ตอนที่ 8 สถานะใหม่ เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว
07.00 น.
หลังจากคืนนั้นก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว ผมกับไอ้หมอเถื่อนก็ใช้ชีวิตตามปกติ ที่ผิดปกติน่าจะเป็นไอ้กายที่เดี๋ยวนี้เหมือนมันจะพูดเยอะขึ้นและดูจะอ่อนโยนลงนิดหนึ่ง แค่นิดเดียวนะไม่เยอะแต่ที่เปลี่ยนไปอีกเรื่องคือหน้าที่รับผิดชอบ ผมกับมันตกลงกันว่าผมจะมีหน้าที่ทำอาหารส่วนมันซักเสื้อผ้า แต่เก็บกวาดห้องผลัดกันซึ่งผมว่ามันก็แฟร์ดี
แล้วดีหน่อยที่ตั้งแต่วันนั้นผมกับมันก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องคืนนั้นอีกเลย และไม่มีการถูกเนื้อตัวหรือนัวเนียกันจะมีบ้างที่ตอนเช้าตื่นมาต้องตกใจเพราะบางทีผมกอดมันอยู่ คือผมติดหมอนข้างมากต้องได้นอนกอดตลอดอาจเผลอไปคว้ามันมากอด แต่มันก็ไม่ว่าอะไรนะหรือมันไม่รู้สึกตัวก็ไม่รู้
“ไอ้กาย! ข้าวเสร็จแล้วมากินเดี๋ยวสาย” ผมตะโกนเรียกมันมากินข้าวเช้าที่ผมทำไว้
“อืม...วันนี้ทำอะไร”
“ข้าวต้มกุ้ง เมื่อคืนมึงบ่นปวดท้องไม่ใช่เหรอกินอ่อน ๆ ก็แล้วกัน” ผมบอกมันก็เมื่อคืนแม่งบ่นปวดท้องเพราะตอนเย็นกินส้มตำกันมา เช้านี้ผมเลยเลือกทำข้าวต้มให้มันจะได้สบายท้องหน่อย
“อืมดีเลย” มันตอบรับยิ้ม ๆ นี่ไงผมถึงบอกว่ามันเปลี่ยนไป
“วันนี้มึงเลิกปกติหรือเปล่า” ที่ผมถามเพราะว่าเดี๋ยวนี้บางทีมันต้องอยู่ทำรายงานกับไอ้แก๊งหมอแล้วเลิกช้ากว่าปกติ
“อืม เลิกสี่โมงมีไร” มันตอบและถามผมกลับมาง่าย ๆ ไม่ได้ด่ากลับเหมือนแต่ก่อน
“งั้นวันนี้กูไปกับมึงแล้วกัน ตอนเย็นมึงก็มารับกูที่คณะด้วยกูก็เลิกสี่โมง แล้วเดี๋ยวเราเลยไปห้างซื้อของใช้หน่อยของหมดแล้ว” ของใช้และค่าอาหารผมกับมันแชร์กันคนละครึ่งแต่บางทีผมหรือมันใครเจออะไรที่ชอบก็ซื้อมาเลยอีกฝ่ายก็ไม่มีใครว่าอะไร
“เออ เร็ว ๆ ด้วยล่ะขี้เกียจรอนาน” มันยอมแต่ไม่วายบ่นให้ผมเล็กน้อย
“ครับน้องกาย พี่เพลิงจะรีบให้เร็วที่สุด” ผมพูดแหย่มันเพราะมันไม่ชอบให้เรียกน้อง
ผมก็เพิ่งรู้จากเฮียกันต์ว่ามันเป็นน้องจริง ๆ เพราะมันเพิ่งอายุ18เองแต่เข้าเรียนเร็วเพราะพวกผม19กันแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าเรียกมันน้องหรอกแม่งน่ากลัวจะตาย
ผัวะ!
“กวนตีน”
นั่นไงกลางกระหม่อมผมเลย มันตบหัวผมและด่าเสร็จก็เดินออกไป
“สัส กูพี่มึงนะเดี๋ยวถ้ากูเยี่ยวรดที่นอนกูจะให้มึงซัก” ผมด่ามันไล่หลังแล้วรีบปิดห้องก่อนจะวิ่งตามมันไปเดี๋ยวมันไม่รอ
พรึบ
ลงมาถึงข้างล่างก็เห็นมันยืนรออยู่ข้างรถและโยนกุญแจให้ผม ดีนะผมมือเร็วเกิดรับไม่ทันตกท่อไปล่ะแย่แน่
“มึงขับ เลิกแล้วไปรับกูด้วย” มันพูดแค่นั้นก็ขึ้นรถไปนั่งเบาะข้างคนขับ
“ขอรับคุณชาย” ผมตอบมันอย่างหมั่นไส้ก่อนจะไปส่งมันที่หน้าคณะแพทย์ฯ แล้วขับมาจอดที่คณะตัวเอง แต่ลุงรหัสของผมหรือพี่ชายไอ้กายตาดีเห็นเข้าเลยถามตอนผมเดินผ่านโต๊ะพี่มัน
“ทำไมเอารถน้องกูมาขับ?”
“ก็น้องเฮียให้ผมขับไง” ผมตอบไปตรง ๆ
“กูไม่อยากจะเชื่อ!”
“เชื่อเถอะคร้าบเมื่อเช้ามันโยนกุญแจมาให้ผมเป็นคนขับสงสัยวันนี้มันขี้เกียจมั้ง” ผมบอกพี่มันไปจะมาหาว่าผมขโมยรถน้องตัวเองหรือไง ผมเองก็มีตังค์นะจะซื้อกี่คันก็ไหว
“เชื่อยากว่ะ ไอ้กานต์น้องชายมึงให้ไอ้เพลิงขับรถมามึงเชื่อมันไหม” เฮียกันต์ตะโกนถามเฮียกานต์พี่ชายฝาแฝดอีกคนของไอ้กายเหมือนว่าไม่เชื่อจริง ๆ
“ไม่” แล้วเฮียกานต์ก็ตอบกลับมาทำนองเดียวกัน
“ทำไมอะผมพูดจริง ๆ ไม่เชื่อเฮียถามน้องเฮียเองแล้วกัน วันนี้ผมจะสายละไปก่อนครับหวัดดีครับเฮีย หวัดดีพี่ ๆ” ผมพูดจบก็รีบขึ้นวิ่งขึ้นตึกเลยเพราะอีกห้านาทีจะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว มันแปลกตรงไหนวะเดี๋ยวค่อยถามพวกพี่มันที่หลังแล้วกัน
ครืด ๆ
นั่งเรียนสักพักโทรศัพท์ผมก็สั่นเพราะมีข้อความเข้าผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นเฮียกันต์พี่ชายที่แสนดีของไอ้หมอส่งมาให้
เฮียกันต์ : น้องกูไม่เคยให้ใครแตะรถ’
อะไรนะ ผมอ่านแล้วก็ตกใจไม่น้อยว่าไอ้กายเนี่ยนะจะเป็นแบบนั้น
‘แต่น้องเฮียให้ผมขับจริง ๆ’
ผมพิมพ์กลับไปแม้จะยังงง ๆ อยู่
เฮียกันต์ : แม้แต่กูยังไม่เคยได้จับ
เฮียกันต์ : มึงเป็นอะไรกับน้องกูกันแน่
หืม ไอ้กายหวงรถขนาดนั้นเลยเหรอผมเพิ่งรู้นะเนี่ย
เฮียกันต์ : บอกกูมาไอ้เพลิงมึงสองคนเป็นอะไรกันแน่
‘ก็รูมเมทธรรมดานี่แหละ วันนี้มันคงขี้เกียจขับมั้ง’
เฮียกันต์ : อย่าให้กูรู้ว่ามึงทำอะไรน้องกูนะ
‘ผมจะไปทำไรมันได้ตัวมันก็เถื่อนพี่มันก็โหดขนาดนี้’
เฮียกันต์ : ให้จริง
ติ้ด
ผมปิดการสนทนากับพี่ชายไอ้หมอเถื่อนไว้เท่านั้น แต่สมองผมยังไม่หยุดคิดเรื่องไอ้กายว่าถ้ามันหวงรถขนาดนั้นแล้วทำไมถึงให้ผมเอามาขับ
@โรงอาหารคณะวิศวะฯ
แทบเป็นเรื่องปกติที่จะพบเห็นเดือนแพทย์ควบตำแหน่งเดือนมหา’ลัยพร้อมเพื่อนอีกสองคนที่โรงอาหารคณะวิศวะฯ เหตุผลแรก ๆ พวกมันบอกว่าหนีสาว ๆ ตอนหลังมันติดใจอาหารคณะผมเลยมากันถี่ขึ้น
“ทางนี้เว้ยไอ้เดือนวิดวะ” ไอ้ห่าท็อปแหกปากซะดังจนผมกับเพื่อนต้องรีบเดินเพราะอายที่มันแหกปากเรียกไม่หยุด
“ไอ้ห่าหมอเบา ๆ ก็ได้อายคนอื่นบ้าง” ไอ้เก่งด่าไอ้ท็อปออกมาทันทีที่เดินถึงโต๊ะ
“อายทำไมครับคนเยอะแยะ” ดูนะมันยังจะเล่น
“ได้ไรกินวะวันนี้” ผมเลิกสนใจพวกมันและหันมาถามไอ้กายแทนเพราะปกติถ้ามันมาถึงก่อนมันจะซื้อข้าวเผื่อผม แต่คำว่าปกติของผมคือหลังเกิดเรื่องคืนนั้นนะ แรก ๆ พวกเพื่อนผมกับเพื่อนมันก็มีถามอยู่บ้างแต่พอเจอสายตาเหวี่ยง ๆ ของทั้งผมและไอ้กายส่งให้พวกมันก็หยุดถามและชินตาไปเอง
“ข้าวมันไก่” มันตอบและดันจานของผมมาให้
“เออกำลังอยากกินพอดี” ผมบอกออกมาอย่างดีใจ เหมือนมันจะรู้ใจผมไปหมดเพราะเมื่อคืนผมดูคลิปที่พาไปชิมอาหารแล้วเขาพาไปร้านข้าวมันไก่ ผมนี้ซี้ดเลยอยากกินแต่ติดที่ดึกแล้วคงไม่มีใครขาย
“เออเมื่อเช้าเฮียกันต์ได้คุยกับมึงไหมเรื่องรถ” ผมถามไอ้กายทันทีที่นึกได้
“ไม่...ทำไม?” มันตอบและถามกลับออกมา
“ก็เฮียมึงหาว่ากูขโมยรถมึงมาอะดิ ซักไซ้กูอยู่ได้กูเลยบอกให้ไปถามมึงเองว่ามึงกูขับจริงไหม” ผมบอกแค่นั้นไม่ได้บอกว่าพี่มันถามว่าผมกับมันเป็นอะไรกัน
“อืม” อืมคืออะไรวะ บางทีกูก็ไม่เข้าใจมึงนะไอ้กาย แล้วคืออะไรมองบนหัวกูทำไมเขากูงอกเหรอ ผมได้แต่บ่นในใจ
“สรุปว่า?” เสียงดังมาจากด้านหลังจนผมหันไปมองก็เห็นเป็นเฮียกันต์ที่ยืนอยู่ และเมื่อกี้มันคงตอบพี่มันไม่ได้ตอบผม
“ก็ไม่อะไร...ขี้เกียจขับ” ไอ้กายบอกเฮียกันต์ง่าย ๆ เหมือนอย่างที่ผมคิดไว้
“เห็นไหมผมบอกแล้วว่ามันขี้เกียจขับ” ผมยืนยันกับเฮียกันต์อีกครั้ง
“กาย...” เฮียกันต์เรียกชื่อไอ้กายออกมาเหมือนยังไม่ยอมเชื่อ
“ไม่มีอะไรจริง ๆ อย่าคิดเยอะ” ไอ้กายถอนหายใจและพูดออกมา นี่มึงรู้เหรอว่าเฮียมึงถามอะไร บ้านนี้แม่งแปลกอย่างกับคุยกันด้วยโทรจิต แล้วที่ผมสังเกตอีกอย่างไอ้กายจะพูดเยอะเวลาอยู่กับเฮีย ๆ ของมัน แต่ก็ไม่ได้อ่อนโยนอะไรมาก จะมีก็ตอนโทรคุยกับแม่มันที่จะเห็นมันอ้อนบ้าง
“ก็ได้ เฮียจะไม่ยุ่งกับน้องแต่มีอะไรรีบบอกเฮียนะ” เฮียกันต์พูดแล้วเดินอ้อมไปฝั่งไอ้กายขยี้ผมมันเสร็จก็เดินออกไปจากโรงอาหาร เฮียกันต์เองเวลาอยู่กับไอ้กายก็จะกลายเป็นพี่ชายแสนอบอุ่นทันทีไม่เหลือมาดพี่ว๊ากเลย
“เฮียมึงนี่ก็เยอะจังว่ะ จะห่วงอะไรนักหนาวะมึงแม่งก็โตจนจะมีลูกมีเมียแล้วปะ” ผมบ่นเฮียกันต์ที่ห่วงเกินเหตุทั้งที่ไอ้กายเองก็โตแล้ว
“ใช่กูโตจนมีเมียได้แล้วแต่ลูกยังไม่มี”
แค่ก ๆ แค่ก ๆ มันพูดจบผมก็สำลักทันทีเพราะคำว่าเมียที่มันพูดออกมาแล้วมองหน้าผมเหมือนจะสื่ออะไร
“เฮ้ยเป็นไงบ้างวะไอ้เพลิง แดกยังไงให้สำลัก” ไอ้เก่งที่นั่งข้าง ๆ ผมยื่นน้ำให้และบ่นไปลูบหลังไป แต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่าไอ้กายมันปล่อยรังสีพิฆาตออกมาก็ไม่รู้ แถมหน้าแม่งก็เป็นส้นตีนเลย นี่มึงเป็นอะไรเมื่อกี้ยังทำหน้ากวนตีนผมอยู่เลยตอนนี้ทำหน้าเป็นตูดแทนแล้ว
ปึง!
เสียงไอ้กายกระแทกแก้วน้ำแล้วลุกออกไปจากโรงอาหารทันที ทุกคนในโต๊ะมองหน้ากันแบบสงสัยว่าไอ้หมอเถื่อนมันเป็นอะไร แต่ก็ทำได้แค่ส่ายหน้าให้กันเพราะไม่มีใครรู้
“สงสัยเมนส์มา” ผมเป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบ แต่พอเห็นไอ้ท็อปกับไอ้นัทกำลังจะลุกตามไอ้กายเลยห้ามไว้ก่อน
“เฮ้ยพวกมึงรอแป๊บ” ผมบอกพวกมันและรีบวิ่งออกไปแล้ววิ่งกลับมาที่โต๊ะ
“อ๊ะ เอาให้ไอ้หมอเถื่อนด้วย เดี๋ยวเข้าคลาสยาวนี่เมื่อกี้มันกินข้าวนิดเดียว” ผมวิ่งไปซื้อขนมปังกับนมกล้วยรสโปรดของไอ้กายมาฝากให้เพื่อนหมอเอาไปให้มัน
“แหม เดี๋ยวนี้มีเป็นฮงเป็นหวงนะเว้ย” ไอ้ท็อปแซวผมออกมา
“ฮิ้ว... ยังไงกันครับคู่นี่ คู่จิ้นหรือคู่จริง” ที่เหลือเลยโห่แซวตามกัน
ผัวะ ๆ ๆ ๆ ผมจัดให้คนละหนึ่งทีอย่างเท่าเทียมเดี๋ยวหาว่าลำเอียง
“โอ๊ย!! เขินรุนแรงนะมึง” ไอ้ท็อปร้องโวยวายออกมา
“เสือกเป็นอาชีพจริ ง ๆ พวกมึง กูก็แค่กลัวมันปวดท้องแล้วจะมาเดือดร้อนกูต้องดูแล” ผมแก้ตัวกับพวกมันออกไป
“จ้าไม่มีก็ไม่มีจ้า” ไอ้เก่งเบะปากพูด
“เอองั้นพวกกูไปก่อนใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว เดี๋ยวคุณชายหมอจะอดกินขนมและจะปวดท้องเอาเนอะ ๆ ไป ๆ ไอ้นัท” ไอ้ท็อปพูดจบก็ลากคอไอ้นัทให้ตามไปโดยไม่รอให้ผมพูดอะไรต่อ
“ไอ้เพลิง...กูถามมึงจริง ๆ เถอะ มึงกับไอ้หมอกายมันยังไงวะ” พอสองหมอเดินไปสองหน่อวิศวะก็เอ่ยปากถามผมทันที
“ก็ไม่มีอะไรนี่มึงจะให้มีอะไรวะ” ผมตอบออกไป ก็มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะหลังจากเหตุการณ์วันนั้นผมกับไอ้กายก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปจากการเป็นรูมเมทกัน
“มึงอาจไม่รู้ตัวนะไอ้เพลิง...แต่พวกกูสังเกตนะว่ามึงสองคนมันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ แต่เอาเถอะมึงว่าไม่ก็ไม่แต่อย่าให้เส้นผมบังภูเขาจนสายไปล่ะ ไอ้กายมันเป็นถึงเดือนมหา’ลัยคนเข้าหามันเยอะ มึงเองก็ใช่ย่อยไม่ได้น้อยไปกว่ามัน บางทีอยู่ใกล้กันเกินไปอาจไม่รู้สึกมีแค่คนรอบนอกอย่างพวกกูที่สัมผัสได้ว่ามึงสองคนมีอะไรพิเศษต่อกัน อย่าให้รู้ตัวกันเมื่อสายเกินไปแล้วกันนะ” ไอ้เก่งร่ายยาวแบบไม่ติดกวนตีนเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ แต่ผมก็งงนะผมสองคนเหรอมีอะไรพิเศษต่อกันผมว่าพวกมันคิดไปเองมากกว่า
“พวกมึงคิดกันไปเอง ไปเถอะจะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว” ผมบอกปัดความคิดพวกมันแล้วเดินหนีขึ้นตึกเรียนไป
อีกด้าน
“เอานี่ไอ้คุณชายเดือนวิศวะฝากมาให้มึง บอกว่ามึงกินข้าวไปนิดเดียวเดี๋ยวปวดท้อง” ท็อปยื่นขนมให้กายพร้อมบอกคำพูดที่เพลิงพูดไว้
“ขอบใจ” กายรับถุงขนมไว้และแอบยกยิ้มที่มุมปากเพียงนิดหน่อยแต่ท็อปกับนัทก็ทันได้เห็น ช่วงนี้เดือนทั้งสองคนนี้มีอะไรแปลก ๆ ต่อกันโดยที่ทั้งคู่อาจไม่รู้ตัวแต่พวกเขาที่เป็นเพื่อนสังเกตได้ แค่ไม่อยากพูดอะไรเยอะมีแซว ๆ เล่นนิดหน่อยเพราะคิดว่าถ้ามีอะไรที่สองคนนี้อยากบอกก็คงบอกเอง
@คณะแพทย์ฯ 16.10น.
ตืด.... ตืด.....
“อยู่ไหนแล้ววะ”
‘5นาที พอดีอาจารย์เพิ่งปล่อย’
“เออ ๆ รีบมาแล้วกันกูจะโดนลากไปกินแล้ว คณะมึงแม่งมีแต่คนของขาดเหรอวะมองกูแทบกลืน” ผมเร่งให้มันรีบมาเพราะกลัวสายตาคนคณะมันจริง ๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกมันถึงชอบไปกินข้าวคณะผม
ติ้ด
“อ้าวไอ้เชี้ยคิดจะวางก็วางเนอะ” ผมบ่นเพราะอยู่ดี ๆ ไอ้กายก็วางสายผมเฉยเลย
หมับ
“ไปยัง ยืนอยู่ได้คิดว่าหล่อนักหรือไงยืนอ่อยอยู่นั่นแหละ” ไอ้กายคว้าแขนผมและบ่นออกมายืดยาว กูได้ข่าวว่ามึงเพิ่งมานะไอ้หมอ ผมได้แต่คิดในใจ
ตึก ปึง
มันแย่งกุญแจไปจากมือผมและเปิดประตูฝั่งคนขับก่อนจะเปิดกระจกตะคอกผมอีกครั้ง
“จะไปไหม!!” สัส กลัวแล้วจร้าดุกูเป็นลูกเลยนะมึง
“เออ ๆ เหวอ...” ผมก้าวขึ้นรถปุบมันก็เหยียบคันเร่งเลยเอาซะผมแทบหงายติดเบาะ
“มึงรีบไปตายไหนไอ้เชี้ยหมอ!!” ผมแหกปากด่ามันแต่แม่งก็ไม่ยอมยกเท้าออกจากคันเร่งเพื่อผ่อนความเร็วจนผมต้องรีบคาดเข็มขัดเพราะกลัวตาย
พอออกพ้นมหา’ลัยมาผมกับมันนั่งเงียบมาตลอดทางจนถึงห้างโดยไม่รู้มันโกรธอะไรผม หรือมันโกรธที่ผมด่ามันว่ามาช้า
ปึง!!
“ไอ้กายมึงเป็นอะไร มึงโกรธอะไรกู” ผมเปิดประเด็นทันทีเพราะไม่อยากให้มีอะไรคาใจแบบนี้
“เปล่า”
“สัส กูอยู่กับมึงจนกูรู้แล้วว่าแบบนี้คือมึงไม่พอใจอยู่ แต่มึงโกรธกูเรื่องอะไรเมื่อกลางวันก็ทีแล้ว นี่ก็อีกหรือว่าโกรธที่กูด่าว่ามึงมาช้าเหรอ?” ผมพูดออกมาอย่างเหลืออดและลองตั้งข้อสงสัยออกมาแล้วถามมันดู
“ก็กูบอกว่าเปล่าไง!” มันตะคอกใส่ผมอีกครั้ง
“เออเรื่องของมึงสัส ถ้าเป็นแบบนี้งั้นกูไปซื้อของคนเดียวแล้วกันกูไม่อยากรองรับอารมณ์มึงทั้งที่กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากูทำอะไรผิด” ผมพูดจบก็เดินแยกจากมันไปเพราะตอนนี้อยู่ใกล้กันก็ทะเลาะกันเปล่า ๆ
หมับ
“ขอโทษ” มันคว้าแขนผมเอาไว้และพูดขอโทษออกมา พอผมหันไปมองมันอย่างสงสัยมันเลยพูดออกมาอีก
“ทำไมมึงไม่รอในรถ ยืนรอทำไม” แต่ผมยิ่งไม่เข้าใจว่าแค่ออกมายืนรอนอกรถมันจะโกรธทำไมและยิ่งไม่เข้าใจคำว่าขอโทษของมันเข้าไปใหญ่
“กูไม่เข้าใจ” ผมบอกมันอย่างที่ผมคิด
“ช่างเถอะเอาเป็นว่ากูขอโทษที่อารมณ์เสียใส่มึง วันหลังถ้ามารอก็รอในรถแล้วกัน” มันบอกผมด้วยเสียงอ่อนลงแต่ผมก็ยังไม่เข้าใจสิ่งที่มันพูดอยู่ดี
“เออ ๆ ช่างมึงเหอะ แต่ที่หลังถ้ามึงจะโกรธอะไรกูมึงช่วยบอกกูหน่อยว่ากูทำอะไรผิด” ผมพูดตัดบทให้
“อืม” มันตอบรับแค่นั้นผมเลยพยักหน้าว่าจบเรื่องกันแล้ว
เราสองคนเดินซื้อของกันสักพักก็เริ่มหิวเลยแวะหาอะไรกินที่ห้างเลยจะได้ไม่ต้องกลับไปทำ พอกินเสร็จเราก็เตรียมกลับหอกัน
ติ้ง ติ้ง
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของผมกับไอ้กายดังขึ้นพร้อมกันน่าจะเป็นไลน์กลุ่มของพวกผม ผมเลยเปิดดูส่วนไอ้กายมันขับรถอยู่
กลุ่มคนหล่อเดือนล้อมเทพบุตร (6)
Top : เปิดดูเพจมหาลัยดิ ดังใหญ่แล้วคุณเดือนวิดวะแป๊บเดียวยอดไลค์เป็นหมื่น
Nut : กูก็ว่าทำไมไอ้คุณชายรีบวิ่งลงไปที่แท้กลัวคนขับรถรอนาน
เก่ง กะ เด้ง: เดือนคณะกูก็รีบพอกันกูก็ว่าเลิกปุบออกจากห้องเลยมันรีบไปไหน
กล้า แกร่งดุจหินผา : เขารูมเมทกันพวกมึงก็….
‘พวกมึงเป็นเชี้ยไรกันนักหนา’
Top : แนะนำให้ไปดูเพจมหาลัยนะครับ
ผมอ่านข้อความพวกมันแล้วกดปิดแอปสีเขียวเข้าแอปสีฟ้าแทน
**รูปเพลิงยืนพิงรถของกาย
Cute boys & girls U y
อุ๊ยๆ มีมือดีถ่ายรูปสุดหล่อว่าที่วิศวะได้ แต่!!! ไม่ใช่ที่คณะวิศวะฯนะ แต่เป็นคณะแพทย์แถมวงในยังบอกมาอีกว่ารถที่เดือนวิศวะพิงเป็นของหมอกายเดือนมหา’ลัยของเรานั่นเอง เอ๊ะยังไงมีอะไรในกอไผ่ไหมนะ แอดจะพาพวกไปขุดหา
15K ถูกใจแล้ว
“ใครแม่งถ่ายวะไม่หล่อเลย หน้าบึ้งสัส” ผมดูและบ่นให้คนถ่ายรูปแต่พออ่านคอมเม้นต์ก็ต้องตาโต
ดีดี้ ไม่ได้เป็นดี้ : ช้านลงเรือลำนี้ #กายเพลิง #เดือนเดือน
ส้มไม่ซ่า แต่อ้าไม่หุบ : โอ๊ย!! อยากเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้จัง
ชื่อแมนครับ แต่ไม่แมนนะ : ฟินนนนนจิกจนหมอนขาด ตกลงเขาคู่กันจริง ๆ เหรอ
Wiwi : พวกเขาเป็นแค่รูมเมทกันย่ะ ไปไหนด้วยกันก็ไม่เห็นแปลก
“เชี้ย!! แค่กูไปรอมึงถึงกับเอามาลงเพจมหา’ลัยเลยเหรอ จะจิ้นกูกับมึงอะไรนักหนาวะประกวดเดือนก็จบไปแล้ว” ผมร้องออกมาโดยไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้รถติดไฟแดงแล้วไอ้คนขับก็กำลังเปิดแอปเดียวกับผมอยู่
“หึหึ”
“เมื่อกี้มึงพูดไรปะ อ้าวมึงเปิดดูแล้วเหรอ” มันคงอ่านไลน์แล้วเปิดดูเพจเหมือนผม
“แม่งคนเราก็เนอะไม่รู้จะอะไรนักหนาทำอย่างกับกูกับมึงเป็นดาราไปได้” ผมบ่นไปเรื่อยแต่เมื่อกี้ไอ้กายมันยิ้มเหรอยิ้มอะไรไอ้นี่ก็ขยันทำให้ผมงงจัง
แพทตี้ ไม่ใช่แพททริค : ไม่อยากเมาส์น้องหมอมากินข้าวที่คณะวิดวะเกือบทุกวันนะจ๊ะ
Zindy 69 96 : วิศวะยกขันหมากมาขอน้องหมอกูเลย กูปั้นให้น้องเป็นเดือนเป็นสมบัติของคณะแพทย์แต่วิศวะมาฉกไปแบบนี้ไม่ได้
แพทตี้ ไม่ใช่แพททริค : เดี๋ยวขอผ่านพี่ชายน้องหมอเองก็ได้ @ G Gun @G Gan
G Gun : กูไม่ยกน้องกูให้ใคร
G Gan : อย่ายุ่งกับน้องกู
Q ไม่เล็กนะครับ : @แพทตี้ ไม่ใช่แพททริค มึงก็ไปเรียกมันมารู้อยู่ว่ามันหวงน้องหมอแค่ไหน
TopFrom : ตกลงคุณเป็นอะไรกัล @P Patchara @G G
P Patchara : เป็นพ่อครัว
P Patchara : เป็นคนขับรถ
P Patchara : เป็นคนรับใช้
P Patchara : เป็นรูมเมท
P Patchara : มึงจะให้กูเป็นอะไร @TopFrom
G G : เป็นทุกอย่าง
Nut Nut : ให้เธอแล้ว
Wear : จบแยก #เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว เจ้าของมาตอบเอง ใครลงเรือลำนี้ปรบมือรัว ๆ
“อ้าว มึงเม้นต์ไรของมึงไอ้กาย!!” ผมตะโกนถามมันลั่นรถ
“รำคาญเลยตอบให้ไงจะได้ไม่ต้องเลือก”
“ต่อไปมึงได้รำคาญจริง ๆ แน่ ไอ้เชี้ยนัทอีกตัวเสือกมาต่อจนได้เรื่อง” ผมนั่งหงุดหงิดอยู่ในรถจนถึงหอ ส่วนตัวก่อเรื่องลั้ลลาอะไรก็ไม่รู้แม่งมีผิวปากอี้ก สงสัยไอ้หมอแม่งเป็นไบโพลาร์
************************