“เด็กอนามัยจัดอย่างคุณวุ้นง่วงแล้วสินะครับ”
ภาสกรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวปิดปากหาว หลังจากตกลงกันได้เธอก็ให้เขาขยับไปนั่งห่างอีกหน่อย
“อนามัย?”
คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน พร้อมพึมพำอย่างสงสัย
“ก็เห็นต้องกลับก่อนห้าทุ่ม แถมนี่เพิ่งห้าทุ่มครึ่งคุณก็หาวตาโรยแล้ว”
เขาพูดพร้อมยิ้มบางราวเอ็นดูเธอทำเอาพนิดาหน้างอแล้วลุกขึ้นขณะบอก
“ใช่ พี่ง่วงแล้ว ซันก็กลับได้แล้วล่ะ”
อีกฝ่ายฉุดข้อมือเธอไว้ทันทีที่จบประโยค พอมองแล้วก็ต้องถอนหายใจยาว แววตากับสีหน้าคนตัวโตเห็นชัดว่าพยายามอ้อนสุดฤทธิ์
“ผมยังไม่อยากกลับเลย”
“ซันก็เห็นว่าพี่ง่วงแล้ว”
“แต่ผมเหงาคุณวุ้นก็รู้”
“จะให้พี่ทำยังไงล่ะจ๊ะ ซันจะอยู่กับพี่ทั้งคืนหรือไง”
พูดออกไปแล้วก็พลันใจวูบวาบ เมื่ออีกฝ่ายเงียบแต่แววตาแสดงความต้องการออกมาอย่างชัดเจน ทำเอาคนมองต้องส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่ได้”
“นะครับ”
“ไม่”
“โธ่ คุณวุ้นครับ”
ครั้งนี้พนิดาบิดข้อมืออกจากมือหนา รู้สึกว่าชายหนุ่มได้ใจมากไปแล้ว หากเธอไม่ใจแข็งเขาก็ได้คืบจะเอาศอก
“พี่ยอมซันถึงขนาดนี้แล้ว วันนี้น่าจะพอแค่นี้ได้แล้วนะ”
เธอเอ่ยอย่างใจเย็น น้ำเสียงหวานอ่อนโยนไม่มีความฉุนเฉียวแต่อย่างใด
“แต่ผมอยากอยู่กับคุณวุ้นนี่ครับ คุณทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นจริงๆ ไม่อยากกลับไปห้องเลย กลับไปก็หลับไม่ลง”
ภาสกรไม่ได้พยายามจะยื้อร่างบางเอาไว้ เขายอมปล่อยมือหญิงสาว นั่งเฉย เก็บไม้เก็บมือ เมื่ออยากชนะเกมการต่อรองนี้เขาก็ต้องทำให้อีกฝ่ายเชื่อใจ วางใจในตัวเขา
“ยังไงพี่ก็ไม่โอเค”
เธอยืนยันกลับไป
“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ”
พนิดาเงียบ ไม่ตกลงง่ายๆ เขาก็สำทับซ้ำ
“ถ้าคุณวุ้นไม่สบายใจ ผมสัญญาว่าจะอยู่แค่ข้างนอก ไม่ก้าวเข้าห้องนอนของคุณเด็ดขาด”
นั่นไม่ได้เป็นการการันตีเลยว่าเธอจะปลอดภัย เพราะหากคิดจะล่วงเกิน ในห้องหรือนอกห้องก็ได้ทั้งนั้น ทว่าพนิดาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะไม่อยากกลับคอนโดของตัวเองจริงๆ มากกว่าวางแผนทำอะไรเธอ หากเขาจะทำ เพียงก้าวเข้าห้องมาก็มีโอกาสแล้ว แต่เธอยังปลอดภัยมาจนถึงตอนนี้
หลังจากทบทวนอยู่ครู่หนึ่งพนิดาก็พยักหน้ารับ ยังไม่ทันได้พูดร่างสูงกำยำก็ลุกพรวดโผเข้ามากอดเธอ
“ขอบคุณครับ คุณวุ้นน่ารักที่สุด”
จบคำพูดยังหอมแก้มเธอซ้ำมาอีกแล้วก็หยุดชะงัก ใบหน้าขาวคมถอยห่างออกไปส่งยิ้มอ้อน
“เอ่อ ขอหอมนะครับ”
เมื่อไม่อาจห้ามได้แล้วหญิงสาวก็ได้แต่มองตอบด้วยสายตาดุ แล้วถอนหายใจอย่างระอา
“ปล่อยพี่จ้ะ”
เสียงหวานราบเรียบ ดวงหน้าสวยนิ่งจนคนอ้อนไม่อยากเสี่ยงจึงยอมปล่อยเจ้าของร่างนุ่ม แต่ยังยิ้มในหน้าให้รู้ว่าเขาดีใจที่เธออนญาตให้อยู่ด้วย
“ที่นี่ไม่มีอะไรนะ ถ้าจะดื่ม มีแค่น้ำเปล่ากับน้ำส้ม ซันคงจะเบื่อหน่อย”
“ไม่หรอกครับ มีคุณวุ้นอยู่นี่นา”
“พี่จะนอนแล้วจ้ะ”
ภาสกรพูดไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายบอกอย่างนั้น แม้จะทำท่าเหมือนยอมจำนนหากในหัวคิดหาทางทำอะไรสักอย่าง ขณะร่างสูงกำยำนั่งลง ให้หญิงสาวได้พักผ่อนตามที่ต้องการ
“งั้นเชิญคุณวุ้นครับ ผมจะนั่งดื่มน้ำส้มอยู่ตรงนี้”
การที่ชายหนุ่มไม่ฝืนดื้อดึงและยินยอมง่ายดายทำให้พนิดาอดขมวดคิ้วแปลกใจไม่ได้ แต่ก็หันหลังเดินจากมา เมื่อหันกลับไปมองอีกครั้งก็รู้สึกเหมือนท่าทางของเขาดูเศร้านิดๆ หากเธอก็พยายามไม่มองนานนัก คิดว่าที่ตนให้อีกฝ่ายอยู่ต่อได้ก็ถือว่าใจดีกับเขามากแล้ว
ตาคู่คมเหลือบมองร่างบางที่เข้าห้องนอนไปพร้อมยกแก้วน้ำส้มของตนขึ้นจิบ มุมปากได้รูปยกยิ้มเล็กน้อย
พนิดาอาบน้ำเสร็จแล้วก็มานั่งพิมพ์งาน ทว่ากลับพิมพ์ได้ไม่ถึงห้าบรรทัดด้วยซ้ำ เธอมีโน้ตบุ๊กอยู่ที่นี่ด้วยแม้จะไม่ค่อยมาพัก หากก็ตั้งใจใช้ที่นี่เป็นที่เขียนนิยายของตัวเอง เธอเริ่มกลับมาเขียนนิยาย หลังจากวางพล็อตและหาข้อมูลมาพักใหญ่แล้ว หญิงสาวคิดว่าจะคุยกับบิดาขอพักที่คอนโดในคืนวันศุกร์กับเสาร์เพื่อทำงาน กลับบ้านเช้าวันอาทิตย์
เกิดเรื่องในธนัญการทำให้เธอรู้สึกว่าอยากกลับมาเขียนนิยาย ไม่ใช่อยากทิ้งงานของที่บ้าน แต่แค่อยากทำในสิ่งที่ตัวเองรักบ้าง ให้ความสุขกับตัวเองบ้าง ไม่จมอยู่กับงานที่บริษัทจนจิตตกด้วยความเครียด
เมื่อเห็นว่างานไม่คืบหน้าแล้วตนก็ง่วงจัดพนิดาจึงคิดว่านอนดีกว่า แต่ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ข้างนอกเป็นอย่างไร จึงตั้งใจออกไปดูสักหน่อย
ข้างนอกเงียบ ภาสกรไม่อยู่ที่โซฟา พนิดามองไปยังระเบียงตามสัญชาตญาณแล้วก็เห็นร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ที่เก้าอี้
“อยากอาบน้ำไหมจ๊ะซัน”
เธอเดินไปถามโดยยืนอยู่ข้างในไม่ได้ก้าวออกไปยังระเบียง
ชายหนุ่มหันมามอง สบตากันแล้วเธอก็แอบถอนหายใจบางเบา ท่าทางอีกฝ่ายดูเหงา แม้เขาจะส่งยิ้มให้เธอก็ตาม แต่เมื่อเห็นแก้วน้ำส้มอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ แล้วเธอก็อดยิ้มไม่ได้เหมือนกัน
“จิบน้ำส้มแทนเหล้าไปกี่แก้วล่ะ ระวังจะสอดท้อง”
“นั่นสิครับ ดื่มไปแก้วที่สามรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาแล้วเนี่ย”
พนิดาหัวเราะเบาๆ กับคำบอกของเขา
“เข้ามาเถอะ นั่งข้างนอกยุงไม่กัดหรือไง อยู่ชั้นสูงยุงก็บินมาได้นะ แล้วนี่ยังเปิดประตูไว้อีก แถมดึกกว่านี้น้ำค้างลงด้วย”
ภาสกรยอมลุกตามมาโดยง่าย เธอจะยื่นรับแก้วจากเขาไป แต่ชายหนุ่มส่ายหน้า
“ไม่เป็นไรครับ ผมล้างเอง”
“งั้นเดี๋ยวพี่เอาผ้าขนหนูกับเสื้อคลุมมาให้ก็แล้วกันนะ ที่นี่มีเครื่องซักผ้าอยู่ วินซักเสื้อผ้าได้เลยจ้ะ เช้าคงแห้งอยู่ จะได้ไม่ต้องใส่ซ้ำ”
เธอบอกพร้อมเดินนำร่างสูง ไม่ได้เห็นว่าสายตาคมมองตนเองอย่างไร
“ครับ”
ในตอนแรกพนิดาตั้งใจเอาผ้าห่มกับหมอนออกไปให้ชายหนุ่มในระหว่างที่เขาอาบน้ำอยู่ที่ห้องน้ำด้านนอก คอนโดเธอมีสองห้องน้ำ แขกสามารถใช้ห้องน้ำด้านนอกได้เลย ส่วนห้องนอนก็มีห้องน้ำในตัว หญิงสาวเลือกที่นี่เพราะชอบตรงนี้ แต่อนงค์นางโทรมาก็เลยคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง หากเธอก็ไม่ได้พูดเรื่องภาสกร กลัวเพื่อนจะเข้าใจผิดและเป็นห่วง
เมื่อหอบของออกมามองซ้ายมองขวาไม่เห็นอีกฝ่ายจึงโล่งใจ คิดว่าเขายังอยู่ในห้องน้ำ ร่างบางเอาของไปวางเรียบร้อยก็หันกลับจะเข้าห้องแล้วกลับต้องสะดุ้งเพราะเจอเข้ากับร่างสูงกำยำที่มาอยู่ด้านหลังตนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“อุ๊ย ซัน”
พนิดาอุทานเสียงเบาหวิว อุตส่าห์พยายามเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากันในตอนชายหนุ่มอยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อยนัก แต่ก็ยังพลาดอยู่ดี
“ออกจากห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไร ไม่เห็นได้ยินเลย”
“ผมเอาเสื้อผ้าไปซักครับ”
เดินผ่านห้องครัวไปจะเป็นระเบียงส่วนซักล้าง คงเพราะอย่างนี้เธอถึงไม่ได้ยินเสียงประตู
“พี่เอาหมอนกับผ้าห่มมาให้”
หลังจากบอกไปแล้วแทนที่ชายหนุ่มจะเลี่ยงหลบให้เธอ เขากลับก้าวเข้ามาช้าๆ ทำเอาพนิดาต้องถอยหลังก้าวหนึ่ง
“ซันหลบหน่อยสิ พี่จะกลับห้อง”
ร่างสูงกำยำขยับตัวเล็กน้อย เธอจึงจำต้องดินผ่านเขา พยายามไม่คิดมากและไม่ถูกตัวอีกฝ่าย แต่แล้วก็ถูกรวบตัวเอาไว้จนได้
“ซัน ปล่อยพี่”
แทนที่จะปล่อยตามที่เธอบอกภาสกรกลับอุ้มตัวเธอขึ้นชนิดที่ยกได้อย่างง่ายดาย เขากอดอยู่ด้านหลังแล้วพาทิ้งตัวลงไปนอนบนโซฟา
“เอ๊ะ จะทำอะไร บอกให้ปล่อยไง”
“ผมไม่ทำอะไรหรอกครับ”
เสียงทุ้มพึมพำอยู่เหนือผมของเธอ ร่างหนาที่ใส่เพียงเสื้อคลุมเบียดซ้อนชิดแผ่นหลังบาง พนิดาเริ่มตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ได้แต่ต่อว่าตัวเองที่ตัดสินใจผิดใจดีกับชายหนุ่มเกินไป
“ไม่ทำอะไรแล้วทำไมต้องกอดพี่ แล้วยังพาลงมานอนแบบนี้อีก เห็นว่าพี่ใจดีเลยคิดว่าจะทำอะไรก็ได้เหรอ”
เธอทำน้ำเสียงให้เข้มขึ้นเพราะเคืองเขาแล้วจริงๆ
“ไม่ใช่ครับ”
แขนกำยำกระชับร่างเธอ พอพนิดาดิ้นตั้งใจศอกกลับใส่เขาก็จับแขนทั้งสองของเธอให้ชิดกันเข้าไว้ ขาแกร่งเปลือยเปล่าเคลื่อนขึ้นมาเกี่ยวขาเรียว ปิดกั้นการหนีของเธอโดยสิ้นเชิง ไม่แน่ใจว่าเสื้อคลุมเขาหลุดไปถึงไหนแล้วเพราะเธอรู้สึกว่าแผ่นอกกำยำแทบเรียกว่าไม่มีผ้าปกคลุมเลยด้วยซ้ำ กล้ามเนื้อแข็งแรงที่โอบล้อมสร้างความหวาดหวั่นอย่างน่าตกใจให้หญิงสาว
“แหม คุณวุ้นดุจัง ผมชักกลัวแล้วสิ”
“ยังเล่นลิ้นอยู่ได้ ซันไม่กลัวพี่จริงหรอก”
“กลัวจริงสิครับ ผมกลัวคุณวุ้นไม่รักออก”
ลมหายใจร้อนรุมกระซิบข้างหู ปากอุ่นคลอเคลียใกล้ใบหูและแก้ม พนิดารู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ ใจดวงน้อยกระตุก ภายในอกสั่นหวิวไปกับคำพูดทุ้มนุ่มชวนฟังนั้น
“งั้นก็ปล่อยพี่สิ”
“คุณวุ้นก็รู้ว่าผมขาดความอบอุ่น”
เสียงทุ้มยังอ้อนซ้ำ ริมฝีปากกระด้างยังแตะแผ่วผิวที่ใบหูขณะขยับพูดจนเธอต้องย่นคอเพราะความสยิว
“ผมต้องมีคนกล่อมถึงจะหลับ”
คนได้ยินไม่สบายใจ ตัวสั่นทั้งใจยังหวั่นไหวไม่น้อย ไม่รู้ว่า ‘กล่อม’ ของเขากินความหมายแค่ไหน จึงทำเป็นไม่เข้าใจ
“กล่อมอะไร พี่กล่อมไม่เป็นหรอก ร้องเพลงเพี้ยน”
หญิงสาวบอกปัดไป ให้รู้ว่าเธอไม่สนใจช่วยเขา
“โธ่ คุณวุ้น ผมโตขนาดนี้แล้ว ใครจะอยากให้ร้องเพลงกล่อมกันล่ะครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยเจือน้ำเสียงราวสนุก นั่นยิ่งทำให้พนิดาไม่พอใจ
“พี่ไม่เล่นด้วยนะ ปล่อยพี่”
อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยแถมยังพลิกตัวเธอกลับมาหาส่วนเขาขยับลงต่ำเล็กน้อย วางหัวบนไหล่เธอ พนิดาฝืนตัวแข็งด้วยความกลัวหากชายหนุ่มก็ไม่ทำอะไรมากกว่านี้ แขนกับขายังกอดเธอไม่ยอมคลาย
“แค่ขอกอด แล้วก็อยากให้คุณวุ้นกอด ลูบหัว ไม่ทิ้งผมไปก่อนผมจะหลับ นะครับ”
พนิดาใจอ่อนยวบ ทั้งที่ไม่อยากตามใจเขา แต่สิ่งที่ชายหนุ่มขอก็ไม่ได้มากมาย เธอคงไม่เชื่อหากอีกฝ่ายมีทีท่าคุกคาม ทว่าเขาเพียงกอดและซบเธอไม่ห่างเท่านั้น สุดท้ายเธอก็ใจไม่แข็งพออีกเช่นเคย
มือบางยกขึ้นลูบผมสั้นของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา แม้จะเกร็งไปทั้งตัวไม่รู้สึกผ่อนคลายสักนิดเพราะมีร่างสูงกำยำกล้ามแน่นไร้เสื้อผ้าแนบชิด ยังดีที่สะโพกแกร่งห่างจากเธออยู่บ้าง ชายหนุ่มเองก็คงระมัดระวังไม่น้อย ไม่อย่างนั้นอะไรต่อมิอะไรคงทำให้สติเธอกระเจิงมากไปกว่านี้
ปากได้รูปยกยิ้มพอใจ จมูกสูดดมกลิ่นหอมหวานอ่อนละมุนเข้าปอด ร่างนุ่มนิ่มในชุดนอนผ้าบางมันลื่นเย้ายวนใจแม้จะเป็นแบบแขนยาวกางเกงขายาวก็ตาม แน่นอนว่าเขาต้องข่มใจข่มร่างกายตนเองไม่น้อยเลยทีเดียวที่ดึงหญิงสาวมานอนกกกอดอย่างนี้ ทว่ามันก็คุ้มค่าที่จะแลกหากมันจะทำให้พนิดาเชื่อใจเขา
เรื่องผู้หญิงภาสกรรู้จักมาเยอะหลายแบบหลายแนว และใช่ว่าไม่เคยนอนกับผู้หญิงอายุมากกว่า แต่กับเจ้านายเก่าของเขา ชายหนุ่มรู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้อีกฝ่าย ใกล้เคียงกับความรู้สึกที่เขามีกับญาดา ทว่าต่างกันตรงที่เขารู้สึก ‘เสน่หา’ พนิดา เขาไม่เคยอยากจูบญาดาเหมือนที่เคยแอบมองคนในอ้อมกอดในคืนที่ช่วยเธอเอาไว้
ภาสกรไม่ได้คิดว่าเขาสนใจเธอในตอนนั้น ชายหนุ่มเข้าใจว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบตามประสาหนุ่มที่เห็นสาวสวยเซ็กซี่หุ่นน่ากอดอยู่ใกล้มือ ทว่าคืนนี้เขามั่นใจว่า เขามองพนิดาในแบบชู้สาวเพราะอยากคว้าอีกฝ่ายมากอดอยากจูบแก้มนวลซับน้ำตาให้ทันทีที่เห็นน้ำตาของเธอ
เช้านี้พนิดาลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวทำอาหารง่ายๆ ขนมปังปิ้งกับกาแฟแต่เช้าตรู่ เพราะตนเองบอกกับบิดาไปแล้วว่าจะรีบกลับ เมื่อคืนเธอเผลอหลับไปในอ้อมกอดภาสกร แล้วก็รู้ตัวขึ้นหลังจากนั้นพักใหญ่เพราะอึดอัด พยายามลุกชายหนุ่มก็ปล่อยโดยง่ายแล้วเขาก็หลับต่อเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น ตอนหลับภาสกรดูเหมือนเด็กหนุ่มไม่มีพิษมีภัยต่างจากตอนที่เขารุกเธอลิบลับ
นึกได้ว่าอีกฝ่ายซักผ้าเอาไว้จึงเอาออกมาตากให้เขา โดยมีเพียงเสื้อกับกางเกง หมายความว่าเขาไม่ได้ใส่แค่เสื้อคลุมโล่งโจ้ง
ไม่นานภาสกรก็โผล่หน้ามาในห้องครัวแล้วส่งยิ้มบางให้เธอ
“คุณวุ้นตั้งใจปลุกผมใช่ไหมครับ กลิ่นกาแฟกับขนมปังหอมฉุยเลย”
“จะรีดชุดไหมจ๊ะ พี่จะได้เอาเตารีดมาให้”
พนิดาถามกลับ ไม่ตอบเขาเพราะเธอตั้งใจปลุกด้วยกลิ่นอาหารจริงๆ
“ขอบคุณครับ เมื่อคืนคุณวุ้นเอาเสื้อผ้าผมออกมาตากให้สินะครับ”
หญิงสาวเพียงยิ้มรับ แล้วนั่งลงเตรียมจะกินมื้อเช้า
“กินก่อนสิจ๊ะ”
เธอเอ่ยขณะที่ร่างสูงกำยำเหมือนจะเดินผ่านไปตรงระเบียงซักล้าง แต่แล้วเขาก็หยุดก้มลงมาจูบบนผมเธอ ทำเอาพนิดาหลังเกร็งไม่กล้าขยับ
“ครับ”
ภาสกรตอบรับเสียงทุ้ม จากนั้นก็ยืดตัวขึ้นเดินกลับไปนั่งฝั่งตรงข้าม ยิ้มกว้างมองอาหารตรงหน้าตาวาว
“หิวพอดีเลย”
คนที่หน้าร้อนกับการกระทำของเขาได้แต่อ่อนใจอดอมยิ้มตามไม่ได้ที่อีกฝ่ายกลับมาทำตัวเป็นเด็กหนุ่มอีกแล้ว
ครู่ใหญ่หลังชายหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย พนิดาก็ออกจากห้องพร้อมอีกฝ่าย ภาสกรขับรถหญิงสาวมาที่ร้านอาหารเมื่อวาน
“ผมขอเจอคุณวุ้นทุกเย็นวันศุกร์ได้ไหมครับ”
ภาสกรบอกก่อนจะลงจากรถ
“พี่กลับบ้านทุกวัน ถ้ามาพักคอนโดต้องขอคุณพ่อก่อน ยังไม่รู้เลยว่าจะมาพักวันไหน”
พนิดายังไม่อยากบอกว่าความจริงเธอตั้งใจขอบิดามาเขียนนิยายที่คอนโดอยู่แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าท่านจะอนุญาตหรือไม่ อีกอย่างเธอไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นว่าจะขออะไรจากเธอก็ได้
“แต่ถ้าไม่ได้เจอคุณวุ้น ผมก็ต้องออกไปเที่ยว”
แม้ชายหนุ่มจะทำหน้าอ้อนแต่พนิดามองออกว่าเขากำลังใช้ความเจ้าเล่ห์กับเธอ
“อืม นั่นสินะ ซันต้องมีอกสาวให้ซบนี่ ถึงจะนอนหลับได้”
เธอพูดไปราวไม่แคร์ใดๆ ทำเอาใบหน้าขาวคมส่ายหน้าไป ท่าทางแสดงออกชัดเจนว่าเซ็งจัด
“คุณวุ้นอะ ผมอยากซบอกคุณวุ้น ไม่ใช่อกคนอื่น”
เสียงทุ้มออกไปทางงอแงจนพนิดานึกอยากขำแต่ก็เม้มปากกลั้นเอาไว้แทน
“คุณวุ้นมาพักที่คอนโดให้ได้นะครับ ผมจะรอ”
มือหนายื่นมาจับมือเธอเขย่าเบาๆ พร้อมส่งสายตาออดอ้อนเต็มที่ทว่าพนิดาก็ยังไม่ได้รับปาก บอกชายหนุ่มไปเพียงว่าหากมาพักได้เธอจะบอกเขา
ในเมื่อทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ภาสกรก็จำต้องยอมปล่อยให้หญิงสาวกลับบ้าน แต่ก็ไม่ลืมขอเบอร์ส่วนตัวพนิดาไว้ด้วย
======