บทที่ 1 วันจัดเตรียมงาน
วันจัดเตรียมงาน
ช่วงเวลาที่แสนวิเศษของชีวิตที่ใครหลายคนต่างคิดไม่ถึง ขนาดตัวของผมเองก็ยังตกใจในตอนแรกที่รู้เพราะไม่คิดว่าจะมีโอกาสดีแบบนี้เหมือนคนอื่นเขา นั่นคือการจัดพิธีวิวาห์ของงานแต่งตัวเอง ถึงแม้จะทำใจมาแล้วหลายวันแต่ผมกลับยังคงตื่นเต้นเหมือนวันแรกที่โดนขอแต่งงานกลางสวนสาธารณะ ความรู้สึกยังคงเดิมไม่หายไปไหน
นึกถึงเรื่องในวันนั้นใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นอีกครั้ง
ฮื่อออ เขินเป็นบ้า...
พนักงานของโรงแรมร่วมถึงญาติผู้ใหญ่ต่างพากันชุลมุนวุ่นวายกับการเตรียมข้าวของในงาน รวมไปถึงของชำร่วยสำหรับแขกที่มาร่วมงาน
“นที มึงมายืนยิ้มบ้าทำไมตรงนี้” เสียงตะโกนเรียกมาตั้งแต่ประตูทางเข้า เป็นเสียงที่คุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยเด็ก มันเป็นเสียงของอิ่มเอมเพื่อนผมสมัยประถม เราสองคนเติบโตและผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน อิ่มเอมเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของผม เราสองคนสนิทกันมาก ไม่ว่าจะมีเรื่องเดือดร้อนอะไรเราสองคนต่างคอยช่วยเหลือและดูแลกันอยู่เสมอ
“กูเดินตามหามึงทั่วงานเลย ที่แท้มาอยู่ห้องเก็บของ แล้วนี่เป็น’ ไรวะ ยืนเหม่ออย่างกับคนเมา นึกคิดเพ้ออะไรอยู่” อิ่มเอมว่า ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดมันก็บ่นผมไปแล้วชุดใหญ่ ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนผมคงคิดว่ามันเป็นพ่อคนที่สองของผมแน่ ๆ
“บ่นเก่งจริงนะพ่อคุณ”
“มันน่าบ่นไหมล่ะ โทร’ หาแต่กลับปิดมือถือ กูก็อุตส่าห์เป็นห่วงนึกว่าเกิดอะไรขึ้น เลยรีบวิ่งตามหามึงทั่วงาน ร้อนจนเหงื่อเปียกเสื้อกูหมดแล้วเนี่ย” อิ่มเอมยืนบ่นตามประสาของมัน ผมเลยปล่อยให้มันพูดไปอย่างนั้น อีกมือหนึ่งผมยื่นแขนไปหยิบกระดาษทิชชูบริเวณโต๊ะข้าง ๆ เพื่อเอามาซับเหงื่อบนหน้าของเพื่อนสนิท
“เออ เช็ดตรงนั้นด้วย”
“ทราบแล้วคร้าบ คุณพ่อ” ผมพูดจาหยอกเย้ามันเล็กน้อย
“เดี๋ยวเถอะมึง...กวนตีนนักนะ” อิ่มเอมเป็นคนตัวสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตรซึ่งสูงเท่ากับผมพอดี แต่กลับขนาดตัวต่างกันมาก อิ่มเอมมีขนาดตัวที่หนาเพราะมันชอบฟิตหุ่นอยู่สม่ำเสมอแต่ไม่ถึงกลับตัวหนาเหมือนกับนักเพาะกายนะ ส่วนผมเองก็ไม่ถือว่าผอมบางอะไรมากมาย คิดว่าหุ่นน่าจะตามมาตรฐานของคนทั่วไปนี่แหละ ซึ่งผมเป็นคนที่ผิวขาวกว่าอิ่มเอมนิดหน่อยเพราะไม่ชอบออกแดด
“ทุกคนอยู่ห้องนั่นหมดใช่ไหม” ผมว่า
“ใช่ เขาอยู่ห้องโถงใหญ่กันหมด เหลือมึงคนเดียวเนี่ย”
มือของเพื่อนสนิทลากแขนผมไปพร้อมกับบ่นผมไปตลอดทางเลยครับ จะว่ามันก็ไม่ได้ อิ่มเอมมันคอยดูแลผมมาตลอด ถึงจะบ่นเก่งแต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนที่ดีมากเลยครับ
ภายในงานถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด รวมถึงของตกแต่งสวยงามอื่น ๆ มากมาย
ข้าวของส่วนใหญ่ล้วนเป็นของที่ผมกับทศชอบทั้งนั้น ถึงจะเป็นของที่ผมชอบเยอะกว่าก็เถอะ จะทำไงได้ ทศบอกว่าอยากให้ผมมีความสุขที่สุดในวันงานแต่งนี้ เจ้าตัวเลยจัดเต็มเพื่อผมโดยเฉพาะ
“มาแล้วเหรอตัวเล็ก” เสียงเรียกมาทางด้านหลัง เป็นเสียงที่คุ้นเคยและได้ยินเป็นประจำทุกวัน นั่นคือเสียงของทศ แฟนหนุ่มของผมที่ปัจจุบันกำลังจะแต่งงานด้วยกันครับ แหะ ๆ
บ้าจริง...ผมเขินอีกแล้วครับ เวลาแนะนำตัวทศทุกครั้ง ผมก็จะเผลอยิ้มออกมาเสมอ ยิ่งบอกว่าเป็นแฟนกันนะ ผมยิ่งเขินมากจนหน้าเกือบแดงทุกครั้ง
เพราะทศคือแฟนคนแรกของผมครับ ///
ผมกับทศเราอายุเท่ากันนะครับ แต่เจ้าตัวชอบเรียกผมว่า ‘ตัวเล็ก’ เป็นชื่อเรียกที่ผมชอบนะครับ ฟังแล้วรื่นหูดี ส่วนตัวผมก็เรียกทศกลับว่า ‘ยักษ์’ เพราะชื่อทศย่อมาจาก ‘ทศกัณฐ์’ ที่เป็นยักษ์
“อือ มาแล้ว ยักษ์รอนานไหม” ผมว่า คนตัวสูงกว่าไม่ตอบอะไร เพียงแต่ส่งยิ้มมีเสน่ห์มาที่ผม แล้วเดินมาจับผสานมือของผมเอาไว้ เราเดินชมผลงานกันอยู่สักพัก
“เป็นไง ตัวเล็กชอบหรือเปล่า”
“ชอบสิ ชอบมากกกเลย” ผมพูดพร้อมกับลากเสียงยาว ๆ
“หึ...หมั่นไส้ อย่าน่ารักเยอะสิ หวงนะ” ทศพูดพร้อมกับเอามืออีกข้างที่ว่างอยู่มาลูบหัวของผมอย่างเอ็นดู และใช่ครับ ทศค่อนข้างหวงผมมาก เวลาไปไหนด้วยกันทศมักจะแสดงอาการหึงผมทุกครั้งที่เจอผู้คน หรือแม้กระทั่งครอบครัวผมด้วย...
แต่ไม่ได้ถึงขั้นน่ารำคาญ หรือจุกจิกเกินขอบเขตนะครับ ทศเขาค่อนข้างใส่ใจความรู้สึกผมทีเดียว คู่อื่นผมไม่รู้นะครับว่าเป็นยังไง แต่สำหรับเราสองคนถือว่าทะเลาะกันน้อยมาก จนคนรอบข้างทักท้วงว่าเคยทะเลาะกันบ้างไหม ผมก็ตอบเหมือนเดิมตลอด
ไม่ครับ...ไม่เคย คงเพราะใช้เหตุผลและพูดคุยมากกว่า
“นที ทศลูก ทุกอย่างใกล้ลงตัวแล้ว ไม่ไปพักผ่อนกันเหรอ ไหนพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ามาทำพิธีที่บ้านแม่อีก ระวังจะเพลียเอานะ” น้ำเสียงนุ่มนวลของหญิงวัยกลางคนกล่าวทักผม และทศที่ยืนดูสถานที่กันอยู่ นั่นคือเสียงของแม่ผมเองครับ ท่านก็มาช่วยงานของพวกผมด้วย ไม่ใช่แค่แม่นะครับแต่เป็นทุกคนที่บ้านต่างพากันมาช่วยงานหมดทุกคน
“นั่นสิ ไปพักกันเถอะไป เดี๋ยวพ่อดูงานต่อให้เอง” พ่อผมพูดเสริมขึ้น
“ไม่เป็น‘ไรเลยครับคุณพ่อ คุณแม่ แค่นี้สบายมากครับ เชิญคุณพ่อกับคุณแม่ไปนั่งพักก่อนดีกว่า อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกล มาครับผมพาไป” ทศว่า ทศเขาพาพ่อแม่ผมไปนั่งพักเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนผมก็เดินชมดอกไม้ในงานต่ออย่างตื่นเต้น ผมตื่นเต้นจนลืมความรู้สึกเหนื่อยไปเลย
ไม่แปลกหรอกครับ งานแต่งของผมทั้งทีนี่นา
ถึงจะมีความสุขมากแค่ไหนก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ มันจะเป็นวันที่สูบพลังผมมากที่สุด เพราะผมต้องเข้าวิวาห์สองสถานที่พร้อมกัน ที่แรกคือบ้านต่างจังหวัดของผมเอง และอีกทีก็เป็นโรงแรมแห่งนี้ ตามจริงจัดแค่สถานที่เดียวก็ได้นะครับแต่ทศเขาขอไว้ บอกว่าอยากจัดที่นี่ด้วย อ่า...ลืมบอกไปเลยว่าผมกับทศเรานับถือคนละศาสนากันนะครับ
ทศเขาอยากให้จัดทั้งสองศาสนาเลยครับ
“นที!” อิ่มเอมมันตะโกนเรียกผม
“อ้าว ว่าไงมึง จะกลับแล้วเหรอ”
“มึง...กูขอกลับก่อนนะ คนที่บ้านโทร.ตามว่ะ”
“โชคดีมึง ขอบใจมากนะเว้ยสำหรับวันนี้” ผมพูดขอบคุณมัน
“เออ ๆ เจอกันพรุ่งนี้มึง” มันบอกลาพร้อมเดินออกไปทันที สงสัยมันจะรีบกลับมาก เดินสับเท้าเข้าลิฟต์อย่างเร็ว พนักงานโรงแรมตกใจที่เห็นอิ่มเอมเดินผ่านหน้าพวกเขาไป
ผมเดินสำรวจสถานที่จนพอใจ เดินกลับมาหาทศที่เหมือนจะยืนรอผมอยู่ไม่ไกลพร้อมกับในมือถือแก้วใส่น้ำบางอย่างไว้
“น้ำมะนาวครับตัวเล็ก”
“ขอบคุณครับ”
ใส่ใจผมขนาดนี้ จะหนีไปไหนพ้น...
“ยักษ์จะกลับเมื่อไหร่” ผมว่า
เริ่มง่วงแล้วสิ พลังงานผมกำลังลด
“หึ ง่วงแล้วเหรอคนเก่ง” ทศจ้องหน้าผมพร้อมอมยิ้มเล็ก ๆ ผมก็อยากจะส่งยิ้มกลับนะครับ แต่ความง่วงมันมากกว่าจนรู้สึกล้า
“อือ...”
“ฮ่า ๆ เอาสิ” ทศยิ้มขำออกมาเล็กน้อย
“ก่อนกลับไปแวะไหว้ลาพวกผู้ใหญ่กัน”
“ครับ”
17 : 30 น.
[เสียงโทรศัพท์]
“ว่าไงมึง”
[นที พรุ่งนี้กูจะเข้าไปหาตอนตีห้านะ] เสียงเพื่อนสนิทโทร.มาแจ้งเวลานัดผม
“โอเค ใกล้เวลากูเปิดประตูไว้รอ”
[มึงบอกสถานที่พวกช่างแต่งหน้ารึยัง]
“เออ บอกแล้ว” จะให้ลืมได้ยังไงละครับ มันพูดกรอกใส่หูย้ำผมสามสี่รอบ ลืมก็บ้าแล้ว
[ดี ๆ แล้วนี่ทำ ‘ไรอยู่วะ]
“กำลังทำมื้อเย็น ทศบ่นว่าหิว”
[หวานกันจริงนะ คนโสดอิจฉาเว้ยยย] เสียงตะโกนลั่นออกมาทางลำโพง ดูเหมือนจะมีเสียงอื่นแทรกมาติด ๆ เป็นเสียงของแม่ไอ้อิ่มเอมที่กำลังตะโกนบอกมันว่าเสียงดัง
[ซวยละ แม่ด่ากู]
“สมควร เสียงดังเกินเหตุมึงอะ”
[แค่นี้ก่อนนะมึง แม่กูเรียกแล้ว]
“อืม” ผมว่างสายแล้วก้มหน้าทำอาหารต่อ
ผมที่มัวแต่ชิมอาหารอยู่ตรงหน้าไม่ทันได้ระวังตัว
พรึ่บ
อ้อมแขนหนาโอบกอดเข้าทางด้านหลังบวกกับกลิ่นกายประจำตัวที่คุ้นเคย เป็นกลิ่นกายที่ผมชอบมาก เพราะทุกครั้งที่ได้กลิ่นกายนี้ผมจะรู้สึกปลอดภัยอยู่เสมอ นั่นคือเจ้ายักษ์ของผม...
“เมื่อกี้คุยกับใครครับ” ทศถามผม ทศก้มหน้าลงมามุดคอผมเชิงอ้อนเหมือนลูกสุนัขที่กำลังอ้อนเจ้านายเลยครับ
ถามแบบนี้ คงหวงตามเคยสินะพ่อคุณ
“คุยกับอิ่มเอมน่ะ” ผมว่า
“อ่อ...”
“ยักษ์เข้ามาพอดี ยกจานออกไปได้เลย”
“ทราบครับผม”
ฟอดดด!
“อื้อ หอมแรงจังนะ”
“ฮ่า ๆ ๆ มันเขี้ยวครับ”
โต๊ะอาหาร
“จริงสิ ที่ทำงานเขาจะจัดงานฉลองไหม ที่ยักษ์ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้า จัดจริงใช่ไหม” ปกติคนที่ได้เลื่อนตำแหน่งมักอายุประมาณสามสิบขึ้นไป แต่ยักษ์เป็นคนเก่งและขยันมาก ไม่แปลกใจเลยที่ได้เลื่อนตำแหน่งทั้งที่อายุยังไม่เยอะเท่าไหร่
“เห็นบอกว่าจัดนะ” ทศว่า
“วันไหนเหรอ” ผมถามต่อ
“สัปดาห์หน้าครับ ตัวเล็กอยากไปด้วยรึเปล่า”
“คนนอกเข้าได้ใช่ไหม”
“พาเข้าได้เฉพาะตำแหน่งหัวหน้างานขึ้น ระดับพนักงานทั่วไปเขาไม่อนุญาต ตัวเล็กอยากไปไหม ยักษ์จะได้บอกเขาเตรียมที่นั่งไว้ให้”
“ไม่ดีกว่า...กลัวทำงานเลี้ยงกร่อย เข้าหาคนไม่เก่งด้วย”
ได้ยินมาว่าเจ้านายของทศเขายังไม่เปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศเท่าไหร่นัก เพราะหัวโบราณด้วยส่วนหนึ่ง
แต่ไม่ถึงกับอคติหรือแสดงออกว่ารังเกียจนะครับ เขาแค่ไม่เข้าใจเฉย ๆ
ที่ทำงานของทศก็มีหลายคนที่เป็นเพศทางเลือกเหมือนผม ถึงจะไม่กล้าเปิดเผยตัวแต่ก็พอมองออก ความจริงผมอยากไปนะครับ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดหรือไม่ก็ตามในอนาคต ผมควรหลีกเลี่ยงที่จะไปดีกว่า
“ตามใจตัวเล็ก ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่บอกยักษ์นะ”
“อือ”
ผมกับทศไม่พูดอะไรต่อ ต่างพากันทานอาหารสลับกับตักกับข้าวให้กันและกันบ้างตามปกติที่ทำทุกวัน
ผมเดินออกมาจากห้องน้ำเมื่อชำระล้างร่างกายเสร็จหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ทศเขาเห็นผมอาบน้ำเสร็จ เจ้าตัวเดินเข้าไปอาบน้ำทันทีพร้อมผ้าเช็ดตัวพาดไหล่
ผมเงยหน้าส่องกระจกเล็กน้อยก่อนจะทาครีมบำรุงบนใบหน้าต่อด้วยแขนและขา ความจริงผมไม่ใช่ผู้ชายเจ้าสำอางหรอกครับ เป็นเพราะอายุที่เพิ่มขึ้น ผมกำลังอายุเข้าเลขสามแล้ว อิ่มเอมมันเลยแนะนำให้ผมใช้ของพวกนี้จะได้ดูอ่อนวัยขึ้น
แกร๊ก
ทศเดินออกมาจากห้องน้ำบึ่งตรงมาทางผม
“ตัวเล็กเช็ดผมให้ยักษ์หน่อย”
โถ พ่อคุณ เห็นรีบออกมานึกว่ามีเรื่องเดือดร้อนอะไร
ผมจับให้ทศนั่งลงเก้าอี้ตัวเดิมที่ผมนั่ง หยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนค่อย ๆ เช็ดลงที่ศีรษะของคุณชายทศ สุดหล่อของผม
เฮ้อ...หล่อ หล่อมากจริง ๆ
ผู้ชายที่ดูดีมีเสน่ห์แบบทศ เหมือนผมฝันไปเลยครับ ไม่คิดไม่ฝันว่าเราสองคนจะลงเอยกันได้ ทศเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมมากครับ ครอบครัวก็มีหน้ามีตาในสังคม ถ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน...ผมคงคิดว่าเขาเป็นพวกดาราอะไรทำนองนั้น ทศเป็นผู้ชายที่ใบหน้าหล่ออย่างกับพวกดาราเกาหลี อาจเพราะมีเชื้อสายจีนด้วยผิวพรรณเลยดูขาวมีออร่า เพราะต้นตระกูลของทศผิวขาวทุกคน ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม รอยยิ้มมีเสน่ห์น่าหลงใหล สมบูรณ์แบบจริง ๆ
“คิดอะไรอยู่ครับ ยิ้มมีความสุขเชียว” ทศเอ่ยถามขึ้น
บ้าจริง ผมเผลอยิ้มออกมาอีกแล้ว
“เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก อะ เช็ดผมเสร็จพอดี” ผมยื่นผ้าเช็ดตัวให้ทศ ทศรู้หน้าที่ หยิบผ้าเช็ดตัวจากมือผมและเอาไปต่างที่ระเบียงเสร็จแล้วเดินกลับเข้ามาพร้อมดึงผมเข้ามานอนกอดซบอกเอาไว้
“พรุ่งนี้แล้วนะ ตัวเล็กพร้อมไหม”
“พร้อม แต่กังวลด้วย ตื่นเต้นที่สุดในชีวิต”
“หึ ๆ ยักษ์ตื่นเต้นเหมือนกัน ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ยักษ์เฝ้ารอมานานมาก สุดท้ายเราก็ทำมันได้สักทีนะ ยักษ์ยังจำวันที่ขอตัวเล็กแต่งงานได้อยู่เลย”
“จำได้เหมือนกัน...ยังจำความรู้สึกนั้นได้ดีเลย”
“ยักษ์มีความสุขมากตอนที่ตัวเล็กตอบตกลง”
ฟอดดด
“อื้อ มีความสุขเหมือนกัน”
“รักนะครับตัวเล็กของยักษ์”
“รักนะ...เจ้ายักษ์ของตัวเล็ก”
“รีบนอนดีกว่าเนอะ พรุ่งนี้เราต้องรีบไปบ้านตัวเล็กแต่เช้าตรู่”
“งั้น...ฝันดีนะเจ้ายักษ์”
“ฝันดีเช่นกันครับ”