปหลังบ้านเดี๋ยวก็เจอ" ผมตัดสินใจลุกขึ้นหลังนั่งมาสักพัก เหนียวตัวเหมือนกัน ถ้าอาบน้ำเสร็จผมก็จะได้ขึ้นมาหลับ วันนี้เหนื่อยมากเลย "ได้ครับ แต่เต้ยไม่ต้องเรียกว่าคุณหรอกนะ เรียกพี่ทักเฉยๆ ก็ได้ครับ" เขาว่ายิ้มๆ เป็นรอยยิ้มที่ละมุนละไมมากเลยล่ะครับ "ครับพี่" ว่าจบผมก็เดินนำพี่เขาลงมาข้างล่าง ปล่อยให้เขาเดินไปเอาของส่วนตัวเองก็เดินเข้าครัว พ่อผมป่านนี้ก็ออกไปหาปลาแน่ๆ ช่วงค่ำๆ แบบนี้ชอบไปตกปลาอยู่กับพวกลุงๆ แถวคลองใหญ่ประจำ กว่าจะกลับก็สามสี่ทุ่ม สำหรับที่นี่ สามสี่ทุ่มนับว่าดึกมากแล้วล่ะครับ ผมเองสามทุ่มก็หลับเป็นตาย ได้หนังสือเรียนหน่อยหลับปุ่ยเลย ทั้งที่ผมเรียนจบมาแล้วนะ แต่หนังสือเรียนก็ยังคงอยู่ เอาไว้สำหรับกล่อมตัวเองให้หลับ "พอกินได้ไหมพี่ ผมทำได้แค่นี้แหละ" พอพี่ทักเดินมาจากห้องน้ำหลังบ้าน ผมก็ถาม พลางมองไข่เจียวและน้ำพริกปลาทูพร้อมผักจำนวนหนึ่งบนโต๊ะ "ได้สิครับ แค่นี้ก็หรูแล้ว" "ว่าไปนั่น สำหรับคนกรุงมันต้องหรูกว่านี้สิพี่" ผมว่าขำๆ แล้วตักข้าวสวยก้นหม้อใส่จานของพี่เขาก่อนจะใส่ของตัวเอง ไม่รู้ผมคิดไปเองไหม แต่รู้สึกว่าพี่ทักจะมองผมแทบตลอดเวลา แถมยังมองด้วยสายตาแปลกๆ ยังไงชอบกล ผมไม่อยากคิดมากหรอกนะ แต่มองมากขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องเกร็งกันทั้งนั้นแหละครับ "มาพี่ช่วยล้างนะ" พอกินเสร็จ พี่ทักก็ช่วยเก็บจานและอาสาจะช่วยล้าง "เอาสิครับ" และผมก็ไม่ปฏิเสธอยู่แล้วครับ เพราะมันช่วยทุ่นแรงผมพอสมควร ผมไม่ได้เห็นแก่ตัวนะ แค่ชอบความสบายบ้างในบางครั้ง "วันปกติเต้ยทำอะไรหรอบ้างหรอครับ" ขณะที่ช่วยกันล้างจานอยู่ในครัว พี่ทักก็เอ่ยถามเหมือนหาเรื่องชวนคุย "ก็...ช่วนงานที่นาของพ่อแล้วก็ไปช่วบของเพื่อนบ้างน่ะครับ แต่พอว่างก็จะไปตกปลา หรือหาจับปลากันตามคันนา" พี่ทักหันมายิ้มน้อยๆ "ดูน่าสนุกนะครับ" "เหนื่อยออกพี่ แต่ก็สนุกจริงแหละ" ผมยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วรับจานมาคว่ำบนชั้น ไม่นานก็เสร็จเพราะมันมีไม่มากนัก คนที่นี่กินเสร็จจะล้างเลย ไม่แช่จานเอาไว้น่ะครับ ผมเดินไปเช็ดมือแล้วเอาผ้าให้พี่เขา พี่ทักยิ้มหล่อตลอดเลยแหะ หรือเขาเป็นพวกติดยิ้มเป็นนิสัย ถ้าแบบนั้นก็ดีนะครับ เพราะมันทำให้เขาดูดีมีเสน่ห์มากเลยทีเดียว อีกทั้งยังทำให้ดูเป็นมิตรน่าคบหามากอีกต่างหา พอเราเช็ดมือเสร็จก็พากันเดินออกมา โดยไม่ลืมปิดไฟในครัว ก่อนจะออกมาดูรอบๆ บ้านแล้วปิดไฟในตัวบ้านเพื่อจะได้ขึ้นไปพักผ่อน อ่อ...ผมลืมเลย ผมยังไม่ได้อาบน้ำ แต่ไม่เป็นไร ผมชินกับความมืดแล้วล่ะ "อ้ะ?!!" เดี๋ยวๆ...เมื่อกี้ผมสะดุดอะไรฟร้ะ?! แต่นั่นไม่สำคัญเท่าร่างของผมถูกรับเอาไว้ไม่ให้ล้มด้วยแขนแข็งแกร่งของพี่ทัก เขารีบฉวยผมที่เสียหลักเอาไว้ด้วยความไวจนผมเข้าสู่อ้อมกอดของเขา แผ่นหลังชิดกับแผ่นอกกำยำจนรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังกระหน่ำ หัวใจของพี่ทักเต้นแรงมากๆ เลยล่ะครับ แขนเขาก็สั่น เหมือน...ตื่นเต้นเลย "เอ่อ....พี่ครับ" พอเริ่มทรงตัวได้ผมก็เรียกพี่เขาเบาๆ ไม่รู้เสียงหายไปไหน เค้นออกมายากมากเลยล่ะครับ "อ่า...ขอโทษครับ" พี่เขาปล่อยผมช้าๆ เหมือนกลัวผมจะยังทรงตัวไม่ได้ "ขอบคุณมากนะครับ" ถ้าพี่เขาไม่รับผมไว้ ผมนี่ล้มแน่เลย ว่าแต่...ผมสะดุดอะไร ตรงนี้มันทางเดินโล่งๆ นะครับ ถึงจะปิดไฟ แต่ผมก็มองเห็นนะ มันไม่ได้มืดสนิทขนาดนั้น อีกอย่างผมไม่ได้สะดุดขาตัวเองแน่ๆ เพราะผมไม่เห็นรู้สึกตัวเลย "ไม่เป็นไรครับ" รู้สึกพี่ทักจะยิ้มกว้างมากขึ้นกว่าปกติ เขาเสหน้าหลบนิดหน่อยแต่ผมไม่ได้ใส่ใจท่าทีพวกนั้นเท่าไหร่ นอกจากมองว่ามันน่ารักและหลงลืมเรื่องสิ่งของปริศนาที่ผมสะดุดจนเกือบล้ม บางที...มันอาจเป็นหนูที่ออกมาวิ่งเพ่นพ่านก็ได้มั้งเนาะ

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

คุณอาของหนู...น่ารักกว่าใคร

read
7.9K
bc

เป็นแฟนผมนี่มันไม่ดียังไงครับเฮีย

read
3.2K
bc

Heroine (ที่นี่ไม่มี นางเอก)

read
14.7K
bc

เป็นได้แค่เพื่อน(รัก)

read
7.8K
bc

งูบ้านนี้สายพันธุ์เหมียว (Luna V.)

read
1K
bc

เมื่อปีศาจมาสิงสู่ [omegaverse]

read
1K
bc

Friendship จุดจบสายเถื่อน

read
1K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook