bc

ห้ามรัก

book_age18+
16
ติดตาม
1K
อ่าน
จบสุข
ผู้สืบทอด
หวาน
เบาสมอง
like
intro-logo
คำนิยม

กษิดิศบังเอิญเจอปนิตาที่ปั๊มน้ำมัน เพราะหมดหนทางเลือกเธอจึงจำใจต้องขึ้นรถไปกับเขาพร้อมกับรับข้อเสนอเป็นเวลาสามเดือน แต่มันไม่จบแค่นั้น เมื่อเธอถูกเขาตะล่อมอย่างหนัก เปลี่ยนสัญญาสามเดือนเป็นสัญญาตลอดไป

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1
1 “มาแล้วเหรอ” น้ำเสียงเย่อหยิ่งของสาววัยกลางคนเอ่ยกับผู้หญิงตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบตึง เมื่อรู้สึกไม่พอใจที่เด็กสาวนัดไม่รู้จักเวลา “ขอโทษค่ะ” คนที่อยู่ในอาการหอบหายใจฮืดฮาดพยายามปรับระดับลมหายใจให้เป็นปกติแล้วก้มหน้าขอโทษพลางน้ำตาตกเมื่อคิดว่าจะพลาดโอกาสสำคัญไป เธอต้องการเงินไปรักษาแม่ที่เกิดอุบัติเหตุจากการถูกรถชนและต้องผ่าตัดขาเพื่อดามเหล็ก ไหนจะต้องเอาเงินที่เหลือไปซื้ออุปกรณ์ทำมาหากินอีก เนื่องจากรถขายลูกชิ้นทอดก็พังไม่เป็นท่าในอุบัติเหตุครั้งนั้น “ฉันไม่ชอบคนไม่ตรงเวลา กลับไปได้ละ เนื้อตัวก็มอมแมม ยังมีหน้าจะมาเสนอขายราคาแพงอีก” หลินหลินมอง ปนิตาแล้วก็เบะปากใส่ ซ้ำร้ายยังพูดจาดูแคลน กวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูตรงไหนก็นึกไม่ออกว่าเธอคือสาวงาม เพราะสภาพที่เห็นตอนนี้นั้นมอมแมมเกินกว่าที่จะชงให้พวกเสี่ยแก่ ๆ รถขายลูกชิ้นทอดพังไปแล้ว หญิงสาวจึงเหลือเพียงแค่จักรยานคันเดียวที่ต้องปั่นทางไกลถ่อมาถึงที่นี่จึงค่อนข้างใช้เวลา กว่าจะมาถึงร่างกายก็อาบด้วยเหงื่อเป็นกะละมัง หน้าตาที่แทมมี่เพื่อนสาวของเธอพึ่งแต่งเติมให้ก็เลอะไปหมด เพราะเป็นเพียงเครื่องสำอางราคาถูกไม่กันน้ำ มาสคาร่าและอายไลน์เนอร์ตกลงมาจนดวงตาทรงเสน่ห์กลายเป็นหมีแพนด้า ใบหน้าอันเนียนใสถูกรองพื้นกลบจนหนาเตอะและสีดรอปลงจนมองไม่เห็นความขาวเนียน เครื่องสำอางวันนี้ปกปิดความสวยของเธอไปหมด “ให้โอกาสนิตาเถอะนะคะ นิตาต้องใช้เงินค่ะคุณหลิน” ปนิตาเงยหน้ามองไปที่หลินหลิน ซึ่งเป็นแม่เล้าที่จะหางานให้ครั้งนี้อย่างอ้อนวอน แต่กลับได้เห็นแววตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นก่อนอุทานออกมา “ตาย!!! ดูสภาพสิ หน้าตาแบบนี้ใครจะเอา” พยายามบอกกับตัวเองในใจว่าห้ามร้องไห้ ถึงอย่างนั้นก็ยากที่จะห้ามจนหยดน้ำไหลลงอาบแก้ม สองมือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาโดยหารู้ไม่ว่าจะทำให้เครื่องสำอางเลอะเทอะยิ่งกว่าเดิม ริมฝีปางบางที่สั่นระริกฝืนคลี่รอยยิ้มที่สวยที่สุดส่งไป ก่อนเริ่มทำการขายตัวเองในทันควัน “หนูอายุยี่สิบ ยังเด็กแล้วก็ซิงด้วยค่ะ แบบนี้คุณหลินหลินจะยังพอสนใจไหมคะ” ปนิตาพูดพลางเดินเข้าไปใกล้ให้แม่เล้ามองหน้าเธอชัด ๆ แต่ด้วยสภาพที่เหมือนผีทำให้หลินหลินต้องเสสายตามองไปทางอื่น “ใครก็ได้เอามันออกไปที เร็ว ๆ” หลินหลินร้องเสียงหลงพลันสะบัดมือหนีเมื่อปนิตาถึงตัว มือเล็กคว้าที่มือของหลินหลินถูกปัดทิ้งอย่างนึกรังเกียจ ซ้ำร้ายยังเสียงดังสั่งคนที่อยู่ด้านนอกให้พาตัวเธอออกไป แต่เวลาของแม่เธอเหลือน้อยเต็มทน สองมือตกอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแล้วทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างอ้อนวอนเพื่อขอความเห็นใจ หากช้ากว่านี้อีกนิด แม่ของเธอจะต้องถูกตัดขาและพิการไปชั่วชีวิตซึ่งลูกกตัญญูอย่างเธอไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้น ชีวิตเธอต้องโสมมขนาดไหนแต่ก็ขอให้แม่ไม่เจ็บปวดก็พอ “ช่วยนิตาด้วยนะคะคุณหลิน ฮือ…นิตาจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ค่ะ” ปนิตากราบแทบเท้าอย่างเสียศักดิ์ศรี “เสียงดังอะไร!” เสียงทุ้มดังจากทางด้านหลังที่ออกไปทางเคร่งขรึมทำให้หญิงสาวก้มหน้างุด เธอสะอื้นร้องอย่างเงียบ ๆ เมื่อรู้สึกประหม่ากับเสียงนั้น “ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณแทน แค่เด็กคนหนึ่งอยากจะมาขายตัวแต่ว่าสภาพอย่างนี้ยังมีหน้าเรียกเงินตั้งสามแสน ใครจะเอา” แววตาเรียบนิ่งสีน้ำตาลเข้มฉายชัดว่าไม่พอใจที่ถูกเรียกในสรรพนามสนิทสนม “เรียกฉัน กษิดิศ” “ค่ะ คะ…คุณกษิดิศ” หลินหลินถึงขั้นต้องกะตุกกะตักตอบ ชายตรงหน้านั้นขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา กษิดิศปรายตามองร่างเล็กที่คุกเข่าอยู่ มองเห็นเพียงแค่เรือนผมสีน้ำตาลกำลังกำหมัดแน่น หยาดน้ำตาไหลหยดลงพื้นสร้างความอนาถทำให้เขาต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทาง แล้วเสียงของหลินหลินก็ดังขึ้น ถามถึงสาเหตุที่เขาเข้ามาในนี้ “คุณกษิดิศเข้ามาในนี้มีอะไรเหรอคะ” “ฉันเห็นเธอบอกว่ามีเด็ก” “อ้อ! ยัยนี่แหละค่ะ แต่ดูท่าแล้วอีแทมมี่มันคงหลอกหลิน ไม่สวยเลยจริง ๆ คุณไปรอที่ห้องทำงานนะคะ หลินจะหาคนอื่นไปแทน” พูดจบร่างสูงของกษิดิศก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรทิ้งท้าย ส่วนหลินหลินก็เอ่ยปากไล่ปนิตาอีกครั้งอย่างกับหมูกับหมา “นี่พวกแก จับมันออกไป ถ้ามันไม่ไปดี ๆ ก็โยนมันออกไป!!” “คุณหลินช่วยนิตาด้วยนะคะ ขอร้องล่ะค่ะ” เธอเอื้อมมือไปจับที่ข้อเท้าแต่ก็ถูกสะบัดออกเช่นเดิม ไม่นานนักผู้ชายสองคนก็รั้งแขนเอาไว้ทั้งสองข้างแล้วลากเธอออกมาด้านนอก “คุณหลินคะ ช่วยนิตาด้วย ฮืออออ” เสียงของปนิตาดังให้หลังจนหลินหลินต้องถอนหายใจทิ้ง เธอเจอคนลักษณะนี้มานับครั้งไม่ถ้วนเลยได้แต่ส่ายหน้าไปมาแล้วรีบไปจัดการกับสิ่งที่ต้องทำให้กษิดิศ กษิดิศเป็นเจ้าของเลานจ์แห่งนี้อย่างลับ ๆ เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างมัวเมาในรสกาม ทั้งอย่างนั้นถึงจะดูสำราญกับสาวไปทั่วก็เพียงแค่เสพร่างกายเท่านั้น เขายังเป็นคนเดิมที่คนภายนอกรู้จัก ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา ฉลาดหลักแหลม สะอาดเนี๊ยบ ไม่ชอบความผิดพลาด หรือชักช้า หากไม่รีบจัดการให้ คงได้ถูกไล่อย่างกับสัตว์เหมือนปนิตาก็เป็นได้ ร่างเล็กที่ถูกลากจูงออกมาด้านนอกบังเอิญได้สบตากับคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ เวลาเพียงครู่เดียวแต่ปนิตากลับชะงักค้าง เพราะได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของกษิดิศตรง ๆ จากที่ตอนแรกเห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้าในตอนที่อยู่ด้านใน นั่นทำให้หัวใจสาวเจ้าเต้นแรง ใบหน้าเนียนสะอาดไร้หนวดเครา ดวงตาเรียวรีทรงเสน่ห์ จมูกโด่งสวยได้รูปกับริมฝีปากอมชมพูสีสดใส ขัดกับสิ่งที่เห็นเมื่อในมือกำลังคีบบุหรี่อยู่ ทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์ ร่างสูงโปร่งร้อยแปดสิบแปดก้าวเซนฯ เดินผ่านหน้าเธอไป เขาเหลือบหางตามามองเธอแค่ครู่เดียวอย่างเย็นชา ก่อนจะหันไปหาชายสองคนนั้น “ฉันจะกลับละ” ปนิตาเดินคอตกออกมาโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง สองมือยกขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มอย่างน้อยใจในโชคชะตาแล้วคว้าจักรยานมาปั่นออกไปจากตรงนี้ สองตาเริ่มพร่าเบลอเมื่อความเครียดสุมอยู่ในร่างกาย แม่ของเธอนอนอยู่โรงพยาบาลมาสองวันแล้ว โชติกานอนร้องไห้เพราะขาที่หักค่อนข้างสาหัสแต่ก็ไม่มีปัญญาผ่าตัดเพราะไม่มีเงิน เด็กสาวน้ำตาไหลพรากอย่างหมดหนทาง ไม่รู้ว่าจะหาเงินสองแสนมากจากไหน ปั่นจักรยานไปทั้งน้ำตา นัยน์ตาพร่ามัวหันมองกระจกเพื่อหาคำตอบว่าตัวเองไม่สวยตรงไหนและก็เข้าใจภายในวินาทีสั้น ๆ เมื่อได้เห็นสภาพของตัวเองสะท้อนกับกระจกรถยนต์ที่จอดเทียบอยู่ข้าง ๆ ทุเรศแบบนี้ไง คุณหลินหลินถึงไม่ให้โอกาส ปนิตาตัดสินใจปั่นจักรยานไปใช้ห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน จัดการล้างหน้าล้างตาให้สะอาดจนคราบเครื่องสำอางหายไปหมด เหลือไว้เพียงแต่ใบหน้าสีใสไร้การแต่งแต้ม “เฮ้อ!” ร่างเล็กถอนหายใจเฮือกก่อนจะนั่งคอตกอยู่ตรงริมฟุตบาท เธอนั่งมองสุนัขที่กำลังกินอาหารอยู่ตรงหน้า โดยเจ้าหมาตัวนั้นก็กำลังแยกเขี้ยวใส่เมื่อคิดว่าเธอจะไปแย่งอาหารมัน “กินไปเถอะ ฉันไม่แย่งแกหรอก” “เฮ้อ แกยังโชคดีนะที่มีคนให้ข้าวกิน แต่ฉันไม่มีใครช่วยเหลือแบบนี้เลย” เธอรำพันกับหมาตัวนั้นในขณะที่มันก็ขู่ฟ่อ ไม่เข้าใจสิ่งที่ปนิตาจะสื่อ ภาพที่ปนิตาคุยกับหมาจรจัดอยู่ในสายตาของใครบางคน กษิดิศที่นั่งอยู่ในรถตอนจอดเติมน้ำมันมองเห็นสาวสวยคนหนึ่งนั่งอยู่ริมฟุตบาทพร้อมคุยกับหมาเหมือนมีหมาเป็นเพื่อน เขาย่นคิ้วแล้วนึกย้อนไปดี ๆ ลักษณะของสาวสวยที่ได้เห็นช่างละม้ายคล้ายผู้หญิงคนนั้นที่เลานจ์ของตนจริง ๆ ตอนนี้เป็นเวลาไม่เย็นมากซึ่งยังมีแสงสว่างพอที่จะทำให้เขาได้มองเห็นความสวยจากใบหน้านั้นอย่างชัด ๆ จึงได้รู้ว่าผู้หญิงที่หลินหลินบอกสวยมากแค่ไหน ทำไมคนของเขาถึงบอกว่าไม่ได้เรื่องกัน “ทั้งหมดพันห้าครับ” เสียงของเด็กปั๊มดึงความสนใจให้เขาหันไปมอง ก่อนจะยื่นบัตรเครดิตไปให้ กษิดิศยังติดใจใบหน้านั้นจนต้องหันพวงมาลัยไปอีกทาง แทนที่จะขับออกไป นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองสาวดวงตาสีน้ำตาลอ่อนไม่กะพริบ สองมือยังคงบังคับพวงมาลัยให้รถเคลื่อนไปจอดเทียบฟุตบาทตรงที่เธอนั่ง โฮ่ง! เจ้าสุนัขตัวนั้นเห่าไล่ ทั้งอย่างนั้นกษิดิศก็ยังจอดอยู่ตรงนั้นก่อนเลื่อนกระจกรถลง ปนิตาจึงเงยหน้ามองเจ้าของรถก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าเป็นเขา คนที่เธอเจอที่เลานจ์ “ขึ้นมา” เขาโคลงศีรษะแล้วบอกให้เธอขึ้นมา แต่ปนิตายังนั่งเงียบด้วยความมึนงง จู่ ๆ ก็ถูกชวนให้ขึ้นรถ “อยากได้อยู่ไหมเงิน ถ้าอยากก็ขึ้นมา” ปนิตาพยักหน้าด้วยรอยยิ้มอย่างมีหวัง สองมือปัดฝุ่นตรงกางเกงยีนส์ทิ้ง รีบเปิดประตูรถเข้าไปนั่งโดยไม่คิดว่าจะโดนหลอกเลยสักนิด กษิดิศขับรถออกไปโดยที่ไม่พูดอะไรแต่ในใจกลับนึกว่าเธอโง่แบบนี้ไง ถึงได้คิดแค่เรื่องจะขายตัวหาเงิน แทนที่จะถามให้เข้าใจให้ตรงกัน แต่กลับมานั่งในรถเขาก่อนแล้วเงียบ รถสปอร์ตคันหรูขับอกจากปั๊มได้ไม่ไกลเสียงเตือนอะไรสักอย่างก็ดังขึ้น ในขณะที่หญิงสาวผู้ไม่เคยได้นั่งรถแบบนี้เลยเอาแต่นั่งตัวเกร็ง เอี๊ยด! กษิดิศรำคาญเสียงเตือน เขาตีไฟเลี้ยวหักพวงมาลัยลงข้างทางแล้วพ่นลมหายใจทิ้ง แต่ปนิตากลับเอาสองมือค้ำที่คอนโซลรถเมื่อตัวเองเกือบจะหัวทิ่มเพราะแรงเบรก “เธอไม่รำคาญเสียงหรือไง ถึงไม่คาดเบลล์” เขาถามด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดแต่ปนิตากลับตีหน้าซื่อ “…” ใบหน้าคมคายหันไปหาสาวดวงตาสีน้ำตาลอ่อน “เธอ… ชื่ออะไร” “นิตาค่ะ ชื่อปนิตา” “คาดเบลล์ซะ” กษิดิศสั่งเสียงเรียบ กระนั้นก็ยังรอให้ ปนิตาจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนขับรถออกไป “คุณคะ คือนิตาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง” ด้วยความที่ไม่รู้ว่าไอ้เบลล์ที่กษิดิศพูดนั้นหมายถึงอะไร จึงอ้อมแอ้มถามก่อนจะได้ยินเสียงพ่นลมหายใจออกจากปากเขา หัวใจดวงน้อยพลันวูบไหวด้วยกลัวว่าเขาจะหงุดหงิดจนเปลี่ยนใจ กษิดิศเอื้อมมือไปคาดเบลล์ให้เธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองไปที่ใบหน้าเนียนละเอียดที่สะอาดทุกอนูรูขุมขน ไม่มีสิวหรือรอยดำซักจุด กลิ่นเหงื่อที่ขับออกมาจากการปั่นจักรยานผสมกลับกลิ่นเฉพาะตัวของหญิงสาวก็หอมอ่อน ๆ แต่กลับรู้สึกตราตึง ผู้หญิงคนนี้กลิ่นฟีโรโมนดีมาก ดึงดูดเขาได้ดีไม่แพ้หน้าตาเลย ใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นทำให้เขาเข้าใจได้ว่าเธอต้องเป็นลูกครึ่ง เพราะดวงตาสีอำพันอันน่าดึงดูดนั้นหาได้ยากจากคนเอเชีย จมูกโด่งคมสวยได้รูป ริมฝีปากบางอมชมพูรับกลับดวงตากลมโตทำให้เธอเหมือนลูกคุณหนู บ๊องแบ้ว และน่าทะนุถนอม ทั้งที่ดวงตาคู่นั้นทรงเสน่ห์มาก แต่พอได้มองเข้าไปลึก ๆ กลับสัมผัสได้ว่ากำลังหม่นแสง “เธอต้องการเงินเท่าไหร่” กษิดิศผละออกมาเมื่อตัวเองเกือบจะเผลอแสดงอาการออกไป สองมือจับพวงมาลัยแล้วมองตรงไปข้างหน้า “สาม…สองแสนค่ะ” จริง ๆ เธออยากเผื่อไว้อีกแสนสำหรับซื้อเครื่องมือทำมาหากิน แต่กลับรู้สึกเกรงใจเขาจนต้องเปลี่ยนคำพูด “เธอจะขายให้ฉันงั้นเหรอ” ปนิตากำหมัดแน่นเมื่อได้ยิน แต่ก็ยังไงเสียก็ต้องยอมรับความจริง “ค่ะ” “เธอไม่รู้เหรอว่าผู้หญิงขายตัวเขามีค่าตัวแค่คืนละสามสี่พัน” แรงมือกำแน่นขึ้นอีกเมื่อได้ยินคำพูดจาเหยียดหยาม ริมฝีปากเล็กค่อย ๆ สูดหายใจเข้าแล้วผ่อนออกเพื่อระงับความรู้สึก ปล่อยให้เขาปรามาสด้วยรู้ดีว่าศักดิ์ศรีของตนไม่หลงเหลือแล้ว เขาจะมองแบบนี้ก็คงไม่แปลก “นิตายังบริสุทธิ์ค่ะ” ริมฝีปากเรียบตึงยกยิ้มเมื่อได้ยินสิ่งที่น่าพอใจ “งั้นดี ฉันจะซื้อเธอ แต่ถ้าเธอไม่ซิง เธอโดนแน่!!” พูดแค่นั้นก่อนจะกดโทรศัพท์สั่งเลขาฯ หนุ่มเตรียมเอกสารร่างสัญญาไว้ ส่วนปนิตาเองเมื่อรู้ว่าตัวเองขายออก เด็กสาวก็รีบพูดถึงเงินก้อนนั้นทันที “นิตาอยากได้เงินตอนนี้ค่ะ รบกวนคุณด้วยนะคะ” หึ ยังไม่เซ็นต์สัญญาเลย ไม่คิดว่าตัวเองรีบไปเหรอ “นิตารีบจริง ๆ ค่ะ นิตาไม่เบี้ยวคุณแน่” กษิดิศคิดในใจแต่กลับเงียบเมื่อเธอพูดถึงเรื่องเงิน หญิงสาวจึงพูดย้ำอีกครั้งเพื่อบ่งบอกว่าเธอรีบร้อนจริง ๆ “จะเอาเงินไปทำอะไร” “…” คราวนี้เป็นเธอที่เงียบไป ด้วยเพราะไม่ต้องการความสงสารจึงปิดปากเงียบไม่คิดจะบอกเหตุผล “ฉันจะสั่งให้คนไปจัดการแทน ส่วนเธอ วันนี้เธอหมดสิทธิ์ได้ไปไหนแล้ว เพราะฉันต้องเช็กของ”

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ปราบพยศรักยัยรุ่นพี่

read
1.2K
bc

อ้อนรักพ่อผัว

read
8.2K
bc

วิวาห์(ไม่)ไร้รัก

read
9.5K
bc

นางสาวอินทุอรณ์

read
12.3K
bc

ไฟรักซาตาน

read
54.1K
bc

ยังเก็บดวงใจไว้ให้เธอNC25+++

read
9.4K
bc

Warning baby เมียห้ามเลิกรัก

read
3.6K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook