NOT
@คอนโดแสนสวย
แอร๊ดดดดด...
ผมเบรกรถทันทีที่มาถึงจุดที่ยัยหมวยบอก และพออ่านชื่อคอนโดผมก็ท้อใจทันที คือขนาดชื่อคอนโดมันยังมั่นหน้าแล้ว แล้วคนอยู่จะขนาดไหนคิดดูดิ
"หัวยุ่งหมดเลย" เสียงเล็กบ่นอิดออดเมื่อพยายามลงจากท้ายรถผม
"............."
"แล้วหมวกนี้มันถอดยังไงอ่ะพี่น๊อต" เสียงเล็กเอ่ยถามขึ้นเมื่อลงไปยืนตรงพื้นได้สำเร็จอย่างทุลักทุเล สงสัยยัยหมวยคงจะไม่เคยนั่งมอไซต์จริงๆแหละ ดูท่าแล้ว.. แล้วเธอก็ถามผมพร้อมพยายามถอดหมวกกันน๊อคสีดำขนาดใหญ่ของผมออกจากหัวของเธอ เห้อออออออ ผมถอนหายใจยาวก่อนจะเอามือไปล็อคหน้าของเธอไว้ให้อยู่นิ่งๆแล้วปลดล็อคสายหมวกกันน๊อคที่คางเธอให้ ก่อนจะยกหมวกออกจากหัวของเธอ ซึ่งผมก็แถมหลุดขำเมื่อเห็นใบหน้าของยัยหมวยใต้หมวกกันน๊อค
"" สงสัยดูท่าว่าจะโมโหนะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ผมเผ้านี้รุงรังเหมือนรังนกมาก
"ขำอะไรพี่น๊อต" แล้วยัยหมวยก็ถามผมตาขวาง ซึ่งพอผมได้สติผมก็รีบหุบยิ้มทันทีก่อนจะแสร้งทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเดิม
"แพมถามว่าพี่หัวเราะอะไร?" ครั้งนี้ยัยหมวยถามเสียงเข้ทแถมยังมือเท้าเอวมองผมอีก
"เปล่า..ขึ้นห้องไปได้แล้วไป" ผมบอกเธอเสียงพยายามขรึมพร้อมปัดมือไล่ให้เธอไป
"ชิ" เธอจิปากอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าผมไล่เธอแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินเชิ่ดหน้าหันหลังใส่ผม ...
"มาส่งทั้งที...ขอบคุณสักคำก็ไม่มี" แต่เธอเดินออกไปแค่ก้าวเดียวผมก็ทำทีท่าพูดออกมาลอยๆ แบบไม่ตั้งใจให้ใครได้ยินนะ โดยเฉพาะเธอผมไม่ได้ตั้งใจให้เธอได้ยินจริงๆนะเว้ย.
........................
และแน่นอนว่าพอผมพูดออกมาแบบนั้นยัยหมวยก็หยุดเดินทันทีก่อนจะค่อยๆหันหน้ากลับมามองผมที่นั่งรถทำหน้าขรึมตามแบบฉบับของผมซึ่งผมก็ทำทีท่าว่ามองไปทางอื่น
............................
"พี่น๊อต" แล้วเสียงเล็กของยัยหมวยก็เรียกชื่อผมออกมาทันที มันจึงทำให้ผมต้องหันไปมองหน้าสวยของเธอนิ่ง
"ขอบคุณนะคะ...ที่มาส่ง" รอยยิ้มที่เหมือนแค่ยิงฟันของยัยหมวยส่งมาให้ผม นี้ถ้าไม่เต็มใจจะขอบคุณก็ไม่ต้องขอบคุณหรอกนะ...แต่ก็แอบสะใจอยู่น่ะที่คนอย่างยัยหมวยจอมหยิ่งยอมขอบคุณผมถึงจะไม่เต็มใจก็เหอะ จากนั้นยัยหมวยก็หันหลังรีบเดินเข้าไปในคอนโดทันที ส่วนผมหรอ พอเธอเดินลับสายตาไปไม่รู้อะไรดลใจทำให้ผมต้องหลุดยิ้มออกมา ไม่รู้สิ การกระทำของยัยหมวยมันดูน่ารักแปลกๆสำหรับผมอ่ะ พอผมมั่นใจว่ายัยหมวยขึ้นห้องไปแล้วผมก็รีบสวมหมวกกันน๊อคใบใหญ่ของตนเองที่ให้ยัยหมวยใส่เมื่อกี้ก่อนจะเข้าเกียร์รถและขับออกมาจากคอนโดของเธอทันที พอดีว่าพรุ่งนี้มีเรียนบ่ายผมเลยชิลล์มากไปหน่อย แต่ก็ยังทำสัมนา1ไม่เสร็จอยู่ ตอนเช้าคงต้องเร่งทำให้เหมือนเดิม เห้อออออ ชีวิตเด็กวิศวะปี3อ่ะนะ.
MUAYPAM
ฉันพอมาถึงห้องก็รีบอาบน้ำมาร์คหน้าเตรียมเข้านอนทันทีเพราะแบบเหนื่อยอ่ะรอช่างตั้งนานสองนานเหงื่อก็เยอะ จึงต้องรีบทำความสะอาดตัวเอง พออาบน้ำสวมชุดนอนมาร์คหน้าหมักผมเรียบร้อยแล้วฉันก็กะว่าจะนอนแหละถ้าสายตาไม่มองไปเห็นเสื้อช็อปของผู้ชายหน้าโหดคนนั้น..ก็อิพี่น็อคไงจะใครล่ะ... พอนึกถึงตอนที่เขาถอดหมวกกันน๊อคให้ หัวใจฉันมันก็สั่นเหมือนตอนเข้าสวมมันให้ฉัน นี้ฉันเป็นอะไรของฉันกันแน่เนี่ย...
'นิศรุต วงวารไพศาล'
ฉันมองเสื้อช็อปของผู้ชายหน้าโหดพรางในใจก็สับสนกับความรู้สึกของตนเองว่าตอนนี้ฉันเป็นอะไรของฉันกันแน่ ทั้งๆที่ไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลยนะ แล้วทำไมฉันถึงต้องมาเป็นอาการแบบนี้แต่กับอิพี่น๊อตคนเดียวด้วยเนี่ย
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยย ปวดหัว!!!!!
ฉันทิ้งตัวลงกับเตียงนุ่มๆของตนเองทันทีเมื่อคิดอะไรไม่ออก ฉันจะไม่ซีเรียสเด็ดขาดเพราะว่าถ้าฉันซีเรียส ฉันก็จะคิดมาก หน้าฉันมันก็จะมีริ้วรอย เดี๋ยวฉันจะแก่อีก ไม่ได้ๆดังนั้นฉันควรปล่อยวางและพักผ่อนให้เพียงพอแค่นั้น ฟู่ววววววว ฉันถอนหายใจออกมาก่อนจะส่งยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะลุกเดินไปปิดไฟและเข้านอน ...
09.00น.
อืดดดด [เสียงเรียกเข้า]
เห้ยยยยยย!!!!
ใครมันโทรมาก่อความวุ่นวายให้ฉันแต่เช้าเนี่ยรู้ไหมว่าคนจะหลับจะนอนอยู่อ่ะ ไม่มีมารยาทจริงๆเลย ฉันงัวเงียตื่นมาหยิบมือถือที่สั่นอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมาดูในใจนี้คือสาปแช่งคนโทรมาล่ะ นี้ถ้าโทรมาเองไร้สาระแม่จะวีนใส่เลยคอยดู ฮึบ...ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเห็นว่าคนที่โทรมาคือ
[WANDY] ........ยัยแวนดี้!!!!!!!
ฉันตัดสินใจกดรับสายของเพื่อนสนิททันทีที่เห็นว่าเป็นเบอร์ของยัยแวนดี้
"ว่า..."
(แก... วันนี้คือว่างป่ะ?)
"ทำไม?"
(พาไปทำงานเสรีหน่อยสิ) ห๊ะ...ที่นางโทรมานี้คือจะพรากการนอนของฉันเพื่อให้ฉันไปเฝ้านางทำงานกลุ่มวิชาเสรีหรอ? เหอะ...ไม่มีทาง...
"แก..ไปชวน.."
(ฉันชวนมาหมดทุกคนล่ะซึ่งฉันก็โดนเท ดังนั้นเหลือแกคนเดียวเพื่อนรัก) คือ..ฉันอ้าปากพูดยังไม่จบประโยคนางก็จัดหนักใส่ฉันเลย
"แต่ว่า..."
(นะ...ฉันไม่รู้จักใครจริงๆในกลุ่มอ่ะ)
(นี้ก็เพราะพวกแกเลยนะเว้ยที่ทำให้ฉันต้องมาเรียนวิชานี้คนเดียวอ่ะ) ยัยแวนดี้โวยวายขึ้นมาทันที ก็คือแบบว่า ตอนเข้าเรียนใหม่ๆเปิดเทอมวันแรกเขาจะมีให้ลงทะเบียนไง ซึ่งวิชาเสรีคือวิชาเลือกที่เรียนรวมกันทุกชั้นปีและคละคณะเรียนได้ ซึ่งแน่นอนว่าฉัน แมนนี่ เมเม่ลงวิชาเสรีที่เลือกไว้ได้ทัน ส่วนแวนดี้นางลงเรียนวิชาเดียวกับพวกฉันทั้งสามคนไม่ทัน ฉันจึงจัดให้นางลงเสรีวิชาอุตสาหกรรมศิลป์แทน แล้วนางก็จะเอาเหตุผลที่ว่าเพื่อนปล่อยนางไปตายดาบหน้าคนเดียวมาต่อรองตลอด....เห้ออออ แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม?
"อืมๆ แล้วไปกี่โมง" สุดท้ายฉันก็ต้องยอมแหละ...
(10โมง ตอนนี้อยู่หน้าห้องแกเนี่ย) ห๊ะ...ฉันคกใจสุดขีดเมื่อยัยแวนดี้พูดออกมาแบบนั้น สรุปคือมันตั้งใจจะมาลากฉันไปด้วยให้ได้เลยใช่ไหม ไม่ว่าฉันจะปฏิเสธนางก็ตามสิน่ะ..
(มาเปิดประตูเลย) เห้อออออ อยากเบะปากมองบนใส่เพื่อนจริงๆปุ๊บปั๊บตลอด แล้วนี้คือ9โมงแล้ว ให้เวลาฉันแต่งตัวแค่1ชั่วโมงเองหรอ? จะเขียนคิ้วเสร็จข้างหนึ่งไหมเนี่ย... ฟู่วววววววว ฉันถอนหายใจรอบที่ล้านๆก่อนจะยอมลุกออกจากเตียงเดินไปเปิดประตูให้นางแวนดี้เข้ามานั่งรอที่ห้องนั่งเล่นรอ ส่วนฉันก็รีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวทันที เลทก็โทษฉันไม่ได้นะเพราะฉันเป็นมนุษย์ที่แต่งตัวนานมากๆคือถ้าเรียนแปดโมงฉันจะตื่นมาแต่ตีสามครึ่งอ่ะคิดดู ...ก็น่ะ คิ้วคือมงกุฎของหน้า ดวงตาคือที่ดึงดูด จมูกคือจุดเด่น ริมฝีปากคือมุมเซ็กซี่ ดังนั้นฉันจะพลาดจุดไหนจุดหนึ่งไม่ได้แน่นอนค่ะ
11.25น.
"สายเพราะแก แกเลยคนเดียว"
ยัยแวนดี้เดินนำฉันและปากนี้ก็บ่นให้ฉันไม่ยอมหยุด ก็แบบแค่ฉันแต่งตัวนานนิดๆหน่แยๆเอง 9โมงถึง11โมง ทำเป็นไม่ชินไปได้ ชิ แล้วนางก็พาฉันเข้ามาในคณะวิศวะ ใช่ เห็นบอกว่านัดกับเพื่อนคณะวิศวะทำรายงาน แหมมมม ทอมชัวร์แหละ และพอนางพาฉันเดินมาที่จุดนัดพบที่ม้าหินอ่อนใต้ตึก ก็เจอเด็กวิศวะ(ทอม)3คนส่วนคนที่เหลือก็มี พี่ปี2คณะมนุษยศาสตร์ และเพื่อนปี1 คณะอักษรศาสตร์อีก3คน นั่งทำงานกันอยู่
"หมวยแพม" แล้วพอเพื่อนทอม1ในเด็กวิศวะพอเห็นฉันเขาก็ส่งยิ้มมาให้ฉันทันที และทุกคนก็หันมามองหน้าฉันกันหมด จะฮอตเกินไปแล้วนะเนี่ย...
"สวัสดี ขอโทษนะที่มาสาย นี้ก็รอยัยแพมเพื่อนเราแต่งตัวพึ่งเสร็จอ่ะ" แล้วยัยแวนดี้ก็เอ่ยปากขอโทษเพื่อนในกลุ่มทันที
"ไม่เป็นไรหรอก ยิมไม่รู้มาก่อนว่าแวนดี้จะเป็นเพื่อนกับหมวยแพมอ่ะ" เพื่อนทอมวิศวะนามว่ายิมเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ฉัน เห้ออออ เสียใจฉันไม่ชอบแนวนี้อ่ะ จากนั้นแวนดี้ก็พาฉันมานั่งร่วมโต๊ะในกลุ่ม ก็น่ะวิชาเสรีที่แวนดี้เลือก ไม่สิ...ฉันเลือกให้มันคือวิชาอุตสาหกรรมศิลป์ดังนั้นวิชานี้เด็กวิศวะต้องเป็นหัวหน้ากลุ่ม
"ยากมากเลยอ่ะ" ยิมเพื่อนทอมวิศวะพูดขึ้นมาเมื่อหาทางออกของโจท์ยปัญหาข้อนี้ไม่ได้และข้อนี้ก็นั่งทำเอาทุกคนจุกมาจะเป็นชั่วโมงล่ะ
"แล้วเราต้องทำยังไงอ่ะ" หื้มมมมม ฉันเผลอมองบนออกมาเมื่อได้ยินเสียงสองของยัยแวนดี้ที่ถามยิมออกไป
"ต้องให้สายรหัสเรามาช่วยแล้วแหละ" ยิมพูดขึ้นก่อนที่ทุกคนในกลุ่มจะพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นยิมก็หยิบมือถือขึ้นกดส่งข้อความอะไรสักอย่างหาใครบางคนด้วยสีหน้าที่เคร่งเคลียด
..............
"คือว่า...." แล้วพอยิมส่งข้อความเสร็จยิมก็เงยหน้ามาทำหน้าเสียมองหน้าเพื่อนทอมวิศวะในกลุ่มของเขา ที่หน้าจะชื่อพัด กับแอม
"คือว่าอะไรหรอยิม" แวนดี้ถามขึ้นอีกรอบ ทำไมฉันต้องเกลียดเสียงนี้ของเพื่อนตัวเองด้วยเนี่ย
"พี่รหัสไม่ว่าง ...ลุงรหัสเราจะมาแทน"
"ห๊าาา/ห๊าาาา" ทันทีที่ยิมพูดจบ ทั้งพัดกับแอมก็ทำหน้าตกใจอุทานออกมาพร้อมกัน ซึ่งสีหน้าแต่ละคนมันดูไม่ดีเลยแหละ...คืออะไร?
"คือลุงรหัสเราโหดมากอ่ะ" แล้วยิมก็รีบอธิบายให้พวกฉันฟังว่าลุงเขาโหด ดูท่าทั้งสามจะกลัวมากเลยนะทั้งๆที่ยิมเป็นหลานแท้ๆยังมีสีหน้าเกร็งๆแบบนี้ต้องโหดมากจริงๆแหละ. หื้ยยย ฉันชักไม่อยากอยู่แล้วเนี่ย...
"ไง...ทำข้อไหนไม่ได้ว่ะ" เสียงเข้มดังขึ้นมาจากด้านหลังฉันทำให้ ฉัน แวนดี้ เพื่อนคณะอักษร รุ่นพี่ปี2ถึงกับนั่งตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินแค่เสียงของเขา และพัด แอม ยิม ก็หน้าเจือนไปเลย โอ๊ยยยย แค่เสียงก็โหดแล้วนี้ไม่อยากเจอหน้าเลยยย.....
"พะ..พี่น๊อต..สวัสดีฮะ"
""